เสียงลมหวีดหวิวดังลอดเข้ามาจากโพรงด้านหลังอาคิระ ขณะที่เขาเดินไปตามเส้นทางลับที่วัลคีรีย์บอกไว้ รอยเท้าของเขาทิ้งไว้บนพื้นน้ำแข็งบาง ๆ ที่แตกเป็เสี่ยงเล็ก ๆ ทุกครั้งที่ก้าว ความหนาวเย็นแผ่ซ่านจนเขารู้สึกถึงความชืดของอากาศ แม้จะมีชุดปรับอุณหภูมิช่วยปกป้อง แต่มันก็ไม่อาจปัดเป่าความเย็นที่แทรกซึมถึงกระดูก
“ที่นี่มัน… โลกแบบไหนกันแน่?” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางจับดาบคู่ที่สะพายไว้บนหลัง
ดาบที่เคยเป็เพียงจินตนาการในวัยเด็ก ตอนนี้กลับรู้สึกหนักอึ้ง ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของมัน แต่เป็เพราะความจริงที่ว่ามันคืออาวุธที่เขาต้องใช้เพื่อเอาชีวิตรอด
ทางเดินเริ่มแคบลง และแสงจากคริสตัลที่ฝังอยู่ในผนังหินก็จางลงเรื่อย ๆ จนความมืดเริ่มปกคลุม อาคิระหยุดเดินและหยิบโคมไฟพกพาออกมาจากกล่องอุปกรณ์ แสงจากโคมไฟสาดส่องเผยให้เห็นผนังหินที่เต็มไปด้วยรอยข่วนลึก
“เหมือนมีบางอย่างเคยผ่านมาที่นี่…” เขากล่าวเบา ๆ
ทันใดนั้น เสียงแปลกประหลาดก็ดังก้องในอากาศ มันเป็เสียงคำรามต่ำ ๆ ผสมกับเสียงข่วนพื้นน้ำแข็งที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
อาคิระหยุดเดิน ใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาย่อตัวลง มือคว้าดาบคู่ที่สะพายไว้ทันที สายตาจับจ้องไปยังทางเดินข้างหน้า เงาร่างบางอย่างเริ่มปรากฏในแสงสลัว
“อะไรกันน่ะ…” เขากล่าวเบา ๆ ร่างนั้นเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ และในที่สุดก็เผยให้เห็นรูปร่าง—หมาป่าขนสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานราวกับมีเปลวไฟสุมอยู่ในนั้น
เสียงคำรามของมันกึกก้อง ทำให้อาคิระขยับเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้ากับมัน
หมาป่าพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว อาคิระกัดฟันแน่นก่อนยกดาบดำในมือซ้ายขึ้นตั้งรับ เสียงโลหะกระทบกับกรงเล็บดังสนั่นจนมือเขาชา เขาพยายามตั้งตัวและใช้ดาบขาวในมือขวาฟันสวนกลับ
หมาป่าะโหลบได้อย่างรวดเร็ว มันหมุนตัวกลับมาและพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง กรงเล็บของมันเฉียดผ่านใบหน้าอาคิระไปเพียงเล็กน้อย
“นี่มันไม่ใช่เกมแล้วนะ…” เขาพึมพำ มือที่ถือดาบเริ่มสั่น แต่เขายังคงยืนมั่น
เสียงคำรามของหมาป่าทำให้สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขาถูกปลุกขึ้น อาคิระพยายามใช้การฝึกที่แม่เคยสอนให้เป็เครื่องมือในการต่อสู้ เขาหลบการโจมตีของหมาป่าพร้อมกับหมุนตัวกลับมาใช้ดาบดำปัดกรงเล็บ
“เพลงดาบดาว…” เขาเอ่ยเบา ๆ ราวกับปลุกความทรงจำในวัยเด็ก
เขาเริ่มใช้เทคนิคที่เคยคิดค้นร่วมกับครูฟันดาบ ดาบทั้งสองในมือฟันตัดเป็รูปดาวห้าแฉก เส้นคมที่ไขว้กันสร้างเป็รูปทรงที่เหมือนจะล้อมหมาป่าไว้
หมาป่ากระโจนเข้าใส่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่สามารถหลบพ้น เสียงดาบฟันกระทบร่างของมันดังสนั่น แสงสีขาวเจิดจ้าพลันแผ่ซ่านออกมาจากดาบขาว
หมาป่าล้มลงกับพื้น ส่งเสียงคำรามครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็เถ้าถ่านสีดำ
อาคิระยืนหอบหายใจ ดาบในมือทั้งสองยังคงเปล่งแสงริบหรี่ ความรู้สึกหลากหลายวิ่งวนอยู่ในใจ ทั้งความกลัว ความสับสน และความรู้สึกผิดที่ต้องฆ่าสิ่งมีชีวิตครั้งแรก แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ยากจะอธิบาย
“นี่คือ…การต่อสู้จริง…” เขากล่าวเบา ๆ ขณะจ้องมองไปที่เถ้าถ่านที่เหลืออยู่
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้า และพบว่ามีหมาป่าอีกสองตัวยืนอยู่ในระยะไกล ดวงตาสีแดงของมันจ้องตรงมาที่เขา
“ไม่สิ้นสุดง่าย ๆ สินะ…” เขาพูดพร้อมกับตั้งท่าพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหม่
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วทางเดิน หมาป่าทั้งสองเริ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ ร่างกายของอาคิระตึงเครียด เขากระชับดาบในมือแน่น
“ฉันต้องรอด… และฉันต้องช่วยโลกนี้ให้ได้”
เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า แม้ว่าใจเขาจะยังสั่นไหว แต่ความมุ่งมั่นในสายตากลับชัดเจน
นี่ไม่ใช่การผจญภัยในเกมที่เขาเคยเล่น นี่คือชีวิตจริง—และเขาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด