บทที่ 2 สมุดบัญชีเป็ตาย (รีไรต์)
เมื่อคืนก่อน เสี่ยวหยวนเป่านอนฟุบหลับไปบนโต๊ะทำงานของท่านพญายมผู้เป็บิดา ยามนั้นบิดาของนางกำลังตรวจสมุดบัญชีเป็ตาย ่แรกนางยังนั่งเฝ้าพลางอ่านดูด้วยความสนใจใคร่รู้ มีถามไถ่ขึ้นมาบ้างเป็พัก ๆ แต่พอนานเข้าก็ทนไม่ไหว เผลอหลับไปในที่สุด
ใครใช้ให้นางเป็เพียงเ้าตัวน้อยอายุแค่สามร้อยขวบกันเล่า!
ทว่าพอตื่นขึ้นมาอีกที กลับมาอยู่ในสถานที่แปลกตาเสียได้
ที่นี่ที่ไหนกัน?
ดูเหมือนจะเป็กระท่อมหญ้าคา ลมพัดโกรกเข้ามาได้รอบทิศ ช่างหนาวเหน็บเสียจริง ท้องไส้ก็ว่างเปล่า รู้สึกหิวขึ้นมาตงิด ๆ แล้วสิ
ไฉนข้างนอกนั่นถึงสว่างจ้า มีแสงตะวันด้วยหรือ?
เสี่ยวหยวนเป่าพลันนึกถึงเสียงเอะอะโวยวายก่อนหน้านี้ได้ เอ๊ะ หรือว่านางจะมาโผล่ที่โลกมนุษย์แล้ว นางก้มลงมองมือไม้ของตนเอง แต่นี่ไม่ใช่มือของนางนี่นา เดิมทีนางออกจะอวบอ้วนกลมเกลี้ยงปานนั้น แต่มือเท้าคู่นี้กลับผอมแห้งเหลือเกิน
ทันใดนั้น จมูกน้อย ๆ ก็ขยับฟุดฟิด
หอมจัง!
นี่มันกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์!
ขณะกำลังคิด ม่านหญ้าคาในเพิงก็ถูกเลิกขึ้น พร้อมกับหญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามา ด้านหลังนางมี ‘หัวผักกาดน้อย’ เดินตามมาอีกหลายคน
“น้องสาวฟื้นแล้ว!” เหล่าเด็กชายตัวน้อยร้องเรียกด้วยความดีใจ
หญิงสาวผู้นั้นถือชามอาหารอยู่ในมือ นางกล่าวกับเสี่ยวหยวนเป่าด้วยความเมตตาว่า “เสี่ยวหยวนเป่า หิวแล้วใช่ไหมลูก นี่เป็เนื้อไก่ป่าที่พี่ใหญ่ของเ้าล่ามาได้จากบนเขา แม่ต้มน้ำแกงไก่มาให้ เ้ากินเสียหน่อยนะ”
ยามนี้เป็ฤดูหนาว ทั้งยังมีหิมะโปรยปราย สัตว์ป่าบนเขาเริ่มบางตาลง แม้แต่พรานป่าวัยฉกรรจ์ยังยากจะล่าสิ่งใดได้ แต่ต้าเป่าอายุเพียงสิบขวบ กลับเข้าป่าล่าไก่ป่ามาได้ตัวหนึ่ง ถือว่าดวงดีอย่างยิ่งยวดแล้ว
ทว่าไก่ตัวเล็กเพียงนี้ ทุกคนต่างคิดเห็นตรงกันว่าต้องให้เสี่ยวหยวนเป่ากินให้อิ่มก่อน
……
ทางด้านเสี่ยวหยวนเป่าได้แต่มองคนเ่าั้ด้วยท่าทางงุนงง เหตุใดเหนือศีรษะของคนพวกนี้ถึงมีสมุดบัญชีเป็ตายปรากฏขึ้นมาล่ะ!
ทั้งชื่อ อายุ ประวัติชะตาชีวิต วันตาย สาเหตุการตาย...
เหนือศีรษะของหญิงสาวปรากฏข้อความว่า ไฉ่ซื่อ อายุยี่สิบปี บุตรสาวบุญธรรมของไฉ่ชิงซงแห่งหมู่บ้านตระกูลไฉ่ แต่งให้ทังเหล่าซื่อแห่งหมู่บ้านตระกูลทังเป็ภรรยา ถึงแก่กรรมเมื่ออายุยี่สิบสองปี สาเหตุการตาย ถูกโจรป่าฉุดไปย่ำยี จึงตัดสินใจจบชีวิตตนเอง
ด้านหลังไฉ่ซื่อคือพี่ชายคนโต ชื่อทังจ้ง อายุสิบปี ลูกเลี้ยงคนโตของไฉ่ซื่อ ถึงแก่กรรมเมื่ออายุสิบสองปี สาเหตุการตาย ถูกโจรป่าแทงตายระหว่างเดินทางไปสอบ
ส่วนหัวผักกาดน้อยอีกสองคน คนหนึ่งชื่อว่าทังอี้ อายุแปดปี ลูกเลี้ยงคนรองของไฉ่ซื่อ ถึงแก่กรรมเมื่ออายุยี่สิบแปดปี สาเหตุการตาย ก่อฏและถูกปะาชีวิต
อีกคนชื่อว่าทังถิง อายุหกปี ลูกเลี้ยงคนที่สามของไฉ่ซื่อ สิ้นอายุขัยเมื่อเจ็ดปี สาเหตุการตาย ปกป้องเสี่ยวหยวนเป่าผู้เป็น้องสาวจนถูกหมีป่าตบตาย...
……
คนพวกนี้...ไม่ใช่คนที่นางแอบดูในสมุดบัญชีเป็ตายบนตำหนักพญายมของท่านพ่อเมื่อวานนี้หรอกหรือ เหตุใดจึงกลายมาเป็คนที่มีชีวิตจิตใจตรงหน้านี้ได้ แล้วนางล่ะ ตอนนี้ดูเหมือนนางจะชื่อว่า ทังหยวนหยวน บุตรสาวบุตรธรรมของไฉ่ซื่อ ชื่อเล่นคือเสี่ยวหยวนเป่า ปีนี้อายุสามขวบครึ่ง
เสี่ยวหยวนเป่าสับสนไปหมดแล้ว! นางเป็ถึงองค์หญิงน้อยแห่งปรโลก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ยัยเด็กน้อยบ้านนาไปได้ล่ะเนี่ย หรือว่านางกำลังฝันไป เด็กน้อยส่ายหน้าหวืดเพื่อเรียกสติ
"ตื่นสิ ตื่นเร็วเข้า..." แกละน้อยสองข้างบนหัวส่ายไปมาตามแรงสะบัด
ไฉ่ซื่อเห็นดังนั้นก็ใ “เสี่ยวหยวนเป่า ลูกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
เด็กชายทั้งสามก็มีสีหน้ากระวนกระวาย
“หรือว่าเป็เพราะท่านย่าเอาไม้ฟาดหัวน้องสาว”
“ข้าจะไปตามหมอ!”
……
ต้าเป่ากำลังจะก้าวเท้าออกจากประตู ก็เห็นริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูของน้องสาวบ่นพึมพำว่า
“ช่างเถอะ ถึงเป็แค่ความฝันก็ช่างมัน กินเนื้อก่อนแล้วค่อยดื่มน้ำแกงแล้วกัน! หอมเหลือเกิน!”
ฉับพลันนั้น ทุกคนต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ!
