โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 104 งานประมูล

    “ คุณขจร อีกไม่นานเรือลำนี้คงได้วุ่นวายแน่ เพราะนักบวชคนนั้นมีพลังเหนือมนุษย์ มันสามารถใช้พลังดวงตาบังคับคนให้ทำตามคำสั่งของมันก็ได้ แล้วท่าที่ร้ายกาจของมันคือ สามารถระเบิดสมองศัตรูด้วยพลังดวงตาของมัน ถ้าสิ่งของนั้นไม่สำคัญกับคุณมาก ยูกิแนะนำให้คุณรีบออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า”

    “ ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?”

    “ ใช่ ยูกิพูดจริงๆนะ”

    “ แล้วคุณยูกิไม่หนีไปล่ะ”

    “ ดาบมาซามูเนะ นั้นสำคัญกับ ตระกูลของเรามาก ยูกิกับทุกๆ คนยอมสู้ตายแต่ไม่ยอมถอยเป็นอันขาด”

    ขจรได้ฟังก็ได้แต่พยักหน้านับถือ ความใจเด็ดของยูกิสาวน้อยคนนี้จริงๆ ขจรได้แต่ขอตัวไปห้องน้ำ ทำให้ทาโร่ทำหน้าดูถูก ที่เห็นขจรหนีหน้าออกไปเช่นนี้

    ขจรออกมาเข้าห้องน้ำ แล้วคุยกับหินเจ้าปัญญาว่า 

    “ ดวงตาเพชฌฆาต ร้ายกาจขนาดนั้นเลยเหรอ?"

    “  ในตำราสรรค์ บันทึกว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อน มีหมู่บ้านนินจาในญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ทั้งหมดล้วนฝึกฝนวิชาดวงตาปีศาจนี้กัน ทุกคน จนกระทั่งโชกุนในสมัยนั้น เกรงกลัวว่า พวกมันจะเป็นภัยกับผู้อื่นในอนาคต เลยนำกำลังไปล้อมปราบ แล้วจัดการคนในหมู่บ้านจนหมด   นึกไม่ถึงปัจจุบันยังมีคนรอดมาได้”

    “ แล้วสมัยนั้นปราบคนพวกนี้ยังไง?”

    “ ก็ใช้ปืนใหญ่ ยิงถล่มใส่เข้าไป ไม่ต้องเผชิญหน้า แล้ว จับ เด็ก เล็ก คนแก่ทุกคนมาเป็นตัวประกัน แล้วบีบบังคับให้ ผู้ที่ฝึกดวงตาปีศาจทำการควักลูกตา ของคนในหมู่บ้านทุกคน ออกมา นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครเห็นหมู่บ้านนินจาดวงตาปีศาจอีกเลย”

    “ ผมนึกว่าพวกมันจะถูกฆ่าทิ้งจนหมดเสียอีก”

    “ การฆ่าทิ้งแบบนี้ ไม่ได้ทำให้ผู้ฝึกดวงตาปีศาจเกรงกลัว การลงโทษที่โหดเหี้ยมต่างหาก ทำให้ผู้คนทั้งหลายไม่กล้าฝึกฝนวิชานี้กันอีกต่อไป”

    “ ผมจะจัดการกับมันได้ไหม?”

    “ เจ้ามีพลังแฝงอยู่มากมาย โดยเฉพาะจากแผลที่หน้าผากของเจ้า มันสามารถเปิดกระแสพลังมหาศาลในร่างของเจ้าให้ออกมาจากจิตใต้สำนึกในอดีตชาติของเจ้า ในยามที่เจ้าประสบพบเหตุการณ์คับขัน ยิ่งตอนนี้เจ้าได้รับพลังจากกิเลน ล้านปีด้วย พลังดวงตาเพชฌฆาตของมนุษย์ทั่วไป ไม่อาจสะกดเจ้าได้”

    ขจร ได้ฟังก็มีความมั่นใจขึ้นแล้วก็จะเดินออกมา แต่ว่าทันใดนั้น ประสาทสัมผัสของเขากลับ รับรู้ถึงกลิ่นของระเบิดซีโฟร์ ที่แอบซ่อนอยู่ในฝ้าห้องน้ำ

    “ นี่มันอะไรกัน ใครเอาระเบิดซีโฟร์มาวางไว้ที่นี่กันวะเนี่ย”

    แล้วทันใดนั้น ก็มีเสียงพิธีกรเชิญให้เข้าไปที่นั่ง การประมูลจะเริ่มขึ้นแล้ว

    “ ลูกพ่อออกมาเร็ว”

    อสรพิษน้อย โผล่ออกมา ยื่นหน้ามองขจรด้วยความสงสัย

    “ ลูกพ่อดมกลิ่นมันไว้ แล้วลูกพ่อไปหามันให้เจอ มันมีเหลืออยู่อีก 9 ลูก แล้วเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติแบบนี้”

    ขจรเอาระเบิดซีโฟร์ใส่ไว้ในแหวน  เจ้าอสรพิษน้อย พยักหน้ารับรู้ ขจรเลยสวมแหวนมิติเอาไว้ในลำตัวของอสรพิษน้อย แล้วมันก็พุ่งเลื้อยผ่านประตูหายไปในทันที

    ขจรเดินเข้ามานั่งที่ วีีไอพี อยู่ด้านหน้า มีพิธีกรสาว เดินขึ้นมา พร้อมกับมีคนถือของชิ้นแรก ออกมาประมูล พอเปิดผ้าคลุมออก ทุกคนฮือฮากันทั่วห้องประมูล

    “ นี่คือเพชรหัวใจมหาสมุทร ที่ในภาพยนตร์ไททานิคได้นำมาแสดงเอาไว้ ความเป็นจริงแม้ผู้สร้างจะบอกว่า มันแค่เป็นเรื่องแต่งขึ้น แต่ว่า มันกลับมีอยู่จริง นี่คือเพชรสีน้ำเงินรูปหัวใจ ประดับไปด้วยเพชรสีขาวประดับโดยรอบ ว่ากันว่ามันถูกผลิตขึ้น มาตั้งแต่สมัย ราชินีคลีโอพัตรา ได้ตกทอดกันมาในราชวงศ์กษัตริย์ของประเทศตะวันออกกลาง ไม่ต้องเอ่ยก็คงจะรู้ แต่สุดท้ายมันถูกนำมาที่ประเทศไทย มันมีชื่อเรียกมากมาย ตั้งแต่หัวใจมหาสมุทร เพชรพระอุมา เพชรบลูไดมอนด์ ไม่ว่ามันจะมีชื่อว่าอะไร บัดนี้มาอยู่ตรงหน้าทุกท่านแล้ว นี่คือใบรับรองว่าเป็นเพชรแท้ จากสสถาบันไดมอนด์ คิงคอลเลจ จากลอนดอน วันนี้มาอยู่ตรงเบื้องหน้าผู้มีเกียรติทุกท่านแล้ว เชิญประมูลเพชรอันเลอค่า เม็ดนี้ได้ในราคาเริ่มต้น 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ เริ่มประมูลได้”

    เหล่าไฮโซ จากทั่วโลก ต่างยกมือแข่งกันอย่างดุเดือด เวลาผ่านไป 10 นาที เพชรสีนำเงินชิ้นนี้ ราคาพุ่งขึ้นไป ที่ 100 ล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว ขจรหาได้สนใจของพวกนี้ไม่ ได้แต่นิ่งเฉย จนกระทั่ง มีเจ้าชายจากอียิปต์ ประมูลไปได้

     

    นี่แค่ชิ้นแรก ก็สร้างเม็ดเงินเป็นจำนวน 3.3  พันล้านไปแล้ว หากว่าประมูลจบมูลค่าทรัพย์สินจะมีเท่าไรกัน ขจรคิดไปว่า บางทีพวกที่วางระเบิดเอาไว้ อาจเป็นพวกโจรสลัด ที่เตรียมการปล้นทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ก็เป็นได้

    ชิ้นที่สองมีชายสองคนถูกนำมาวางด้านหน้า มีผ้าคลุมเอาไว้ทั้งหมด พอเปิดออกดู ขจรยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่

    “ นี่คือ ทรัพย์ประมูลนอกบัญชี ไม่อยากมีปัญหาระหว่างประเทศมากนัก ทั้งหมดนี้เรียกว่า เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วย พระมหาพิชัยมงกุฏ พระขรรค์ชัยศรี ผ้ารัตนกัมพล พระเศวตรฉัตร และ ฉลองพระบาทเชิงงอน ทั้งห้าของสำคัญนี้เป็นเครื่องแสดงพระราชอำนาจแห่งกษัตริย์แห่งกรุงศรี เชื่อกันกว่า ตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาถึงสิ้นสุดกรุงศรีอยุธยา ทุกพระองค์ได้มีพราหมณ์ผู้เรืองวิยะอาคมทำพิธีเสริมอำนาจแห่งกษัตริย์ทุกพระองค์ 

