Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 83 ชนะทั้งใต้หล้า แพ้เธอแล้ว!

            คำเตือนของลูกน้องสองคนทำให้สีหน้าของเฉินไห่คั่วเปลี่ยนไปเล็กน้อยและถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าวอย่างระวัง

            เขามองเย่จื่ออี๋ที่อยู่ด้านหน้าและมองคนสองคนอีก พลางพูดอย่างโมโหว่า “ทลายค่ายกลที่พิเศษนี้ให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

            “นี่…” ทั้งสองคนมองหน้ากัน อยากพูดแต่ก็หยุดไป

            เฉินไห่คั่วมีสายตาเยือกเย็น“ทำไม? พวกนายในฐานะนักรบโบราณที่มีกำลังแข็งแกร่ง และยังมาจากสำนักอิ่นชื่อ ควรรู้วิธีทำลายค่ายกลไม่ใช่หรือ?”

            “ขอโทษครับเจ้าพ่อไห่ค่ายกลตรงหน้านี้มีความซับซ้อน พวกผมทลายไม่ได้ชั่วคราว” ทั้งสองคนสบตากันพลางพูดอย่างอึดอัด

            ถึงแม้พวกเขาจะเคยสัมผัสค่ายกลแต่ก็ไม่ได้ชำนาญวิชาการทลายค่ายกล

            ค่ายกลตรงหน้าใหญ่โตเกินไปราวกับห่อหุ้มทั้งวิลล่าไว้ด้านใน กวาดตามองไป จริงๆแล้วพวกเขาก็หาตำแหน่งดวงตาของค่ายกลนี้ไม่พบ เห็นได้ชัดว่าคนที่ใช้ค่ายกลนี้ไม่ใช่คนธรรมดากำลังก็ไม่ธรรมดา

            “ไร้ประโยชน์!” เฉินไห่คั่วกวาดตามองทั้งสองคนอย่างโมโห

            สองคนนี้คือเขาจ่ายค่าตอบแทนไปมากมายเพื่อจ้างมาเป็นบอดี้การ์ดของเขานี่ก็ทำงานได้ไม่กี่วัน ก็พบเรื่องที่ไม่มีทางแก้ไขได้แล้ว ช่างขายหน้าจริงๆ

            คนชุดดำสองคนก้มหน้าพวกเขามีสีหน้าลำบากใจ และไม่กล้าโต้เถียง

            จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา ค่ายกลวงกตที่ซูฮ่าววางไว้คือวางโดยใช้การ์ดประสบการณ์ฮวงจุ้ย มีพื้นฐานของอาจารย์ฮวงจุ้ยที่สุดยอดความสูงของระดับค่ายกล หากไม่ใช่คนสำนักเดียวกันก็ไม่มีทางคาดเดาได้

            เฉินไห่คั่วไม่มองทั้งสองคนอีกดวงตาของเขาแดงก่ำ และตะโกนพูดกับเย่จื่ออี๋ที่อยู่ในค่ายกลวงกตว่า “จื่ออี๋ฉันยอมรับว่าเมื่อก่อนฉันผิด และก็ยอมรับว่าตนเองทำผิดอย่างที่ไม่กล้าผิดที่สุดแต่ว่า ฉันขอโอกาส ให้โอกาสฉันได้ชดเชย ให้ฉันได้ดูแลเธอหลังจากนี้และมอบบ้านที่อบอุ่นที่สุดให้เธอ ได้ไหม?”

            “อยากให้ฉันให้โอกาสคุณเป็นไปไม่ได้ เฉินไห่คั่ว สามีฉันตายไปนานแล้ว เย่จื่ออี๋คนก่อนก็ตายไปแล้ว!”เย่จื่ออี๋ตะคอกอย่างเจ็บปวดใจ หยดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาที่ใบหน้าเหมือนไข่มุกที่ขาดออกจากเชือก

            ความเจ็บที่ใจของเธอราวกับมีดทิ่มแทงความคิดฟุ้งซ่านเหมือนตาข่าย ยิ่งตึงเครียดขึ้นทุกที จนกระทั่งถึงหัวใจ และเกิดความเจ็บปวด

            เย่เฉียวเฉี่ยวโน้มตัวมาข้างๆ หูเย่จื่ออี๋และพูดปลอบใจว่า “พี่สาวอย่ากลัวเลย พี่ซูฮ่าวจะต้องมาปกป้องพวกเรา”

            เธอพูดจบก็พุ่งไปตะโกนใส่เฉินไห่คั่วที่อยู่ด้านนอกค่ายกลวงกตว่า“คนสารเลวไปให้พ้น อย่ามารังแกพี่สาวของฉัน”

