ข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน

    56.เสี่ยวเป่าหงอกข้าจะขึ้นแล้ว!

            ฟ้ายังไม่สาง เฟิ่งเทียนอุ้มไฉ่หงมังกรน้อยที่เนื้อตัวเปลือยเปล่าออกมาจากมิติพร้อมกับเสี่ยวเฮย เสี่ยวหู่ เมื่อทั้งหมดปรากฏกายอยู่ในห้องนอน เฟิ่งเทียนก็วางไฉ่หงไว้บนเตียงนอนก่อนที่จะเดินออกจากห้อง

            “ไฉ่หง เจ้านั่งรอข้าอยู่ตรงนี้ก่อนข้าจะไปหาเสื้อผ้าของน้อง ๆ มาให้เจ้าใส่"

            “งื้อ ! นายท่าน ข้าไม่สวมใส่เสื้อผ้าของพวกมนุษย์หรอกนะ”

            “เจ้าจะไม่สวมใส่เสื้อผ้าแล้วเดินเปลือยเปล่าแบบนี้ข้างนอกอย่างนั้นหรือ ตอนนี้เจ้าแปลงกายเป็นมนุษย์เจ้าก็ต้องปฏิบัติดังเช่นมนุษย์สิถึงจะถูกต้อง”

            “แต่ข้าอึดอัดนี่นา ตอนข้าเป็นมังกรข้าก็ไม่ใส่เสื้อผ้าสักหน่อย”

            “เฮ้อ ! เจ้านี่นะ ไฉ่หง ข้ารู้ว่าเจ้าอึดอัด แต่หากเจ้าอยากออกไปเล่นหรือไปท่องเที่ยวในโลกมนุษย์อย่างปลอดภัย เจ้าก็ต้องทำตัวให้เหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง แต่ถ้าเจ้าจะไม่ใส่เสื้อผ้าก็ได้นะข้าจะส่งเจ้าเข้าไปอยู่ในมิติของเสี่ยวเฮย ถ้าเจ้าอยู่ในนั้นจะกลายร่างเป็นมังกรเช่นเดิมไม่ต้องสวมเสื้อผ้าดังเช่นมนุษย์ข้าก็ไม่ว่า เจ้าเลือกเอาเองก็แล้วกัน”

            “แง๊ ! ไม่เอาข้าจะออกไปข้างนอก ข้ายอมใส่เสื้อผ้าแบบมนุษย์ก็ได้ นายท่านอย่าขังข้าไว้ในมิติของท่านลุงเฮยหู่นะขอรับ” ไม่รอช้าเจ้ามังกรเทพน้อยไฉ่หงก็เสกอาภรณ์สีขาวแถบทองปักชายเสื้อเป็นมังกรสีทองประกายรุ้งลอยตัวเหนือก้อนเมฆประดับอยู่บนชายผ้าดูหรูหราสูงส่งยิ่งนัก

            “เอ่อ….ไฉ่หง ถ้าเจ้าแต่งตัวแบบนี้อาจจะถูกทหารจับตัวเอาได้ แล้วพวกเราทั้งหมดต้องเดือดร้อนกันหมดแน่ เพราะลายมังกรนั้น ฮ่องเต้เท่านั้นที่สวมใส่ได้เจ้าเปลี่ยนลายปักได้หรือไม่”

            “ฮึ! ข้าเป็นถึงมังกรผู้สูงส่ง เหตุใดข้าต้องเปลี่ยนด้วย แล้วเจ้าฮ่องเต้นั่นมันยิ่งใหญ่กว่ามังกรอย่างข้าเช่นนั้นหรือ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าย่อมสูงส่งที่สุดอยู่แล้ว แต่ที่โลกมนุษย์นี้ฮ่องเต้ถือเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุด เจ้าคงไม่อยากให้ใครมาตามล่าหรือมาก่อความเดือดร้อนให้กับพวกเราใช่หรือไม่ ในเมื่อตอนนี้เจ้าแฝงตัวไม่ให้ใครมาติดตามค้นหาแล้วจับตัวเจ้าไป เจ้าก็ต้องห้ามทำตัวเด่นหรือให้ใครจับตามอง เจ้าเข้าใจหรือไม่ ถือว่าข้าขอร้องเจ้าก็แล้วกัน”

