ตอนที่ 103 แท่นพื้นฐาน!
"ใช่จริงๆด้วยแฮะ ยิ่งนานไปอสูรหินดำพวกนี้ยิ่งเก่งขึ้น"เชนกล่าวขณะมองซากร่างของอสูรหินดำตนที่สอง ที่เขาเพิ่งจะจัดการลงไปเมื่อครู่หลังจากที่เขาวิ่งวนหาอสูรหินดำอยู่สักพัก ในที่สุดเชนก็ได้พบกับอสูรหินดำสมใจ ลักษณะของอสูรตนนี้แตกต่างจากตนแรกที่เขาเจอนิดหน่อย นั่นคือมันมีขนาดร่างที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่แค่เห็นแวบเดียว เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี้เป็นอสูรหินดำแน่นอนเชนที่ความโลภกำลังเข้าครอบงำ มีหรือที่จะรอช้า เขารีบพุ่งเข้าหามันราวกับนักเดินทางที่หลงในทะเลทรายที่ได้พบกับโอเอซิสร่างกายของมันยังคงแข็งแกร่งและสามารถรับการโจมตีแบบแรงกระจายได้สมบูรณ์แบบเหมือนอสูรตนแรกไม่ผิดเพี้ยน แต่จุดอ่อนของมันเองก็เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนเช่นกัน การต่อสู้เริ่มและจบลงในเวลาไม่นานเพราะเชนรู้จุดอ่อนของมันอยู่แล้ว จึงไม่ยากเลยที่เขาจะจัดการมัน แต่เขาก็สังเกตได้ว่าอสูรตนนี้แกร่งกว่าอสูรตนแรกเล็กน้อย ซึ่งก็อาจจะเกี่ยวข้องกับเวลา ยิ่งพวกมันมีเวลามากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งเติบโตแข็งแกร่งได้มากขึ้นเท่านั้น และถ้าในห้าวันนี้พวกมันเติบโตด้วยความเร็วเช่นนี้ไปเรื่อยๆล่ะก็...เชนเองก็คิดภาพไม่ออกว่าพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน"การที่ได้เข้ามาก่อนและได้สู้กับพวกมันตอนที่ยังอ่อนแออยู่แบบนี้ ถือว่าได้เปรียบมาก เพราะถ้าเราคำนวณไม่ผิด..หลังจากหนึ่งวันผ่านไปและคนจากด้านนอกที่เหลือเข้ามา พวกมันอาจแข็งแกร่งกว่าตอนนี้เป็นเท่าตัวเลยก็ได้ แล้วถ้าเกิดผ่านไปห้าวัน..ไม่รู้ว่าพวกมันจะมีฝีมือไปถึงขั้นไหน ยิ่งพวกมันแข็งแกร่งขึ้น การหาจุดอ่อนของมันก็ยิ่งยากขึ้นเป็นเป็นเงาตามตัว..พวกเข้ามาทีหลังคงลำบากกันน่าดู"เชนรู้สึกได้ในทันทีว่า อสูรหินดำพวกนี้เป็นเหมือนของขวัญและโชควาสนาอย่างหนึ่งในRaidแห่งนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน..ยิ่งเวลาล่วงผ่านไปเท่าไหร่ พวกมันก็จะยิ่งเติบโตกลายเป็นอุปสรรคภายในRaidอันน่ากลัวขึ้นไปในเวลาเดียวกัน"ขอแค่อย่างเดียว...อย่าให้พวกมันพัฒนาจนจุดอ่อนในตอนนี้หายไปเป็นพอ"เมื่อเขานึกว่าอสูรพวกนี้ไม่มีจุดอ่อนจากการโจมตีแบบรวมศูนย์แล้ว...เขาก็รู้สึกเย็นวูบ รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามขึ้นมาทันที!และ..ไม่มีใครบอกได้ว่ามัน..