            เฉินไห่คั่วฟังคำพูดนี้ของเย่เฉียวเฉี่ยวแล้วก็ร้อนใจดั่งไฟเผา ต้องการพุ่งเข้าไป แต่กลับถูกค่ายกลวงกตรั้งให้กลับมาจึงทำได้แค่ตะโกนพูดอธิบาย

            “เฉียวเฉี่ยวฉันคือพี่เขยของเธอ ฉันเคยพาเธอไปชายหาดทุกสุดสัปดาห์ ยังพาเธอไปขี่ม้าไม้ที่สวนสนุกอยู่บ่อยๆเธอลืมฉันแล้วหรือ?”

            “พี่เขยอย่างนั้นหรือ?” เย่เฉียวเฉี่ยวตะลึงงัน และพูดว่า “แต่พี่สาวบอกว่าพี่เขยของฉันป่วยตายไปนานแล้ว ส่วนนายก็คือตัวปลอมฉันรู้ว่านายปลอมตัวเป็นพี่เขยของฉัน อยากจะมาหลอกให้พวกฉันออกไปก็เหมือนกับหมาป่าปลอมตัวเป็นคุณยายหลอกให้หนูน้อยหมวกแดงเปิดประตูใช่ไหม?”

            “ไม่ใช่เฉียวเฉี่ยว เธอเข้าใจผิดแล้ว พี่เขยยังไม่ตาย พี่สาวหลอกเธอ” เฉินไห่คั่วส่ายหน้า และพยายามพูดชี้แจง

            “พี่สาวคือคนในครอบครัวของเฉียวเฉี่ยวเธอไม่หลอกเฉียวเฉี่ยวหรอก” เย่เฉียวเฉี่ยวตะโกนด้วยท่าทางดุร้าย “นายมันคนสารเลวรีบไปให้พ้น มิฉะนั้นระวังหลังจากที่พี่ซูฮ่าวกลับมาแล้วก็จะฆ่านายให้ตาย”

            เฉินไห่คั่วหยุดชะงัก “เฉียวเฉี่ยวพี่ซูฮ่าวที่เธอพูดถึงคือใคร?”

            “เขา… ”

            “พอเถอะ!”ยังไม่รอให้เย่เฉียวเฉี่ยวพูดอะไรเย่จื่ออี๋ก็ขัดการสนทนาของทั้งสองคนแล้ว

            “เฉินไห่คั่วฉันไม่อยากเห็นคุณอีก หากคุณยังไม่ไป ฉันจะแจ้งความว่าคุณรบกวนครอบครัวชาวบ้าน แล้วแจ้งตำรวจมาจับกุมคุณ!”

            ตอนที่เธอพูดก็เด็ดขาดเป็นอย่างมากไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

            เวลานั้นตอนที่แต่งงานกับเฉินไห่คั่วอีกฝ่ายสัญญาว่าจะดูแลเธอไปทั้งชีวิตอย่างเต็มที่ และก็เหมือนวันนี้จะทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก

            แต่เพราะเล่นหุ้นจนล้มละลายเฉินไห่คั่วหายตัวไปสองปีแล้ว ในสองปีนี้ภาระทุกอย่างล้วนตกอยู่ที่เธอแล้ว

            การเผชิญหน้ากับการคุกคามและต่อยตีของคนที่มาทวงหนี้ทุกๆ วันเธอล้วนมีชีวิตเหมือนศพที่เดินได้ ค่ำคืนนับไม่ถ้วน เธอเคยอยากฆ่าตัวตายแต่พอคิดว่าข้างกายยังมีน้องสาว เธอก็ต้องอดทนเอาไว้

            ตอนเย็นวันนั้นหากไม่ใช่เพราะซูฮ่าวมาทันเวลาและให้ความช่วยเหลือแก่เธอ บางทีตอนนี้เธออาจจะเดินไปสู่ทางแห่งการขายตัวแล้ว

            ซูฮ่าวคือคนที่ให้ความหวังแก่เธอ และเป็นผู้ให้พลังกับเธอทำให้เธอกับน้องสาวมีชีวิตใหม่

            เมื่อเทียบกับซูฮ่าวเฉินไห่คั่วคือคนที่ขี้ขลาด

            วันนี้ถึงเขาจะให้คำมั่นสัญญากับเธอแต่หากวันไหนเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมาเขาอาจทิ้งเธอไปอีกก็ได้