์! หูของพวกเขาไม่ได้แว่วไปใช่หรือไม่
ชามน้ำแกงไก่ในมือไฉ่ซื่อเกือบจะร่วงหลุดมือนางกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “เสี่ยวหยวนเป่า เมื่อครู่เ้าพูดแล้วหรือ”
เด็กชายทั้งสามเองก็จ้องมองน้องสาวตาไม่กะพริบ
ดวงตากลมโตสุกใสของเด็กน้อยฉายแววประหม่า “พุงน้อย ๆ มันหิวแล้ว ข้า...แค่อยากกินเนื้อ ดื่มน้ำแกงก่อน ไม่ได้หรือเ้าคะ”
“ได้! ได้สิ! ได้แน่นอน!” ไฉ่ซื่อตอบรับคำติดกันถึงสามครั้ง
ด้านข้างนั้น ซานเป่าะโตัวลอยด้วยความดีใจ! “พี่ใหญ่ พี่รอง น้องสาวพวกเราพูดได้แล้ว! นางไม่ได้เป็ใบ้อีกต่อไปแล้ว!”
ใบหน้าที่ซีดเซียวของเอ้อร์เป่าปรากฏรอยยิ้มยินดี “ดียิ่งนัก น้องสาวครานี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแท้ ๆ ถึงกับเปิดปากพูดได้แล้ว”
ต้าเป่ายื่นมือมาลูบศีรษะยัยหนูน้อย เขาไม่ได้กล่าววาจาใด ทว่าดวงตากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู
ไฉ่ซื่อสะอื้นไห้ด้วยความปลาบปลื้มพลางเช็ดน้ำตาไป ป้อนน้ำแกงให้เสี่ยวหยวนเป่าไป เด็กน้อยซดน้ำแกงเสียงดังย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าเปี่ยมสุขจนคิ้วแทบจะะโได้
“อื้ม หอมจัง!”
ซานเป่าและพี่ ๆ มองดูพลางลอบกลืนน้ำลาย ต้องคอยระวังไม่ให้น้ำลายไหลออกมาจนน้องสาวหัวเราะเยาะเอาได้
หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกไปทำงานต่อ กระท่อมหญ้าคาถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบจึงเสร็จเพียงครึ่งเดียว ต้องรีบทำต่อ ไม่เช่นนั้นหากลมพัดมาในยามค่ำคืนคงได้พังครืนลงมาแน่
ในบรรดาสามพี่น้อง ร่างกายของเอ้อร์เป่าอ่อนแอกว่าใคร เขาจึงใช้ความคิด ส่วนต้าเป่าและซานเป่าใช้แรงกาย เมื่อร่วมแรงร่วมใจกันงานก็รุดหน้าไปเร็ว ทว่าท้องเ้ากรรมกลับร้องประท้วงด้วยความหิว
“พี่ใหญ่ พวกเรามุทะลุเกินไปหรือไม่ ทั้งที่ท่านยังไม่กลับมา พวกเราก็ย้ายออกมาจาก บ้านเก่าตระกูลทังเสียแล้ว...” เอ้อร์เป่าเอ่ย
ต้าเป่ายังคงมือระวิง “ไม่เป็ไรหรอก ถึงอย่างไรก็ต้องมีวันนี้จนได้ ยังดีที่พวกเราเตรียมการไว้ก่อน ขนหญ้าคามาไว้มากพอที่จะสร้างที่ซุกหัวนอนได้”
ซานเป่ากล่าวเสริม “ใช่ ไม่ย้ายออกมา พวกเขาก็จะขายน้องสาวพวกเรา ไม่ไว้ชีวิตนางเลย คนพวกนั้นช่างขาดเมตตาสิ้นดี! สมน้ำหน้าที่เรือนหลักพังครืนลงมา...”
