บทที่ 47 เธอไม่ได้จะใช้เขาเป็นหนูทดลองหรอกนะ! (รีไรต์)
“วางของลงแล้วไสหัวไปได้แล้ว”
“ได้ครับ!”
เฟิงตงหยางหมุนตัวแล้วเดินออกไปทันที
เมื่อเดินมาถึงประตู เฟิงตงหยางก็โผล่หัวเข้ามาถามว่า “หัวหน้าครับ ฟ้าดูมืดครึ้มอีกแล้วฝนน่าตก ช่วงสองสามวันนี้ผมคงไม่มานะครับ”
“ใครใช้ให้นายมาทุกวัน”
เฟิงตงหยางถูกมองด้วยสายตารังเกียจ “...”
ท้องฟ้าพูดว่าจะมืดก็มืดลงมา
น้ำที่ท่วมก็ยังไม่ทันจะลดลง ฝนก็ตั้งท่าจะตกลงมาอีกแล้ว
เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งชาวบ้านไม่มีผิด
ก่อนหน้านี้ก็แห้งแล้ง ฝนไม่ยอมตก พวกเขาต้องตื่นเช้าตรู่ทำงานหนักเป็นเดือนกว่าจะรดน้ำพื้นที่เพาะปลูกได้ทั่วถึง
ยังไม่ทันได้หายใจหายคอ น้ำก็ท่วมอีกครั้ง
แถมน้ำท่วมยังพัดพาเอาพื้นที่เพาะปลูกชั้นดีของฟาร์มไปอีก
ส่วนแปลงข้าวโพดบนเนินเขา กลับเติบโตดีขึ้นกว่าเดิมมาก
เมิ่งว่านถังเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังตั้งเค้า เธอจึงเร่งมือถอนหญ้าให้เร็วขึ้น
ช่วงนี้เธอออกไปทำงานข้างนอกทุกวัน แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิด ก็ยังคงถูกแดดเผาจนผิวคล้ำลงไปมาก
เมิ่งว่านถังคิดว่าจะกลับไปทำครีมบำรุงผิวหน้าสักอย่าง
การออกไปตรวจรักษาในชนบทนั้นต้องใช้เงินไม่น้อย
เธอจึงต้องหาเงิน ด้วยการทำครีมบำรุงผิวตามตำรับยาโบราณ แล้วเอาไปโพสต์ขายบนอินเทอร์เน็ต
คลิปแรกที่เมิ่งว่านถังโพสต์คือการทำครีมบำรุงผิวหน้าเพื่อความงาม
คลิปนี้ได้ถูกโพสต์ท่ามกลางคลิปเต้นโชว์หุ่น ทำอาหาร กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ผู้ติดตามพุ่งสูงถึงกว่า 20 ล้านคน
ภายนอกเธอทำเป็นสอนทำครีมบำรุงผิว แต่จริง ๆ แล้วแอบขายเสื้อผ้า
พอขายของได้เงิน เธอก็เอาเงินไปซื้อสมุนไพร
เมิ่งว่านถังรู้ดีว่าชาวเน็ตสนใจอะไรมากที่สุด เช่นพวกตำรับยาโบราณที่มักจะมีอยู่ในนิยาย ครีมบำรุงผิวของชาววัง แค่ทำออกมาก็มียอดวิวพุ่งสูงขึ้นทันที
ตราบใดที่เกี่ยวข้องกับความงาม ยอดวิวก็จะดีมาก
ถ้าเธอสอนทำเกี่ยวกับพลาสเตอร์ยา ไม่เพียงแต่จะไม่สวยงามแล้ว ยังดูน่ากลัวอีกต่างหาก
หนุ่มสาวคนไหนก็คงจะไม่อยากดู
ยอดวิวก็จะไม่ดีแน่นอน
เพื่อรักษายอดวิวเอาไว้ เมิ่งว่านถังจึงต้องไปขุดตำรายาโบราณที่บ้านออกมาศึกษา แล้วยังวานเพื่อน ๆ ช่วยหาหนังสือประเภทนี้มาให้
แต่เพื่อนของเธอกลับไว้ใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ดันหาหนังสือสอนทำครีมบำรุงผิวปลอม ๆ มาให้เธอเล่มหนึ่ง
หน้าปกเขียนว่า ‘เคล็ดลับความงามของสาวชาววัง’
ส่วนหนังสืออีกเล่มยิ่งเหลวไหลกว่า
พอเปิดหนังสือเล่มนั้นออกมา หน้าแรกก็เขียนว่า ‘รู้ไหมว่าทำไมม้าผอมถึงเป็นที่นิยม? เปิดหนังสือเล่มนี้แล้วคุณจะรู้’
เมิ่งว่านถังฆาชื่อหนังสืออยู่ตั้งนาน ในที่สุดก็เจอที่มุมขวาล่าง พอเห็นชื่อหนังสือชัด ๆ เธอก็ถึงกับสะดุ้ง
คู่มือการฝึกฝนม้าผอม?
