บทที่ 7
เตรียมการ
อีก 2วันการแข่งขันยานบินแห่งดัสท์วัลเลย์จะเริ่มขึ้น...
ปราสาทผลึกไอเซนเกอร์ในเวลากลางวัน...
“แผ่นเหล็กได้รึยัง!” เสียงเรนตะโกนสั่งขณะที่เธอปีนไปบนยานบินระดับซิลเวอร์ของกิลด์ไอเซนเกอร์มันจอดอยู่ในห้องโถงขนาดยักษ์ของปราสาทคู่กับไฮเวย์สตาร์
“ใกล้ครบแล้ว! รอเดี๋ยว!” เสียงนิกกี้ที่กำลังใช้สกิลของเธอและทากะช่วยกันสร้างแผ่นเหล็กตอบออกไปงานแบบนี้ต้องอาศัยค่าความชำนาญซึ่งเธอและทากะมีสูงกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่ม
“ถ้าเสร็จแล้วส่งขึ้นมาเลย!” เสียงเรนที่อยู่บนดาดฟ้ายานบินตะโกนผ่านระบบสื่อสารลงมาเธอกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ที่นั่น
“เหลืออีกแค่สองวันจะทันไหมนี่” นิกกี้พูดออกมาขณะใช้สกิลของเธอสร้างแผ่นเหล็กกับท่ากะทั้ง 2คนได้แผ่นสกิลที่ใช้แล้วจะเรียนรู้สกิลใหม่มาจากเรน ซึ่งเธอเพิ่งมาร่วมกิลด์ไอเซนเกอร์หลังจากทดสอบยานบินที่เมืองดัสท์วัลเลย์แลพในตอนี้เธอกำลังช่วยจัดการเสริมอาวุธลับสำหรับพิชิตงานแข่งยานบินที่จะมีขึ้นในวันมะรืน
“มีอะไรให้ฉันช่วยไหม” อายะที่ต้องอยู่กับทากะพูดขึ้น
“ใจเย็นๆ อายะ งานเธอคือจัดการศัตรู งานแบบนี้พวกฉันจัดการเองว่าแต่พวกเธอก็แปลกนะ พี่ชายอยู่สายสร้างอาวุธส่วนนอกสาวไปเป็นแนวหน้าเสียอย่างนั้น” เธอพูดออกไป
ทากะเงยหน้าขึ้นมาแตะยิ้มส่วนอายะที่นั่งกอดอกมองดูการสร้างสิ่งของอยู่นั่งอมยิ้มและในเมื่อไม่มีเสียงตอบกลับอะไรนิกี้ก็จัดการงานของเธอต่อไป...แต่เมื่อเธอรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงค่าสเตตัสของตัวเองก็ตะโกนเรียกเสียงดัง
“ลิน! บัฟหมดแล้ว ขอเบลสกับกลอด้วย!”
หลังจากำได้ยินเสียงที่ว่าหญิงสาวนักบวชประจำกลุ่มก็รีบวิ่งมาที่นิกกี้และทากะเธอหยิบการ์ดขึ้นมา 2 ใบแล้วเรียกใช้ทันที มันเป็นการ์ด NB ที่มีขายอยู่ทั่วไปที่เมื่อใช้แล้วจะมีผลเพียง 1 นาทีแล้วหายไป การ์ด NB ที่สายนักบวชเท่านั้นที่จะใช้ได้
“เบลสซิ่ง!”
“กลอเรีย!”
ลินใช้การ์ดเพิ่มความค่าสเตตัสชั่วครู่ให้นิกกี้และทากะหลังจากนั้นเสียงเรียกใช้สกิลสร้างสิ่งประดิษฐ์ของทั้งสองคนก็ดังขึ้น...
“ครีเอชั่น!” เสียงนิกกี้ดังขึ้น
“ครีเอชั่น!” เสียระบบประกาศทักษะที่ทากะใช้ออกมา
“ครีเอชั่น!” “ครีเอชั่น!”
“ครีเอชั่น!” “ครีเอชั่น!”
“ครีเอชั่น!” “ครีเอชั่น!”