พอนึกถึงเรือนของตระกูลทังที่อยู่ดี ๆ ก็พังถล่มลงมาอย่างไร้สาเหตุ พวกเขาก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก
ซานเป่ากล่าวต่อ “อยู่ที่บ้านตระกูลทังพวกเราก็กินไม่อิ่ม ใส่เสื้อผ้าก็ไม่อุ่น ยังดีที่มีพี่ใหญ่คอยเข้าป่าแอบล่าสัตว์กลับมาบ้าง พวกเราถึงไม่ยอมอดตาย อยู่บ้านนั้นจะมีอะไรดี”
เอ้อร์เป่าเอ่ยเสียงหนัก “จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูก วันนี้พี่ใหญ่เพียงดวงดีที่ล่าไก่ป่าได้ แต่พรุ่งนี้ มะรืนนี้ใช่ว่าจะมีกิน อีกอย่างพวกเรายังเล็กนัก ไม่มีท่านพ่อคอยคุ้มกะลาหัว แม่ก็เป็แม่ม่ายและลูกกำพร้า ย้ายออกมาอยู่ลำพังย่อมถูกรังแกได้ง่าย”
สามพี่น้องนิ่งเงียบไป เพราะนี่ล้วนเป็เื่จริงทั้งสิ้น
ต้าเป่าเอ่ย “ต่อไป ข้าจะปกป้องพวกเ้าเอง”
เขาอายุสิบขวบแล้ว คนโบราณกล่าวไว้มิใช่หรือว่า พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนบิดา เขาตั้งใจว่าจะร่วมกลุ่มกับพรานเฒ่าในหมู่บ้านเข้าป่าลึกเพื่อล่าสัตว์ แม้ความเสี่ยงจะสูงแต่ผลตอบแทนย่อมมากตามไปด้วย หากไม่ระวังเพียงนิดอาจไม่ได้กลับออกมาอีกเลย
ซานเป่าฮึดฮัดไม่พอใจ “เสบียงปลอบขวัญของท่านพ่อมีตั้งร้อยกว่าชั่ง แต่บ้านตระกูลทังกลับไม่แบ่งให้เราสักชั่งเดียว... ไม่มีเสบียงข้าไม่กลัว ข้าทนหิวเก่ง เต็มที่ก็ไปกินใบไม้ใบหญ้า ขอเพียงให้น้องสาวมีอะไรตกถึงท้องก็พอ”
ขณะนั้นเอง เสี่ยวหยวนเป่าที่อยู่ในกระท่อมหญ้ากินอิ่มหนำสำราญแล้ว ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววพึงพอใจยิ่ง นางได้ยินบทสนทนาภายนอกจนครบถ้วน ดูเหมือนพี่ชายในฝันพวกนี้จะดีต่อนางไม่น้อยเลยนะ ในเมื่อพี่ชายดีต่อนาง นางย่อมต้องดีต่อพี่ชายเช่นกัน
ที่บ้านหาของกินไม่ได้งั้นหรือ ทั้งที่ลำบากขนาดนั้น พวกเขาก็ยังสละเนื้อให้นางกินก่อนเลยนะ นางกลอกตาน้อย ๆ ไปมา พลันนึกย้อนความจำจนรู้ว่า จะหาของกินได้จากที่ไหน... ก็ที่บ้านคนนิสัยไม่ดีพวกนั้นไงเล่า!
เสบียงปลอบขวัญอะไรนั่นน่ะ เดิมทีควรเป็ของนางและพวกพี่ชายแท้ ๆ แต่คนพวกนั้นกลับไม่ยอมให้เอาออกมา แม้แต่เมล็ดข้าวเมล็ดเดียวก็ไม่แบ่งให้ ซ้ำยังทุบตีพวกนางอีก
คนเลว!
หึ เื่แค่นี้ทำอะไรเสี่ยวหยวนเป่าไม่ได้หรอก
พอไฉ่ซื่อเดินออกไป เหลือเพียงเสี่ยวหยวนเป่าอยู่ลำพังในกระท่อมหญ้า นางก็ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง วางท่าทางขะมักเขม้นพลางวาดนิ้วร่ายอาคม
“ฮูเล ฮูเล ฮึ่ม วิชาห้าผีขนย้ายจงปรากฏ!”
ร่ายเสร็จก็นั่งหอบแฮก ๆ ทันใดนั้น ผีตัวน้อยในร่างโปร่งแสงห้าตนก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเสี่ยวหยวนเป่าด้วยความงุนงง
“พร้อมรับคำบัญชาจากนายท่าน!”
เสี่ยวหยวนเป่ากระซิบกระซาบบางอย่าง พวกมันก็เข้าใจความนัยทันที ก่อนจะพุ่งทะยานออกจากกระท่อมหญ้า มุ่งหน้าไปยังทิศทางของบ้านเก่าตระกูลทังทันที