เสียงฟ้าร้องคำรน พายุฝนกระหน่ำรุนแรง
เสียงเบรกของรถยนต์ที่ดังจนแสบแก้วหูพร้อมกับแสงฟ้าแลบที่สาดส่องเข้าในดวงตาดังกึกก้องอยู่ในหัวใจ
แสงไฟหน้าของรถบรรทุกสาดเข้าดวงตาของเขาอย่างจัง
โจวชิงฝานหักพวงมาลัยด้วยแรงทั้งหมดของเขาเท้าของเขาเปรียบเสมือนตะปูที่ฝังลงไปกับเบรกรถ แต่ทว่า...ทุกอย่างก็สายเกินไป
รถบรรทุกขนาดใหญ่เสมือนสัตว์ร้ายที่วิ่งเข้าหาเขา ด้วยความแรงและรวดเร็วโจวชิงฝานใช้วินาทีสุดท้ายะโออกไป “ซินซิน ก้มหมอบลงไป!!”
ยังไม่ทันจะจบประโยค โครม!!! เสียงที่ดังสนั่นท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ
โจวชิงฝานหลับตาปี๋ แต่ทว่าร่างกายกลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปใดๆจากการกระแทก กลับมีร่างที่บอบบางของใครอีกคนโผเข้าหาเขาร่างกายที่ดูเหมือนจะบอบบางแต่กลับเป็เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดที่ช่วยเขาจากการชนครั้งนี้
“โครม!!...เพล้ง!!!” กระจกรถแตกออก โจวชิงฝานมึนงงกับเหตุการณ์ไปชั่วขณะหลังจากนั้นก็ได้สติ
คนในอ้อมแขนของเขาได้ฟุบลงกับอ้อมกอดของเขา เหมือนตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตรู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลรอบๆ ต้นคอของเขา โจวชิงฝานปวดร้าวไปทั้งหัวใจ
ชายหนุ่มจับไหล่ของหญิงสาว ร้องเรียกเธออย่างไม่สามารถควบคุมสติได้
“ซินซิน หวู่ซิน!”
“ชิงฝาน...พี่ชิงฝาน...” หญิงสาวร้องเรียกเขาด้วยความโล่งใจ
“เธอไม่ต้องกลัว!” โจวชิงฝานอุ้มหญิงสาวแน่นขึ้น ลองเปิดประตูดูรับรู้ได้ทันทีว่าประตูไม่สามารถเปิดได้แน่นอน เขาจึงกัดฟันใช้มือทุบกระจกสุดแรง“ซินซิน เดี๋ยวฉันจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาล ไม่มีอะไร ไม่ต้องกลัวนะ!”
“พี่ชิงฝาน...” หญิงสาวััเข้าที่ต้นคอของชายหนุ่มเบาๆ“ฟังฉันพูด...ก่อนนะ”
“เธอไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” โจวชิงฝานพูดด้วยน้ำเสียงติดสะอื้น “ไม่เป็ไรต้องไม่เป็ไร”
“ถ้าไม่พูดตอนนี้...ฉันคงไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้วฉันขอล่ะ...ฟังฉันก่อน...แค็ก แค็ก แค็ก...” หญิงสาวไอออกมาอย่างรุนแรงและมีเืไหลที่มุมปากของเธอ
โจวชิงฝานอึ้งจนนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่สติจะกลับมา เขาจึงค่อยๆอุ้มหญิงสาวในอ้อมกอด พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พูดเถอะ เธอพูดสิ ฉันรอฟังอยู่”
เชียวหวู่ซินยกยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าซีดเซียว พูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา“พี่ชิงฝาน ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่คิดกับฉันแค่น้องสาว แต่ว่า แต่ว่าฉันชอบพี่มาตลอด ั้แ่เด็กฉันก็คิดมาตลอดว่าจะแต่งงานกับพี่และเป็เ้าสาวของพี่ เพราะฉะนั้น เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ พี่อย่าโทษตัวเองมันเป็ความ้าของตัวฉันเอง แค็ก...แค็ก...ฉัน...ฉันอยากให้พี่มีชีวิตต่อไป”
“ไม่ต้องพูดแล้ว หวู่ซิน ฉันรู้แล้ว ฉันรู้!”
“ไม่...พี่ไม่รู้” เชียวหวู่ซินยกยิ้มที่มุมปาก
“พี่ชิงฝาน ฉันเห็นแก่ตัวนะ ที่ฉันทำแบบนี้ในวันนี้ก็เพื่อให้พี่ไม่มีวันลืมฉัน ห้ามลืมฉันตลอดชีวิต...แค็ก แค็ก...แค็ก...!!!!” หญิงสาวไอด้วยความรุนแรงอีกครั้ง สีหน้าของเธอซีดเผือด
โจวชิงฝานจับมือที่เย็นเฉียบของเธอไว้ ดวงตาแดงก่ำ
“เธออย่าคิดแบบนั้น เธอต้องไม่เป็ไร ซินซิน เธอต้องไม่เป็อะไร”
“พี่ชิงฝาน...” หญิงสาวหายใจติดขัด
โจวชิงฝานอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมกอด ริมฝีปากหญิงสาวอยู่ใกล้กับหูของเขาพูดด้วยเสียงแ่เบา “ขอร้อง ช่วยดูแลน้องชายของฉันด้วย”
“ได้” โจวชิงฝานตอบรับอย่างรวดเร็ว “เธอวางใจได้ฉันจะดูแลเชียวเสี่ยวหนานให้เหมือนน้องชายแท้ๆ คนหนึ่ง”
“และก็...” หญิงสาวใช้ลมหายใจที่เหลือทั้งหมดพูดด้วยเสียงแ่เบา
“จดจำฉันไปตลอดชีวิต ทั้งชีวิตของพี่ ยากที่จะชอบใครได้อีก”
“ซินซิน”
“สัญญากับฉัน...ทั้งชีวิตของพี่จะไม่ชอบใครง่ายๆ สัญญากับฉัน...”
