ตอนที่ 58 วิชาปราณพยัคฆ์สายฟ้า
เหว่ยหลิงยืนอยู่หน้าทางเข้าถ้ำ ขณะที่เฟิงเจี้ยนเดินเข้ามาใกล้
“พร้อมหรือยังสำหรับการเริ่มต้นใหม่?” เฟิงเจี้ยนถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เหว่ยหลิงพยักหน้า “ข้าพร้อมแล้วท่านเจ้านิกาย ข้ารู้ว่าการเดินทางนี้จะยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้”
เฟิงเจี้ยนยิ้มและวางมือบนไหล่ของเหว่ยหลิง “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนที่มีศักยภาพ ข้าจะคอยสนับสนุนเจ้าในทุกย่างก้าวที่เจ้าต้องการ”
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นใจที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย “ข้าจะทำให้ดีที่สุด ข้าจะเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อที่จะกลายเป็นผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่ง”
เฟิงเจี้ยนพยักหน้า “นิกายชิงหยุนจะเป็นบ้านใหม่ของเจ้า ที่นี่เจ้าไม่ต้องสู้เพียงลำพังอีกต่อไป พวกเราจะเป็นครอบครัวของเจ้าและคอยสนับสนุนเจ้าในทุกทางที่เราสามารถทำได้”
เสียงของเฟิงเจี้ยนเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความกรุณา เหว่ยหลิงรู้สึกถึงพลังใจที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เขาหันไปมองเพื่อนร่วมทางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“พวกเราทุกคนพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน” หลินเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เราจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและปกป้องผู้บริสุทธิ์ไปด้วยกัน”
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความมุ่งมั่นและความหวังที่เพิ่มขึ้น “ข้าขอบคุณทุกคนที่อยู่ข้างข้า ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้พวกเราได้ใช้ชีวิตในโลกที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความยุติธรรม”
เฟิงเจี้ยนพยักหน้า “เราจะเดินทางกลับนิกายชิงหยุนและเริ่มต้นการฝึกฝนใหม่ เจ้าและเพื่อนร่วมทางของเจ้าจะได้รับการสนับสนุนและการฝึกฝนที่ดีที่สุด”
เสียงของเฟิงเจี้ยนเต็มไปด้วยความมั่นใจและความกรุณา เขาหันไปมองกลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนที่ยืนอยู่รอบๆ “เจ้าทุกคนได้แสดงความกล้าหาญและความมุ่งมั่น ข้าภูมิใจในพวกเจ้า”
เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางยิ้มและพยักหน้า “พวกเราพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่และเรียนรู้จากท่านเจ้านิกายเฟิงเจี้ยน”
นิกายชิงหยุนตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่มีทิวทัศน์ที่งดงาม มองเห็นทะเลเมฆที่ไหลผ่านยอดเขาและลมพัดเย็นสบาย อากาศบริสุทธิ์และเงียบสงบ เหล่าศิษย์ของนิกายชิงหยุนฝึกฝนในลานฝึกซ้อมขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงและบ่อน้ำใสที่สะท้อนแสงแดด
หลังจากที่เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางเดินทางมาถึงนิกายชิงหยุน พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเฟิงเจี้ยนและเหล่าศิษย์ผู้มีประสบการณ์ ในวันแรกของการฝึกฝน เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความท้าทายและความคาดหวังที่สูงขึ้น
“การฝึกฝนในนิกายชิงหยุนจะไม่ง่าย” เฟิงเจี้ยนกล่าวขณะที่เขามองไปที่ศิษย์ใหม่ “แต่ข้ารู้ว่าเจ้าทุกคนมีศักยภาพและความมุ่งมั่นที่จะผ่านมันไปได้”
เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางได้รับคำแนะนำจากศิษย์อาวุโสของนิกาย การฝึกฝนเริ่มต้นด้วยการฝึกทักษะพื้นฐาน เช่น การควบคุมลมปราณ การใช้พลังปราณในการโจมตีและป้องกัน รวมถึงการฝึกฝนร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
“ข้ารู้ว่าการฝึกฝนนี้จะท้าทาย” หลินเซียงกล่าวขณะที่เธอฝึกการควบคุมลมปราณ “แต่ข้าพร้อมที่จะพยายามให้ดีที่สุด”
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดจากการฝึกฝน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาฝึกฝนการใช้พลังปราณสายฟ้าในการโจมตีและป้องกัน รวมถึงการปรับปรุงความเร็วและความแม่นยำของเขา
“ข้าจะไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงพูดกับตนเองขณะที่เขาฝึกฝน “ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และนำความยุติธรรมกลับมา”
เฟิงเจี้ยนเฝ้าดูการฝึกฝนของเหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางด้วยความภูมิใจ เขาเห็นความมุ่งมั่นและความพยายามที่พวกเขาแสดงออกมา “เจ้าทุกคนทำได้ดีมาก ข้ารู้ว่าเจ้าจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและกลายเป็นผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งได้”
ในระหว่างการฝึกฝน เหว่ยหลิงได้เรียนรู้วิชาใหม่ๆ จากศิษย์อาวุโสและเฟิงเจี้ยน เขาได้ฝึกฝนวิชา “ปราณพยัคฆ์สายฟ้า” ซึ่งเป็นวิชาที่เน้นการโจมตีด้วยพลังสายฟ้าและความเร็วที่เหนือชั้น
