ว่าที่ฮูหยินจอมป่วน

    ตอนที่ 31 ย่นระยะทาง

    ซานยี่จูงมือสามีไปที่หน้าตีนภูเขาลูกเล็ก

    “เจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม น่ะฮูหยิน” หานอู่สงสัย

    “ข้าได้ยินพี่ฉินฟงบอกว่า ท่านพี่มีพละกำลังแข็งแกร่งมาก ข้าก็เลยอยากเห็นบ้าง” ซานยี่พูดยิ้มๆ

    “แต่มันมีไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับอวดความเก่งนะ” หานอู่กล่าว

    “โถ่ ข้าขอดูแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริงๆ ให้ข้าเห็นเป็นบุญตาหน่อยนะ” ซานยี่อ้อน

    หานอู่ใจอ่อน “งั้นก็ได้”

    “งั้นท่านพี่ต่อยหมัดลมกรดไปที่ภูเขาลูกนี้ได้เลย” ซานยี่ชี้ตำแหน่งให้

    “เจ้าไปหลบด้านหลังต้นไม้ใหญ่นั่นก่อนนะ มันอาจทำให้เจ้าเกิดอันตรายได้” หานอู่ยอมตามใจฮูหยิน

    หานอู่ไปยืนอยู่ตรงหน้าตีนเขา จากนั้นเขาก็ยืนหลับตาทำสมาธิจนจิตว่าง สักพักเขาก็เริ่มปล่อยหมัดลมกรดไปที่ภูเขา จนกระทั่งภูเขาเกิดการทะลุเป็นช่องโพรงกลายเป็นอุโมงค์

    ซานยี่ทึ่งในความสามารถของสามี นางรีบปรบมือชื่นชมในความเก่งกาจ “โห ท่านพี่ของข้าเก่งจริงๆ” แล้วนางก็วิ่งไปดูสามีที่ยืนค้างอย่างกับรูปปั้นหิน

    ซานยี่เข้าไปจับสามีก็ตกใจที่เขาเกร็งไปทั้งตัว “มันเกิดอะไรขึ้นหรอคะท่านพี่”

    “ช่วยข้าด้วย ฮูหยิน ข้าเกิดอาการเคล็ดและเป็นตะคริวทั้งตัว” หานอู่ขยับตัวไม่ได้

    “ข้าจะพาท่านพี่ไปหาหมอนะคะ” ซานยี่เข้าไปจับตัวสามี

    “โอ๊ย โอ๊ย! ข้าขยับตัวไม่ได้ มันเจ็บมากเลย” หานอู่เจ็บระบมไปทั้งตัว

    ซานยี่เลยตัดสินใจเป่าขลุ่ยหยกเรียกฉินฟงให้มาที่นี่

    ฉินฟงกระโดดมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าสามีภรรยา “มันเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าเพิ่งเดินทางจากมาเมื่อวานเองนะ”

    “มันเป็นความผิดของข้าเอง ที่ไปยุให้หานอู่ใช้หมัดลมกรดต่อยไปที่ภูเขาลูกนี้ ข้าต้องการให้เขาสร้างอุโมงค์ พวกเราจะได้เดินทางลัดเส้นทาง เพื่อให้ถึงบ้านเกิดท่านพี่ไวๆ” ซานยี่พูดด้วยความรู้สึกผิด

    “ถึงยังไง หานอู่ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น หากใช้พลังเกินขีดจำกัดมากเกินไป สภาพร่างกายของเขาอาจแย่ได้นะซานยี่” ฉินฟงตักเตือน

    “ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว” ซานยี่กล่าวพร้อมกับก้มหน้า

    “อย่าว่านางเลย ข้าเองก็อยากอวดฝีมือให้นางเห็นเหมือนกัน” หานอู่สงสารฮูหยิน

    ฉินฟงส่ายหน้าให้กับสองสามีภรรยาคู่นี้ แล้วเขาก็เข้าไปทำการรักษาให้กับหานอู่

    แทนที่จะย่นเวลาจากการใช้ทางลัดทะลุอุโมงค์ที่หานอู่เป็นคนสร้างโดยบังเอิญ กลับกลายเป็นว่าต้องเสียเวลารักษาหานอู่เป็นวันๆ

    “อะ นี่ยาสมุนไพร เจ้าจะต้องต้มให้สามีเจ้าทานหลังอาหาร และอย่าซนอีกนะซานยี่ ยังไงเจ้าก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว ข้าไปล่ะ” ฉินฟงเห็นซานยี่เป็นน้องสาวคนนึงเลยเตือนด้วยความหวังดี และหันไปบอกสหาย “นี่เจ้าสละชีพเพื่อสร้างอุโมงค์เลยนะเนี่ย น่าจะสลักชื่อเจ้าไว้ที่อุโมงค์นี้”

    “เลิกแซวข้าได้แล้ว ยังไงก็ขอบคุณมากที่มารักษาให้ข้า” หานอู่กล่าว

    “หนทางข้างหน้ามันอีกยาวไกล เจ้าอย่าเจ็บป่วยอีกก็แล้วกัน ข้าคงไม่มีแรงเดินทางมารักษาหรอกนะ ลาล่ะ” ฉินฟงกระโดดหายตัวไปทันที

    ซานยี่เข้ามากอดสามีเพื่อขอโทษ “หานอู่ ข้าขอโทษนะ ต่อไปข้าจะไม่คิดแผนที่ทำให้เจ้าต้องลำบากอีกแล้ว”

    “อย่าคิดมากเลย ฮูหยิน อย่างน้อยข้าก็สร้างอุโมงค์ให้ชาวบ้านได้เดินทางสัญจรได้สะดวก ไม่ต้องเดินทางอ้อมภูเขาอีกต่อไป” หานอู่กล่าวให้กำลังใจ

    ********************************************************

    สองสามีภรรยาเดินทางต่อโดยการลอดอุโมงค์เข้าไปจนสามารถย่นระยะทางได้ และแล้วพวกเขาก็เดินทางไปถึงเมืองผิงกู่ซึ่งเป็นเมืองติดแม่น้ำใหญ่

    ทั้งสองพักทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้วยกัน

    “ท่านพี่ข้าเคยศึกษาแผนที่ เมืองสือหนานอยู่อีกฟากของแม่น้ำนี่เอง ชาวบ้านที่นี่น่าจะสร้างสะพานเชื่อมกันนะคะ” ซานยี่เสนอข้อคิดเห็น

    “พวกเขาก็อยากจะสร้างสะพาน แต่ติดปัญหาตรงที่ป่าไม้อยู่ไกลจากที่นี่มาก และป่าที่ใกล้ที่สุดก็มีแต่ต้นไม้ใหญ่ๆ ทั้งนั้น การตัดไม้มันต้องใช้แรงมหาศาล และกว่าพวกเขาจะขนมาที่นี่อีก คงหมดแรงไปตามๆ กัน” หานอู่กล่าว

    “ใช่แล้วล่ะ ท่านทั้งสอง ความจริงที่หมู่บ้านของเรามีชายคนนึงนามว่า ชางจิ้ง เขามีพละกำลังมหาศาลสามารถตัดไม้ที่มีขนาดสิบคนโอบด้วยเวลาอันสั้น แถมยังสามารถยกหินยกต้นไม้ขนาดใหญ่ได้” ชาวบ้านหนุ่มที่นั่งโต๊ะข้างๆ กล่าว

    “คนแบบนั้นมีอยู่จริงงั้นหรอ” ซานยี่คิดว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ

    “มีจริงๆ แต่เขาไม่ยอมช่วยพวกเรา โครงการสร้างสะพานก็เลยล้มเลิกไป” ชาวบ้านเสียดายโครงการ

    “ทำไมเขาไม่ช่วยล่ะ” หานอู่ถามบ้าง

    “เขาบอกว่ามันเสียเวลา เอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า” ชาวบ้านส่ายหน้า

    “แล้วเขาทำอาชีพอะไรล่ะ” ซานยี่สงสัย

    “กรรมกรแบกหามและรับจ้างทุกอย่างที่ได้อัฐ เห็นว่าจะนำอัฐไปสู่ขอเจินเจินแต่งงานอะไรทำนองนี้” ชาวบ้านกล่าว

    “ขอบคุณมากท่านสำหรับข้อมูล” ซานยี่กล่าว

    “ข้าว่าพวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ หนทางอ้อมแม่น้ำ มันช่างยาวไกลนัก” หานอู่กล่าวตามประสบการณ์ในการเดินทาง

    “ท่านพี่ ข้าคิดอะไรออกแล้ว” ซานยี่ดีดนิ้วเมื่อคิดอะไรออก

    “เจ้าคงจะไม่ให้ข้าไปตัดไม้หรอกนะ ข้าเพิ่งจะหายดีเอง” หานอู่กังวล

    “ใครว่าจะให้ท่านพี่ทำล่ะ ข้ามีแผนการ เอาหูท่านมาสิ” ซานยี่กระซิบบอกแผน

    ********************************************************

    ณ โรงอิฐ ในเมืองถิงกู่

    “แย่แล้ว แย่แล้ว ท่านชางจิ้ง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

    “แม่นางเป็นใคร เหตุใดถึงรู้จักข้า” ชางจิ้งงง

    “ข้าเป็นสาวใช้ของคุณหนูเจินเจิน ท่านเศรษฐีได้ยกคุณหนูให้คุณชายที่เมืองสือหนานไปแล้ว คุณหนูออกเดินทางไปสือหนานเมื่อวานนี้เอง อีกสองวันก็คงต้องเข้าสู่พิธีแต่งงาน” ซานยี่กล่าวอย่างกระตือรือร้น

