มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 51 คลื่นพลังงานสีแดงปริศนา

    ตอนที่ 51 คลื่นพลังงานสีแดงปริศนา

     

    หลังจากนั้นไม่นานการต่อสู้ฝึกซ้อมระหว่างกล้วยกับไอ้แดงก็เริ่มขึ้นซึ่งในรอบนี้ไอ้แดงได้เริ่มโจมตีก่อนเหมือนกันกับไอ้บุญเลย แต่มันไม่ได้พลาดท่าเหมือนกันไอ้บุญในครั้งแรกที่โจมตีทว่าแค่ผ่านไปไม่นานไอแดงก็เริ่มเสียเปรียบให้กับกล้วยเพราะกลัวสามารถพลิกแพลงการออกหมัดและทุกส่วนของร่างกายได้เป็นอย่างดีจนทำให้ไอ้แดงจับทางการโจมตีไม่ออกและในที่สุด........

     

    [วิชามวยสี่บัญญัติกระบวนท่าที่สี่ เข่าพิชิตชัย]

     

    ปั๊ก!! โอ้ยยยยยยยย!!

     

    ในที่สุดไอ้แดงก็พลาดท่าให้กับกล้วยเพราะไอ้แดงคิดจะก้มตัวหลบหมัดตรงของกล้วย แต่หารู้ไม่ว่าหมัดตรงนั้นเป็นหมัดหลอกซึ่งการโจมตีที่แท้จริงก็คือท่าเข่าพิชิตชัยที่เป็นกระบวนท่าจบการต่อสู้ของวิชามวยสี่บัญญัติและเมื่อไอ้แดงโดนท่านี้เข้าไป สภาพของมันก็ไม่ต่างไปจากไอ้บุญเลยสักนิดมันนอนล้มลงไปที่พื้นก่อนที่จะดิ้นไปมาพร้อมกับเอามือกุมจมูกของมันเอาไว้......

     

    อ้า! จมูกข้า! จมูกข้าแตกแล้ว!!!

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!

     

    การกระทำของไอ้แดงทำให้ผู้คนที่ยืนดูอยู่ถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเพราะท่าทางของมันนั้นดูตลกอย่างมากมันไม่ต่างไปจากหมูที่กำลังโดนน้ำร้องเลย......

     

    “พวกเอ็งจะหัวเราะข้าทำห่าอันใดวะ?! โอ้ย!!!”

     

    ไอ้แดงทั้งรู้สึกอายและรู้สึกเจ็บไปพร้อมๆ กันมันไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวมัน ถ้าลำพังมันแพ้แล้วที่นี่มีแค่ไอ้บุญละก็มันจะไม่คิดมากเลยแต่ในตอนนี้คนหนุ่มสาวทั้งหมดในหมู่บ้านและพวกที่มาใหม่ต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ทั้งหมดเลยแล้วมีใครบ้างจะไม่รู้สึกอับอาย.......

     

    “มาไอ้เกลอ! ข้าจะช่วยพยุงเอ็งขึ้นมาเองไม่ต้องห่วง......อุ๊บ!!” ไอ้บุญพยายามที่จะแสดงความมีน้ำใจในแบบของเพื่อนแต่หารู้ไม่ว่าไอ้บุญนั่นแหละเป็นคนแรกที่ส่งเสียงหัวเราะออกมา ก่อนที่คนอื่นๆจะหัวเราะตามมัน......

     

    ไม่ต้องโว้ย กูลุกขึ้นเองได้!

     

    เอาละ!

     

    “พวกเอ็งเงียบได้แล้วส่งเสียงหัวเราะกันเสียดังขนาดนี้มันรบกวนผู้อื่นรู้ไหม!ว่าแต่พ่อเดชมิพาคนอื่นไปซ้อมรึ.......เหตุใดถึงได้มาที่นี่?” พระฤๅษีคงอดที่จะปวดหัวกับไอ้สองคนนี้ไม่ได้เพราะทั้งคู่มักจะทะเลาะและมีปากมีเสียงกันตลอด ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนดังนั้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องเขาจึงหันไปถามพ่อเดชที่พาทุกคนมาที่นี่แทนที่จะไปฝึกซ้อม......