จะไม่เกิดขึ้นเชนสะบัดหัวไล่ความคิดทิ้งไป 'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถึงตอนนั้นค่อยหาทางอีกทีละกัน'เชนนั่งลงแล้วหยิบหินแกนสลักธาตุไฟในกองหินดำมาเก็บไว้ เขามองกองหินนี้อยู่สักครู่ ก็ลองเอากลืนสวรรค์ไปแตะถูกหินพวกนั้น เพื่อหวังว่ากลืนสวรรค์อาจจะดูดซับมันแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลืนสวรรค์ไม่ดูดซับมัน ราวกับว่าหินพวกนี้ก็เป็นแค่หินธรรมดาเท่านั้น ไม่ใช่อดีตร่างกายของอสูร แถมเขาเพิ่งจะสังเกตว่าหลังจากอสูรหินดำพวกนี้ตายแล้วนั้น..กลับไม่มีวิญญาณลอยออกมา"ไม่มีวิญญาณลอยออกมา? หรือก็คือ..พวกมันไม่มีวิญญาณ? แถมซากร่างของพวกมันกลืนสวรรค์ก็ดูดซับไม่ได้..อสูรหินดำพวกนี้มันยังไงกันแน่"คิดด้วยความสงสัยอยู่สักพักเชนก็ส่ายหัวยอมแพ้ เขานั้นยังถือว่าอ่อนประสบการณ์และมีข้อมูลในฐานะนักล่าไม่เยอะนัก เลยไม่อาจทำความเข้าใจพวกมันได้แต่เขาไม่รู้หรอกว่า ต่อให้เป็นผู้มากประสบการณ์มาเอง ก็ไม่มีทางเข้าใจได้เช่นกัน คงทำได้เพียงเดาสุ่มและตอบในแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในความคิดของพวกเขาเท่านั้น เพราะกฎเกณฑ์ของโลกแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะสามารถทำความเข้าใจได้...เชนลุกขึ้นยืนแล้วครุ่นคิดว่าเขาจะไปทางไหนต่อ เพราะเขาจำได้แค่ตรงนี้เท่านั้นที่มีหินภูเขาล่วงตกใส่ ขณะนี้เขาจึงไม่รู้จะไปทางไหนดีครุ่นคิดอยู่สักพักเชนก็ตัดสินใจได้ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง"เอาวะ! ไหนๆก็เข้ามาแล้ว ลุยให้สุดกันไปเลย!"กล่าวจบ เขารีบวิ่งเหยาะๆไปยังทิศทางที่เขาตัดสินใจทันที และทิศทางนั้นก็คือ..ภูเขาไฟที่ระเบิดก่อนหน้านี้!เหตุผลที่เขาเลือกมุ่งตรงไปทางนั้น เพราะภูเขาไฟลูกนั้นที่ระเบิดก่อนหน้านี้ถึงกับสามารถให้กำเนิดอสูรหินดำ ที่มีหินแกนสลักธาตุไฟอยู่ภายในได้นับพันตน ถ้างั้นเป็นไปได้ไหมว่า..ภูเขาไฟลูกนั้นอาจมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่?ไม่แน่..อาจเป็นสมบัติแห่งโลกก็เป็นไปได้!แน่นอนว่าที่นั่นย่อมอันตรายอย่างแน่นอน แต่ในโลกแห่งภูเขาไฟนี้..มีตรงไหนไม่อันตรายบ้าง? ขนาดยืนอยู่ดีๆยังมีหินยักษ์ลอยมาเกือบทับเขาตาย เพราะงั้นแทนที่จะรอให้อันตรายมาหา สู้วิ่งเข้าใส่ อาจได้ผลประโยชน์อย่างที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้!...ในเวลาเดียวกันที่เชนมุ่งตรงไปยังภูเขาไฟในสถานที่ที่เต็มไปด้วยซากต้นไม้แห้งเหี่ยวและมีก้อนหินสีดำเล็กใหญ่วางกันเรียงราย เบลดกับอาร์ทยังเป็นเพียงสองชีวิตที่อยู่ในสถานที่อันแห้งแร้งแห่งนี้แต่...