แทบไม่เปลี่ยนไปเลย
ผู้อาวุโสเฉินเดินเข้ามาในที่ประชุมด้วยใบหน้านิ่งเฉยพร้อมกับเข้าไปนั่งเก้าอี้ตำแหน่งจ้าวหอโดยไม่สนใจสายตารอบข้างเลยแม้แต่น้อย"นี่มันตลกบ้าอะไรทำไมผู้อาวุโสระดับต่ำเช่นเจ้าถึงเข้ามาในที่ประชุมและนั่งเก้าอี้จ้าวหอ" ผู้อาวุโสที่เห็นด้วยกับตระกูลหวังกล่าวออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด"ก็แล้วมันจะทำไม ก็เก้าอี้ตัวนี้เป็นของข้าและข้าเองก็มีสิทธิ์เข้ามาในที่ประชุมนี้อยู่แล้ว" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแสตอนนี้ผู้อาวุโสเฉินยังไม่ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์และปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาทำให้ในสายตาผู้อาวุโสท่านอื่นผู้อาวุโสเฉินก็เป็นแค่ราชันขั้นต้นเท่านั้นซึ่งทำให้หลายๆคนเกิดความไม่พอใจอย่างมาก"นี่เจ้ากล้าพูดแบบนี้กับข้างั้นหรือ" ผู้อาวุโสที่อยู่ฝ่ายตระกูลหวังกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันของราชันขั้นสูงออกมาเพื่อกดดันผู้อาวุโสเฉินทันที แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้อาวุโสเฉินที่นั่งอยู่ด้วยใบหน้าสงบนิ่งแม้จะถูกแรงกดดันของราชันขั้นสูงก็ตาม"มีพลังเพียงเท่านี้แต่กล้าท้าทายข้า" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะปลดปล่อยพลังจักรพรรดิออกมาทันที เมื่อแรงกดดันของผู้อาวุโสเฉินถูกปลดปล่อยออกมารูปลักษณ์ของผู้อาวุโสเฉินก็เปลี่ยนไปด้วย"นี่....มัน..อะไรกัน" ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว"จักรพรรดิ นี่มันแรงกดดันของจักรพรรดิ" หนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว"งั้นนี่คือจ้าวหอตัวจริง!!!!!!!!" ผู้อาวุโสฝ่ายตระกูลหวังกล่าวด้วยสีหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว"เอาละคราวนี้คงไม่มีใครรู้สึกครางแครงใจกับตำจ้าวหอเฉินแล้วสินะ" ผู้อาวุโสสูงสุดชุดดำกล่าว"ไม่มี....ไม่มีแน่นอน" ผู้อาวุโสคนอื่นๆต่างพากันส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัวระดับพลังจักรพรรดิเป็นสิ่งที่เหนือพวกเขาไปหลายขุม และทุกคนต่างก็รู้ดีว่าพลังราชันคือจุดสูงสุดของทวีปแห่งนี้แล้ว ขอเพียงอยู่จุดสูงสุดของปราณราชันได้ก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ในทวีปเทียนลู่แห่งนี้ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่มีคนทะลวงจักรพรรดิสำเร็จ คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงทันที"ดูเหมือนจะมีพวกเจ้าหลายคนที่ให้การสนับสนุนตระกูลหวังอย่างลับๆ ข้าเองจึงอยากจะรู้ว่าตระกูลหวังมอบอะไรให้กับพวกเจ้า" จ้าวหอเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เอ่อ...คือ...เรื่องนั้นมัน" เหล่าผู้อาวุโสที่แอบสนับสนุนตระกูลหวังต่างพากันหน้าซีด"ใช่แล้วพวกมันให้อะไรพวกเจ้าทำไมพวกเจ้าถึงอยากให้หวังตี้เป็นจ้าวหอนัก" ผู้อาวุโสฝ่ายหอกระบี่พากันกล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดพาน"ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่อยากพูดสินะก็ดี ในเมื่อพวกเจ้าไม่อยากพูดข้าก็ขอลงโทษพวกเจ้าตามกฎของหอกระบี่ก็แล้วกัน" จ้าวหอเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา"เดี๋ยวก่อน!!! พวกข้ายอมบอกแล้ว" ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบคุกเข่ากล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัวหลังจากนั้นก็มีผู้อาวุโสหลายคนเริ่มยอมรับผิดและสารภาพทุกอย่างออกมา