ฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 63 รักครั้งใหม่

            ตลอดระยะที่คบหากัน องค์หญิงล้วนแต่มีท่าทีนุ่มนวลมาโดยตลอดแทบจะไร้ซึ่งอาการหมดความอดทน

            โจวจื่อเฉิงได้เห็นอีกด้านของนางในวันนั้นเป็นครั้งแรกวันที่องค์หญิงฮุ่ยเจินทะเลาะกับองค์หญิงฮุ่ยหลิงที่ภัตตาคารวั่งเยว่ เขาอึ้งไป

            ยามนี้เขากลับยิ่งอึ้งงันกว่าเก่าเหตุใดสตรีผู้สุภาพนุ่มนวลจึงได้กลายเป็นแม่เสือดุร้ายหรืองูพิษร้ายกาจเหตุใดดวงตานางจึงส่องประกายดุจเกล็ดน้ำแข็งเช่นนั้นเล่า?

            “ไม่...ผู้น้อยมิกล้า...”โจวจื่อเฉิงก้มหัวลง กล่าวเสียงเบา องค์หญิงฮุ่ยเจินทั้งโกรธทั้งรู้สึกสูญเสียนักนางยังคงจดจำสายตาลุ่มหลงบนใบหน้าโจวจื่อเฉิงยามเขาจ้องมองแม่นางหวางทว่ายามนี้สีหน้าของเขากลับต่างออกไป!

            ‘เพียะ!’

            เสียงตบดังลั่นโจวจื่อเฉิงถูกองค์หญิงฮุ่ยเจินตบจนหน้าหันรอยนิ้วห้ารอยปรากฏบนใบหน้าใสสะอาดของเขาทันที

            โจวจื่อเฉิงจ้องมององค์หญิงอย่างตกตะลึงเมื่อรู้สึกตัวก็คุกเข่าลงทันที

            “องค์หญิงอย่าทรงกริ้วพ่ะย่ะค่ะ!เป็นความผิดกระหม่อม ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดกระหม่อมทั้งสิ้นกระหม่อมจะไม่ทำให้ทรงกริ้วอีก! ”

            โจวจื่อเฉิงเอ่ยอย่างเร่งร้อนด้วยน้ำเสียงสุภาพองค์หญิงฮุ่ยเจินหอบ อ้าปากฮุบอากาศ ความไม่สบายใจทำให้นางรู้สึกย่ำแย่อย่างไรยามนี้นางก็ตัวเปล่า ทำได้เพียงต้องอาศัยพึ่งพาโจวจื่อเฉิงแล้ว

            หากบุรุษผู้นี้มีสตรีอื่นสถานการณ์ย่อมลำบากแน่!

            โจวจื่อเฉิงเห็นนางโมโหจนใบหน้าขาวซีดก็รีบขยับขึ้นมากอดขานางไว้“ที่รัก ที่รักของข้า อย่าโกรธไปเลยนะ อย่าโกรธเลย...”

            เห็นสีหน้าร้าวรานของเขาความโกรธในใจนางก็จางลงไปบ้าง ทำให้นางใจเย็นลงมาก

            ลางสังหรณ์ที่เร่งเร้าเตือนนางสงบนิ่งลงแล้วเล็บขององค์หญิงฮุ่ยเจินข่วนใบหน้าโจวจื่อเฉิงทำให้ยามนี้ดูน่ารังเกียจขึ้นมา

            ...

            ที่จวนสกุลฮวาฮ่องเต้รับสั่งให้หลี่กงกงส่งองครักษ์สองนายมาให้ฮวาชีเยว่ทั้งสองล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ลมปราณถึงระดับเมฆาทะยาน

            คนหนึ่งชื่อไฉ่ชิงส่วนอีกคนชื่อไฉ่หนิง

            ชื่อทั้งสองเหมือนฝาแฝดและทั้งคู่ก็เป็นฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนฮวาชีเยว่พยายามอยู่นานก็ไม่อาจแยกแยะทั้งสองออกจากกันได้

            ฮวาชีเยว่ฝากหลี่กงกงขอบพระทัยฮ่องเต้แทนตนจากนั้นจึงตกรางวัลแก่เขา ให้หลี่กงกงจากไปอย่างปีติเขาได้รับตั๋วเงินถึงห้าร้อยตำลึง หากมาเยี่ยมเยือนจวนสกุลฮวาบ่อยครั้งเข้ามิแคล้วได้กลายเป็นมหาเศรษฐีเลยกระมัง