เสียงที่ว่าดังอีกหลายสิบครั้งแผ่นเหล็กถูกสร้างออกมาโดยมีล้มเหลวบ้างแต่ก็ไม่ถึง 10% เมื่อมันปรากฏออกมาแล้วก็กลับกลายเป็นการ์ดการ์ดที่ว่าถูกสร้างขึ้นมากขึ้นทุกขณะและเมื่อได้จำนวนหนึ่งนิกกี้ก็ส่งให้ลินนำมันขึ้นไปให้เรนที่กำลังจัดการสร้างบางอย่างอยู่บนยานสกายแซฟไฟร์เออร์ที่ตอนนี้มีชื่อเรียกแล้วว่า...ฟลายอิ้งฟิน
เหตุการณ์เป็นไปแบบนี้อยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเรนก็ลงมาพักผ่อนที่ด้านล่าง พวกนิกกี้และทากะเองก็ถือโอกาสนี้พักด้วยทั้งหมดมานั่งกันอยู่บนพื้นปราสาทที่เย็นเฉียบเพราะพายะหิมะที่อยู่ด้านนอก
“ไม่คิดว่ายานบินพวกนี้จะเปลี่ยนเป็นการ์ดได้ด้วยเกมนี้อะไรก็เป็นการ์ดไปหมด” นิกกี้พูดขึ้นเมื่อเรนเดินมานั่งทิ้งตัวร่วมวงกับพวกเธอที่ตอนนี้ขาดบลานซ์แทน และเอ็ดเวิร์ด
“ไม่ใช่ระบบของเกมนี้หรอก...สกิลของฉันเองแหละ” เรนพูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความอ่อนล้า
“เหอ!?” นิกกี้ทำเสียงจกใจขณะที่ลินซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเธอ และอายะที่นั่งพิงเสาอยู่ก็คิดเช่นเดียวกัน “สกิลของเธอ?” นิกกี้ถามย้ำ
“อื้อ...สกิลอาชีพฉันเมื่อเลเวลเกินร้อยไปแล้วน่ะ” เรนตอบกลับมาเรียกสายตาสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี“เวฮีเคิลมาสเตอร์ (Vehicle Master) เลเวลสูงๆสามารถจัดการเปลี่ยนยานบินให้กลายเป็นการ์ดได้น่ะถ้าเจ้าของยินยอม” เธอตอบออกไป
“เหอ...เวฮีเคิลมาสเตอร์เธอเป็นสายชำนาญเรื่องยานพาหะนะนั่นนะรึ...มันเล่นยากมากเลยนะ” นิกกี้พูดออกไป
“ฉันกับพี่สโนว์เล่นสายนี้กันน่ะ ช่วงแรกๆอาชีพนี้เล่นยาก ไม่มีสกิลอะไรมากนักแถมสายสกิลรองของพวกเรายังจะเริ่มมีประโยชน์ก็ตอนเลเวลเยอะแล้ว โชคดีที่พวกเราเจอหัวหน้ามิร่าเลยถูกชวนมาเข้าทเวลฟ์วิงก์ตอนเก็บเลเวลช่วงต้นเลยง่าย” เรนตอบพร้อมกับใช้มือยันไปที่พื้นด้านหลังแล้วเอนตัวแหงนหน้ามองเพดานปราสาทตามด้วยเป่าปาก
“ตอนนั้นลินหัวใจจะวายพี่นิกกี้ไม่อยู่ด้วย...ตอนที่พี่เรนบอกว่าจะออกจากิลด์น่ะ ลินเซี้ยว...เสียวว่าคุณมิร่าจะโกรธถ้ามิร่าโกรธนะมีหวังพวกเราตายหมู่ แต่คุณมิร่ากลับยิ้มให้เรนเฉยเลยแถมยังบอกว่าคิดไว้แล้วอีกด้วย” ลินที่นั่งอยู่ด้วยกันพูดถึงตอนที่เรนขอออกจากกิลด์ที่เมืองดัสท์วัลเลย์
“หัวหน้ามิร่าน่าจะรู้ว่าฉันอึดอัดที่ต้องคอยเป็นรองพี่สโนว์เพราหัวหน้ารับผิดชอบกองยานคือพี่สาวฉันเองและฉันก็ไม่สามารถไปยุ่งเรื่องที่เธอตัดสินใจได้หัวหน้าน่าจะรู้ว่าฉันอยากลองสู้กับพี่สโนว์ดูเลยแนะนำฉันให้รู้จักพวกเธอนั่นล่ะ” เรนพูดออกมา “ตอนขอออกจากกิลด์น่ะฉันไม่กลัวหัวหน้ามิร่าโกรธเลยเพราะรู้ว่าเธอต้องไม่ว่าอะไรอยู่แล้วกลัวก็แต่พี่สโนว์จะหาว่าฉันทรยศทเวลฟ์วิงก์แต่นี่อะไร...พี่กลับยิ้มให้ฉันแล้วบอกว่าให้มาสู้กันที่งานแข่งส่วนหัวหน้าก็บอกกับแทนว่าให้ยืมตัวฉันไปชั่วคราว” เรนพูดออกมาก่อนจะถอนหายใจยาวอีกครั้ง
“แต่ฉันสงสัยว่าที่เจ้าแทนคิดนี่มันทำได้จริงๆนะรึ ดัดแปลงยานในเกมเนี่ยะนะ” นิกกี้ถามเรน
“ได้...มันปรับแต่งได้อยู่แล้วล่ะฉันคิดว่าถ้ามีการอัพเดตอะไรเพิ่มอาจจะได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำเพราะเคยอ่านมาว่าถ้าระดับเลเวลของเวฮีเคิลมาสเตอร์สูงมากๆจะสามารถอัพเกรดพาหะนะต่างๆ ได้ด้วย” เสียงตอบกลับมาจากสาวผมแดง
“โห...!” ลินทำเสียงตื่น“อย่างนี้ถ้าช่วงหลังๆนี่อาชีพนี้ก็เยี่ยมเลยน่ะสิค้าพี่เรน!”