            “หึ! ข้าเปลี่ยนก็ได้ สักวันข้าจะไปดูว่าฮ่องเต้ที่แต่งตัวเลียนแบบมังกรแบบข้า จะยิ่งใหญ่เพียงใดกัน”

            “เฮ้อ! ไฉ่หง เบาได้เบาลู๊กก !” เฟิ่งเทียนลอบปาดเหงื่อเจ้าตัวน้อยนี่ดูท่าทางจะควบคุมยากจริง ๆ

            สุดท้ายไฉ่หงจึงยอมเปลี่ยนลายปักเป็นไข่มังกรสีทองประกายรุ้งลอยตัวเหนือก้อนเมฆ นี่ถือว่าเขายอมถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้ว ถ้านายท่านไม่ยอมอีกมันจะบุกไปวังหลวงเพื่อเผาฮ่องเต้ให้หมดเรื่องหมดราวกันไป

            “ฮึ! ข้าเปลี่ยนแล้ว นายท่านพอใจแล้วหรือไม่”

            “ขอบใจมากนะไฉ่หง เอาหล่ะพวกเราออกไปข้างนอกกันเถอะ ตอนนี้น้อง ๆ ของข้ายังไม่ตื่น เจ้าอย่าลืมที่เรานัดหมายกันไว้ ข้าจะบอกน้อง ๆ ว่าท่านเทพส่งเจ้ามาให้ข้าดูแล เจ้าจะมีพลังเทพในการต่อสู้ แต่เจ้าห้ามรังแกน้อง ๆ ของข้าด้วย แล้วทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ เจ้าเข้าใจหรือไม่”

            “ข้าจะไม่รังแกใครทั้งสิ้น ถ้าข้าไม่ถูกรังแกก่อนนะ ข้าขอบอกไว้ก่อน ใครกล้ามารังแกข้าข้าจะเผาให้วอดเลย”

            “เฮ้อ ! เสี่ยวเฮย เสี่ยวหู่ข้าขอเจ้าช่วยดูแลไฉ่หงด้วยก็แล้วกัน”

            “ขอรับนายท่าน วันใดเจ้ามังกรน้อยซุกซนหรือก่อเรื่องข้าจะนำไปขังไว้ในมิติของข้าขอรับ”

            “งื้อ ! นายท่าน ข้าสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซนขอรับ”

            “อืม เราออกไปกันเถอะ ไฉ่หงเจ้าพรางตัวก่อนเดี๋ยวข้าจะเข้าไปในป่า แล้วจะอุ้มเจ้ากลับมาที่ไร่อีกที คนงานอื่น ๆ จะได้รู้ว่าข้าไปช่วยเด็กน้อยออกมาจากป่า”

            “ขอรับนายท่าน”

    ********************

            เฟิ่งเทียนกับไฉ่หงที่พรางตัวอยู่ไม่มีใครเห็น รวมทั้งเสี่ยวเฮย เสี่ยวหู่และครอบครัวของเสี่ยวเฉิง รวมตัวกันเดินทางออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก โดยทิ้งลูกหมาป่าเอาไว้ดูแลน้อง ๆ ที่ยังไม่ตื่น เฟิ่งเทียนถือโอกาสแสดงฝีมือในการล่าหมูป่าที่พาฝูงลงมาหาอาหารริมลำธารในป่าลึก เสี่ยวเฮย เสี่ยวหู่เปลี่ยนร่างเป็นเสือดำและเสือขาวมุ่งตรงเข้าไปยังป่าอสูรโดยมีไฉ่หงนั่งขี่หลังเข้าไปด้วย ซึ่งเฟิ่งเทียนก็ติดตามเข้าไปโดยนั่งบนหลังของเสี่ยวหู่เช่นกัน