     

    “กระผมกะจะมาถามท่านอาจารย์ว่าจะดีหรือไม่ถ้ากระผมจะพาพวกเขาออกไปฝึกนอกหมู่บ้านใกล้ๆนี้ขอรับ เพราะข้าได้ยินจากพวกชาวบ้านว่ารอบๆ นี้มีสัตว์ป่าอยู่ไม่น้อยและเสบียงของเราอย่างพวกเนื้อก็มีมิมากด้วยดังนั้นแล้วข้าจึงคิดที่จะพาพวกเขาออกไปล่าสัตว์กันหน่อย”

     

    ที่พ่อเดชมาที่นี่เพราะเขาอยากจะพาหนุ่มสาวเหล่านี้ออกไปล่าสัตว์ข้างนอกหมู่บ้านแต่เขาจำเป็นที่จะต้องมาขออนุญาตจากพระฤๅษีคงก่อนเพราะคนที่มีอำนาจมากที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้านอย่างผู้ใหญ่สุขหรือหมื่นเรืองแต่เป็นพระฤๅษีคง.......

     

    อื้ม.......

     

    “เป็นความคิดที่ดีเพราะอย่างไรกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องอยู่แล้วถึงที่บ้านท่าเสด็จจะมีนาขาวและบ่อปลาอยู่มาก แต่ก็มิได้มีเนื้อสัตว์เพียงพอดังนั้นข้าอนุญาตให้เอ็งพาพวกคนหนุ่มสาวออกไปล่าสัตว์ได้ แต่จงระวังตัวเอาไว้ให้ดีและนำเอาสิ่งนี้ติดตัวไปด้วย หากว่ามีภัยที่เอ็งไม่สามารถจัดการได้เอ็งจงบีบสิ่งนี้ให้แตกซะ แล้วข้าจักรีบไปหาเอ็งทันที!”

     

    พระฤๅษีคงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะอนุญาตตามคำขอของพ่อเดชเพราะไม่เพียงนี้จะเป็นการฝึกเอาตัวรอดที่ดีแล้ว หมู่บ้านยังมีเสบียงเพิ่มขึ้นด้วยแต่ก่อนที่พ่อเดชจะนำผู้คนออกไป พระฤๅษีคงได้มอบเศษกิ่งไม้เก่าที่ผูกด้วยเชือกฝ้ายสีขาวและมีอักขระยันต์สลักไว้ให้กับพ่อเดชด้วย.......

     

    ซึ่งเจ้ากิ่งไม้เก่าอันนี้แท้จริงแล้วเป็นของวิเศษชิ้นนี้ที่ใช้บอกแจ้งเตือนเหตุและบอกตำแหน่งให้กับคนที่ลงคาถาอาคมเอาไว้ว่าอยู่ตรงไหนซึ่งพระฤๅษีคงอยากให้พ่อเดชใช้ในตอนที่คับขันเท่านั้น.......

     

    “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ข้าจักระวังตัวเองและดูแลทุกคนได้ดีขอรับ!”พ่อเดชรับเอากิ่งไม้เก่าอันนั้นมาถือไว้ก่อนที่จะกราบลาพระฤๅษีคงและเดินทางออกไปพร้อมกับคนอื่นๆ ......

     

    “แล้วพวกเอ็งทั้งสองคนไม่ตามไปด้วยอย่างนั้นรึ?”พระฤๅษีคงเห็นว่าไอ้แดงและไอ้บุญไม่ได้ตามไปกับทุกคนด้วยเขาจึงหันไปถามด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วทั้งสองคนไม่น่าจะพลาด......

     

    “พวกเราได้รับบาดเจ็บอยู่คงออกไปล่าสัตว์มิได้ดอกขอรับท่านอาจารย์ กระผมคิดว่าจะกลับไปนอนพักเอาแรงเสียก่อนไว้วันรุ่งพรุ่งนี้ค่อยไป ถ้าเกิดว่าพวกนั้นยังต้องไปล่าอีกครั้ง!”ไอ้แดงเป็นคนแรกที่ตอบคำถามของพระฤๅษีคง ถึงแม้ว่าบาดแผลที่จมูกจะไม่ได้ร้ายแรงแต่บาดแผลที่จิตใจของมันมีมากเกินไปที่จะต้องไปพบปะผู้คนมันจึงเลือกที่จะไปตามคนอื่นๆ ไป.......