“ถ้าเล่นไปถึงน่ะนะ” นิกกี้พูดขึ้น “อาชีพนี้ไม่มีสกิลที่จะช่วยเก็บเลเวลเล่นยากน่ะ”
“แต่จะว่าไปนะคะพี่นิกกี้กิลด์เราก็มีคนที่ไม่มีสกิลช่วยในการเก็บเลเวลอยู่ด้วยนะคะ ไม่มีแบบไม่มีจริงๆแถมยังหนักไปทางสกิลลดเลเวลอีกด้วย...เลเวลจริงๆ นะคะไม่ใช่เลเวลทรัพย์สิน” ลินพูดถึงใครคนหนึ่งที่ตอนนี้ไม่อยู่ที่นี่
นิกกี้นึกหน้าชายคนหนึ่งกับคำพูดเสี่ยวๆได้ในทันที “นั่นสิ...ว่าแต่ใช้เจ้าสามคนนั่นไปจัดการงานนั้นมันจะได้เรื่องไหมนี่เวลาที่เหลืออยู่ก็อีกไม่นานแล้ว ไม่รู้เจ้าพวกนั้นจะไปถึงแบบปกติกับเขาหรือเปล่า” เธอพูดพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างของปราสาทผลึกหิมะยังโปรยตัวลงมาไม่เคยหยุดเช่นเคย สายลมยังพัดพาไอเย็นผ่านกระจกใสและเมื่อพักผ่อนกันได้พอสมควรเสียงในปราสาทก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการดัดแปลงยานฟลายอิ้งฟิน...
ในเวลาเดียวกัน...ลึกเข้าไปในป่าอาถรรพ์ทางตอนใต้ของจากดัสท์วัลเลย์...
“บล๊านซ์!อีกไกลแค่ไหนถึงจะถึงบอสที่เรนบอกสักที!” แทนที่ท่าทางจะหมดแรงถามบลานซ์ซึ่งกำลังเดินนำอยู่
“ฉันว่าเราน่าจะหลงทางนะ...” บลานซ์พูดหน้านิ่งขณะมือยังกลับแผนที่ไปมา
“รู้นานแล้วว่าหลง...ถ่อ...ทำไมเอ็ดจังต้องมาหลงป่าด้วยเนี่ย!ใครมันเอาไอเทมที่เรนจังจะเอามาซ่อนไว้ที่นี่กันนะ” เอ็ดเวิร์ดพูดเสียงเซ็งขณะเดินลุยไปในปาทึบและทางเดินรกชัด
“โหยยย....พี่เอ็ดเรายังรอดมาเดินอยู่ที่นี่ก็ดีเท่าไรแล้ว พี่ไม่อยู่นี่ตอนเรนขอออกจากกิลด์จะมาอยู่กับพวกเราน่ะผมอยู่ตรงนั้นนะพี่เสียวสันหลังวาบเลยกลัวมิร่าจะโป้งป้างขึ้นมาตายยกเล้ากันพอดีพวกเรา” แทนพูดขณะกระโดดข้ามรากไม้ขนาดใหญ่ที่มีมอสและเฟิร์นขึ้นปกคลุมจนเป็นสีเขียว
“ฉันว่าทางนี้...” บลานซ์พูดพร้อมกับมองไปทางซ้ายแต่ในตอนนั้นเองแทนก็เดินมาทันเขามองไปที่แผนที่ในมือของชายในชุดอัศวินที่ถือมันอยู่
“บลาซ์...นายดูแผนที่นี้แล้วนำเรามาตลอดเลยใช่ไหม” แทนถามออกไป
บลานซ์หันมาพยักหน้ารับทันที“อื้อใช่...แผนที่ทางเดินไปห้องบอสของป่าอาถรรพ์ที่ซื้อมาจากพวกนักเดินทางหน้าป่าดูแล้วเชื่อถือได้นะ” เขาพูดออกมา
แทนสูดหายใจเข้ายาวๆสองครั้ง “ใช่...ฉันว่ามันเชื่อถือได้...” เขาสูดหายใจอีกครั้งหนึ่ง “ถ้าเอ็งไม่ถือแผนที่กลับหัวนะ!” คราวนี้เขาเสียงดังทันที
บลานซ์ทำตาโตก่อนจะลองหมุนแผนที่ดูใหม่“เอ...นี่ตอนเข้าถ้าพระอาทิตย์อยู่ซ้ายมือ ทางนี้ก็ต้องเป็นทิศเหนือสิ” เขาพูดออกไป
“ถ้าโลกเราน่ะใช่...” แทนพยายามสงบใจ “แต่เกมนี้มันมีพระอาทิตย์สองดวง!แล้วดวงที่นายดูอยู่นี่มันขึ้นคนละทางกัน!”
