เตาหลอม
เสวี่ยหนิงในตอนนี้เหมือนกับเสือสาวที่เข้าใกล้เหยื่อนางค่อยๆเข้าไปเกาะติดที่หลังของฟางเฉิน ซึ่งเมื่อฟางเฉินได้สติจากการอ่านคัมภีร์อาชูร่าก็พบว่าร่างที่เปลือยเปล่าของเสวี่ยหนิงเข้ามาถูไถที่แผ่นหลังของตัวเองอยู่“นี่นางยังไม่พอใจอีกงั้นเหรอ” ฟางเฉินคิด“ถือเป็นเรื่องดีเพราะเจ้าเองก็ใช่ว่าจะดูดซับโลหิตอาชูได้ได้สมบูรณ์แล้ว ทั้งยังไม่ได้ย่อยกฎสายเซียนที่เหลืออีกด้วย เพราะงั้นจากนี้เจ้าสามารถใช้ร่างของนางเป็นเตาหลอมเพื่อที่จะทำให้เจ้าฝึกฝนได้เร็วขึ้น” ความโลภกล่าว“เตาหลอมงั้นเหรอ ก็ดีถือเป็นการแก้แค้นสำหรับนางที่ว่าร้ายคนในครอบครัวของข้า” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินและเสวี่ยหนิงก็นัวเนียกันอีกครั้ง ทั้งสองใช้เวลาอยู่ในดินแดนรกร้างเป็นเวลา 1 ปี ฟางเฉินก็สามารถดูดซับโลหิตอาชูร่าได้อย่างสมบูรณ์และกฎสายเซียนในร่างของฟางเฉินก็เพิ่มขึ้นมากซึ่งตอนนี้ฟางเฉินใกล้จะทะลวงขั้นเซียนได้แล้วเหลือเพียงแค่ต้องฝึกฝนร่างเซียนให้สำเร็จก็จะสามารถกลายเป็นเซียนได้“เวลาผ่านไป 1 ปี แล้วไม่รู้ว่าคนอื่น ๆจะเป็นยังไงบ้างดูเหมือนว่าข้าสมควรจะออกไปได้แล้ว” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับปิดคัมภีร์อาชูร่าลง“นายท่านพวกเราจะออกไปยังไงดี” เสวี่ยหนิงกล่าว เวลา 1 ปีมานี้นางและฟางเฉินบ่มเพาะคู่มานับครั้งไม่ถ้วนหรือจะให้พูดก็แทบจะทุกวันเลยด้วยซ้ำแต่ว่าฟางเฉินก็ไม่ได้มองนางในฐานะคนรักและมองนางเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เสวี่ยหนิงเสียใจเพราะนางเองก็ได้ประโยชน์จากการบ่มเพาะคู่เช่นกันต้องเรียกได้ว่าร่างกายของฟางเฉินนั้นเหมาะแก่การบ่มเพาะคู่กับหญิงสาวตระกูลเสวี่ยอย่างยิ่งและถ้าผู้อาวุโสในตระกูลรู้ความลับนี้ไม่แน่พวกตระกูลเสวี่ยอาจจะไม่คิดสังหารฟางเฉินแต่อาจจะใช้ฟางเฉินเป็นเตาหลอมแทนก็ได้“ทางออกได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้วเจ้าไม่เห็นงั้นเหรอใต้เศษศากของรูปปั้นนั่นมีค่ายกลซ่อนอยู่” ฟางเฉินกล่าวและเดินทางไปยังตรงเศษศากรูปปั้น“มีอยู่จริง ๆด้วย” เสวี่ยหนิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น“เอาละพวกเราไปกันเถอะ” ฟางเฉินกล่าวและใช้พลังปราณกระตุ้นค่ายกลทันที“วูบ!!!!!!!!”ฟางเฉินถูกส่งไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งที่แห่งนี้เป็นป่าไม้โบราณและมีกลิ่นอายของสมุนไพรเต็มไปหมด แต่ไม่นานฟางเฉินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโลหิตลอยตามลมมา“มีการต่อสู้งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวและรีบตามกลิ่นโลหิตไปอีกด้าน พวกเย่เซียนและถังเจี่ยกำลังต่อสู้กับชายหน้ากากวิหคอย่างยากลำบาก พวกเย่เซียนโชคร้ายที่ต้องมาพบกับชายหน้ากากวิหคในสถานที่แบบนี้และพวกเย่เซียนในตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับพวกเฟยเหยาอีกด้วยทำให้พลังของกลุ่มนางนั้นค่อนข้างอ่อนแอ“พวกเจ้าทั้งสามหนีไปก่อน เดี๋ยวข้าจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้” ถังเจี่ยกล่าวและทุบค้อนลงไปที่ชายหน้ากากวิหคทันที“ฮ่า ฮ่าวันนี้จะไม่มีใครหน้าใหนหนีไปจากข้าได้พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตาย” ชายหน้ากาวิหคคำรามออกมาและชกหมัดเข้าปะทะกับค้อนของถังเจี่ย“บัดซบพลังต่างกันเกินไป อัก!!!!!!!!!!!!!!” ถังเจี่ยกล่าวพร้อมกับถอยหลังและกระอักโลหิตออกมาทันที“พวกเราจะไม่หนีเราสาบานกันแล้วไม่ใช่รึ มีสุขร่วมสุขมีทุกข์ร่วมทุกข์เพราะงั้นถ้าต้องตายก็ตายด้วยกันนี่แหละ” อู่เย่หลานกล่าว“กล่าวได้ดีศิษย์น้องแม้พวกเราจะต้องตายก็ขอนำเจ้านี่ไปกับพวกเราด้วย” ศิษย์พี่ของเย่เซียนกล่าว“ข้าเองก็ไม่คิดจะหนีเช่นกัน” เย่เซียนกล่าวทั้งสี่คนพยักหน้าให้กันและปลดปล่อยพลังสูงสุดออกมาเตรียมต่อสู้แรกชีวิตกับชายหน้ากากวิหค โชคดีที่ตอนนี้คนของลัทธิเทพอสูรตรงนี้มีเพียงชายหน้ากากวิหคเพียงคนเดียวไม่งั้นพวกเย่เซียนคงถูกสังหารไปนานแล้ว“เหอะ ทำมาเป็นแสดงมิตรภาพหลอกลวง ข้าคนนี้เห็นด้านมืดของพวกเจ้าจนเบื่อแล้ว อ้อแล้วอีกอย่างคนที่ร่วมมือและให้ข้อมูลแก่พวกเราก็คือคนของนิกายพวกเจ้านั่นแหละ ฮ่า ฮ่า” ชายหน้ากากวิหคคำรามออกมาก่อนจะปลดปล่อยเพลิงอสูรโจมตีพวกถังเจี่ย“เป็นแบบนั้นจริง ๆด้วยสินะ” อู่เย่หลานกัดฟันกล่าวและนำลูกศรทั้งหมดยิงออกไปพร้อมกันแต่การโจมตีของอู่เย่หลานไม่สามารถหยุดเพลิงอสูรได้เลย ศิษย์พี่ของเย่เซียนและเย่เซียนต่างก็ปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดออกไปแต่ทุกอย่างกฌเหมือนเดิมทั้งสองกระเด็นถอยหลังและได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที“บัดซบ!!!!!!!!!” ถังเจี่ยคำรามและนำยันต์ทลายสวรรค์ออกมาและโจมตีออกไปเช่นกันจึงจะสามารถหยุดเพลิงอสูรของชายหน้ากากวิหคได้“ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลถังถึงจะพึ่งกลายเป็นเซียนแต่พลังโจมตีของเจ้าก็เทียบเท่ากับเซียนขั้นกลางหรือขั้นสูงเลยก็ได้แต่ว่าโชคร้ายที่พวกเจ้าต้องมาเจอข้า เพลิงอสูรของข้านั้นเป็นเปลวเพลิงที่สามารถที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดในบรรดาเพลิงระดับศักดิ์สิทธิ์” ชายหน้ากากวิหคกล่าว“มันจะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ ในความทรงจำของข้ามีชายคนหนึ่งที่มีเปลวเพลิงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเจ้าอยู่ถ้าอยู่ต่อหน้าชายคนนั้นเพลิงของเจ้าก็เป็นไปได้แค่ของเด็กเล่น” เย่เซียนกล่าวพร้อมกับยิ้ม“เจ้าหาที่ตาย!!!!!!!!” ชายหน้ากากวิหคใช้กงเล็กเพลิงอสูรโจมตีไปที่เย่เซียนทันที“ข้าขอโทษนะฟางเฉินข้าไม่สามารถเดินทางร่วมกับเจ้าได้แล้ว” เย่เซียนหลับตาลงและกล่าวขึ้น“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษเพราะข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าตกตายเด็ดขาด” ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นร่างเงาของชายคนหนึ่งปรากฏตรงหน้าเย่เซียนและยกดาบขึ้น พลังปราณสังหารพลันระเบิดออกมาทันที ฟางเฉินใช้อาภรณ์อาชูร่าและกายามังกรอย่างรดวเร็ว“อาชูร่าพิโรธ!!!!!!!!!” ฟางเฉินฟาดฟันดาบออกไปคลื่นพลังที่น่าหวาดกลัวเข้าปะทะกับกงเล็บเพลิงอสูรของชายหน้ากากวิหคทันที“เจ้าเป็นใคร!!!!!!!!!” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสามารถทำลายกงเล็บเพลิงอสูรของตนได้ชายหน้ากากวิหคก็คำรามออกมาทันที“รีบหนีเร็วเข้า!!!!!!!” เสวี่ยหนิงปรากฏและรีบกล่าวออกมาทันทีทั้งสี่คนรีบตามเสวี่ยหนิงไปทันที ฟางเฉินจ้องมองมาที่ชายหน้ากากวิหคด้วยสายตาเย็นชาและจิตสังหารยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้น“หึ ไม่ยอมบอกชื่อของตัวเองงั้นเหรอก็ดีถ้างั้นข้าจะทรมานเจ้าให้ตายไปเลย” ชายหน้ากากวิหคใช้กงเล็กเพลิงอสูรโจมตีใส่ฟางเฉินอีกครั้งแต่ครั้งนี้พลังของกงเล็บเพลิงอสูรแข็งแกร่งกว่าครั้งที่แล้วเป็นเท่าตัว