    ยกเว้น พระบรมไตรโลกนาถ เพราะว่าตอนนั้น รัชทายาทองค์ก่อนได้นำเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์หนีหายไป จนเรือล่ม ของสำคัญทั้งห้าเลยสูญหายไป ทำให้พระองค์ขึ้นครองราชโดยปราศจากเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ซึ่งมีผลทำให้ แผ่นดินรุ่นลูกถึงกาลวิบัติ สูญสิ้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง นี่คือความเชื่อของคนโบราณ แต่ที่น่าสนใจคือ หลังแผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรีก็หาได้มี ทำพิธีเสริมอำนาจโดยใช้เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ไม่ สุดท้ายก็ผลัดแผ่นดิน เป็น ราชวงศ์จักรีแทน ซึ่งปฐมกษัตริย์นั้น ทรงได้ทำพิธีเสริมอำนาจด้วยเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์อย่างยิ่งใหญ่ ทำให้มีกษัตริย์สืบทอดอย่างยาวนานมาถึง 10 รัชกาลแล้ว และนี่คือเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ของกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่เรารวบรวมมาได้จาก พม่า อังกฤษ จีน และ อเมริกา เครื่องประดับเพชร พลอย ทองคำทุกชิ้นได้การันตีมาจาก สถาบันไดมอนด์คราวน์จากอเมริกาว่ามีอายุเกินสองร้อยปีทุกชิ้นและเป็นเพชร พลอย แท้ๆบัดนี้ทุกชิ้น ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าของท่านผู้มีเกียรติทุกท่านแล้ว ใครอยากได้ครอบครอง 

    ราคาจะเริ่มประมูลเริ่มต้นที่ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เริ่มได้

    คราวนี้ ผู้เข้าร่วมประมูลเริ่มคึกคักกันมาก แต่ละคนอยากได้เครื่องเบญจกกุธภัณฑ์ชุดนี้ เพื่อเสริมบารมีของตน กันยิ่งนัก

    “150 ล้านเหรียญ ”

    เสียงของฝรั่งคนหนึ่งดังขึ้น หลังจากที่แต่ละคน ประมูลเพิ่มกันแค่คนละ 5 ล้าน แต่ฝรั่งคนนี้ดันราคาไปถึง 150 ล้านเหรียญภายในครั้งแรก ทุกคนต่างมองมาอย่างแปลกใจ

    “ นั่นคือ มิสเตอร์จิม ตัวแทนพิพิธภัณฑ์บริติซ มิวเซียม จากอังกฤษ เป็นผู้ที่ชื่นชอบ ของโบราณของไทย ว่ากันว่า ทรัพย์สินส่วนพระองค์ของกษัตริย์แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจำนวนมาก ถูกจัดแสดงเอาไว้ที่บริติช มิวเซียมที่ลอนดอน”  ยูกิ นั่งข้างหลังขจร แล้วเอ่ยบอกเบาๆ

    ก่อนที่จะถูกนับ 3 ขจรยกมือขึ้น ร้องตะโกนออกไปว่า

    “ 200 ล้านเหรียญ” ทุกคนถึงกับอึ้งกันไปทั้งห้องประมูล ไม่คิดว่าขจรจะประมูลได้โหดขนาดนี้ ขจรเองไม่ยอมให้สมบัติแผ่นดินตกไปเป็นของต่างชาติแน่ๆ เงินทองนั้นไม่ตายก็ยังหาใหม่ได้ แต่ทรัพย์สมบัติตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ จะยอมให้ต่างชาติเอาไปไม่ได้

    มิสเตอร์จิมเป็นนักธุรกิจคิดคำนวนแล้ว ว่าไม่คุ้มเลยไม่สู้ต่อ ขจรได้ของชิ้นนี้ไป ขจรไม่อยากเสียเวลามอบการ์ดเงินสดให้ไป แล้วขอเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์มาเก็บเอาไว้ในมิติแผ่นหนังทันที

    การประมูล ก็ผ่านไปเรื่อยๆ ขจรก็ได้ประมูลของโบราณของไทย ได้มาหลายชิ้น

    เช่นพระแสงปืนข้ามแม้น้ำสโตง กระแสงดาบคาบค่าย ปืนสั้นนารายณ์สังหาร กระทะตะหลิวที่ พระปิยะมหาราช ทรงนั่งทอดปลาสลิด ในตำนาน เครื่องประดับที่พระสนมของแต่รัชกาลที่ขายให้ต่างชาติไปหลายสิบชิ้น ถูกขจรประมูลมาจนเกลี้ยงเพียง สร้างความแตกตื่นให้คนในงานเป็นอย่างมาก เพราะเงินที่ใช้ในการประมูลนั้น ปาเข้าไป สามพันล้านเหรียญดอลล่าร์ หรือประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาทเข้าไปแล้ว

    “ ไอ้บ้านี่มันมีเงินมากขนาดนั้นเลยหรือน้องพี่” ทาโร่เอ่ยอย่างสงสัยเห็นขจรประมูลของด้วยเงินมากมายขนาดนี้

    “ เขาเป็นทายาทมหาเศรษฐี่อับดับ 1 ในสิบของเมืองไทย เรื่องแค่นี้คงไม่มีปัญหา”

    “ นี่ยูกิสืบประวัติไอ้หมอนี่มาแล้วรึ?”