            “พวกเจ้าทั้งสองก็อยู่ในเรือนรองเถอะแม้หน้าที่หลักจะเป็นการเฝ้าระวังสมุนไพรวิเศษหากคนทั่วไปใช่จะสามารถขโมยต้นหลงแดงพันปีได้ดังนั้น...ช่วยดูแลนายน้อยให้ข้าเถอะ”

            มีจอมยุทธ์มากฝีมือถึงสองคนคอยปกป้องเทียนซียามนี้ฮวาชีเยว่จึงได้รู้สึกวางใจอย่างแท้จริง

            “ขอรับคุณหนู!”จอมยุทธ์ทั้งสองออกจะไม่พอใจอยู่บ้าง ทว่าทำได้เพียงเชื่อฟังรับสั่งฮ่องเต้เท่าใน

            สำรับกลางวันเป็นกิจตระกูลทุกคนในจวนสกุลฮวาล้วนแต่เข้าร่วม ฮูหยินผู้เฒ่าให้ฮวาชีเยว่และเทียนซีมานั่งข้างกายตน

            ใจของฮูหยินสอง1เย็นเยียบขึ้นมาหากเรื่องยังเป็นไปเช่นนี้ อีกไม่นานฮูหยินผู้เฒ่าคงลืมหลานชายแท้ๆของตนเองไปแล้วเป็นแน่!

            หลานชายแท้ๆของฮูหยินผู้เฒ่าคือฮวาเชียนหมิงเป็นลูกของฮูหยินสองแม้จะเป็นบุตรของภรรยารองทว่ายังคงเป็นหลานชายเพียงคนเดียวในจวน

            ฮูหยินผู้เฒ่ารักใคร่โปรดปรานฮวาเชียนหมิงนักยามยังคงอยู่ในจวนทว่ายามนี้คงเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนถึงสำนักศึกษาหลีซันยังต้องรอคอยอีกเดือนหนึ่งจึงจะกลับมา

            “มิคาดว่าฮ่องเต้จะส่งจอมยุทธ์มาให้ถึงสองคนเช่นนี้แสดงว่าทรงให้คุณค่าเจ้าเป็นอย่างสูงแล้ว ชีเยว่เจ้าต้องตอบแทนพระกรุณานี้ให้ดี!” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าทำให้นางดูราวกับดอกเบญจมาศ

            “เจ้าค่ะท่านย่าหลานย่อมตอบแทนบุญคุณพระองค์เป็นแน่” ฮวาชีเยว่ยิ้มบาง ข้างกายนางฮซาเสี่ยวอีและฮวาเมิ่งซือต่างมองหน้ากันและกัน ดวงตาทอแสงประหลาด

            หน้าของฮวาเสี่ยวอีหายแล้วยามนี้ความงดงามของนางกลับคืนมา แน่นอนว่านางสอนบทเรียนเบาๆให้แก่สาวใช้คนนั้นแล้ว

            ฮูหยินสองเอ่ยด้วยท่าทียินดีนัก“จริงด้วยเจ้าค่ะ จวนสกุลฮวาได้รับพระกรุณาเช่นนี้ด้วยเพราะความพยายามของนายท่าน”

            คำพูดนางล้วนปัดความดีความชอบฮวาชีเยว่ไปเสียสิ้น

            ฮวาชีเยว่ยิ้มไม่เปลี่ยนแปลงไม่ตอบคำใด

            ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องฮูหยินสองอย่างไม่พอใจฮูหยินสองเม้มปากน้อยๆ ด้วยความเสียใจ ต่อหน้าฮวาชีเยว่นั้นทุกการกระทำของนางก็ดูราวกับเด็กน้อยไปเสียสิ้น

            ฮูหยินสาม2เอ่ยขึ้นอย่างรู้การ“ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะชีเยว่เป็นท่านหญิงคนแรกของอาณาจักรที่มิได้เป็นเชื้อไขราชวงศ์นับว่านำเกียรติยศมาสู่พวกเราแล้ว นายท่านกลับมาย่อมต้องดีใจเช่นกัน! ”

            ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มพยักหน้า“เจ้ากล่าวถูกต้องแล้ว ข้ายังคิดอยู่ว่าท่านแม่ทัพจะกลับมาเมื่อใด”

            “เร็วๆ นี้เจ้าค่ะกล่าวว่าอีกราวเดือนหนึ่งท่านแม่ทัพก็จะกลับมาอยู่ที่จวนแล้ว”ฮูหยินสองเร่งร้อนตอบขึ้นมา ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มขมวดคิ้ว

            กลับมาอยู่ที่จวนย่อมหมายความถึงแม่ทัพจะมิได้สู้รบในสมรภูมิอีกเขายังไม่มีอำนาจทางการทหารอีกต่อไป เช่นนั้นแม่ทัพฮวาก็มิใช่แม่ทัพฮวาแล้ว

            ฮวาชีเยว่มองเพียงแวบเดียวก็คาดเดาความคิดฮูหยินผู้เฒ่าได้นางคีบชิ้นเนื้อให้เทียนซีแล้วยิ้ม “ท่านย่า แม้ท่านพ่อจะมิได้เป็นแม่ทัพอยู่แนวหน้าแล้วแต่ทุกคนในโลกยังคงจดจำนามอันยิ่งใหญ่ของท่านพ่อได้! อีกประการหนึ่งที่สนามรบนั้นก็...อันตรายเกินไป อีกหน่อยกลับมาอยู่จวนย่อมดีกว่าท่านย่าเองก็จะได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวพร้อมหน้าอย่างมีความสุขด้วยเจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าได้ฟังก็ให้ยิ้มออกมาฮวาเมิ่งซือก็พยักหน้าเช่นกัน “ท่านพ่อออกไปสู้รบหลายปี ยามนี้ถึงเวลาถอนตัวแล้วท่านย่าเจ้าคะ ชื่อเสียงและผลกำไรนั้นเป็นดังเมฆคล้อย อยู่บนดินใช้ชีวิตเช่นนี้ย่อมดีกว่า”

            อารมณ์ของฮูหยินผู้เฒ่าดีขึ้นมานางมองฮวาเมิ่งซือ ฮวาเสี่ยวอีตะโกนเสียงดังขึ้นมา “ท่านย่าเจ้าคะท่านพ่อเกียรติยศยิ่งใหญ่เกรียงไกร ฝ่าบาทย่อมต้องตกรางวัลให้อย่างงามท่านไม่ต้องเป็นห่วงไปเจ้าค่ะ! ”

            คำของนางทำให้สีหน้าฮูหยินสามซีดลงทันทีนางเอื้อมมือไปใต้โต๊ะ หยิกฮวาเสี่ยวอีโดยแรง

            ฮวาเสี่ยวอีรู้สึกเจ็บขึ้นมาก็จ้องฮูหยินสามด้วยสายตาเสียใจฮูหยินสามโกรธนัก นางเห็นสีหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนไปเอ่ยเสียงเย็นทว่ายังเจือความยินดีเบาบาง “เด็กคนนี้พูดไร้สาระอะไรกัน? จวนสกุลฮวามิได้ต้องการรางวัลยิ่งกว่านี้แล้วหากมีผู้อื่นได้ยินคำพูดเจ้าจะพากันหัวเราะเอาได้! ล้วนจะมีแต่กล่าวว่านายท่านปรารถนาความรุ่งโรจน์...”

            เมื่อฮวาเสี่ยวอีได้ยินก็ทำให้สีหน้าเปลี่ยนไปนางยิ้มอย่างเสียใจ

            ฮวาชีเยว่ตวัดตามองฮวาเสี่ยวอีโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าคุณหนูสามผู้นี้มีปากไม่รู้จักพูดจริงๆคนปากตำแยเช่นนี้ย่อมไม่จำเป็นต้องป้องกันอะไรมาก

            กลับกันคุณหนูรองฮวาเมิ่งซือนั้นเป็นคนล้ำลึกย่อมต้องมีลูกไม้อะไรซ่อนไว้อีกเป็นแน่ ทว่าในอนาคตอันใกล้นี้ยังคงไม่ลงมือทำอะไร

            เมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนก็นั่งฟังดนตรีที่ศาลาริมน้ำด้วยกัน พวกนางนั่งรับลมคุยกันถึงเรื่องภายในจวนทานของหวานและผลไม้ ล้วนแต่ดูเข้ากันได้ดี ทว่าเป็นเพียงเบื้องหน้าเท่านั้น

            ...