ทั้งสองกลับไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ธรรมดาทั่วไปนัก นั่นเพราะขณะนี้มือหนึ่งของเบลดกำลังไพล่หลัง ส่วนอีกมือของมันกำลังบีบคออาร์ทพร้อมกับยกร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยมือเดียว!เมื่อมองไปยังร่างของอาร์ทที่ถูกยกลอยเหนือพื้น ก็จะเห็นว่าทั้งร่างของอาร์ทในตอนนี้ล้วนเปียกชุ่มไปด้วยเลือด! ผมสีทองยาวสลวยของเขาดูยุ่งเหยิง บาดแผลเล็กใหญ่มากมายปรากฏให้เห็นแทบจะทุกจุดของร่างกาย เขาที่ถูกมือข้างเดียวยกลอย กลับไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย พูดอีกอย่างคือ..ไร้ซึ่งแรงขัดขืน'ทำ..ไม..ถึงต่างกัน..ขนาดนี้..'อาร์ทที่ตอนนี้สติแทบจะวูบหายไปได้ทุกเมื่อ คิดขึ้นในสภาพไร้เรี่ยวแรงขัดขืน"หึหึ ฝีมือแกก็พอใช้ได้ ดีกว่าพวกสวะอยู่นิดหน่อย แต่ถ้าคิดจะมาเป็นคู่ต่อสู้ฉัน..แกยังไม่คู่ควร"เบลดช้อนตาขึ้นมองอาร์ทที่ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด มันพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆไม่มีอาการเหนื่อยล้าในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อยอาร์ทเป็นถึงผู้ชนะเลิศการประลองจากผู้คนนับหมื่น ไม่มีใครคิดสงสัยในเรื่องของฝีมือของเขาทั้งสิ้น ขนาดเชนที่ได้เห็นการต่อสู้ของอาร์ทยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมในฝีมือการต่อสู้ของเขา แต่..เมื่ออยู่ต่อหน้าบุตรแห่งฟ้าครวญเบลด ที่มีขั้นและระดับอยู่ในจุดเดียวกัน เขากับพ่ายแพ้..พ่ายแพ้อย่างไร้ทางสู้!"คงสงสัยล่ะสิว่าทั้งที่ฉันกับแกก็อยู่ในขั้นสามัญระดับร้อยเหมือนกัน แต่ทำไมฉันถึงเหนือกว่าแกขนาดนี้?"อาร์ทใช้สายตาที่แทบจะปิดมองไปยังเบลด แม้ไม่ได้ตอบออกไป แต่จากสายตาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ"หึหึ ตอนนี้ฉันกำลังอารมณ์ดี เพราะงั้นฉันจะบอกให้ว่าทำไม"เบลดที่ใช้มือข้างเดียวบีบคออาร์ทอยู่กล่าวด้วยรอยยิ้มสบายอารมณ์"แกคงเคยได้ยินเรื่องการทะลวงเข้าสู่ขั้นพื้นฐานมาบ้างแล้วสินะ การฝึกปราณในขั้นพื้นฐานนั้นไม่เหมือนกับขั้นสามัญ เพราะในขั้นพื้นฐานนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าแท่นพื้นฐานอยู่!"เบลดยกยิ้มมุมปากเมื่อพูดถึงแท่นพื้นฐาน"ในตอนที่ทะลวงจากขั้นสามัญสู่ขั้นพื้นฐาน..ตอนนั้นแหละจะเป็นตัวกำหนดว่าคนคนนั้นในขั้นพื้นฐานจะมีแท่นพื้นฐานกี่แท่น! ยิ่งมีจำนวนแท่นพื้นฐานมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงความแข็งแกร่งทรงพลังที่ทบทวีจากผู้อื่น!""แล้วอะไรคือตัวกำหนดแท่นพื้นฐานว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน? มันมีหลายปัจจัยที่ถูกพูดถึงกัน เช่นพรสวรรค์ สายเลือด โชควาสนา ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เตรียมและหามาไม่ได้ แต่มีสิ่งหนึ่ง..