“ห่ะ...” บลานซ์ทำหน้าตกใจแต่ดูเหมือนจะมีคนทำหน้าตกใจมากกว่าเอ็ดเวิร์ดที่เดินจนหมดแรงพอได้ยินเรื่องที่แทนคุยกับบลาซ์ก็ทรุดตัวลงนั่งทันที
“ต๊าย! ตายแน่ๆ!” ชายหนุ่มผู้ไม่มีสกิลช่วยในการเพิ่มเลเวลแต่กลับมีสกิลติดตัวสำหรับลดเลเวลพูดขึ้น
“เอามานี่เลย...ฉันนำเอง” แทนดึงแผนที่มาจากมือบลานซ์ก่อนจะมองดูรอบตัว “เวรแท้ๆ แล้วนี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย” หลังแทนพูดจบนกฝูงใหญ่ก็บินผ่านท้องฟ้าที่ต้องมองลอดกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่สูงใหญ่หลายสิบเมตรขึ้นไป...
สองชั่วโมงผ่านไป...
“นั่นใช่ไหมแทน...” เอ็ดเวิร์ดที่ทำท่ากำลังจะหมดแรงถามขึ้นขณะที่มองไปยังประตูที่มีเถาวัลย์พันกันไปมา
“น่าจะใช่แล้วล่ะพี่” แทนที่กำลังถือแผนที่ในมือพูดขึ้น
“ขอโทษนะฉันพาหลงไปหน่อยนึง” บลานซ์พูดออกมา
“โอเค...หน่อยนึง” แทนทำเสียงปลงๆก่อนจะหันไปมองบานประตูขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้ามันเป็นประตูที่ติดอยู่บนหินก้อนมหึมาที่ถูกแมกไม้ เฟิร์น และมอสปกคลุมอยู่
“ดูจากมอนที่อยู่ในป่านี้แล้วบอสน่าจะไม่ธรรมดานะ” บลานซ์พูดออกไป
มอนสเตอร์ในป่านี้เลเวลเฉลี่ยอยู่ราวๆ140แต่ที่ทั้งสามคนสามารถฝ่ามาได้จนถึงห้องบอสได้ก็เพราะเลเวลของพวกเขาเพิ่มขึ้นจากการไปหาของไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้แทนเลเวล 130 ในขณะที่บลานซ์และเอ็ดเวิร์ดเลเวล 121 และ 87 ตามลำดับแต่ถึงเอ็ดเวิร์ดจะเลเวลมากขึ้นมามากแต่ก็ไว้ใจเขาได้เพียงแค่สนับสนุนทีมเพียงเท่านั้น
“ติดต่อพวกนั้นเลยดีกว่า...” แทนพูดขึ้นหลังจากนั้นเขาก็เปิดหน้าจอติดต่อขึ้นมาแล้วติดต่อไปที่นิกกี้ “พวกฉันมาถึงหน้าประตูห้องบอสแล้วพวกเธอเตรียมตัวพร้อมรึยัง” แทนบอกกับนิกกี้ที่หน้าจอ
“นายคอยแป๊บเดี๋ยวฉันเรียกพวกนั้นก่อน...เรน!” นิกกี้ที่อยู่ในหน้าจอหันไปเรียกคนอื่นๆโดยเริ่มจากเรนที่อยู่บนดาดฟ้ายานฟลานอิ้งฟิน หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกัน
“พร้อมนะ...” แทนถามออกไป
“อื้อ...”
“พร้อม!”
“พร้อมค่า!”