            นับแต่แม่นางหวางมาส่งผลไม้ก็หลายวันแล้วในวันนี้คนนำมาส่งเป็นบ่าวรับใช้วัยเด็กผู้หนึ่งแม่นางหวางเกิดมีไข้ขึ้นมาจึงให้บ่าวไพร่ออกมาขนผลไม้เพื่อรักษาชื่อเสียงแม่นางหวางเอาไว้

            หลังจากถูกองค์หญิงตำหนิในวันนั้นโจวจื่อเฉิงก็ไม่กล้ามองสตรีอื่นต่อหน้านางอีก

            ช่วงนี้หอสุราเชียนเหนียนออกสุราดีมาหอสุราเชียนเหนียนนี้เป็นของจวนสกุลฮวาเปิด สุราที่บ่มออกมารสชาตินุ่มนวลหอมหวนแม้จะเป็นร้านใหม่ทว่าสุราในร้านกลับถูกคนซื้อไปจนแทบหมดสิ้นในเวลาไม่กี่วัน

            เพื่อให้กิจการดีขึ้นโจวจื่อเฉิงและบ่าวไพร่จึงเดินทางมายังหอสุรานี้

            เมื่อมาถึงหอสุราพวกเขาก็เห็นฮวาชีเยว่นั่งอยู่มุมหนึ่ง ดึงดูดสายตาบุรุษมากมาย นางพูดคุยกับสตรีคนหนึ่งน้ำเสียงอ่อนหวานไพเราะ

            “ท่านป้าหลี่เหตุใดจึงซื้อยานี้ล่ะเจ้าคะ? ทราบว่าสิ่งนี้เรียกว่ายาละลายโฉมเป็นยาพิษทำให้เสียโฉมนะเจ้าคะ”

            ฮวาชีเยว่เอ่ยเบาโจวจื่อเฉิงบังเอิญได้ยินนาง คำว่ายาละลายโฉมนี้ทำให้เขาสงสัยขึ้นมา

            “ท่านหญิงรอบรู้นักเจ้าค่ะแม้จะเป็นพิษทว่ายังคงเป็นยาเช่นกัน สิ่งนี้ช่วยล้างพิษในสัตว์ป่าและสัตว์ปีกผู้น้อยจึงได้ซื้อเพื่อเอาไว้ป้อนสัตว์ที่บ้าน”

            “โอ เช่นนี้นี่เอง...”

            บทสนทนาของพวกนางเบาลงจนกลายเป็นกระซิบท้ายที่สุดป้าหวางก็ได้สุราที่ต้องการ ฮวาชีเยว่หันไปสั่งผู้ดูแลให้จดเอาไว้

            ผู้อื่นสามารถสั่งสุราได้ที่นี่

            โจวจื่อเฉิงยินดียิ่งเขาพยายามแทรกตัวฝ่าฝูงชน ทว่ากลับมีคนมากมายเกินไป กระทั่งเมื่อถึงคราวของเขาฮวาชีเยว่กลับเร่งร้อนจากไป ทำได้เพียงสั่งของจากผู้ดูแลเท่านั้น

            เมื่อออกมาจากหอสุราเชียนเหนียนโจวจื่อเฉิงก็เห็นร่างอันคุ้นเคย มิใช่นั่นคือแม่นางหวางหรอกหรือ?

            ฝีเท้านางเชื่องช้าใบหน้าซีดเผือดจากความเจ็บป่วย นางเดินไปยังตรอกแห่งหนึ่ง

            “แม่นางหวาง…”

            โจวจื่อเฉิงเดินตามนางไปจนถึงตรอกแห่งนั้นแล้วร้องเรียกนางเบาๆแม่นางหวางหันมาจ้องมอง สายตาคู่นั้นเหือดแห้งราวกับคลื่นในฤดูใบไม้ร่วงส่องประกายแวบวาบราวสายฟ้า กระทั่งเห็นเขาจึงราวกับได้รับสายลมสดชื่นในฤดูใบไม้ผลิเขารู้สึกใจอ่อนขึ้นมา ราวกับเท้าเขากลายเป็นก้อนแป้งนุ่มๆ เสียแล้ว