    “ คุณป้าเกรซเล่าให้ฟัง”

    แล้วแผ่นหนังราชสีห์ ที่ขจรหมายมั่นว่าจะ ประมูลก็ปรากฏ

    “ ทรัพย์สินชิ้นที่ 17 ของเราวันนี้ คือ หนังราชสีห์หน้าบัลลังก์ทอง ของกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา องค์สุดท้าย ทุกคนอาจจะมองว่า เป็นหนังสิงโตธรรมดาเท่านั้น แต่นี่คือ ราชาสิงห์โตแห่งประเทศอินเดีย ที่ชาวอังกฤษมอบให้กับ พระเจ้าเอกทัศน์ตอนเป็นๆ พอมันถึงอายุขัย ก็มีพรามหณ์ผู้ทรงความรู้ได้ทำการลงอักขระยันต์ สะกดวิญญาณของราชสีห์ตัวนี้เอาไว้ในหนัง เพื่อให้ปกป้องคุ้มครอง เจ้านายของมัน

    แต่น่าเสียดาย ก่อนกรุงศรีจะแตก มันได้ถูกคนในราชสำนักขโมยไป โดยพราหมณ์ที่มีวิชาสะกดวิญญาณ ทำให้มันถูกขายไปที่ประเทศอินเดีย  จนสุดท้ายตกอยู่ใน มือของบริษัทประมูลของเรา ท่านผุ้มีเกียรติท่านใดสนใจ หนังราชสีห์เจ้าป่าแห่งประเทศอินเดียวผืนนี้ ที่มีชื่อว่า หนังไกรสรราชสีห์ ก็ประมูลกันได้เลยค่ะ ราคาเริ่มต้นที่ 5 แสนเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ เริ่มได้เลยค่ะ”

    ขจรประมูลไป 1 ล้านเหรียญสหรัฐทันที

    “ 2 ล้านเหรียญ”  เคนไซ ใส่ตัวเลขเข้ามาหน้าตาเฉย

    “ 5 ล้านเหรียญ”  ขจรไม่ยอม ใส่เกกลับเข้าไปอีก

    “ 10 ล้านเหรียญ” เคนไซ มันรู้ว่า ขจรอยากได้จัด เลยคิดแกล้งซะอย่างนั้น

    “ 20 ล้านเหรียญ” ขจรก็เกทับไปอีกเท่าตัว

    ทุกคนส่ายหัว เพราะว่า ของแบบนี้ไม่น่ามีมูลค่าถึง 2 ล้านเหรียญ และรู้ว่า เคนไซแกล้งขจรเข้าให้แล้ว

    “ 30 ล้านเหรียญ” เคนไซยังคงปั่นราคาขึ้นไปอีก

    “ 50 ล้านเหรียญ” ขจรก็ไม่ยอมแพ้

    ชายนักบวชกระซิบบอกเคนไซ

    “ คุณชาย พอก่อน อย่าให้งานของเราต้องเสียเลย”

     เคนไซยิ้ม แล้วตะโกนออกไปอีกครั้ง

    “100 ล้านเหรียญ”

    ขจรมองหน้า เคนไซ แล้วไม่พูดอะไร ปล่อยให้เคนไซได้ หนังไกรสรราชสีห์ไป

    ทำเอา นักบวชเคียวเคน ไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่ไม่อาจพูดอะไรได้ เคนไซได้แต่ทำหน้าเหวอ ไม่คิดว่า ลูกเศรษฐีอย่างขจร จะมาป๊อด เอาตอนนี้

    “ คิดถูกแล้ว มันกลั่นแกล้งคุณชัดๆ ขืนคุณสู้ต่อมันจะเรียกราคาแกล้งคุณไปเรื่อยๆ”

    ขจรยิ้มเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไร จนพิธีกร นำของประมูลอีก 1 ชิ้นมาเสนอให้ทุกคนดู พอเปิดผ้าออกมา พบกับ ดาบซามูไรเก่าๆ เล่มหนึ่ง ขจรมองอย่างละเอียดพบว่า ดาบเล่มนี้ มีไออาฆาตรุนแรงปกคลุมไปทั่วดาบ ขจรถึงกับตกใจไม่คิดว่า มันจะมีพลังเช่นนี้ ดาบสยบฟ้าในแผ่นหนังมิติของเขาถึงกับสั่นระริกๆ ทันที.......

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน