หลังจากสมัครบัญชีนักเขียนเสร็จเรียบร้อยสวี่มั่วก็เปิดหน้าสร้างนิยายใหม่ มองไปที่ช่องชื่อเรื่องแล้วพึมพำกับตัวเองว่า“พูดถึงนิยายสะใจแล้ว ยังไงก็ต้องเป็นเรื่องนี้แหละ…”
เขาใช้ความคิดพิมพ์ลงไปว่า... ‘สัประยุทธ์ทะลุโลก’!! (หมายเหตุ: เพื่อเลี่ยงการตรวจเลยแก้ไขไปคำนึง แต่ทุกคนคงเข้าใจกันแหละ)
‘นี่คือโลกแห่งพลังต่อสู้ที่ไม่มีเวทมนตร์ฉูดฉาดใดๆมีเพียงพลังต่อสู้ที่วิวัฒน์จนถึงจุดสูงสุด! ระบบพลังใหม่ของเรื่อง…’
สวี่มั่วกรอกข้อมูลพื้นฐานของนิยายเสร็จอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าสู่หน้าสำหรับอัปโหลดเนื้อหาจริง เขาพิมพ์บทแรกขึ้นมาด้วยความคิดผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีก็เสร็จสมบูรณ์แล้วกดอัปโหลดขึ้นไป แล้วรอการตรวจสอบ
ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน นิยายถึงจะถูกเผยแพร่ให้คนอื่นเห็นจากนั้นเขาถึงจะอัปโหลดต่อไปได้
เมื่อจัดการเสร็จ สวี่มั่วก็ไปท่องเว็บไซต์อื่นต่อ
ไม่นาน จ้าวลี่อิ่งที่เก็บกวาดเสร็จ แล้วเดินกลับมานั่งลงข้างๆสวี่มั่ว ก่อนเปิดทีวีดูต่อ
เห็นฮัสกี้ยังนอนฟุบ ‘หมดแรง’ อยู่ตรงนั้น จ้าวลี่อิ่งก็อดสงสารไม่ได้เธอยกมือขึ้นลูบหลังมันเบาๆ พลางพูดว่า “มั่วมั่ว รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมวันนี้บ่ายฉันจะไม่ออกไปไหน อยู่บ้านเป็นเพื่อนแกเอง พักผ่อนให้เต็มที่นะ”
สวี่มั่วเพียงแค่เงยหน้ามองเธอแวบหนึ่งโดยไม่อธิบายใดๆ (จริงๆก็อธิบายไม่ได้) แล้วก็เอนตัวลงนอนต่อ
ไม่รู้ว่าเพราะยาที่กินเข้าไปหรือเปล่าสวี่มั่วเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ทันรู้ตัวก็ค่อยๆ หลับไป
ในความฝันเขาเห็นตัวเองฝ่าฟันอุปสรรคสารพัดจนเก็บแต้มพอที่จะกลับคืนร่างมนุษย์ได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสุขสันต์ร่วมกับเหล่าสาวงามมากมาย…
ขณะกำลังจะถึงช่วง ‘สุขสันต์’ ที่สุดอยู่นั้นเอง จู่ๆก็รู้สึกเหมือนถูกใครเตะเข้าอย่างแรง
เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ความฝันสลายหายไปหมดเหลือเพียงความจริงที่เขายังนอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นเท่านั้น
เขาเงยหน้ามองไปข้างๆก็เห็นจ้าวลี่อิ่งนอนตะแคงขดตัวอยู่ปลายอีกฝั่งของโซฟา หลับสนิทเต็มอิ่ม
เท้าที่เตะเขาเมื่อครู่ก็มาจากเธอนั่นเอง
เฮ้อ หลับทั้งทีทำไมไม่ไปนอนในห้องนะ…
สวี่มั่วเหลือบมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง ตอนนั้นดวงอาทิตย์ยังไม่ลับฟ้าเวลาคงยังผ่านไปไม่นานนัก
