หลังจากการเดินทางอย่างยาวนานในที่สุด ขบวนเสด็จอันยิ่งใหญ่ก็มาถึงแคว้นหาน ฮ่องเต้อู่ซานตี้ส่งคนออกมารับเสด็จทั้งสามพระองค์อย่างสมพระเกียรติเดิมทีควนเป็ไท่จื่อที่ออกมารับ แต่เนื่องจากตามธรรมเนียม บ่าวสาวไม่ควรพบหน้าก่อนถึงวันมงคลจึงเป็ขันทีคนสนิท และ เ้ากรมพิธีการที่ออกมาต้อนรับแทน
“ถวายพระพรไท่จื่อิ่ต้าเฟยหลง และ ต้าจางกงจู่ิ่ต้าเฟยเฟิ่งกระหม่อมเหวินเจา เ้ากรมพิธีการ ผู้นี้คือ เกากงกง เป็คนสนิทของหวงช่าง พ่ะย่ะค่ะ” ท่านเ้ากรมพิธีการ และ เกากงกง ถวายความเคารพอย่างนอบน้อมทั้งสองพระองค์ตรงหน้าหาใช่องค์ชาย องค์หญิงธรรมดา แต่เป็ถึงไท่จื่อ และต้าจางกงจู่ ที่กำเนิดจากฮองเฮาแคว้นเว่ย การแต่งงานครั้งนี้ยิ่งสำคัญ เกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ของแคว้นจะล่วงเกินไม่ได้เป็อันขาด
“พวกท่านตามสบายเถอะ เปิ่นหวางและน้องสาวคงต้องรบกวนพวกท่านอีกมาก”
“งานอภิเษกสมรสจะมีขึ้นในอีกสามวันระหว่างนี้หวงโฮว่ทรงจัดที่ประทับของต้าจางกงจู่ไว้ที่ตำหนักหงส์เหินซึ่งเป็ที่ประทับของพระนาง ส่วนิ่ไท่จื่อ องค์ไท่จื่ออู่ิหลง ทรงเชิญเสด็จประทับที่วังตะวันออกพ่ะย่ะค่ะ” เป็เกากงกงที่เอ่ยทูล ก่อนที่จะนำเสด็จ ต้าจางกงจู่เสด็จสู่วังหลังแยกกับท่านเ้ากรมพิธีการที่ไปส่งเสด็จิ่ไท่จื่อยังวังตะวันออก
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านด้วย น้องไปก่อนนะเพคะ ต้าเกอ” ิ่ต้าเฟยเฟิ่งยอบกายลาพี่ชายอย่างนอบน้อม แม้ปกติอยู่แคว้นเว่ยจะไม่ทำแต่มาต่างแคว้นเช่นนี้ จะให้ผู้ใดว่ากล่าวไปถึงเสด็จพ่อ เสด็จแม่มิได้
ตำหนักหงส์เหิน
“หม่อมฉันิ่ต้าเฟยเฟิ่ง และ น้องสาวิ่อวี้เหมย แห่งแคว้นเว่ยถวายพระพรหวงไท่โฮว่ และ หวงโฮว่ ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปี พันๆปี” กงจู่ต่างแคว้นทั้งสองพระองค์ คุกเข่าถวายพระพรอย่างเต็มพิธีการ ทั้งงดงามอ่อนช้อย มากมารยาท กิริยาท่าทางสมกับเป็ราชนิกูลชั้นสูงพาให้สตรีสูงศักดิ์แคว้นหานทั้งสองพระองค์พึงพอใจนัก
“พวกเ้าลุกขึ้นเถิด พวกเ้ายกเก้าอี้ให้กงจู่เร็ว” ทันทีที่ได้รับอนุญาต นางกำนัลคนสนิท ต่างเข้ามาประคองกงจู่ของตนลุกขึ้นทันที
“ได้ยินชื่อเสียงเ้ามานาน ว่างดงามล่มเมือง ไม่แพ้ซูหนี่ว์ฮองเฮาผู้เป็มารดาเห็นทีคำเล่าลือจะเป็จริง” เป็ฉีหวงโฮว่ที่เอ่ยเปิดบทสนทนาก่อนนางถูกใจลูกสะใภ้คนนี้นัก ไท่จื่อบุตรชายนางเ้าสำราญไม่น้อย จนตอนนี้วังตะวันออกเต็มไปด้วยอนุชายา นางกลัวเหลือเกินที่จะได้สตรีชั้นต่ำมาเป็สะใภ้
“เป็อย่างไรบ้าง เดินทางมาแรมเดือนลำบากเ้าไม่น้อยเลย” หวงไท่โฮว่กล่าวกับหลานสะใภ้ด้วยความอารีย์