     

    “กระผมเองก็เช่นกันขอรับท่านอาจารย์กระผมรู้สึกเวียนหัวคลายจะเป็นลมอย่างบอกไม่ถูกงั้นกระผมของตัวกลับเรือนก่อนนะขอรับ!” ไอ้บุญเองก็เช่นกันมันเลือกที่จะกลับบ้านดีกว่าไปกับคนอื่นๆ แล้วถูกล้อเป็นขี้ปากให้อับอาย.......

     

    “อย่างนั้นรึ? งั้นก็เอาตามที่พวกเอ็งทั้งสองสบายใจเถิด!”พระฤๅษีคงรู้ว่าทั้งสองคนไม่ได้เจ็บหนักจนออกไปล่าไม่ได้แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะถามหรือบังคับอะไรทั้งคู่ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้ทั้งสองคนกลับบ้านตามที่ต้องการ......

     

    “ถ้างั้นพวกเราขอกราบลาขอรับท่านอาจารย์!”

     

    อื้ม!!

     

    “แล้วเอ็งละกล้วย! หลานจะทำอะไรต่อจะอยู่ฝึกต่อหรือว่าจะออกไปล่าสัตว์กับพวกพ่อเดช?”

     

    “หลานจะออกไปล่าสัตว์กับพี่เดชและพวกพี่ๆ ขอรับ!”

     

    อันที่จริงแล้วพระฤๅษีคงไม่ต้องถามก็รู้ว่ากล้วยจะต้องพูดขออนุญาตออกไปล่าสัตว์แน่แต่ที่พระฤๅษีคงเลือกถามเพราะเขาไม่อยากให้กล้วยเป็นกังวลและคิดมาก.......

     

    “งั้นก็ตามไปเถิด!” พระฤๅษีคงพยักหน้าและอนุญาตกล้วยก่อนที่จะหันไปหาขมิ้นที่นั่งอยู่ข้างๆ กล้วยแล้วพูดขึ้นมาว่า “ขมิ้นเอ้ย!ดูแลไอ้กล้วยมันด้วยนะ” เพราะขมิ้นเป็นถึงนักรบระดับพันขั้นต้นแล้วแถมเธอยังเก่งด้านธนูมนต์ด้วยดังนั้นความสามารถของเธอจึงสูงมากและสามารถปกป้องกล้วยได้เมื่อพบกันอันตรายพระฤๅษีคงจึงขอให้ขมิ้นทำหน้าที่นี้.......

     

    “เจ้าค่ะท่านพระฤๅษีคง!”

     

    สามชั่วโมงผ่านไป.......

     

    ณ ป่าข้างๆ หมู่บ้าน.......

     

    การล่าสัตว์ในครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดีทีมล่าของพ่อเดชนั้นทำผลงานกันได้ดีมาก พวกเขาได้ทั้งหมูป่า นกกวางหรือแม้แต่สมุนไพรวิเศษอย่างต้นหอมขจีอายุสิบปีผักใบเลื่อยวิญญาณและรากผักชีใยไหมสีฟ้าซึ่งสมุนไพรวิเศษเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มพลังให้กับนักรบได้ถึงจะไม่มากนักแต่ก็ทำให้ลดเวลาในการฝึกฝนหลายวันหรืออาจจะหลายเดือนเลย......

     

    และหากคนทั่วๆไปที่ไม่ใช้นักรบทานแล้วละก็......ร่างกายของพวกเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นและมีโอกาสที่จะเป็นนักรบได้มากขึ้นถึงจะอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนดไปแล้วแต่ก็ยังสามารถเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นไปจนถึงระดับพันขั้นต้นได้เลยถ้าหากได้ทานสมุนไพรวิเศษบ่อยๆ........

     

    ส่วนกล้วยนั้น เขาไม่ได้เข้าไปร่วมการล่าสัตว์กับคนอื่นๆเขาเลือกที่จะไปตามเส้นทางของตัวเองตามที่เขาต้องการซึ่งในช่วงสามชั่วโมงที่ผ่านมานี้ เขาได้พบกับสัตว์ป่ามากมายแต่เพราะเขามากับขมิ้นแค่สองคน เขาจึงไม่ได้ล่าพวกมันเพราะไม่มีใครช่วยขนดังนั้นแล้วกล้วยจึงมุ่งเน้นไปที่การหาสมุนไพรวิเศษแทนเพราะสมุนไพรวิเศษนั้นใช้พื้นที่เก็บน้อย มีแค่ตะกร้าอันเดียวก็ได้แล้ว......

     

    “พี่ขมิ้นเจออะไรอีกบ้างหรือไม่จ๊ะ?!”

     

    “ไม่เลยเจ้าค่ะนายท่านพื้นที่ตรงนี้ดูเหมือนจะไม่มีสมุนไพรวิเศษเลย ซึ่งมันน่าแปลกมากปกติแล้วมันจะต้องมีร่องรอยอะไรบ้าง แต่พื้นที่ตรงนี้กลับไม่มีอะไรเลยทั้งๆที่เต็มไปด้วยต้นไม้และต้นหญ้าจำนวนมากแบบนี้อย่างไรนายท่านก็ควรระวังตัวเอาไว้นะเจ้าค่ะ!”

     

    ขมิ้นเป็นชาวหุบเขา เธอและคนในหมู่บ้านของเธอเชี่ยวชาญการล่าสัตว์และออกหาสมุนไพรอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรธรรมดาหรือสมุนไพรวิเศษดังนั้นเธอจึงไม่เคยพลาดถ้ามีสมุนไพรซ่อนตัวอยู่แถวๆ นี้แต่ว่าพื้นที่ที่พวกเธออยู่ในตอนนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดมากๆ ......

     

    “งั้นข้าจักลองใช้การมองคลื่นพลังดูก็แล้วกันบางทีพวกเราอาจจะพบอะไรบ้าง!” ไม่ใช่แค่ขมิ้นที่คิดแบบนั้นกล้วยเองก็รู้สึกว่านี่มันแปลกเช่นกันดังนั้นเขาจึงลองใช้การมองด้วยคลื่นพลังโดยส่งพลังไปที่ดวงตาของเขาแทน........

     

    พึ่บ!!!

     

    อ๊ะ!

     

    ซึ่งในวินาทีที่กล้วยใช้พลังไปที่ดวงตาของเขาเพื่อมองหาสมุนไพรวิเศษนั้นภาพแรกที่เขาเห็นก็คือเส้นสายของพลังวิญญาณและพลังชาญจำนวนมากที่กระจายตัวออกไปตามทิศทางต่างๆซึ่งไม่รู้เลยว่ามันกระจายไปทางไหนบ้างแต่จุดศูนย์รวมตรงกลางของมันนั้นอยู่ใต้ก้อนหินก้อนหนึ่ง.......

     

    “มีอะไรหรือเจ้าค่ะนายท่าน?” ขมิ้นเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของกล้วยเธอก็รีบถามอย่างเป็นกังวลและตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้ในทันที......

     

    “มิมีอันใดหรอกจ้ะพี่ขมิ้น!ข้าก็แค่เห็นบางอย่างที่ดูแปลกๆ อยู่ใต้ก้อนหินก้อนนั้นก็เท่านั้นจ๊ะ”

     

    กล้วยรีบอธิบายสาเหตุที่เขาทำหน้าตกใจให้ขมิ้นได้ฟังในทันทีว่าเป็นเพราะอะไรก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังก้อนหินที่ว่า.......

     

    “หินก้อนนั้นหรือเจ้าค่ะ?” ขมิ้นมองไปยังก้อนหินก้อนที่กล้วยบอกก่อนที่จะเดินเข้าไปแล้วใช้มีดสั้นในมือของเธองั้นหินก้อนนั้นขึ้นมา......

     

    พึ่บ!!!!

     

    บู้มมมมมมมมมม!!

