ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 105 ให้นางมาลองดู

            เมื่อได้ยินเสียงติงเสี่ยนที่กำลังจะเตรียมใช้ฝ่ามือโจมตี รีบดึงฝ่ามือนั้นกลับแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าเป็นมู่อวิ๋นจิ่นดวงตาก็แสดงออกถึงความตกใจ

            “พระชายา?”

            มู่อวิ๋นจิ่นพยายามล้มลุกคลุกคลานแล้วยกมือขึ้นเรียกติงเสี่ยน “รีบประคองข้าลุกขึ้นที”

            “พระชายา ท่านมาอยู่นี้ได้ยังไงพ่ะย่ะค่ะ?” ติงเสี่ยนประคองมู่อวิ๋นจิ่นลุกขึ้นก่อนมองนางด้วยความประหลาดใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นขยับไหล่ที่ปวดฝืนพยุงตัวเดินเข้าไปข้างใน “ข้ามาหาฉู่ลี่ ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเขา”

            หลังเข้าไปในเรือนมู่อวิ๋นจิ่นมองไปบนท้องฟ้าที่ใกล้สว่าง นางเลือกที่จะนั่งหน้าโต๊ะหินเพื่อรอฉู่ลี่ตื่น

            ติงเสี่ยนเห็นมู่อวิ๋นจิ่นที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะหินมีสีหน้าเหนื่อยล้า  “เมื่อคืนองค์ชายนอนดึก เพิ่งจะพักผ่อนได้ไม่นานคาดว่ากว่าจะตื่นมาคงสักพักใหญ่ๆ พระชายาไปพักที่ห้องรับรองก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ”

            “อืม” มู่อวิ๋นจิ่นหาวหวอดใหญ่ ก่อนจะเดินไปห้องพักที่ว่า

            หลังจากเข้าไปในห้องภายในห้องนั้นยังคงสภาพเดิม เมื่อคืนมู่อวิ๋นจิ่นก็ไม่ได้หลับทั้งคืน ในเวลานี้จึงถือโอกาสล้มตัวนอนลงบนเตียงและหลับสนิทในชั่วพริบตา

            …

            เมื่อมู่อวิ๋นจิ่นตื่นมาพบว่าเลยช่วงเที่ยงไปแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นขยี้ตาบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง เดินออกไปด้านออก

            เมื่อผลักประตูออกก็พบกับฉู่ลี่สวมชุดสีม่วง นั่งหันหลังให้มู่อวิ๋นจิ่นที่ลาน ในมือเขาจับถ้วยน้ำชาพลางจิบชาอย่างสบายใจ

            “ตื่นแล้วหรือ?”

            ยังไม่ทันรอให้มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้ามาเสียงเย็นชาของฉู่ลี่ก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้า

            มู่อวิ๋นจิ่นตอบอย่างเกียจคร้านว่า“อืม” ไปคำหนึ่ง ก่อนนั่งลงข้างฉู่ลี่ ยื่นมือไปรินน้ำชาให้ตนเอง แล้วยกดื่มจนหมดในทันที

            หลังดื่มหมดหนึ่งแก้วมู่อวิ๋นจิ่นยู่ปากมองไปที่ฉู่ลี่ “ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับเจ้า”

            “อืม” ฉู่ลี่พยักหน้าพลางโบกมือให้ติงเสี่ยน

            ติงเสี่ยนเข้าใจความหมายที่ฉู่ลี่ต้องการจะสื่อจึงเดินถอยหลังไปปล่อยให้เจ้านายทั้งสองพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

            “พูดมาได้” ฉู่ลี่เอ่ย

            มู่อวิ๋นจิ่นกำลังชั่งใจไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอย่างไรดี สายตาจับจ้องไปที่ฉู่ลี่ กัดริมฝีปากแน่น เพียงชั่วขณะที่นางไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนดี

            เมื่อคิดถึงฉินไท่เฟยในหลายปีที่ผ่านมานี้ภายนอกแม้นางจะทำดีกับฉู่ลี่ ทว่าในใจส่วนลึกกลับกีดกันฉู่ลี่มาตลอด ถึงขั้นยัดเยียดให้หญิงที่มีชื่อเสียงแย่เช่นนางมาเป็นพระชายาของฉู่ลี่

            ทุกครั้งที่ฉู่ลี่เจอฉินไท่เฟยจะเรียกนางว่าท่านแม่เสมอ ในใจมู่อวิ๋นจิ่นจึงรู้สึกไม่ยุติธรรมต่อเขา

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นลดสายตาลงและพูดงึมงำเสียงต่ำ“ข้าอยากได้อิสรภาพแล้ว…”

            เพียงแต่ว่าฉู่ลี่ได้ยินคำพูดของมู่อวิ๋นจิ่นอย่างชัดเจนเขาทำสีหน้านิ่งเฉย ไร้ความรู้สึกใดๆ “ตอนนี้เจ้ายังไม่มีอิสระพออีกหรือ?”

            “สิ่งที่ข้าจะพูดคือ อิสระอีกแบบ อิสระที่ไร้พันธะ” มู่อวิ๋นจิ่นลืมตาขึ้น มองที่ตาของฉู่ลี่ที่แน่นิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ฉู่ลี่นิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มเยาะขึ้น “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”

            “กลัวหรือ?” มู่อวิ๋นจิ่นเหมือนโดนพูดแทงใจดำ ทันใดนั้นคิ้วของนางก็กระตุกขึ้นและรีบเถียงกลับไปว่า “ในใต้หล้าแห่งนี้ไม่มีเรื่องอันใดที่ข้ากลัวทั้งนั้น!!!”

            “ถ้าไม่กลัวข้า ทำไมต้องคิดหาทางหนีองค์ชายอย่างข้าเล่า” ฉู่ลี่สัพยอกคืน

            มู่อวิ๋นจิ่นกัดมุมปากคำพูดฉู่ลี่ ทำให้นางรู้สึกโกรธเล็กน้อยอย่างพูดไม่ถูก และพูดต่อไปไม่ได้ ทำให้นางรู้สึกอึดอัด

            กลัว...

            มู่อวิ๋นจิ่นเดิมที่ไม่เคยกลัวฟ้าไม่เคยกลัวดิน กลัวแค่เรื่องยุ่งยากเพียงเท่านั้น

            เพราะนางเป็นแค่หมากรุกตัวหนึ่งที่ถูกพระสนมฉินหลอกใช้นางภูมิใจในชีวิตที่สงบ ทำไมต้องทนให้คนอื่นหลอกใช้ด้วยเล่า

            “ข้าอยู่ข้างกายเจ้า กินอยู่ไปวัน ๆ ก็ไม่มีผลประโยชน์ใด ยังไงคุณหนูฉินก็กลับมาแล้วมีนางอยู่ข้างกายช่วยเจ้า ก็อาจจะเพียงพอแล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นพูดคำพูดเหล่านี้ออกมา พูดจนรู้สึกขัดต่อเจตจำนงของตนเอง

            ฉู่ลี่จ้องมองมู่อวิ๋นจิ่นเห็นสายตาหลบเลี่ยงของนาง ถึงกระนั้นฉู่ลี่เองกลับไม่มีท่าทีของความรำคาญใจ แต่เขากลับรู้สึกว่านางน่าสนใจ“นี่เจ้าหึงหรือ”

            “เจ้า...” มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินคำพูดเช่นนั้น นางจ้องมองไปที่ฉู่ลี่ “ใครหึงเจ้าพวกเราไม่ได้ไหว้ฟ้าดินกันสักหน่อย ไม่ถือว่าเป็นสามีภรรยาที่แท้จริง เจ้าเคยพูด ถ้าข้าเจอคนที่ตนเองชอบก็สามารถไปได้”