    “อะไรนะ ไหนว่าเจินเจินจะรอข้า” ชางจิ้งตกใจ

    “ลูกย่อมต้องเชื่อฟังบุพการีเป็นธรรมดา” ซานยี่กล่าว

    “ข้าจะไปเอาเรื่องท่านเศรษฐี” ชางจิ้งใจร้อนรีบเดินออกไปจากโรงอิฐ

    “อย่าเสียเวลาเลยค่ะ ท่านรีบเดินทางไปสือหนานเพื่อไปช่วยคุณหนูก่อน” ซานยี่รีบพูด

    “และจะไปทันได้ยังไง หนทางอีกยาวไกล กว่าจะอ้อมแม่น้ำไปสือหนาน” ชางจิ้งคิดไม่ออก

    “ท่านก็ระดมชาวบ้านสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเมืองผิงกู่กับเมืองสือหนานสิ” ซานยี่แนะนำเพื่อเข้าแผนการ

    “อย่างนั้นก็ได้” ชางจิ้งยอมทำตาม

    ********************************************************

    เพื่อไปช่วยเจินเจินให้ทัน ชางจิ้งประกาศจะร่วมมือกับชาวบ้านสร้างสะพานให้เร็วที่สุด

    ชางจิ้งนำเพื่อนชายฉกรรจ์ไปที่ป่าไม้ พวกเขาช่วยกันใช้ขวานตัดไม้ใหญ่ พอได้ไม้ในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว ก็รีบช่วยกันขนมาที่ริมแม่น้ำ เป็นจุดข้ามไปสือหนานที่ใกล้ที่สุด โชคดีที่ไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านจึงสามัคคีช่วยกันสร้างสะพานจนเสร็จภายในหนึ่งวันเท่านั้น

    ชางจิ้งกลัวว่าจะไม่ทัน กำลังจะวิ่งข้ามสะพานไปช่วยเจินเจิน แต่แล้วหานอู่ก็รีบรั้งตัวเขาไว้

    “รั้งข้าไว้ทำไม ข้าจะไปช่วยเจินเจิน” ชางจิ้งพยายามขัดขืนด้วยความใจร้อน

    “พี่ชางจิ้ง ข้าอยู่นี่” เจินเจินยอมเผยตัว

    ชางจิ้งเข้าไปสวมกอดเจินเจินด้วยความดีใจที่ได้เจอนาง “เจ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย ก็ไหนว่าเจ้าจะไปแต่งงานที่เมืองสือหนานไง”

    “ข้าขอโทษ ข้าเป็นคนโกหกท่านเอง” ซานยี่สารภาพแล้ววิ่งไปหลบอยู่หลังหานอู่

    “แม่นาง! นี่เจ้า” ชางจิ้งโกรธหมายจะเข้าไปทำร้ายซานยี่ แต่เจินเจินรีบรั้งชายหนุ่มไว้

    “อย่าโกรธนางเลย ชางจิ้ง ที่นางทำไปก็เพื่อส่วนรวม ตอนนี้พวกเราก็สามารถเดินทางไปสือหนานได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องอ้อมแม่น้ำไปไกลอีกแล้ว เพราะเจ้ากับเพื่อนๆ ช่วยกัน” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว

    “แต่นางหลอกข้านี่” ชางจิ้งยังไม่ให้อภัย

    “นางได้รวบรวมค่าแรงของเจ้าให้แล้ว เจ้าดูนี่เถิด เพียงพอสำหรับค่าสินสอดหรือยังล่ะ” หัวหน้าหมู่บ้านยื่นอัฐให้

    ชางจิ้งรับถุงอัฐมาด้วยความตกใจ เพราะนึกไม่ถึงว่ามันจะเยอะขนาดนี้ “ทำไมมันเยอะนักล่ะ”

    “สะพานสร้างขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ดังนั้นอัฐที่ชาวบ้านจ่ายให้เจ้า มันสมราคาแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว

    ชางจิ้งรู้สึกซึ้งใจจนน้ำตาไหล “ข้าขอบคุณมาก ข้าหาอัฐเป็นสิบปียังไม่ได้เท่านี้เลย ขอบคุณทุกท่านจริงๆ ขอบคุณแม่นางน้อย”

    “ท่านไม่โกรธข้าแล้วใช่มั้ย” ซานยี่กล่าวและหวังให้เขาให้อภัย

    “ไม่แล้ว วันแต่งงานของข้ากับเจินเจิน ข้าขอเชิญพวกเจ้าล่วงหน้าด้วยก็แล้วกัน” ชางจิ้งกล่าวยิ้มๆ เพราะในที่สุดเขาก็ได้แต่งงานเสียที

    “พวกข้าต้องมาแน่ ตอนนี้พวกข้าขอตัวไปก่อนนะ ขอบคุณทุกคนจริงๆ” หานอู่กล่าว

    หานอู่พาซานยี่ข้ามสะพานไปสือหนาน เป็นการประเดิมการใช้สะพาน ทำให้รู้ว่าสะพานที่ชาวบ้านร่วมกันสร้าง มันแข็งแรงจริงๆ

    และแล้ว หานอู่ก็พาฮูหยินไปถึงบ้านเกิดเมืองนอนของหานอู่ด้วยระยะทางอันสั้นและใช้เวลาเพียงไม่นาน เป็นการย่นระยะทางโดยปริยาย

    คล้ายกับเรื่องว่าที่ฮูหยินจอมป่วน ที่คุณอ่าน