     

    ทันทีที่ก้อนหินถูกงัดออก คลื่นพลังงานสีแดงจำนวนมากก็ถูกปล่อยออกมาก่อนที่มันจะพยายามล้อมตัวของขมิ้นเอาไว้ราวกับว่ามันมีชีวิต.......

     

    อ้าย!!

     

    พี่สาวขมิ้น!!

     

    ก่อนที่คลื่นพลังงานสีแดงนี้จะเข้าปกคลุมไปทั้งตัวของขมิ้นและเริ่มที่จะทำร้ายเธอซึ่งแม้ขมิ้นที่เป็นนักรบระดับพันขั้นต้นก็ยังไม่อาจที่จะดิ้นหรือขัดขืนให้หลุดได้ซึ่งนั่นทำให้กล้วยตกใจและร้อนใจเป็นอย่างมากเขาไม่รู้ว่าต้องจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไรแต่เพื่อที่จะช่วยขมิ้นจากคลื่นพลังสีแดงนี้กล้วยจึงตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปหาขมิ้นและพยายามดึงเธอออกมาจากคลื่นพลังสีแดง........

     

    คืนพี่สาวขมิ้นของข้ามานะ!!!

     

    ย๊ากกกกกกกกกก!!

     

    ปัง! ปัง!

     

    เมื่อมือของกล้วยปะทะกับคลื่นพลังสีแดงที่ล้อมรอบตัวของขมิ้นไว้แรงต้านที่รุนแรงก็พลันผลักกล้วยให้ถอยหลังกลับมาแต่ก็กล้วยก็ไม่ยอมแพ้และยังดื้อด้านที่จะดึงตัวของขมิ้นออกมาจากคลื่นพลังสีแดงให้ได้จนในที่สุดร่างของขมิ้นก็หลุดออกมา ทว่า........

     

    วืดดดดดดดดด!!

     

    อ๊าก!!!

     

    คลื่นพลังสีแดงนั้นกลับพุ่งเข้าใส่กล้วยและโอบล้อมตัวของเขาเอาไว้แทน ก่อนที่มันจะทำการบีบลัดร่างของกล้วยเหมือนกับงูที่กำลังบีบรัดเหยื่อของมันไว้และรอให้เหยื่อหมดแรงเพื่อจะได้กินเหยื่อได้อย่างง่ายดายนั่นเอง.......

     

    วืด! วืด! วืด!

     

    ทว่าคลื่นพลังสีแดงนี้กลับไม่เพียงแค่บีบรัดร่างของกล้วยมันยังพยายามดูดพลังชาญภายในร่างกายของกล้วยออกมาด้วย และหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่นานพลังชาญของกล้วยจะต้องหมดลงแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นกล้วยอาจจะถูกคลื่นพลังนี้กลืนกิน........

     

    ขะ.......ขะ......ข้าไม่ยอมแพ้หรอก!!!

     

    ย๊าก!!!!!

     

    บู้มมมมมมมมมมมมม!!!!

     

    ซ่า! ซ่า! ซ่า!!

     

    แต่ด้วยกล้วยมีจิตใจที่เข้มแข็งและอดทนอดกลั้นสูงเขาจึงพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะประคองสติของตัวเองและใช้พลังชาญในร่างกายของเขาต่อต้านคลื่นพลังนี้เขาท่องมนต์คาถาทั้งหมดที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยเหลือให้ตัวเขาสามารถรอดพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้และในเวลานั้นเอง ระดับพลังของเขาก็ทะลวงจากนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นเป็นขั้นกลางอย่างน่าเหลือเชื่อ......

     

    แต่การเพิ่มระดับพลังของเขามันไม่ได้หยุดลงเพียงแค่นั้น เพราะจู่ๆก็มีพลังงานลึกลับจากภายในร่างกายของกล้วยปรากฏตัวออกมาแล้วดูดเอาคลื่นพลังงานสีแดงนี้เข้าไปไว้ภายในที่กักเก็บพลังของกล้วยทำให้พื้นที่กักเก็บพลังที่ว่างเปล่าจากการที่กล้วยพึ่งเลื่อนระดับพลังเริ่มที่จะถูกเติมเต็มอย่างช้าๆด้วยพลังงานจากคลื่นพลังสีแดงนี้..........