“ขอบพระทัยทั้งสองพระองค์เพคะ เดินทางไกลเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างแต่ไม่มากเพคะ” จะเหนื่อยได้อย่างไรเล่านางหาใช่สตรีในห้องหอ นางติดตามต้าเกอไปฝึกยุทธั้แ่ 10 หนาวพี่ชายอยู่ไหนนางอยู่นั่น เดินทางแค่นี้ไม่ทำให้เหนื่อยยากได้หรอก
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ก็เรียกข้าว่าเสด็จแม่เหมือนไท่จื่อเถอะข้าจะให้คนพาพวกเ้าไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เราค่อยเริ่มเรียนรู้พิธีต่างๆของแคว้นหาน”
“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลลา”
หลังจากวันนั้นชีวิตของเฟยเฟิ่งก็วุ่นวายอยู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรม พิธีการต่างๆเพื่อการเป็ไท่จื่อเฟยของแคว้นหาน อวี้เหมยกงจู่เองก็ยุ่งไม่แพ้กัน แม้นางจะมาที่นี่ในฐานะผู้ติดตามแต่ด้วยตำแหน่งที่สูงศักดิ์จึงต้องร่วมเรียนรู้ไปกับต้าจางกงจู่ด้วยจนในที่สุดวันสำคัญของสองแคว้นก็มาถึงทั่วทั้งแคว้นหานต่างประดับประดาไปด้วยสีแดงมงคล
เนื่องจากฝ่ายเ้าสาวพำนักอยู่ในวังหลังบุรุษไม่อาจย่างกรายได้ ฉีหวงโฮ่วจึงพาิ่ต้าเฟยเฟิ่ง มารอเ้าบ่าวที่ตำหนักพิธีการไม่นานขบวนเ้าบ่าวก็มาถึงองค์ไท่จื่อทรงม้านำเกี้ยวแปดคนหามมารอรับไท่จื่อเฟยอย่างสมเกียรติ สินสอดนอกเหนือจากที่ส่งมอบไปแคว้นเว่ยล่วงหน้าหลายเดือนแล้วนั้น วันนี้ไท่จื่อยังเตรียมมาอีกอย่างมากมายมหาศาลสินเดิมเ้าสาวเองก็ไม่น้อยหน้า จนทางราชสำนักต้องเกณฑ์คนขนมาอย่างมากมาย
เมื่อเกี้ยวหยุดลงตรงหน้าิ่ต้าเฟยหลงอุ้มน้องสาวขึ้นเกี้ยวตามธรรมเนียม ก่อนจะทรงม้าขนาบข้างไปกับเกี้ยวเ้าสาวสีแดงอลังการที่มีเ้าบ่าวทรงม้านำขบวนชาวบ้านต่างมามุงดูพิธีอภิเษกอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ พลางชะเง้อมองหวังจะได้เห็นพระพักษ์ไท่จื่อเฟยที่เลื่องลือว่างดงามปานนาง์ วังตะวันออกอยู่ไม่ไกลจากวังหลวงนักไม่นานเกี้ยวก็หยุดลง
ไท่จื่ออู่ิซานลงจากม้าก่อนจะเปิดเกี้ยวส่งมือให้เ้าสาวของตนจับ มือเรียวขาวดังหยกเนื้อดีวางลงบนมือหนาก่อนจะโน้มตัวออกมา ไท่จื่อเห็นดังนั้นจึงอุ้มเ้าสาวลงก่อนจะะโเตะเกี้ยวตามพิธีโบราณ หลังจากเสด็จสิ้นขั้นตอนต่างๆ ขณะนี้เ้าบ่าวเ้าสาวกำลังคุกเข่าลง เพื่อทำตามขั้นตอนสุดท้าย ในส่วนของเ้าบ่าว อู่ซานตี้ และฉีหวงโฮว่เสด็จมาเป็ผู้ใหญ่ฝ่ายชายด้วยตัวเอง ของฝ่ายหญิง ิ่ไท่จื่อเป็ผู้รับหน้าที่นี้แทนพระบิดาพระมารดา ที่ไม่อาจมาด้วยตนเองได้
“หนึ่ง คำนับฟ้าดิน”
“สอง คำนับพ่อแม่”