            ในป่าอสูร สัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างคุ้นเคยกับฝีเท้าและกลิ่นอายของเสี่ยวเฮยและพรรคพวกของมันอยู่แล้ว สัตว์บางตัวก็คุ้นเคยกับพวกมันก็ออกมาทักทายหรือหลบหลีก แต่สัตว์อสูรตัวไหนที่หวงถิ่นและเข้ามาท้าประลองพวกเสี่ยวเฮยก็ย่อมยินดีเพราะหากมันตายก็ถือว่าได้เป็นอาหารของพวกมัน เสี่ยวเฮยกับกับครัวเสี่ยวเฉิงไม่เคยทำร้ายใครอยู่แล้ว อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์อสูรก็เป็นเจ้าพวกมีกำลังแต่ไม่มีสมองที่มาท้าประลองอยู่ร่ำไป แต่ในวันนี้สัตว์อสูรในป่าแห่งนี้ต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวพยายามหาที่หลบซ่อน เพราะพวกมันทั้งหมดได้รับรู้ถึงกลิ่นอายของผู้ยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่าไฉ่หงจะสวมกำไลข้อมือเพื่อสะกดพลังและกลิ่นอายมังกรเทพ แต่กับสัตว์อสูรเช่นเดียวกันย่อมรับรู้ถึงความสูงส่งและพลังอันแข็งแกร่งของไฉ่หงได้

            “เสี่ยวเฮย นี่คือป่าอสูรอย่างนั้นหรอกหรือ แต่ทำไมทั้งป่าถึงได้เงียบแบบนี้หล่ะ” เฟิ่งเทียนได้แต่สงสัยป่าอสูรก็ย่อมมีสัตว์ป่าที่อันตรายมากมายสิ แต่ทำไมกลับเงียบสงบแม้แต่เสียงจักจั่นหรือเสียงนกร้องก็แทบจะไม่มี

            “ข้าคิดว่าเป็นเพราะไฉ่หงขอรับนายท่าน สัตว์อสูรทุกตัวต่างรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของไฉ่หง พวกมันจึงหลบลี้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตของพวกมันขอรับ”

            “เป็นอย่างนี้นี่เอง ไฉ่หงเจ้านี่ก็ยิ่งใหญ่ซะจริง ๆ ”

            “งื้อ ! ข้าย่อมยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรทุกตัวอยู่แล้วนายท่าน”

            “อืม เอาที่เจ้าสบายใจ , เสี่ยวเฉิง-เสี่ยวไฉ่ แล้วป่าบ้านเก่าของเจ้าอยู่ทิศทางใด ข้าอยากไปเยี่ยมบ้านเก่าของเจ้ากัน”

            “ขอรับ ข้าก็จะไปล้างแค้นกับอดีตลูกสมุนของข้าเช่นกันขอรับ”

            “อืม ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ! ”

            เสี่ยวเฉิงเสี่ยวไฉ่พาเฟิ่งเทียนและคณะมุ่งหน้าไปยังป่าอสูรในทิศตะวันตกที่มีเทือกเขาสูงและภูเขาหินเป็นส่วนใหญ่ เสียงเห่าหอนของหมาป่าเหมันต์ลอยออกมาเป็นระยะ แต่เมื่อคณะของเฟิ่งเทียนเข้ามาในเขตของมันและพวกมันก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคยของอดีตผู้นำฝูงของพวกมันที่ถูกโค่นล้มอำนาจต้องหลบหนีออกจากฝูงไป

            เฟิ่งเทียน ไฉ่หง และเสี่ยวหู่ อยู่รอนอกอาณาเขตของรังหมาป่าเหมันต์ เพื่อไม่ให้หมาป่าเหมันต์เหล่านั้นตื่นกลัว เพราะนี่เป็นศึกล้างแค้นของเสี่ยวเฉิง เขาย่อมให้มันแสดงพลังและล้างแค้นด้วยตัวเอง แต่เพื่อความมั่นใจเขาจึงส่งเสี่ยวเฮยเข้าไปเป็นแนวหลังเพื่อคอยช่วยเหลือ

            “อะวู้วว!  ”

            เสียงร้องแจ้งเตือนบ่งบอกสัญญาณผู้บุกรุกที่หมาป่าเหมันต์ที่รับหน้าที่เฝ้าเวรยามก็กู่ร้องขึ้นมาเมื่อมันรับรู้ถึงกลิ่นอายของผู้บุกรุก หมาป่าเหมันต์ที่นอนหลับตามถ้ำและซอกเขาต่างลืมตาตื่น พวกมันตื่นตัวเดินออกมารวมตัวกันโดยมีจ่าฝูงตัวใหม่ที่เป็นศัตรูของเสี่ยวเฉิงเดินนำสมุนของมันออกมา

            “อะวู้วว!  กรรซ์”

            “กรรซ์!”