            “โอ เป็นเถ้าแก่โจวนี่เองมิคาดจะได้พบท่านที่นี่นะเจ้าคะ” ใบหน้าของแม่นางหวางเบ่งบานยามส่งยิ้มกลิ่นหอมนุ่มนวลโชยจากร่าง โจวจื่อเฉิงจำต้องก้าวใหญ่ๆ เข้าไปหานาง

            “เจ้าดูไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

            “ข้าเป็นหวัดเล็กน้อยเจ้าค่ะขอบคุณเถ้าแก่โจวที่เป็นห่วง!” แม่นางหวางยิ้มจางๆ นางสังเกตเห็นรอยแผลบนใบหน้าเขา“ตายจริง เหตุใดใบหน้าเถ้าแก่โจวจึงบาดเจ็บเช่นนี้เจ้าคะ?”

            โจวจื่อเฉิงยิ้มเขินอาย “ฮ่าๆข้าบังเอิญถูกใบไผ่ที่หลังจวนข่วนเข้าเท่านั้น”

            “หากเถ้าแก่โจวไม่ถือสาข้ามียาทาแผลเจ้าค่ะ ใช้กับแผลเล็กๆ เช่นนี้ได้ดีนัก เถ้าแก่โจวจะลองดูหรือไม่?”แม่นางหวางยิ้ม ดึงเอาขวดยาออกมาจากกระเป๋าโจวจื่อเฉิงมองนิ้วเรียวที่จับขวดนั้นเอาไว้ก็ให้ตื่นเต้นขึ้นมา

            “ได้รับของขวัญจากแม่นางหวางช่างดียิ่งนัก!”โจวจื่อเฉิงยิ้ม ใบหน้าแม่นางหวางพลันแดงก่ำขึ้นมา แก้มนางราวกับดอกเถากระทั่งน้ำเสียงก็ยังดูเขินอาย

            “เถ้าแก่โจวชอบล้อเล่นจริงๆ!”นางวางขวดยาใส่มือโจวจื่อเฉิง เขาเปิดปากขวดแล้วเทเอาน้ำยาสีเขียวออกมาเล็กน้อย

            โจวจื่อเฉิงใช้นิ้วทายาทว่ากลับมิอาจทาแผลได้ถูกที่

            แม่นางหวางร้องอุทานแล้วแย่งขวดยากลับคืนจากนั้นจึงป้ายยาขึ้นมาบนนิ้วตน “ให้ข้าช่วยเจ้าค่ะ! ”

            จากนั้นนิ้วเรียวขาวราวกับหยกนุ่มนวลราวขนแกะก็บรรจงทายาลงบนใบหน้าของโจวจื่อเฉิง นางวนนิ้วเป็นวงกลม อ่อนโยนนุ่มนวลเสียจนราวกับใบหน้าเขาได้รับการปลอบประโลมจากสายลมอบอุ่นทำให้ดูเปล่งประกายขึ้นมา

            เมื่อทายาเสร็จแล้วแม่นางหวางก็เสียงแหลมขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุม “ตายจริง ขออภัยเจ้าค่ะ...เถ้าแก่โจวบุรุษสตรีมิควรสัมผัสใกล้ชิด เรื่องนี้ไม่เหมาะสม ข้าเคยชินก็เลย...”

            นางพูดถึงเพียงเท่านี้ก็วิ่งหนีไปอย่างเขินอาย

            เห็นเรือนร่างได้สัดส่วนของแม่นางหวางใจของโจวจื่อเฉิงก็เริ่มเต้นระรัวขึ้นมา ราวกับมีดอกไม้งามอยู่ต่อหน้าบุรุษเป็นสิ่งมีชีวิตที่มากปรารถนาเขาอดมิได้ให้คิดถึงการกระทำอ่อนโยนของนางให้มากขึ้นอีกสักหน่อย

            ----

    1 ทีแรกคืออี๋เหนียงสอง เปลี่ยนเป็นฮูหยินตามต้นฉบับจีนค่ะ Y_Y ทางจีนเขาเขียนสลับกันไปมาอ่ะ

    2 ทีแรกคืออี๋เหนียงสาม เปลี่ยนตามต้นฉบับจีนเช่นกันY_Y

    ผู้อ่านไม่ต้องงงนะคะ เพราะคนแปลงงก่อนแล้ว 1

    คล้ายกับเรื่องฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023