เห็นจ้าวลี่อิ่งหลับสบาย เขาเลยไม่ปลุกให้ตื่นแต่ลุกจากโซฟาเดินเข้าไปในห้องนอนของเธอ
ไม่นาน สวี่มั่วก็คาบผ้าห่มผืนหนึ่งเดินกลับออกมาเอาสองขาหน้าพาดขอบโซฟา แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มคลุมให้
จ้าวลี่อิ่งที่อยู่ในห้วงนิทรารู้สึกถึงความอบอุ่นบนร่างกายก็ยกมือขึ้นดึงผ้าห่มมาห่มแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวก่อนพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนเป็นท่าที่สบายกว่า แล้วก็หลับต่อไปอย่างเป็นสุข
ไหนๆ เธอเลือกจะนอนโซฟา งั้นฉันขอไปนอนเตียงแทนก็แล้วกันนะ…
สวี่มั่วเห็นเธอยืดขาแผ่เต็มโซฟาก็พึมพำในใจก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในห้องนอน
ความจริงเขายังรู้สึกง่วงอยู่ จึงตั้งใจจะไปนอนต่ออีกหน่อย…
เวลาผ่านไปทีละน้อยกระทั่งใกล้พระอาทิตย์ตกดิน จ้าวลี่อิ่งจึงค่อยๆ ลืมตาตื่น
“เอ๊ะ? ทำไมฉันถึงมาหลับอยู่ตรงนี้ได้…”เธอพึมพำงัวเงียขณะลุกขึ้นนั่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา พลางบ่น“นี่ฉันเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ…”
“หือ? ผ้าห่มนี่…”เธอเพิ่งสังเกตเห็นผืนผ้าที่ห่มอยู่บนตัว ก็ตกใจขึ้นมา “ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะก่อนนอนฉันหยิบมาไว้ด้วยเหรอ”
ถึงแม้เธอจะจำไม่ได้เผลอหลับไปตอนไหนแต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะดูทีวีแล้วเผลอหลับไป ไม่ใช่ว่าตัวเองหยิบผ้าห่มมาห่มแน่ๆงั้นมันเป็นฝีมือใครกัน
หรือว่าพี่ซือซือที่แวะมา?
จ้าวลี่อิ่งนึกถึงหลิวซือซือที่มีลูกกุญแจบ้านของเธอด้วยจึงเงยหน้ามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยว่ามีใครเข้ามาอีกทั้งหลิวซือซือก็บอกแล้วว่าวันนี้ต้องทำงานล่วงเวลา ไม่น่าจะมาได้
“เอ๊ะ? แล้วมั่วมั่วล่ะ”จ้าวลี่อิ่งเพิ่งสังเกตว่าเจ้าฮัสกี้หายไป
“มั่วมั่ว?” เธอขยี้ตาให้ตื่นเต็มตาก่อนลุกขึ้นยืน แล้วมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นร่างฮัสกี้อยู่ไหนเลย
เธอก้มมองผ้าห่มในมือตัวเอง แล้วหันไปมองห้องนอนตามสัญชาตญาณก่อนจะเดินเข้าไป
ประตูห้องนอนไม่ได้ปิดพอจ้าวลี่อิ่งก้าวเข้าไปก็เห็นเจ้าฮัสกี้นอนแผ่หลับบนเตียงของเธอสบายใจเฉิบไม่รู้ว่ากำลังฝันอะไรอยู่ ริมฝีปากขยับไปมา ลิ้นห้อยต่องแต่งน้ำลายยืดเปื้อนผ้าปูที่นอนเป็นดวงๆ …
จ้าวลี่อิ่งเบิกตาโพลง มองภาพตรงหน้าอยู่หลายวินาทีกว่าจะได้สติกลับมา
“เจ้า! หมา! บ้า! ใครอนุญาตให้แกมานอนบนเตียงฉันกันหา!”