“สาม คำนับกันและกัน” สองร่างัหงส์ในชุดแดงมงคล หันกายเข้าหากันก่อนจะคำนับกันและกันตามประเพณี
เมื่อพิธีการเสร็จสิ้นิ่ต้าเฟยเฟิ่งที่ขณะนี้คือไท่จื่อเฟย อย่างเป็ทางการแล้ว ได้ถูกพาตัวมาที่ห้องหอรอไท่จื่อที่กำลังร่วมดื่มกับแขกที่มาร่วมงาน หวงช่าง และ หวงโฮว่เสด็จกลับั้แ่เสร็จสิ้นการคำนับฟ้าดินส่วนิ่ไท่จื่อยังคงกลั่นแกล้งเ้าบ่าวอยู่ด้านนอก ไม่ยอมปล่อยตัวเข้าห้องหอง่ายๆ
หลังจากที่นางกำนัลคนสนิทออกไปแล้วภายในห้องหอจึงมีเพียงเฟยเฟิ่งอยู่ตามลำพัง นางไม่ได้หวาดกลัวแต่นางกำลังทบทวนสิ่งที่พระมารดาสอนสั่ง ‘เสด็จแม่บอกว่า แม้เป็ชายาเอก แต่ความโปรดปรานของสวามีก็สำคัญการปรนนิบัติสวามีในห้องหออย่าให้ตกหล่น เมื่อสวามีโปรดปราน จะทำอะไรก็จะยิ่งง่ายดายนักที่สำคัญ คืนเข้าหอมีค่าดั่งทองคำพันชั่งอย่าให้ผู้ใดใช้มารยาหลอกล่อสวามีออกไปได้’ คิดอยู่ไม่นานเสียงประตูเปิดออกก็ดังขึ้น เฟยเฟิ่งนั่งหลังตรงอย่าสง่างามรอเ้าบ่าวอยู่ก่อนแล้ว
“รอนานหรือไม่น้องหญิง มาเถอะพี่จะเปิดผ้าคลุมเ้าออก เราจะได้มาดื่มสุรามงคลกัน” ในขณะที่ผ้าคลุมหน้ากำลังจะเปิดออกเฟยเฟิ่งกลับรู้สึกคุ้นหูกับน้ำเสียงคนตรงหน้า แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
ในสุดที่ผ้าคุมหน้าก็เปิดออกร่างสูงเข้าพยุงร่างบางของเ้าสาวตนมานั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะรินสุรามงคลส่งให้เฟยเฟิ่งรับสุรามาโดยไม่มองหน้าเ้าบ่าว ก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรามงคลเป็อันจบพิธีจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า ก่อนดวงตาหงส์คู่งามจะเบิกโพล่ง
“เ้า!!! เ้ามันคุณชายปากเสียเมื่อ6 ปีก่อนนี่!!!” มิน่าหลังจากวันนั้นเปิ่นกงจู่ถึงไม่เคยพบเ้าอีก ที่แท้หาใช่บุตรขุนนาง แต่เป็ถึงไท่จื่อต่างแคว้น
“เหตุใดเ้าจึงจำเปิ่นไท่จื่อได้ ตอนนั้นเ้าอายุเพียงสิบหนาวเท่านั้นเอง” ิหลงตกตะลึง ด้วยตัวเขามั่นใจว่านางไม่มีทางจำเขาได้แน่ตอนนั้นเขาเองก็ยังเด็ก จึงพูดจาแบบนั้นกับนางไป ภายหลังจึงได้รู้จากเสด็จแม่ว่า หากพูดเช่นนั้นกับสตรีที่ชอบตัวเขาอาจจะโดนเกลียด จึงได้แต่หวังว่านางจะจำไม่ได้
“เปิ่นกงจู่ 10 หนาว หาใช่ 3 หนาวใยจะจำไม่ได้ แม้ท่านจะเติบโตขึ้นแล้วอย่างไร ใบหน้าของท่าน เปิ่นกงจู่ก็จำได้ไม่เคยลืม” ‘นางจะลืมได้อย่างไร จะลืมบุรุษที่ขโมยหัวใจนางไปั้แ่แรกสบตาได้อย่างไรแม้เขาในวันนี้จะเติบใหญ่ขึ้น อีกทั้งใบหน้าของเขาช่างงดงาม ราวกับรูปปั้นร่างกายสูงใหญ่องอาจ แม้ไม่กำยำเท่าพระบิดาของนางแต่ความงดงามหาใช่ธรรมดาของบุรุษในใต้หล้านี้’