“ฉันสัญญา”
หญิงสาวยิ้มมุมปากเบาๆ หน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มและน้ำตาที่ไหลพรากไม่หยุด
รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นฟันที่เต็มไปด้วยเื
“สัญญากับฉัน”
“สัญญากับฉัน”
เสียงนั้นยังคงดังต่อเนื่อง เป็เสียงที่เต็มไปด้วยความพยายามและความมุ่งมั่น
“เฮือกกกก!”
โจวชิงฝานสะดุ้งตื่น เงยหน้าขึ้นจากบนโต๊ะ เหงื่อซึมผุดเต็มหน้าผากแขนเสื้อของเขาก็โดนเหงื่อซึมจนเปียกเป็วงกลม
สายตาของเขาเพ่งมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าเป็กระจกห้องทำงานของเขาเองก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พิงเข้ากับพนักเก้าอี้
ฝันเื่เดิมอีกแล้ว
โจวชิงฝานนวดขมับด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งๆ ที่ก็ผ่านไป 5 ปีแล้ว แต่เื่นี้ก็ยังคงเป็ฝันร้ายวนเวียนในโสตประสาทของเขา
“ทำไมเหรอ?” สายตาพลันเห็นกระดาษทิชชูที่ยื่นมาให้
โจวชิงฝานเงยหน้าขึ้นมอง เห็นฟู่หยีเหินยืนอยู่ตรงหน้า
“ไม่มีอะไร” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมารับกระดาษในมือมาซับเม็ดเหงื่อที่ผุดติดอยู่บนหน้าผาก “เมื่อกี้ฉันหลับไปในออฟฟิศคงร้อนเกินไปน่ะ”
“ฝันร้ายอีกแล้วสิ” ฟู่หยีเหินพูดติดตลก “ใหน้าซีดขนาดนี้ยังหาว่าออฟฟิศร้อนอีก เหงื่อตกก็บอกเหอะ” ฟู่หยีเหินพูดด้วยอารมณ์รู้ทัน
โจวชิงฝานยิ้มแห้ง “พวกเรายังเป็เพื่อนกันอยู่หรือเปล่า? เห็นอะไรก็พูดตามจริงไปหมด ความฉลาดด้านนี้ของนายต่ำจริงๆ”
พูดเสร็จชายหนุ่มก็ลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อในห้องที่อยู่ภายในออฟฟิศ เดินไปถามไป “ทำไมวันนี้นายมีเวลาว่างมานี่ได้?”
ฟู่หยีเหินหยิบแอปเปิลที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาโยนเล่น
“ก็เข้ามาดูว่านายอยู่ในโรงเรียนนี้สภาพเป็ยังไง”
“หึหึ” โจวชิงฝานขำเบาๆ “เห็นแล้วเป็ยังไงล่ะ?”
“ก็ดีใช้ได้น่ะ” ฟู่หยีเหินสำรวจรอบๆ ห้องทำงานที่นี่ใหญ่พอสมควร
“ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ให้ความสำคัญกับนักแสดงที่โด่งดังในอดีตไม่น้อยเป็แค่อาจารย์เล็กๆ ในสถาบันภาพยนตร์ แต่จัดห้องทำงานได้ดีขนาดนี้”
โจวชิงฝานเดินเข้าห้องแต่งตัวแล้วปิดประตูลงแต่งตัวไปพูดไปด้วยเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “นายผู้ไม่เคยมีเวลาว่างคงไม่ได้แค่มาดูห้องทำงานฉันหรอกมั้ง? วันนี้มาต้องมีเื่มาบอกใช่ไหม?”
ฟู่หยีเหินตอบรับ “อืม” ยืดอกหลังตรง ปรับสีหน้าเล็กน้อย“นายรู้จักผู้กำกับหลี่ยี่อันใช่ไหม?”
“ชิ” โจวชิงฝานหัวเราะเบาๆ ลอดผ่านประตูออกมา “คนสำคัญของวงการหนังคนเก่าแก่ของวงการหนัง อย่างน้อยฉันก็เคยโลดแล่นอยู่ในวงการนี้มาหลายปีจะไม่รู้จักเขาได้ยังไง?”
"่นี้เขากำลังจะทำหนังเื่หนึ่ง" ฟู่หยีเหินเอามือทาบอกไว้ก่อนจะพูดและจ้องเข้าไปในห้องที่มีประตูปิดสนิท"ได้ยินมาว่าเขาเริ่มเตรียมมาครึ่งปีแล้ว ข่าวแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางเด็กใหม่ในวงการดิ้นรนอยากเข้าร่วมแสดงในเื่นี้ด้วยวันก่อนเขาโทรหาฉันบอกให้ฉันลองถามนายดู..."
“ฉันไม่มีทางรับงานแสดงแล้ว” โจวชิงฝานเปิดประตูอีกด้านเดินออกมา
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า