“...” อายะและทากะไม่ได้ตอบออกมาแต่ก็พยักหน้ารับ
“โอเค...ถ้างั้นมากันเลย...” แทนพูดขึ้นพร้อมกับเรียกหน้าจอหนึ่งออกมาแล้วเลือกไปที่คำสั่งหนึ่งบนหน้าจอนั้นและเมื่อเลือกเสร็จแทนก็ขยับผ่ามือช้าๆ พร้อมกับตะโกนเสียงดัง
“ลีดเดอร์คอล!”
เขาเรียกใช้สกิลที่ได้มาจากกิลด์เลื่อนเป็นระดับ1 ในตอนนี้ค่าประสบการณ์ของทุกคนจะถูกแบ่งให้กิลด์20% เพื่อเพิ่มเลเวลกิลด์ให้สูงขึ้นและสกิลที่แทนใช้ออกมาคือสกิลที่ใช้ได้เพียง 48 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้งเท่านั้นสกิลที่สามารถเรียกสมาชิกในกิลด์ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกให้กลับมารวมตัวที่หัวหน้ากิลด์
ลีดเดอร์คอล LV 1
ทักษะกิลด์สำหรับเรียกใช้ สุ่มเรียกสมาชิกกิลด์ที่อยู่ในสถานที่ตั้งกิลด์ไม่เกิน 10 คนมารวมตัวกันที่ผู้เรียกใช้สกิลนี้ เมื่อเรียกใช้แล้วไม่สามารถเรียกใช้ได้อีกจนกว่าเวลาจะผ่านไป 48 ชั่วโมง (หากเรียกใช้ในสถานที่จำกัดจำนวนผู้เล่นจะสุ่มเรียกได้ไม่เกินจำนวนผู้เล่นที่ถูกระบุไว้)
หลังสิ้นเสียงของแทนเพื่อนๆของเขาที่อยู่ในปราสาทผลึกไอเซนเกอร์ก็ถูกเรียกมาที่ป่าอาถรรพ์ทันที นิกกี้ เรน อายะ ทากะและเรนปรากฏตัวออกมาตรงหน้าของแทนที่ทุกคนปรากฏตัวออกมาก็เพราะสกิลที่เรียกใช้นี้จะสุ่มสมาชิกมาไม่เกิน 10 คน แต่พวกแทนนั้นมีไม่ถึง 10 คนจึงถูกเรียกมาทุกคนด้วยข้อแม้ที่ว่า
“เจ๋ง!” เอ็ดเวิร์ดที่เห็นเพื่อนๆของเขามาปรากฏตัวพูดขึ้น
“สะดวกดีแฮะสกิลนี้” แทนพูดขึ้น
“เรนจังๆ ทเวลฟ์วิงก์เลเวลเท่าไรรึ” เอ็ดเวิร์ดหันไปถามเรน
“ฉันจะไม่บอกเรื่องของกิลด์เก่านะ” เรนพูดสียงเข้มทำเอาเอ็ดเวิร์ดยิ้มแหยไปทันที
“ใช่ที่นี่หรือเปล่า” แทนพูดพรอ้มกับชี้ไปที่ประตูที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์
เรนมองตามนิ้วที่ชี้ไปก่อนจะตอบบออกมา“ใช่แล้วล่ะที่นี่แหละ” เธอว่า
“งั้น...ลุยกันเลยไหม” แทนถามอีกครั้งและเมื่อทุกคนพยักหน้ารับบลานซ์ก็เดินออกนำหน้าแล้วเปิดประตูที่ว่าเข้าไปด้านใน
ที่นั่นเป็นเหมือนถ้ำขนาดใหญ่ด้านบนสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตรมีแสงสว่างส่องลงมาทำให้การมองเห็นทำได้ชัดเจนผนังหินรอบๆ ปกคลุมด้วยตะไคร่เขียว มอส และเฟิร์น ความชื้นสัมผัสได้ชัดเจนพวกแทนเดินเข้าไปด้านใน และเมื่อคนสุดท้ายเดินเข้ามาประตูก็ปิดลงเหมือนเคย
บอสแห่งป่าอาถรรพ์เมนอีทเตอร์บลอสซัม เลเวล 220 ปรากฏตัว...
เสียงจากระบบประกาศการปรากฏตัวของบอสแต่หลังจากนั้นก็ยังมีเสียงประกาศครั้งต่อไป
ทักษะอาชีพริกซ์เบรกเกอร์ทำงานผู้เล่นแทนไทยเลเวลลดลงกึ่งหนึ่ง หากการหารมีเศษให้ปัดขึ้นเมื่อจัดการศัตรูลงได้จะได้รับค่าประสบการณ์ การ์ด และไอเทมเป็นจำนวน 2 เท่า...