แต่ถึงอย่างนั้นผู้อาวุโสเหล่านี้ก็ถูกลงโทษเพียงแต่โทษจะเบาลงก็เท่านั้นพริบตา 1 เดือนก็ผ่านไป ตอนนี้บรรยากาศในหอกระบี่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและไม่ใช่แค่นั้นข่าวเรื่องจ้าวหอกระบี่ได้กลับมาแล้วก็กระจายออกไปยังขุมกำลังต่างๆแล้วเช่นกันทำให้ขุมกำลังอื่นๆเริ่มตื่นตัวเพราะหลายปีมานี้หอกระบี่ตกต่ำลงเพราะจ้าวหอไม่ปรากฎตัวออกมาแต่ตอนนี้จ้าวหอปรากฎตัวออกมาแถมยังแข็งแกร่งอย่างมากอีกด้วยมีหลายขุมกำลังที่ได้รับข่าวอย่างลับๆว่าจ้าวหอกระบี่มีพลังระดับจักรพรรดิทำให้ขุมกำลังต่างๆพากันหวาดกลัวจ้าวหอกระบี่อย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำนักเหลียงซานที่มักจะหาเรื่องหอกระบี่ตลอดก็ยังต้องเริ่มระวังตัวกันยิ่งขึ้นแต่ไม่นานก็มีอีกข่าวหนึ่งที่น่าตกใจ ขุมอำนาจระดับสูงอย่างจระกูลหวังได้หายไปจากทวีปเทียนลู่อย่างเงียบๆ ทั้งผู้คนและข้าวของล้วนถูกเคลื่อนย้ายออกไปจนหมดและมีล่องลอยว่าตระกูลหวังอาจจะเป็นใส้สึกของทวีปศัตรูซึ่งเป็นของเหล่าพรรคอธรรมทางด้านอู่หมิง เปลวเพลิงทมิฬได้ลุกไหม้มาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วและดูเหมือนว่ายังไม่มีทีท่าว่าจะดับลง แต่นี่ก็เป็นเรื่องดีสำหรับอู่หมิงด้วยการดูดซับความร้อนของเปลวเพลิงทมิฬทำให้พลังบ่มเพาะของอู่หมิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างน้อย 4-5 เท่า"นี่มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่สัตว์อสูรระดับ 4 จะวิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรระดับ 5แล้วต้องใช้เวลานานขนาดนี้" เจียงเฉินกล่าว"ไม่หรอก สำหรับสัตว์อสูรการก้าวข้ามระดับ 4 ไปสู่ระดับ 5 นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะและมักจะใช้เวลานานกันทั้งนั้น บางตัวใช้เวลาเป็นปีก็ยังมี" จิงเสวี่ยนกล่าว"แต่ว่าถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ค่ายกลของข้าเองก็คงทนต่อไปไม่ใหว" ซวงอี้กล่าว"ไม่เป็นไร อีกไม่นานก็จบแล้ว" อู่หมิงกล่าวทุกคนพากันแปลกใจและมองอู่หมิงด้วยสายตางุนงง แต่ในตอนนั้นเองความร้อนที่แผ่ออกมาจากเพลิงทมิฬก็เริ่มเบาลงก่อนจะลดขนาดและมอดดับไปเหลือไว้เพียงอสรพิษน้อยสีนิลแถบแดงที่มีเขางอกออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ขนาดกลับไม่เปลี่ยนไปเลย"แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย" หานเจี่ยกล่าว"ใช่นอกจากเขาที่งอกออกมาเล็กน้อยกับมีสีแดงปรากฎนิดหน่อยนอกนั้นก็เหมือนเดิม" เจียงเฉินกล่าวขึ้น"เจ้าอสรพิษน้อยเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปหาอสรพิษน้อยอสรพิษน้อยร้องออกมาอย่างตื่นเต้นก่อนจะกระโดดเข้าไปขัดแขนของอู่หมิงเช่นเดิมก่อนจะนอนหลับไปอีกครั้ง"เจ้านี่มันจะนอนไปถึงใหน ขนาดพึ่งหลับไปหนึ่งเดือนเต็มพอตื่นมาก็หลับอีกครั้งแล้ว" เยี่ยฉีก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าระอา"ข้าเองก็หมดหนทางที่จะแก้นิสัยของเจ้านี่เหมือนกัน" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าจนใจหลังจากนั้นซวงอี้ก็ได้ปิดค่ายกลป้องกันลง และกลุ่มของอู่หมิงก็พากันออกไปจากที่พักและหาภารกิจทำ------------------------------------------------------------------------------------------------------------