            ผู้ชายที่ทิ้งผู้หญิง หากมีหนึ่งครั้งแล้ว  ก็จะมีครั้งต่อๆ ไปตามมา

            พูดไปแล้วก็น่าขำ

            เฉินไห่คั่วรู้จักกับเธอมาสิบกว่าปีแต่ช่วงคับขันเขากลับหันมีดมาแทงเธอ

            แต่ซูฮ่าวรู้จักกับเธอไม่ถึงสามวันกลับให้ความอบอุ่นที่เหมือนทั้งชีวิตแก่เธอ

            วันนี้เธอต้องตัดความสัมพันธ์กับเฉินไห่คั่วแล้ว

            การเผชิญหน้ากับความเย็นชาของเย่จื่ออี๋เฉินไห่คั่วไม่มีความคิดที่จะล้มเลิกแม้แต่น้อย เขาพูดเกลี้ยกล่อมไม่หยุดว่า “จื่ออี๋จริงๆ แล้วสองปีมานี้ทุกวันตอนเย็นฉันใช้ชีวิตอยู่ในความเสียใจฉันไม่เคยลืมข้อตกลงที่ให้เธอไว้ และอยากไปหาเธอทุกเวลา แต่เพราะเรื่องบางเรื่องดังนั้นจึงทำได้แค่ยื้อมาถึงตอนนี้ ฉันไม่ขอให้เธอเข้าใจฉันแต่ฉันขอแค่เธอให้โอกาสฉันได้กอบกู้ความผิดพลาด ได้ไหม?”

            “กอบกู้หรือ?” เย่จื่ออี๋หัวเราะ แต่น้ำตาบนใบหน้ากลับยิ่งมีมากขึ้น ราวกับน้ำล้นเขื่อน

            “ตอนที่ฉันกับเฉียวเฉี่ยวถูกคนทวงหนี้ ถูกต่อยตีเหมือนกระสอบทรายฉันอยากให้คุณมากอบกู้แต่คุณกลับไม่ปรากฏตัว”

            “ตอนที่ฉันกับเฉียวเฉี่ยวกินอาหารในกองขยะฉันเคยคิดอยากจะให้คุณมากอบกู้ แต่คุณก็ไม่ปรากฏตัว”

            “ตอนที่เฉียวเฉี่ยวเป็นไข้ตัวร้อนแม้แต่เงินไปหาหมอก็ไม่มีฉันเคยคิดให้คุณมากอบกู้ แต่คุณก็ไม่ปรากฏตัว”

            “ตอนนี้คำว่ากอบกู้ของคุณคำเดียวก็อยากจะเยียวยาความเจ็บปวดที่ฉันกับเฉียวเฉี่ยวประสบมาสองปี สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่า?!”

            เย่จื่ออี๋ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังพอพูดถึงตอนท้ายก็แทบจะตะคอกออกมา

            “ขอโทษ…” ทันใดนั้นเฉินไห่คั่วก้มหน้าอย่างเงียบๆ

            เขารับรู้ได้ถึงความโกรธและความคับข้องใจอย่างรุนแรงจากคำพูดของเย่จื่ออี๋รวมถึงความเคียดแค้นที่มีต่อเขา

            ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่มีทางจินตนาการได้ว่าเย่จื่ออี๋ผ่านความผิดหวังอะไรมาบ้างแล้ว จึงทำให้เธอพูดออกมาอย่างนี้

            “คุณเฉินไม่ต้องพูดขอโทษคุณกับฉันเป็นแค่คนผ่านทางกันนานแล้ว จะพูดขอโทษทำไม?” เย่จื่ออี๋เช็ดน้ำตาแสดงท่าทีไม่แยแส “ขอให้คุณโชคดีลาก่อน!”

            เธอพูดจบแล้วก็กอดเย่เฉียวเฉี่ยวเดินเข้าไปในวิลล่า และปิดประตูอย่างรุนแรง

            โดยรอบก็กลับมาสงบดังเดิมอีกครั้ง

            “ที่แท้ฉันก็ทำผิดพลาดไปขนาดนี้เลยหรือ… ” เฉินไห่คั่วยืนอยู่บนพื้นที่ว่างที่อยู่ด้านนอกค่ายกลวงกตอยู่นานและเยาะเย้ยตนเองไม่หยุด

            ตอนนี้เขาอยู่ในตำแหน่งที่แม้แต่ทั้งชีวิตของบางคนก็ยังไม่อาจไปถึง แต่เขากลับไม่มีปัญญาทำให้เย่จื่ออี๋ยอมรับเขาได้อีกแล้ว

            ชนะทั้งโลก แต่กลับแพ้เธอ

            สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดที่สุดในโลกก็คือเรื่องนี้

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน