เรือเหาะจากดินแดนยูเจียวลู่ ค่อย ๆ หมุนตัวและบินจากไปช้า ๆ และในที่สุดก็หายลับตาไป
ศิษย์สำนักอสุนีหิมะจำนวนมาก ช่วยกันค้นหาร่างของลู่ซือที่ตกลงไปอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งผ่านไปหลายวันจึงพบลู่ซือนอนสลบเกยอยู่ริมฝั่ง ร่างกายบาดเจ็บภายนอก กระดูกหักบางส่วน แม้จะตกมาจากที่สูงแต่ร่างกลับบอบช้ำไม่มาก แต่ที่สำคัญคือหมดสติ
ร่างของลู่ซือถูกนำไปรักษาภายในสำนัก วันเวลาผ่านไปนับเดือน ลมหายใจของลู่ซือเริ่มแผ่วลงทุกวัน เรียกได้ว่า พร้อมที่จะจากไปทุกเสี้ยวลมหายใจ ผู้ที่แวะวนมาดูแลเยี่ยมเยือนก็จะมีแต่อ้ายเหม่ยเป็นหลัก เพราะจงฮวาและหนิงเซียน แม้จะไม่อยากกลับไปสำนัก หากแต่ข้อกำหนดมากมายและที่สำคัญ ยังต้องมีชีวิตรอให้ทางสำนักเทพสวรรค์กลับมารับอีกครั้ง
เจ้าสำนักอสุนีหิมะ ภาระกิจมากมาย ทำได้เพียงเปิดให้อ้ายเหม่ยเข้ามาดูแล ส่วนคนอื่น เพื่อความปลอดภัย จึงถูกสั่งห้าม และเนื่องจากในบันทึกของสำนัก ทางหนึ่งในการเก็บรักษาร่างให้ยืนยงนานที่สุด คือ การนำร่างกลับไปไว้ที่ในโถงห้องบรรพกาล
"ชีพจรอ่อนลงเรื่อย ๆ "
"ในไม่ช้าก็จะ ... หยุดลง" เจ้าสำนักกล่าวออกมา
"เจ้าช่วยนำร่างลู่ซือขึ้นไปบนชั้นที่พวกเจ้าเคยอยู่ อย่างน้อย ในที่สุดแล้วหากลู่ซือจากไป ร่างนี้จะถูกซึมซับเป็นจิตวิญญาณอยู่ในเจดีย์ มีคุณค่าคงอยู่ตลอดไป" เจ้าสำนักกล่าวกับอ้ายเหม่ย
ผู้ที่จะถูกนำร่างนั้นขึ้นไปไว้ได้ จะต้องเคยขึ้นไปอยู่ในชั้นที่ตนเองเคยเข้าไปอยู่มาก่อน หากร่างนั้นสุดท้ายเสียชีวิต ร่างก็จะถูกซึมซับไว้บนศิลาที่มีอยู่ทุกชั้นในเจดีย์
เรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไปทั่วเมือง เด็กน้อยผู้มีปราณยุทธ์สูงส่งบาดเจ็บสาหัสสิ้นสติ พักรักษาตัวหลายเดือนแล้วก็ยังไม่ฟื้น สุดท้ายชีพจรอ่อนลงทุกวัน สำนักตัดสินใจให้นำร่างไปไว้ที่เจดีย์ในโถงห้องมังกรบรรพกาล
ข่าวคราวแพร่สะพัดไปทั่ว จงฮวา และหนิงเซียนเร่งรีบมาทั้งน้ำตาเพื่อดูลู่ซือหลังจากที่ได้รับข่าวที่อ้ายเหม่ยส่งไป ทั้งสองร้องไห้มาตลอดทาง ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดจากัน
ในอีกส่วนหนึ่งรองเจ้าสำนักอาจารย์ของฮุ่ยหมิง และฮุ่ยหมิงต่างยิ้มด้วยความยินดีในการจากไปของลู่ซือ พวกมันล้วนแล้วแต่สะใจในการบาดเจ็บสาหัสและไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นอีกต่อไป
แม้กระทั่งป๋อเหวิน เอี้ยวซือ เล่าหาน จงหมาน จงซื่อ ต่างก็ยินดีในข่าวนี้ไม่เว้นวาย งานฉลองเป็นไปอย่างสุขสันต์
"ลู่ซือ ... ข้าจะบอกท่านย่าว่าอย่างไร"
"ท่านย่าจะรับได้ไหมหนอ" จงฮว่าเกาะร่างของลู่ซือไว้แน่น
"ลู่ซือ" หนิงเซียนมองร่างของลู่ซือ เด็กน้อยที่เคยช่วยรักษานางถึงสองครั้งสองครา ช่วยชีวิตนางถึงสองครั้ง หัวใจของนางก็ปวดร้าว ได้เพียงแต่มอง หากแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
#$^#$%^%$&
"ได้เวลาแล้ว ... ข้าคิดว่า รีบนำร่างของลู่ซือเข้าไปได้แล้ว" เจ้าสำนักอสุนีหิมะกล่าวกับอ้ายเหม่ย
ในครั้งนี้ อ้ายเหม่ยได้นำร่างของลู่ซือขึ้นไปไว้ที่เจดีย์ชั้นเก้า ซึ่งในตอนนี้ จะมีเพียงนางและลู่ซือที่ขึ้นมาได้ อ้ายเหม่ยแบกลู่ซือขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ลมหายใจของลู่ซือแทบจะไม่มีแล้ว นางแบกลู่ซือไว้ที่ด้านหลัง ร้องไห้ตลอดเวลาที่เดินขึ้นมา
เบื้องหลัง มีเจ้าสำนัก อาวุโสสำนัก และศิษย์หลายคน มองร่างของลู่ซือที่เหมือนหลับเข้าไปในโถงห้องมังกรบรรพกาลพร้อมอ้ายเหม่ย
"ลาก่อน"
"ลาก่อนลู่ซือ" จงฮวาและหนิงเซียนกล่าวออกมาพร้อม ๆ กัน
อ้ายเหม่ยตั้งใจเข้าไปในเจดีย์ ทุกย่างก้าว ล้วนมีภาพติดตา เหตุการณ์ที่เคยผ่านมากับลู่ซือ แม้จะรู้จักกันไม่นาน แต่ลู่ซือก็ช่วยชีวิตนาง และไม่เคยแสดงอาการเจ้าชู้ใด ๆ ต่อนางแม้แต่น้อย แม้จะพูดคุยกันไม่มากนัก หากแต่เป็นศิษย์ร่วมสำนักที่ดีต่อกันมาตลอด
การกลับขึ้นมาครั้งนี้ ไม่มีพลังใด ๆ มากดดันร่างของอ้ายเหม่ยเหมือนครั้งแรก แต่ปราณเหล่านี้ กลับเข้ามาช่วยเติมเต็มกำลังในร่างของนางอย่างรวดเร็วกว่าเดิม
ร่างของลู่ซือถูกวางไว้บนแท่นหินศิลาชั้นที่เก้า แม้ลู่ซือยังคงดูเหมือนหลับสนิทแต่ดูจากลมหายใจก็จะเห็นได้ว่าอ่อนแรงไปทุกขณะ ชีพจรก็แผ่วเบา บนชั้นเก้า มีเพียงอ้ายเหม่ยและลู่ซือเท่านั้น นางอยู่กับลู่ซือสามวัน และในค่ำคืนของวันที่สาม ก็ไม่มีลมหายใจใด ๆ ชีพจรในร่างหยุดการทำงานทุกจุด
"ฮือ ๆ ๆ ๆ"
"ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะอายุสั้นเพียงนี้เลย"
"ถ้าเจ้ารับรู้ได้ ... ข้าอยากให้เจ้ากลับมาอยู่กับข้า"
"แม้เราจะรู้จักกันไม่นาน แต่ข้าก็รู้สึกดีกับเจ้าตลอด ... .
"ข้าจะจดจำเจ้าไว้ในหัวใจของข้า" อ้ายเหม่ยกล่าวออกมาต่อหน้าลู่ซือ พร้อมก้มลงไปกอดร่างของลู่ซือที่ไม่มีลมหายใจแล้ว สุดท้ายจึงประทับรอยจูบไว้ที่ริมฝีปากของลู่ซือ
"ข้าจะกลับมาหาเจ้า ... วันหนึ่งข้าหวังว่า เราจะได้พบกัน และอยู่ด้วยกัน" อ้ายเหม่ยยังคงร้องไห้ไม่หยุด นางนั่งอยู่กับลู่ซือจนร่างของลู่ซือที่อยู่บนศิลาค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อย ๆ และสุดท้ายก็หายไปเหลือแต่ความว่างเปล่าบนศิลาชั้นเก้า
จากนั้นนางก็เดินออกไปด้วยอาการสิ้นหวังและเหม่อลอย รวมแล้ว นางอยู่กับลู่ซือรวมสิบห้าวัน เมื่อออกมาจากโถงห้องมังกรบรรพกาล ก็พบว่าวันเวลาด้านนอกเป็นหนึ่งปี แม้จะเพียงสิบห้าวัน แต่มันก็คือหนึ่งปีแล้วที่นางอยู่ในเจดีย์กับลู่ซือ
"มาจากคนละถิ่นฐาน หากแต่ได้มาอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้าย หัวใจข้าแทบสลาย"
"สิ้นสุดวัฏะนี้ ขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีในภพหน้า" อ้ายเหม่ยรำพึงเบา ๆ ยามเดินออกมา