“วิชานี้ต้องใช้ความมุ่งมั่นและการฝึกฝนอย่างหนัก” เฟิงเจี้ยนกล่าว “แต่ข้าเชื่อว่าเจ้ามีศักยภาพที่จะทำได้”
เหว่ยหลิงฝึกฝนวิชาใหม่ด้วยความตั้งใจและความพยายาม เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันในการฝึกฝนการควบคุมพลังสายฟ้าและการปรับปรุงทักษะการโจมตี
“ข้ารู้ว่าการฝึกฝนนี้จะยากลำบาก” เหว่ยหลิงพูดกับตนเอง “แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และนำความยุติธรรมกลับมา”
บนยอดเขาสูงชันของนิกายชิงหยุน ที่นี่อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าสีครามและทะเลเมฆที่ไหลผ่านยอดเขาทำให้บรรยากาศดูสงบและเต็มไปด้วยพลังชี่จากธรรมชาติ เหว่ยหลิงยืนอยู่บนลานฝึกซ้อมที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงและบ่อน้ำใสที่สะท้อนแสงแดด ความสงบเงียบของสถานที่นี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนและการเรียนรู้
การฝึกฝนระดับเซียนเทียนขั้นห้า: ขั้นกลืนฟ้า
เหว่ยหลิงหายใจลึกๆ และปิดตาลง เขาสัมผัสได้ถึงพลังชี่ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว ลมเย็นที่พัดผ่านใบหน้าเหมือนจะส่งพลังชี่เข้ามาในร่างกายของเขา เขาเริ่มต้นการฝึกฝนด้วยการรวบรวมพลังชี่จากธรรมชาติ
พลังชี่จากธรรมชาติเข้ามาในร่างกายของเหว่ยหลิงผ่านทางเส้นลมปราณที่เปิดกว้าง ทุกครั้งที่เขาหายใจเข้า พลังชี่เหล่านี้จะถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายและเพิ่มพลังภายในอย่างมหาศาล
"ข้ารู้สึกถึงพลังที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย" เหว่ยหลิงคิดในใจ "ข้าสามารถควบคุมและใช้พลังชี่นี้ในการโจมตีและป้องกันได้"
เขาเริ่มใช้วิชาปราณพยัคฆ์สายฟ้า พลังปราณสายฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เหว่ยหลิงใช้ท่าทางที่คล่องแคล่วและแม่นยำในการโจมตีและป้องกัน ทุกครั้งที่เขาปล่อยพลังสายฟ้าออกมา จะมีเสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่วลานฝึกซ้อม
"วิชานี้ต้องใช้ความมุ่งมั่นและการฝึกฝนอย่างหนัก" เขาจำคำแนะนำของเฟิงเจี้ยนได้ "แต่ข้าเชื่อว่าเจ้ามีศักยภาพที่จะทำได้"
เหว่ยหลิงไม่ยอมแพ้ เขาฝึกฝนทักษะการควบคุมพลังปราณสายฟ้าจนกว่าจะสามารถใช้พลังได้อย่างคล่องแคล่ว เขายังฝึกฝนการใช้พลังปราณในการสร้างม่านพลังป้องกันเพื่อป้องกันการโจมตีของศัตรู
ขณะที่เขาฝึกฝนอยู่ หลินเซียงและหลันเหยาก็เข้ามาเข้าร่วมการฝึกฝนด้วย พวกเขาฝึกฝนร่วมกันและช่วยกันพัฒนาทักษะการต่อสู้และการควบคุมพลังชี่
“พวกเราจะไม่ยอมแพ้” หลินเซียงกล่าวขณะใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักเพื่อฝึกฝนการป้องกัน “เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และนำความยุติธรรมกลับมา”
เฟิงเจี้ยนเฝ้าดูการฝึกฝนของเหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางด้วยความภูมิใจ “เจ้าทุกคนทำได้ดีมาก ข้ารู้ว่าเจ้าจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและกลายเป็นผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งได้”
การฝึกฝนอย่างเข้มข้นนี้ทำให้เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น พวกเขารู้ว่าการฝึกฝนนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเผชิญกับอุปสรรคและภัยคุกคามในอนาคต ด้วยการสนับสนุนจากเฟิงเจี้ยนและนิกายชิงหยุน พวกเขามั่นใจว่าจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าและปกป้องผู้บริสุทธิ์จากความโหดร้ายของโลกนี้ได้
บนยอดเขาสูงชันของนิกายชิงหยุน ลานฝึกซ้อมขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงและบ่อน้ำใส แสงแดดส่องลงมาอ่อนๆ ในยามเช้า ท้องฟ้าใสและลมเย็นสบายทำให้บรรยากาศดูสงบ แต่กลับเต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นของเหล่าผู้ฝึกฝน
เหว่ยหลิงยืนอยู่กลางลานฝึกซ้อม ขณะที่ศิษย์อาวุโสและเฟิงเจี้ยนคอยเฝ้าดูการฝึกฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อนร่วมทางอย่างหลินเซียงและหลันเหยาก็อยู่ข้างๆ เพื่อให้กำลังใจและฝึกฝนไปพร้อมๆ กัน
เหว่ยหลิงสูดลมหายใจลึกๆ เข้าสู่ร่างกาย สัมผัสได้ถึงพลังชี่ที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขา พลังนี้มาจากธรรมชาติรอบตัวและจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เขายืนมั่นคงและเริ่มต้นการฝึกฝนด้วยการควบคุมลมปราณ
“การควบคุมพลังสายฟ้าต้องใช้ความมุ่งมั่นและสมาธิ” เฟิงเจี้ยนกล่าวขณะที่เขายืนมอง “เจ้าต้องปล่อยให้พลังไหลผ่านร่างกายเจ้าอย่างอิสระ”
เหว่ยหลิงยกมือขึ้นสูงและเริ่มรวบรวมพลังปราณสายฟ้า ลมพัดแรงขึ้นรอบตัวเขา แสงสว่างสีฟ้าส่องประกายออกมาจากฝ่ามือของเขา พลังปราณสายฟ้าเริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย เสียงฟ้าร้องเบาๆ ดังขึ้นจากรอบๆ ลานฝึกซ้อม