นี่มันตำรับลับตรงไหน?
เมิ่งว่านถังคิดว่าสิ่งที่เขียนในหนังสือสองเล่มนี้คงเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ
ดังนั้น เธอจึงเปิดไลฟ์สดชวนชาวเน็ตมาวิเคราะห์ไปพร้อม ๆ กัน
บางสิ่งบางอย่างก็เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น
เมื่อเมิ่งว่านถังแสดงคู่มือลับ ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเห็นชื่อของคู่มือ ทุกคนต่างยุยงขอให้เธอทำตามสูตรที่อยู่ข้างในนั้น
เมิ่งว่านถังรู้ว่าสมุนไพรพวกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงกล้าศึกษาค้นคว้าและใช้มันอย่างสบายใจ
สิ่งที่น่าตกใจก็คือ สมุนไพรพวกนี้กลับใช้ได้ผลจริง ๆ
ยอดผู้ติดตามบัญชีของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมิ่งว่านถังนึกถึงบัญชีรายรับที่เคยทำเงินมหาศาล เธอก็รู้สึกเศร้าใจ
“อย่าเสียใจไปเลย! เดี๋ยวฤดูใบไม้ผลิของเธอก็มาถึงแล้ว อีกไม่เกินสองปี คนรวยรุ่นแรกก็จะปรากฏตัวขึ้น เธอต้องรีบคว้าโอกาส จะได้เป็นเศรษฐีรุ่นแรกให้ได้”
เมิ่งว่านถังรู้สึกว่าตัวเองก็ลำบากไม่น้อย ตอนนี้ถึงกับต้องมาให้กำลังใจตัวเองแบบนี้
พอถึงยุค 70 ครอบครัวที่ร่ำรวยก็เริ่มมองหาโทรทัศน์ ในบ้านยังมีเครื่องซักผ้าและตู้เย็นอีกด้วย
ส่วนคนที่ไม่ร่ำรวยอย่างเช่นเธอ ก็ยังคงต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพต่อไป
ทำงานเสร็จกลับถึงบ้าน เมิ่งว่านถังก็ต้องมาทำอาหารต่อ
เธอรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองมีแต่ทำงานกับทำอาหาร หรือไม่ก็เลี้ยงลูก
พอคนอื่นนอนหลับกันหมดแล้ว หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ ก็ต้องซักผ้าให้ตัวเองกับลูก ๆ แล้วเอาไปตาก ถ้าวันนี้ไม่ซักพรุ่งนี้ลูก ๆ ก็จะไม่มีเสื้อผ้าสะอาดใส่
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นฤดูร้อน แต่พองานเก็บเกี่ยวมาถึง อากาศก็จะเริ่มหนาว เด็ก ๆ ก็ต้องใส่เสื้อผ้าหนา ๆ แล้ว
ไม่ใช่แค่เด็ก ๆ เท่านั้น ผู้ใหญ่ในบ้านก็ต้องเตรียมเสื้อไหมพรมกับกางเกงไหมพรมด้วย
เตรียมเสื้อไหมพรมกับกางเกงไหมพรมเสร็จ ยังต้องเตรียมเสื้อนวมกับกางเกงนวมและรองเท้านวมอีก
และสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าอยากเตรียมก็เตรียมได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเงิน
ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้ไปทำงาน ตอนจ่ายเงินเดือนคงไม่ถึง 15 หยวนด้วยซ้ำ
เมิ่งว่านถังถอนหายใจ
“มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ?”
ลู่ชิงเหยี่ยที่ได้ยินเสียงถอนหายใจของเธอจากหน้าต่าง จึงเอ่ยปากถามขึ้น
เมิ่งว่านถังพูดพลางก่อไฟไปด้วย “ก็ไม่ได้มีอะไรใหญ่โตหรอก แค่คิดถึงเดือนหน้าที่คุณคงได้เงินเดือนไม่เยอะเท่าไหร่ เลยรู้สึกกังวลใจนิดหน่อย”
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
บาดแผลบนตัวเขาเป็นแผลเก่า
แต่เดิมแล้วมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ถ้าไม่ใช่เพราะถูกท่อนไม้กระแทกอย่างแรงในแม่น้ำ ก็คงไม่ต้องหยุดงาน
“เธอเข้ามาหน่อยสิ”
ลู่ชิงเหยี่ยเห็นถุงหนังที่วางอยู่ข้างเตียง จึงเรียกเธอ
“รอก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันเข้าไป”
เมิ่งว่านถังคิดว่าเขาอยากจะเข้าห้องน้ำ จึงเอาฟืนใส่เข้าไปในเตา กวาดฟืนที่อยู่ข้างนอกไปกองรวมกันไว้ข้าง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง
เธอก้มตัวลงหยิบกระโถนขึ้นมาส่งให้ลู่ชิงเหยี่ย พลางพูดเสียงสดใส “เอานี่”
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
“เป็นอะไรเหรอ?”
เมิ่งว่านถังเห็นเขาไม่ขยับตัวสักที จึงยื่นกระโถนเข้าไปใกล้ ๆ อีก
ลู่ชิงเหยี่ยยกมือขึ้นกุมขมับ จึงพูดอย่างจนใจว่า “ฉันไม่ได้อยากใช้อันนั้น”
“ถ้าคุณไม่อยากได้กระโถนแล้วจะจัดการยังไงล่ะ? ตั้งใจจะทำปล่อยตรงนี้เลยเหรอ?” เมิ่งว่านถังทำท่าตกใจ แถมสายตายังมองไปที่ช่วงล่างของเขา
ลู่ชิงเหยี่ยทนสายตาแบบนั้นของเธอไม่ไหว
“ที่ฉันเรียกเธอเข้ามา ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น ลองดูที่ข้าง ๆ เธอสิ”
ลู่ชิงเหยี่ยคิดว่าถ้าเขาไม่อธิบายเสียที เธอคงจะคิดไปไกลกว่านี้อีก
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยส่งกระโถนให้คุณสักหน่อย ทำไมต้องอายด้วยล่ะ? ไม่ได้ยืนฟังอยู่ตรงนี้สักหน่อย”
เมิ่งว่านถังยังคิดว่าเขาอาย จึงก้มหน้าลงพูดแบบนั้น ก็เห็นถุงหนังใบหนึ่งวางอยู่ข้างเตียง รู้สึกว่าของสิ่งนี้คุ้นตามาก
ลู่ชิงเหยี่ย “เธอเปิดดูสิ”
“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อน”
เมิ่งว่านถังก้มตัวลงวางกระโถนแล้วหมุนตัวเดินออกไป
เธอนึกออกแล้วว่าของสิ่งนั้นคืออะไร
เมิ่งว่านถังล้างมืออย่างตั้งใจ พอเช็ดมือจนแห้งแล้ว ก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องด้วยท่าทางเขินอาย
ลู่ชิงเหยี่ยห็นท่าทางของภรรยาก็อดขำไม่ได้ เธอทำตัวเหมือนกับตอนที่กำลังไปดูตัวไม่มีผิด ตอนที่หยิบถุงหนังใบนั้นขึ้นมา เปิดออกอย่างระมัดระวัง
“ว้าว!”
เมิ่งว่านถังอุทานด้วยความตื่นเต้น
น้ำเสียงของเธอเผยให้เห็นถึงความดีใจอย่างชัดเจน
“คุณได้ของพวกนี้มาจากไหน?” เมิ่งว่านถังถามด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ลู่ชิงเหยี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ฉันขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยถามให้ ใช้ได้ไหม?”
“ใช้ได้สิ ดีมากเลย”
เมิ่งว่านถังมองเข็มเงินในมือด้วยความหลงใหล
ชุดนี้ครบถ้วนดีจริง ๆ
เมิ่งว่านถังพูดอย่างตื่นเต้น “มานี่สิ นอนคว่ำลง ฉันจะฝังเข็มให้สองจุด”
ลู่ชิงเหยี่ยถามอย่างงุนงง “ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ไม่ตอนนี้แล้วจะให้รอตอนไหน?” เมิ่งว่านถังพูดจบแล้วเห็นเขายังไม่ขยับ จึงเข้าใจในทันที “คุณสบายใจได้เลย ฉันเรียนมาแล้ว ไม่ได้จะใช้คุณมาเป็นหนูทดลองหรอก”