            เสี่ยวเฉิง เสี่ยวไฉ่เดินเคียงคู่กันเข้าไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าเหมันต์ มันทั้งสองตัวแผ่พลังอสูรราชันขั้นต้นออกมาเพื่อกดข่มหมาป่าเหมันต์ทั้งฝูง หมาป่าตัวเล็กตัวน้อยที่มีระดับพลังอันน้อยนิดต่างขาสั่นหวาดกลัวกับพลังอันแข็งแกร่งของเสี่ยวเฉิงและเสี่ยวไฉ่ จะมีเพียงจ่าฝูงศัตรูตัวฉกาจของพวกมันเท่านั้นที่ทำท่าไม่หวาดกลัว แต่ไฉนพวงหางของมันจุกตูดแบบนั้นกัน

            ไม่รอช้าเสี่ยวเฉิงกับเสี่ยวไฉ่เปิดศึกต่อสู้กับจ่าฝูงหมาป่าเหมันต์ ส่วนหมาป่าตัวอื่น ๆ ก็วิ่งหนีหลบหลีกเอาตัวรอด การต่อสู้ล้างแค้นก็ดำเนินไปได้ไม่นานก็รู้ผล เสี่ยวเฉิงเดินขึ้นไปเหยียบย่ำซากไร้ลมหายใจของอดีตจ่าฝูง พร้อมกับกู่ร้องด้วยความสะใจ และส่งเสียงเรียกให้หมาป่าเหมันต์ทุกตัวที่หลบซ่อนให้ออกมาหามัน

            “อะวู้วว!  กรรซ์”

            “งี้ด ๆ ๆ ”

            หมาป่าอสูรเหมันต์ต่างเดินออกมาจากที่ซ่อนแล้วก้มศิโรราบให้กับเสี่ยวเฉิน โดยมีเสี่ยวไฉ่ยืนอยู่เคียงข้าง เฟิ่งเทียนรับรู้ถึงความเงียบสงบย่อมหมายถึงเสี่ยวเฉิงล้างแค้นเป็นที่เรียบร้อย เฟิ่งเทียนจึงสั่งให้เสี่ยวหู่เดินต่างเขากับไฉ่หงเข้าไปหา เสี่ยวเฮยก็เดินเข้ามาสมทบ  เมื่อฝูงหมาป่าทั้งฝูงที่ก้มหมอบศิโรราบอยู่นั้นได้กลิ่นอายอันแข็งแกร่ง พวกมันก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวบางตัวถึงกับขับถ่ายของเสียออกมา 

            “เสี่ยวเฉิง เสี่ยวไฉ่ ยินดีกับเจ้าด้วยที่ล้างแค้นได้สำเร็จ”

            “ขอบคุณขอรับนายท่านที่สนับสนุนข้า”

            “อืม ไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าหมาป่าเหมันต์ทั้งหมดจะยอมก้มหัวให้กับเจ้าแล้วสินะ”

            “ขอรับ ข้าจะกลับเข้ามาปกครองฝูงหมาป่าเหมันต์อีกครั้ง แต่ข้าจะไม่เข้ามาอยู่ในนี้ขอรับ ข้าจะแต่งตั้งผู้ช่วยให้ควบคุมดูแลพวกมันแทน แล้วข้าจะเข้ามาตรวจสอบพวกมันเป็นระยะขอรับ”

            “อืมดีแล้ว ถ้าเจ้ากลับมาอยู่ป่าข้าก็คงเหงาอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่เจ้าต้องการกลับมาอยู่ในนี้อย่างถาวรเจ้าต้องบอกข้านะ อย่าได้เกรงใจ”

            “ขอรับนายท่าน”

            “เอาหล่ะ เสร็จเรื่องแล้วเรากลับกันเถอะ , ไฉ่หงกลับมาได้แล้ว” 

    เฟิ่งเทียนหันมาอีกทีเจ้าไฉ่หงตัวแสบก็เดินเข้าไปข่มขู่หมาป่าเหมันต์ทั้งหลาย จนตอนนี้พวกมันหวาดกลัวจนน้ำลายจะฟูมปากอยู่แล้ว ถ้าหมาป่าเหมันต์ตกใจจนตายไปทั้งฝูงแล้วเสี่ยวเฉิงจะไปปกครองตัวไหนได้อีก