            “แล้วเจ้าเจอแล้วหรือ” ฉู่ลี่เหล่มู่อวิ๋นจิ่นแวบหนึ่ง ก่อนถามกลับอย่างเยือกเย็น

            มู่อวิ๋นกัดริมฝีปากดูเหมือนว่าฉู่ลี่ไม่ยอมให้นางไปโดยง่าย ทันใดนั้นน้ำเสียงของการสนทนาก็เปลี่ยน นางเลิกขึ้นลงอย่างเจ้าเล่ห์“พูดข้ออ้างมาตั้งเยอะไม่ให้ข้าไป เจ้ามิใช่ชอบข้าเข้าแล้วหรือ”

            ฉู่ลี่ถือถ้วยน้ำชาในมือมองดูมู่อวิ๋นจิ่นแวบหนึ่ง เขาหน้าตาตื่น ทั้งภายในแววตาดูเหมือนจะนึกคิดอะไรอยู่

            ชอบนางหรือ?

            ฉู่ลี่ถามตัวเองในใจจากนั้นเขาจึงยิ้มแล้วส่ายหัวไปด้วย ในยุคโบราณนี้ มู่อวิ๋นจิ่นคงเป็นหญิงที่น่าสนใจที่สุดที่เคยพบเจอ

            เห็นได้ชัดว่านางมีความปราดเปรื่องและเฉียบแหลมแต่กลับยอมให้ตนเองเสียชื่อเสียงมาหลายปี

            ในแผ่นดินนี้ทุกคนต่างเคารพเขาในฐานะโอรสของฮ่องเต้ซีหมิง ทุกคนต่างประจบสอพลอ มีเพียงนางเท่านั้นที่ไม่เคยเยินยอเขาทั้งไม่สนใจเขาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

            คนที่น่าสนใจเช่นนี้เกรงว่าจะไม่มีโผล่ขึ้นเป็นคนที่สองอีกแล้ว

            “ทำไมเจ้าไม่พูด?” เห็นฉู่ลี่ไม่ตอบ มู่อวิ๋นจิ่นจึงขมวดคิ้วถาม

            ฉู่ลี่ลืมตามองมู่อวิ๋นจิ่นแวบหนึ่งก่อนเผยยิ้มมุมปาก “มู่อวิ๋นจิ่น เปิ่นหวงจื่อให้เวลาเจ้าสามเดือน...”

            ระหว่างทางกลับไปมู่อวิ๋นจิ่นพิงหน้าต่างรถม้า ในหัวสมองมีแต่เรื่องที่ฉู่ลี่พูดทิ้งท้าย

            เขาบอกว่า“เวลาสามเดือน พอที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างตอนนี้ หากหลังจากสามเดือนต่อไปแล้วเจ้ายังจะไปเปิ่นหวงจื่อจะไม่รั้งเจ้าไว้”

            มู่อวิ๋นจิ่นพิงรถม้าใคร่ครวญคำพูดนี้อย่างเงียบๆด้วยทายความหมายที่ฉู่ลี่พูดยังไม่ออก ที่ประหลาดยิ่งคือ คำพูดที่ว่าเปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกายของนางเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้น

            ใช่แล้วนางมีชีวิตอยู่ในร่างของมู่อวิ๋นจิ่นที่ตายไปแล้วมู่อวิ๋นจิ่นคนก่อนเคยถูกทำลายชื่อเสียงแต่ละวันเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในเรือนบุปผา สุดท้ายก็ตายด้วยน้ำมือของป้าซู

            ชาติก่อนนางตายอย่างไม่คาดคิดตอนนี้วิญญาณในยุคปัจจุบันย้อนเวลามาในยุคโบราณ อยู่ในร่างของคุณหนูสามสกุลมู่ และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยจวบจนปัจจุบัน

            ตอนนี้นางใช้ร่างของผู้อื่นอยู่และยังไม่ได้ทำตามความปรารถนาของเจ้าของร่างเดิมให้สำเร็จ โดยหาครอบครัวที่แท้จริงให้พบเช่นนั้นย่อมไม่มีทางหนีเอาตัวรอดไปอย่างเห็นแก่ตัว