ที่เราสามารถเตรียมตัวเพื่อให้ตอนทะลวงสู่ขั้นพื้นฐาน แท่นพื้นฐานของเราจะมีโอกาสจำนวนมากขึ้นได้ และนั่นก็คือความหนาแน่นและความบริสุทธิ์ของปราณ!"ยิ่งพูด ดวงตาของเบลดยิ่งเปล่งแสงแห่งความปรารถนาแรงกล้า ตอนนี้ไม่เหมือนเขากำลังพูดกับอาร์ท แต่เหมือนเขากำลังรำพันกับตัวเองเสียมากกว่า"ยิ่งหนาแน่นและบริสุทธิ์ ตอนทะลวงเข้าสู่ขั้นพื้นฐาน ปราณก็ยิ่งควบแน่นสร้างเป็นแท่นพื้นฐานได้มากขึ้นเท่านั้น! หนึ่งแท่นสามัญ สองแท่นยอดฝีมือ สามแท่นอัจฉริยะ! สี่แท่นบุตรแห่งฟ้า! ห้าแท่นฟ้าสะเทือน!!"เบลดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยิ่งมายิ่งดัง แรงปรารถนาและความหลงใหลแผ่กระจายเข้มข้นออกมาจนผู้คนสามารถสัมผัสได้!"แต่ก็แน่นอนว่า ต่อให้มีปราณหนาแน่นและบริสุทธิ์เพียงใด แต่ถ้าพรสวรรค์ สายเลือดและโชควาสนาต่ำตม ก็สามารถมีแท่นพื้นฐานได้แค่หนึ่งแท่นเพียงเท่านั้น และเหตุผลที่ฉันกับแกต่างกันมันอยู่ตรงนี้ ฉันน่ะ..ถ้าต้องการ สามารถทะลวงเข้าขั้นพื้นฐานได้ทุกเมื่อ! และถ้าฉันทะลวงตอนนี้..อย่างน้อยฉันก็จะอยู่ในขั้นพื้นฐานสามแท่น! ส่วนแกและพวกสวะทั่วๆไปน่ะถ้าโชคดีก็คงมีแท่นพื้นฐานสักสองแท่นล่ะมั้ง คราวนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมแกกับฉันถึงต่างกัน? ฮ่าๆๆ!"อาร์ทดวงตาถึงกับสั่นสะท้าน ในฐานะของผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ขั้นพื้นฐาน แน่นอนว่าเขาก็รู้ข้อมูลเรื่องนี้ และตัวเขาก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตอนทะลวงสู่ขั้นพื้นฐาน เขาจะสามารถสร้างแท่นพื้นฐานสองแท่นขึ้นมาได้ แต่เขานั้นไม่เคยคาดหวังที่จะฝันถึงพื้นฐานสามแท่นเลยแม้แต่น้อย เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาแบบเขาจะใฝ่ฝันและคว้าถึงได้...แต่เบื้องหน้าของเขาขณะนี้..กลับมีคนบอกว่าสามารถทะลวงสู่ขั้นพื้นฐานได้ทุกเมื่อ! แถมเมื่อทะลวงยังมีแท่นพื้นฐานอย่างน้อยสามแท่น!เขาเข้าใจแล้ว..ว่าทำไมฝีมือของเขากับเบลดถึงต่างกันขนาดนี้..สัตว์ประหลาด...ในทันใดนั้น ไม่ไกลจากจุดที่เบลดอยู่นัก ก็มีเสียงการเคลื่อนไหวของคนหมู่มากเดินมาถึง เมื่อพวกเขาเดินพ้นซากต้นไม้มาจึงได้เห็นว่านั่นคือชายหญิงหกคน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มของสังกัดฟ้าครวญ!พวกเขามาถึงกันแล้ว"คุณชาย"ชายหนุ่มนามว่าโฟลที่เดินนำกลุ่มคนทั้งเก้ามา พุ่งตรงเข้ามาหาเบลดทันทีเมื่อเห็นสถานการณ์"มาช้ากันซะจริง ทำเอาฉันต้องหาเรื่องฆ่าเวลาตั้งนาน"เบลดกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ ทั้งที่มือก็ยังบีบคอยกตัวอาร์ทไม่ปล่อย"ขอโทษด้วยครับคุณชาย พวกเรารีบรวมตัวกันแล้ว แต่ก็มีบางคนที่ถูกส่งไปไกลเช่นกัน และยังมีสามคนที่ถูกส่งไปไกลมาก อาจจะใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะมาสมทบครับ"โฟลกล่าวจบก็เหลือบตามองดูอาร์ทที่บาดแผลและเลือดเต็มร่างกาย"นี่มันอาร์ท ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งการประลองเมื่อวานนี่ครับ?"โฟลเมื่อเห็นหน้าอาร์ทก็จำได้ทันที แต่เขากลับไม่รู้สึกตกใจหรือแปลกใจเลยสักนิด ที่อันดับหนึ่งการประลองตกอยู่ในสภาพนี้ เขารู้จักเบลดดี และรู้ว่าเบลดนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนเบลดไม่กล่าวตอบแต่เลือกปล่อยมือที่บีบคออาร์ทออกจนเขาร่วงลงมากองกับพื้น เมื่อหลุดพ้นจากมือของเบลดออกมาได้ อาร์ทก็รีบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างกระหาย เสียงสำลักและสูดอากาศดังไปทั่วบริเวณ'ฟ้า..ครวญ!'อาร์ทที่กำลังก้มหน้า ช้อนตามองไปยังคนเจ็ดคนรอบตัวดวงตาแดงก่ำ แต่เขารู้ดีว่าตนเองในตอนนี้นั้นทำอะไรไม่ได้ ต่อให้เขาอยู่ในสภาพเต็มร้อย ก็ไร้ซึ่งหนทางต่อกรอย่างสิ้นเชิง เพราะนี่คือฟ้าครวญ..หนึ่งในสี่สังกัดผู้ยิ่งใหญ่!"โฟล เอาแหวนมิติมันมาซิ"เบลดกล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่ง โฟลเองก็ไม่ถามไม่อิดออด เมื่อได้รับคำสั่งก็เดินไปยังเบื้องหน้าของอาร์ท พร้อมกับก้มลงไปบีบแขนขวาของอาร์ทอย่างแรงจนเกิดเสียงกระดูกแตกมาให้ได้ยิน!กร๊อบ!"อ้าก!"อาร์ทถึงกับร้องลั่น ในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ เขาไม่มีทางขัดขืนได้แน่นอน เขาทำได้เพียงร้องเจ็บปวดอย่างไร้ทางสู้โฟลใช้อีกมือจับที่แหวนมิติที่อาร์ทสวมไว้ที่นิ้วชี้แล้วกระชากดึงออกมาอย่างแรง!"นี่ครับคุณชาย"โฟลยื่นส่งแหวนให้เบลดโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้นเบลดรับแหวนมิติมาแล้วค้นภายในอยู่สักครู่ แล้วก็ยิ้มมุมปากออกมา"มีของดีอยู่เหมือนกันนี่ ยาเม็ดสู่พื้นฐาน..ถึงฉันจะมีแล้ว แต่ก็ขอละกัน"ในมือของเบลดขณะนี้ มีโอสถเม็ดหนึ่งที่กำลังแผ่กลิ่นอายสมุนไพรและโอสถเข้มข้นวางอยู่ นี่คือเม็ดยาสู่พื้นฐาน ของรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการประลอง!อาร์ทมองเบลดด้วยดวงตาแดงก่ำ ความโกรธและความอัปยศ ล้วนอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด"มีของอีกนิดหน่อย ใครอยากได้อะไรก็เอาไป"เบลดกล่าวพร้อมโยนแหวนมิติไปให้โฟล โฟลเองเมื่อรับมาก็โยนต่อไปให้หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อให้เอาของด้านในไปแบ่งกัน"แล้วเราจะเอายังไงกับมันดีครับ ให้ผมจัดการเลยไหม"โฟลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ความหมายกลับเย็นเยียบอย่างที่สุดอาร์ททำได้เพียงก้มหน้าลงพื้นอย่างรู้สึกสิ้นหวัง"ไม่ต้อง..ปล่อยไป"ราวกับเสียงสวรรค์ เมื่อเสียงของเบลดดังขึ้น ทำให้อาร์ทที่กำลังสิ้นหวังถึงกับชะงักงัน เขาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อพร้อมรีบเงยหน้าขึ้น ด้วยความหวังที่ถูกสร้างขึ้นว่าจะรอดไปจากที่นี่แต่.."ล้อเล่นน่ะ"เมื่ออาร์ทเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเบลดที่กำลังยิ้มแสยะ พร้อมกับขาขวาที่กำลังหวดมายังเขาจนดังสะท้าน!ตูม!!!ขาขวาของเบลดปะทะเข้ากับอกของอาร์ทที่ไร้ทางสู้อย่างจัง! เสียงตูมดังสะท้านไปทั่วบริเวณ พร้อมกับที่มีเสียงคล้ายบางอย่างแตกร้าวดังขึ้นชวนขนลุก!ร่างของอาร์ทราวกับไร้น้ำหนัก พุ่งไปชนซากต้นไม้ที่อยู่ไกลไปนับยี่สิบเมตรดังสะเทือนด้วยความเร็วอันน่าตื่นตะลึง!อาร์ทล้มคว่ำลงกับพื้นแน่นิ่ง ไม่รู้ยังมีชีวิตอยู่ไม่ แต่ในขณะนี้ถ้าดูให้ดี แขนขาของเขาในท่านอน..ดูผิดรูปไปอย่างเห็นได้ชัด.."เห็นหน้ามันตอนเงยขึ้นมาไหม? ฉันล่ะชอบนัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังแบบนั้น เพราะตอนลงมือทุบทำลายความหวังที่ได้รับ นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่คนคนหนึ่งจะรู้สึกเจ็บปวดที่สุด หึหึ"เบลดหัวเราะเสียงเย็น ทั้งที่ได้เห็นการลงมืออันเหี้ยมโหดของเบลด ชายหญิงทั้งหกคนโดยรอบกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิด ราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ได้พบเห็นทั่วไป"ยังขาดอีกสามคนสินะ""ใช่ครับคุณชาย"โฟลกล่าวตอบรับ ตอนนี้นักล่ารุ่นเยาว์สังกัดฟ้าครวญทั้งสิบ มีเจ็ดคนยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ขาดไปเพียงสามคนเท่านั้น"งั้นก็อย่าเสียเวลารอเปล่าๆเลย เราเดินทางไปพลางๆก็แล้วกัน เดี๋ยวพวกนั้นก็คงตามมากันเอง"เบลดกล่าวพร้อมเอาของบางอย่างขึ้นมา ของชิ้นนี้เป็นกระจกสีดำสนิทแผ่นหนึ่ง ขนาดไม่ได้ใหญ่นักประมาณฝ่ามือของเบลด ในแผ่นกระจกนั้น ขณะนี้มีจุดสีแดงสิบจุดกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ของชิ้นนี้เหมือนกับเป็น..อุปกรณ์บอกตำแหน่งเบลดมองไปยังจุดสีแดงจุดหนึ่งที่เหมือนจะอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล มันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเดินนำคนทั้งกลุ่มไปยังทิศทางนั้น"ไปทำภารกิจให้จบๆเถอะ..ไปส่งพวกหมื่นทิวาลงนรกให้หมด!"