            “ขอรับนายท่าน”

            “เฮ้อ! นี่ก็อีกคน ไม่รู้ว่าหงอกของข้าจะขึ้นเต็มหัวก่อนวัยอันควรหรือไม่นะเสี่ยวเป่า”

            [ในกล่องสุ่มมียาย้อมผมจากโลกเก่า หากโฮสต์โชคดีโฮสต์สุ่มได้ สามารถนำมันมาย้อมปิดบังผมขาวได้]

            “ข้าแค่ประชดก็เท่านั้น แต่ถ้ามีเจ้าก็รีบเอาออกมากักตุนไว้ตอนข้าเปิดกล่องสุ่มก็แล้วกัน” เฮ้อ! ระบบก็สุดจะกวน หัวเขาจะปวดอยู่แล้วเนี่ย!

    ********************

            เฟิ่งเทียนนำคณะสัตว์อสูรออกมาจากป่า โดยในมิติของเสี่ยวเฮยมีซากหมูป่าที่เฟิ่งเทียนล่ามาได้หลายตัว เมื่อถึงแนวป่าเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหู่ก็กลายร่างเป็นลูกแมวตัวเล็กเช่นเดิม เฟิ่งเทียนอุ้มกระเตงพาไฉ่หงออกมาจากป่าด้วย เมื่อเดินเข้ามาในไร่ บรรดาคนงานและผู้คุ้มกันต่างก็เงยหน้ามองผู้เป็นนายที่อุ้มเด็กเล็กตัวจ้ำม่ำผิวพรรณงดงามเข้ามาด้วย เฟิ่งเทียนยิ้มทักทายให้กับเหล่าคนนงานก่อนที่จะอุ้มเจ้าตัวน้อยเข้าไปในบ้าน

    ตอนนี้เฟิ่งหลงและเฟิ่งจินตื่นมาให้อาหารเจ้าเทา กับเสี่ยวหนิว เสี่ยวหน่าย รวมถึงไก่ทุกตัวกับกระต่ายที่พวกเขาเลี้ยงไว้ก็กินอิ่มแล้ว ตอนนี้สองฝาแฝดกำลังช่วยกันใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดถูโต๊ะกินข้าวในบ้านอย่างแข็งขัน

            “น้องรอง น้องเล็ก ขยันกันแต่เช้าเชียว”

            “พี่ใหญ่มาแล้วหรือขอรับ แล้วเด็กคนนี้ใครกันขอรับ!”

            เด็ก ๆ ต่างพากันหน้าเสียใจหายวูบที่พี่ใหญ่ของคนไปอุ้มเด็กน้อยหน้าตาน่ารักเข้ามา หรือว่าพี่ใหญ่ไม่รักพวกเขาแล้วจึงพาเด็กคนอื่นมาเลี้ยงแทนพวกเขา เฟิ่งเทียนที่คาดเดาเหตุการณ์เอาไว้ล่วงหน้าประกอบกับดูท่าทางของน้อง ๆ ก็เข้าใจเป็นอย่างดี จึงส่งยิ้มให้ด้วยความรัก

            “น้องรอง น้องเล็ก มา ๆ มานั่งคุยกันกับพี่ใหญ่ดีกว่า พี่ใหญ่มีเรื่องจะคุยกับพวกเจ้าด้วย”

            “ขอรับ / ขอรับ” เด็กแฝดทำหน้าเหยเกจะร้องไห้ ต่างคิดในใจว่าพี่ใหญ่ไม่รักพวกตนแล้ว

            “พี่ขอแนะนำ เด็กน้อยคนนี้คือ ไฉ่หง เป็นหลานชายที่ท่านเทพนำมาฝากให้พี่ใหญ่ช่วยดูแล ไฉ่หงเป็นเด็กไม่ธรรมดาพี่ใหญ่ฝากพวกเจ้าดูแลน้องชายคนใหม่ได้หรือไม่”

            “หลานชายของท่านเทพหรือขอรับ แบบนี้จะมีพลังหรือไม่ขอรับ” เฟิ่งหลงสอบถามหากพี่ใหญ่พูดจริงเด็กคนนี้ต้องมีพลังพิเศษสิ หากทำไม่ได้หรือไม่มีพลังจริงนั่นหมายความว่าพี่ใหญ่ต้องโกหกพวกเขาแน่

            “สวัสดีขอรับท่านพี่ทั้งสอง ข้าชื่อไฉ่หงขอรับ นี่เป็นของขวัญพบหน้าขอรับ”

            ไฉ่หงผู้เก่งกาจยอมแสดงละครเป็นมนุษย์ตัวน้อย มันใช้พลังเสกดอกไม้สีรุ้งประกายทองให้กับเฟิ่งหลง เฟิ่งจินคนละหนึ่งดอก เด็กแฝดทั้งสองต่างอ้าปากค้างกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้พบเห็น พวกเขาเชื่อแล้วว่าเด็กคนนี้มีพลังพิเศษจริงๆด้วย

            “อะแฮ่ม เอาหล่ะ น้องรอง น้องเล็ก พี่ฝากพวกเจ้าช่วยดูแลไฉ่หงด้วยหล่ะ พี่ใหญ่รักพวกเจ้าดั่งดวงใจทุกคน พวกเจ้าอย่าคิดมากกันหล่ะ อีกอย่างพี่ใหญ่จะรับไฉ่หงเป็นน้องบุญธรรม ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนตำแหน่งเรียกกันสักหน่อยแล้ว”

            “อืม พี่ใหญ่ขอรับ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่ใช่น้องเล็กแล้วใช่ไหมขอรับ” เฟิ่งจินหันมาถามด้วยความสงสัย

            “เก่งมากเลยน้องเล็ก ต่อไปเจ้าจะเป็นพี่สาม ส่วนไฉ่หงจะเป็นน้องเล็กแทน  ข้าเป็นพี่ใหญ่ เฟิ่งหลงเป็นพี่รอง เฟิ่งจินเป็นพี่สาม ไฉ่หงเป็นน้องเล็ก อย่างไรหล่ะ  มา ๆ น้องรอง น้องสาม น้องเล็กมาให้พี่ใหญ่กอดคนละทีให้ชื่นใจหน่อยสิ”

            “ฮิ ฮิ ข้าได้เป็นพี่สามด้วยแหละพี่รอง” เฟิ่งจินหันมาพูดคุยกับฝาแฝดของตน

            “อื้อ!” เฟิ่งหลง

            “เอาหล่ะเด็ก ๆ มาทำความคุ้ยเคยกันเอาไว้พี่ใหญ่จะไปทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเจ้าทาน  แล้วอีกอย่างไฉ่หงเจ้าอย่าใช้พลังพร่ำเพื่อให้คนอื่นจับได้เข้าใจหรือไม่”

            “ข้าเข้าใจขอรับนายท่าน เอ้ย ! พี่ใหญ่”

            เฟิ่งเทียนเดินส่ายหัวเข้าไปในห้องครัว ปล่อยให้เด็ก ๆ ทั้งสามทำความคุ้นเคยกันไป ไฉ่หงก็ทำตัวน่ารักยิ้มแย้มออดอ้อนเรียกพี่รองจ้ะ พี่สามจ๋า พร้อมกับเสกดอกไม้สีรุ้งให้ลอยตัวอยู่ในอากาศอีกหลายดอก บางครั้งก็ลอยตัวเข้าไปกอดออดอ้อนเฟิ่งหลงบ้างเฟิ่งจินบ้าง สร้างเสียงหัวเราะสนุกสนานให้กับน้องแฝดทั้งสองคน  

            พวกเขาเข้าใจพี่ใหญ่แล้ว ในเมื่อท่านเทพคอยช่วยเหลือพวกเขาให้หลุดพ้นจากความยากลำบาก พวกเขาก็จะช่วยดูแลไฉ่หงตอบแทนท่านเทพก็แล้วกัน

    *****************

    ละครโรงเล็ก

    ท่านเทพเสี่ยวเป่า : ข้าเป็นระบบ! ข้าไม่ได้มีหลานเป็นมังกร 

    เฟิ่งเทียน          : เสี่ยวเป่าไหน ๆ เจ้าก็มียาย้อมผมในกล่องสุ่มแล้ว เพิ่มอัตราความน่าจะเป็นให้ข้าด้วยหล่ะ    ข้าว่าอีกไม่นานหงอกก็คงจะเต็มหัวข้าแน่ ๆ 

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน ที่คุณอ่าน