            มู่อวิ๋นจิ่นเอ๋ยมู่อวิ๋นจิ่นยิ่งมีชีวิตอยู่ยิ่งทำตัวไม่เหมือนตัวเจ้าเองแล้ว

            ครู่ต่อมาพอเหลือบมองไปฉู่ลี่ที่อยู่ด้านข้าง เห็นเขากำลังหลับตาพิงกับรถม้า ใบหน้าเงียบสงบคิ้วของมู่อวิ๋นจิ่นกระตุก นึกใคร่ครวญอยู่ว่าจะเอาเรื่องของฉินไท่เฟย มาบอกให้ฉู่ลี่รับรู้ดีหรือไม่

            หลังจากเฝ้าดูสักพักจู่ ๆ  ฉู่ลี่ก็ลืมตาขึ้น มู่อวิ๋นจิ่นยังไม่ทันหลบสายตาดวงตาของทั้งคู่พลันประสานกัน

            “ฉู่ลี่ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากพูดกับเจ้า” มู่อวิ๋นจิ่นรวบรวมความกล้า มองไปทางฉู่ลี่

            “อ่อ” ฉู่ลี่ขานรับ

            มู่อวิ๋นจิ่นยึกๆ ยัก ๆ เดิมทีอยากเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับฉินไท่เฟยให้ฉู่ลี่ฟังอย่างละเอียดแต่หวนคิดดูแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับหรงเฟยและฉินมู่เยว่ธิดาหงส์ สุดท้ายมู่อวิ๋นจิ่นเลือกปิดปากแน่นดังเดิม

            คิดได้ดังนั้นนางจึงส่ายหัว ก่อนหันไปเอ่ยกับฉู่ลี่ “ไม่มีอะไรแล้ว”

            ตอนนี้ที่ยังไม่รู้เบื้องหลังความจริงว่าฉู่ลี่ว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลฉินกันแน่นางจึงขอเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจเสียก่อน

            …

            เมื่อกลับถึงจวนแม่นมเสิ่นรีบออกมาต้อนรับ “พระชายา นี่คือหนังสือเชิญจากจวนหรงที่ส่งมาตอนเช้าเจ้าค่ะ”

            “หนังสือเชิญ?” มู่อวิ๋นจิ่นแปลกใจ เปิดดูหนังสือเชิญเนื้อหาด้านในเป็นข้อความที่พระชายาหรงเชิญนางให้ไปร่ายกลอนล่องเรือ

            หลังดูเสร็จมู่อวิ๋นจิ่นปิดมันลง โยนหนังสือเชิญทิ้งไปข้าง ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยการดูถูกดูแคลน

            “พระชายา ของสิ่งนี้ไม่สามารถโยนทิ้งไปเลยได้นะเจ้าคะ” แม่นมเสิ่นรีบวิ่งไปเก็บหนังสือเชิญและเอ่ยต่อไปว่า“พระชายาหรงเป็นลูกสะใภ้ของเจิ้งไทเฮา ทุกปีนางจะได้รับมอบหมายให้จัดงานร่ายกลอนล่องเรือมีคุณหนูจากตระกูลขุนนางและฮูหยินชนชั้นสูงถูกเชิญมาร่วมงาน”

            “ไม่ไปได้หรือไม่?” มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้ว

            แม่นมเสิ่นได้ฟังก่อนหันไปมองมู่อวิ๋นจิ่นที่ยืนข้างฉู่ลี่ “พระชายากับองค์ชายเป็นคู่แต่งงานใหม่ ปีนี้จึงเป็นตัวแทนจวนองค์ชายหกไปร่วมงานถ้าไม่ไปเกรงว่าจะถูกพวกฮูหยินและคุณหนูชั้นสูงเหล่านั้นซุบซิบนินทาได้เจ้าค่ะ”