“เช่นนั้นเปิ่นไท่จื่อขอโทษเ้า เ้ายกโทษให้เปิ่นไท่จื่อได้หรือไม่ไท่จื่อเฟยของข้า” ิหลงเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจน้ำเสียงเจือความออดอ้อน ด้วยอยากสตรีตรงหน้าลืมเลือนความทรงจำที่ไม่ดีนั้นเสีย
“หากท่านสำนึกผิด ยอมขอโทษเช่นนี้ หม่อมฉันก็ให้อภัยเพคะ” แม้ใจจริงจะไม่ได้โกรธเคืองอะไร แต่เพื่อไม่ให้ตนเสียหน้า เฟยเฟิ่งจึงต้องตอบอย่างไว้เชิงสักนิด
"หากเราเข้าใจกันแล้วเช่นนี้งั้นมาให้พี่มองหน้าชัดๆหน่อยเถิด" ิหลงโอบประคองร่างบางลงนอนบนเตียงก่อนจะค่อยๆก้มลงจุมพิตริมฝีปากบางช่ำน้ำ พลางสอดลิ้นรุกล้ำ ฉกชิมความหวานจากด้านใน
เฟยเฟิ่งเองก็ไม่น้อยหน้ามือค่อยๆบรรจงถอดเสื้อคลุมของร่างสูง ฝ่ามือนุ่มลูบไหล่หัวไหล่แกร่งระหว่างสองร่างกำลังโอ้โลมกันอยู่นั้นฉับพลันแววตาหงส์ของิ่ต้าเฟยเฟิ่งแข็งกร้าวเย็บเยียบขึ้นมาทันตา เนื่องจาก
"ไท่จื่อเพคะ ช่วยพระชายาเจินด้วยเพคะ พระชายาโดนวางยาพิษเพคะ!!!!" นางกำนัลของชายารองตระกูลเจินร้องะโหน้าตำหนักพาให้ข้ารับใช้ด้านนอกใด้วยคาดไม่ถึง
อู่ิหลงใกระเด้งตัวขึ้นแต่กลับถูกมือบางจับไหล่ไว้แน่น กำลังจะอ้าปากขอออกไปดูชายารองแต่เมื่อสบสายตาหงส์ตรงหน้า เพื่อความปลอดภัยจึงรีบกลืนคำพูดลงท้องไปทันที
"ซือซือ ไปบอกท่านพ่อบ้าน ตามหมอไปรักษาเจินเหลียงตี้อย่าให้นางตาย!!แล้วห้ามใครมารบกวนคืนเข้าหอของเปิ่นไท่จื่อเฟยอีกใครกล้าขัดคำสั่งปะาได้ทุกคน!!!!"ทุกคนที่ได้ยินต่างใจนตัวสั่นกับโทสะของไท่จื่อเฟยซือซือรีบไปแจ้งพ่อบ้านตามรับสั่งทันที ส่วนด้านในห้องหอนั้น
"น้องจัดการเรียบร้อยแล้ว เรามาต่อกันดีไหมเพคะ เสด็จพี่"เฟยเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ไท่จื่ออย่างเขาจะพูดสิ่งใดได้นอกจาก
"ดี เรามาต่อกันเถอะ" ิหลงกระตุกทีเดียว สายรัดท่อนล่างก็หลุดออกทันทีก่อนจะค่อยๆถอดชุดมงคลออกจากร่างงามตรงหน้า เฟยเฟิ่งทำตามที่พระมารดาสอนมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่องปากบางขบเม้มกายหนาของร่างสูงเบา ๆ พอให้กระสัน ลิ้นร้อนลามเลียซอกคอหนา ก่อนจะค่อยลากลงต่ำอย่างมีจังหวะชั้นเชิงิซานขบกรามแน่น ก่อนจะทนไม่ไหวส่งเสียงครางต่ำออกมา เมื่อมือนุ่มกอบกุมแท่งร้อนของตนก่อนจะก้มลงชิมความช่ำเยิ้ม เพียงไม่นานความอดทนของิหลงพลันหมดลงมือหนารั้งร่างบางลง ก่อนจะเป็ฝ่ายปรนเปรอความสุขให้ร่างงามอย่างบรรจงภายในเรือนหอแว่วเสียงแห่งความสุขดังขึ้นทั้งคืนในขณะที่อีกด้านของวังตะวันออกมีเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นมาก่อนจะค่อยๆหายไปพร้อมกับความมืดยามค่ำคืน