            มู่อวิ๋นจิ่นไม่รู้จะทำเช่นไรดีทุกครั้งที่ไปงานแบบนี้ มักเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นงานรวมตัวของสตรีก็ยิ่งเป็นงานที่มักจะเกิดความวุ่นวายโกลาหล

            “ข้าไม่ไปไม่ได้หรือ?” มู่อวิ๋นจิ่นส่งสายตามองไปที่ฉู่ลี่ในน้ำเสียงแฝงความออดอ้อนที่ไม่เคยมีมาก่อน

            ฉู่ลี่มองที่มู่อวิ๋นจิ่นสลับกับหันหน้าไปมองหนังสือเชิญในมือแม่นมเสิ่น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ในเมื่อเจ้ารู้หนังสือวันมะรืนก็ไปร่วมงานแล้วกัน”

            มู่อวิ๋นจิ่นแทบจะกระอักเลือดเกือบลืมไปว่าก่อนหน้านี้ตนเองแกล้งเป็นไม่รู้หนังสือ แต่เมื่อครู่เมื่อดูหนังสือเชิญกลับเผยความจริงออกไปจนหมดเปลือกแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นตบหัวตนเองและแอบด่าตัวเองว่า “โง่สิ้นดี”

            ทันใดนั้นมู่อวิ๋นจิ่นได้พึมพำขึ้นอีกครั้ง “พระชายาหรงผู้นี้ ทำไมช่วงนี้เข้ามาวนเวียนในชีวิตของข้าตลอด”

            …

            ระหว่างทางกลับเรือนลี่เฉวียน...ฉู่ลี่เดินนำหน้า มู่อวิ๋นจิ่นกับจื่อเซียงเดินตามหลัง นายบ่าวสองคนนี้ตามกันไม่หยุด“ล่องเรือชมบทกวี จุดประสงค์คืออะไรกัน”

            “บ่าวได้ยินว่าจิบชาร่ายกลอน บนทะเลสาบระยับนับเป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงาม มีบัณฑิตมากมายที่ชอบไปร่ายกลอนประชันกันที่นั่นเจ้าค่ะ”

            เมื่อได้ยินว่าร่ายกลอนประชันกันมู่อวิ๋นจิ่นค่อยโล่งอกไปทีหนึ่ง สมัยเด็กเรียนบทกวีโบราณมาเยอะ มีหรือจะกลัวสตรีเหล่านั้น!!!

            “เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นถอนหายใจเบา ๆ

            “คุณหนู...” จื่อเซียงขมวดคิ้ว รู้สึกลำบากใจเมื่อต้องมองไปที่มู่อวิ๋นจิ่น“คุณหนูแน่ใจหรือว่าคุณหนูจะรับมือได้แน่เจ้าคะ!”

            มู่อวิ๋นจิ่นเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ“แน่ใจ ถ้าต้องประชันกันจริง มู่หลิงจูอาจจะไม่ใช่คู่แข่งข้าก็ได้!”

            จื่อเซียงได้แต่ส่ายหัวเห็นได้ชัดว่านางไม่อยากเชื่อสิ่งที่คุณหนูเอ่ย

            ฉู่ลี่ที่เดินนำหน้าได้ยินเสียงนายบ่าวคู่นี้สนทนากันทั้งหมดก็ได้แต่อมยิ้ม

            “องค์ชาย ดอกบัวดำเหล่านั้นตอนนี้เบ่งบานแล้ว และจะบานเช่นนี้ไปอีกครึ่งเดือนหากภายในครึ่งเดือนนี้หาทางจัดการไม่ได้ ความพยายามตลอดทั้งสามปีที่ผ่านมาของพวกเราก็สูญเปล่าพ่ะย่ะค่ะ”ติงเสี่ยนเอ่ยเสียงต่ำด้วยความกังวล

            ฉู่ลี่ได้ยินหว่างคิ้วก็ขมวดเข้าหากัน จู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น พอหันกลับไปก็พบกับอาจารย์ไฮว๋หยวน

            “หากให้มู่อวิ๋นจิ่นมาลองดูล่ะ?”

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247