CHAPTER 02 : หนูชอบพี่!
“พะ พี่ธาม!”
พี่ธามมาได้ไง ไหนบอกว่าอยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ แล้วเมื่อกี๊จะได้ยินที่ฉันพูดไหมอ่ะ โอ๊ยย ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย จากพี่ง่วงๆ อยู่ตาสว่างเลยขึ้นมาทันทีเลย พี่ธามมองมาที่ฉันอย่างสำรวจจนฉันต้องรีบหลบตา อย่าบอกนะว่าเขาจำฉันไม่ได้น่ะ แต่ก็ไม่แปลกหรอกสามปีเลยนะที่เราไม่ได้เจอกันอีก แอบเสียใจเหมือนกันแฮะ
“ทำไมมาป่านนี้วะ โทรไปก็ไม่รับ” พี่มาร์คถาม
“มีปัญหานิดหน่อย”
“เพิ่งมาถึงเหรอ” พี่ไต้ฝุ่นถาม
“อืม” นี่แหละธามสไตล์ ไม่รู้เขาพูดประโยคที่ยาวกว่านี้ได้หรือเปล่า
“มาๆ มานั่งก่อนพวกกูกำลังเล่นเกมกันเลย” พี่คิมเดินมานั่งลงที่เดิมแล้วตบที่ว่างข้างๆ ให้พี่ธามไปนั่ง ซึ่งพี่ธามก็ทำตามอย่างว่าง่าย
และนั่นหมายความว่าพี่ธามนั่งอยู่ตรงข้ามกับฉันน่ะสิ แค่เห็นหน้าก็ทำเอาหัวใจของฉันเต้นแรงไม่หยุด ไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้อยากเจอจะเป็จะตายแต่ตอนนี้กับทำได้แค่นั่งหลบตาเขาน่ะสิ
หวังว่าพี่ธามจะไม่ได้ยินที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้หรอกนะ
“หมุนเลยนะ” พี่ไต้ฝุ่นเป็คนหมุนขวดเพราะรอบที่แล้วเขาเป็คนถาม
ระหว่างที่ขวดกำลังหมุนฉันเผลอไปมองหน้าพี่ธามที่กำลังจดจ่ออยู่กับขวดเหมือนกับทุกคน
ผมสีดำสนิทขับให้ใบหน้าที่ขาวอยู่แล้วดูสว่างกว่าเดิม คิ้วดกดำเข้ากับใบหน้าเป็อย่างดี จมูกโด่งเป็สันกับริมฝีปากที่แดงอย่างธรรมชาติและสิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดก็คือดวงตาสีดำรัตติกาลที่ทั้งลึกลับและมีสเน่ห์น่าค้นหา แต่เหมือนฉันจะจ้องนานเกินไปพี่ธามถึงได้รู้ว่ามีคนมองอยู่จึงได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันพอดี
ทุกอย่างหยุดนิ่งเมื่อพี่ธามมองมาที่ฉัน หัวใจของฉันสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อประสานเข้ากับดวงตาที่ฉายแต่ความเ็าคู่นี้ ฉันไม่สามารถละสายตาจากดวงตาที่ฉันหลงรักมาตลอดสามปีได้เลย
“มุก มุก!”
“ฮะ เอ่อ มีอะไรเหรอ” ฉันละสายตาจากพี่ธามแล้วก็พบว่าทุกคนกำลังมองมาที่ฉัน
น่าอายชะมัด ทุกคนต้องเห็นตอนที่ฉันเอาแต่มองพี่ธามแน่เลย
“ขวดมันหยุดที่ไอ้คิม มันก็เลยเลือกถามเรา ม่านไม่ได้ยินเหรอ” เป็พี่มาร์คที่อธิบาย แต่ฉันไม่ได้ยินและก็ไม่รู้เื่อะไรจริงๆ นั่นแหละ
ฉันสนใจแค่พี่ธามเท่านั้น
“ขอโทษค่ะ พี่คิมถามอะไรมุกเหรอคะ”
“พี่ถามว่า ใครคือคนที่มุกชอบ”
ถะ ถามว่าอะไรนะ ทำไมต้องถามคำถามฆ่าฉันแบบนี้ด้วย พี่คิมต้องกำลังแกล้งฉันอยู่แน่เลยเพราะพี่มันขยิบตาให้ฉันไง คงจะอยากให้ฉันพูดต่อหน้าพี่ธามน่ะสิในเมื่อทุกคนก็รู้หมดแล้วว่าฉันชอบใคร หรือบางทีเ้าตัวก็อาจจะรู้ด้วยเหมือนกัน
“ว่าไงครับ” พี่คิมเร่ง
เกลียดพี่คิม!
ฉันยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด ให้ตายยังไงฉันไม่ตอบไอ้คำถามเฮงซวยนี่แน่นอน
“ว้า นึกว่าจะตอบซะอีก” ยัง พี่มันยังไม่สำนึก
คงจะสนุกมากสินะที่ได้แกล้งฉันแบบนี้น่ะ แต่ฉันไม่สนุกว้อยย ถามแบบนี้เอาไม้หน้าสามมาฟาดหน้าตามด้วยค้อนมาทุบหัวฉันเถอะ
ฉันมองหน้าพี่คิมด้วยสายตาเคียดแค้น คอยดูนะฉันจะเอาเื่ที่พี่คิมไม่ใส่กางเกงในไปเรียนไปป่าวประกาศให้ทั่วเลย มุกแค้นนนนนน
“ไหวป่ะเนี่ย หน้าแดงแล้วนะ” ป่านที่นั่งอยู่ข้างๆ กระซิบถาม
ฉันพยักหน้ารับเพื่อให้ป่านรู้ว่ายังไหวอยู่ถึงรู้สึกว่าหน้ามันร้อนๆ ก็เถอะ
“เริ่มตาต่อไปได้ละ” พี่มาร์คพูดขึ้น สายตามองมาที่ฉันอย่างเป็ห่วง
อาการฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงได้เป็ห่วงเป็ใยกันจัง
“โอเค โก!” พูดจบก็เริ่มหมุนขวดทันที
สายตาทุกคนจับจ้องไปที่ขวดอีกครั้งและสุดท้ายมันก็มาหยุดอยู่ที่ฉัน ฉันไล่สายตามองทุกคนเพราะไม่รู้จะถามใคร ป่านกับกายก็รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว ถึงจะอยากถามว่าคนที่ป่านชอบเป็ใครแต่ก็คิดว่ามันเป็เื่ส่วนตัวถ้าเ้าตัวพร้อมก็คงจะบอกเอง แน่นอนว่าเื่ของพี่มาร์คฉันไม่มีอะไรอยากรู้อยู่แล้ว ฉันจ้องไปที่เป้าหมายอย่างพี่คิมเขม็งพร้อมกับแผนร้ายในหัว เสร็จฉันแน่ล่ะ ชอบแกล้งกันดีนัก
Rrrrrrrr
“โทษที สายเข้า” พี่คิมชูโทรศัพท์มาตรงหน้าฉันเพื่อให้ดูว่ามีสายเข้าจริงๆ พร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจส่งมาให้เหมือนรู้ว่าจะโดนฉันเล่นงานก่อนจะลุกออกไป
เอาตัวรอดเก่ง!
ฉันมองพี่ไต้ฝุ่นกับพี่ธามสลับกันเพราะเหลือแค่สองตัวเลือกให้ฉันถาม
“พี่ธามคะ” ไวกว่าความคิดก็คงจะเป็ปากฉันที่ได้โพล่งชื่อพี่ธามออกไป
พี่ธามมองหน้าฉันด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกเช่นเคย อยู่ๆ ก็อยากจะถามคำถามนี้ขึ้นมา คำถามที่ฉันอยากรู้ที่สุด
“พี่ธามมีแฟนหรือยังคะ”
ทุกคนเงียบราวกับตั้งใจให้ฉันได้ฟังคำตอบชัดๆ คำตอบที่มีผลต่อหัวใจของฉัน คำตอบที่อาจจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ แต่คนถูกถามกับเงียบ
ฉันมองหน้าพี่ธามอย่างมีความหวัง หวังว่าในหัวใจของเขานั้นจะยังไม่มีใคร หวังว่าสักวันฉันจะเข้าไปอยู่ในนั้นโดยที่ไม่ทับที่ใคร
“ไม่มี”
ไม่มี
ไม่มี
ไม่มี
“เอ่อ มุกขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็ลุกออกมาเลยถึงแม้ตอนลุกจะมึนนิดหน่อยก็เถอะ
ปัง!
“กรี๊ดดดดดด”
ฉันเอามือปิดปากก่อนจะกรี๊ดออกมาอย่างเก็บไม่อยู่ถ้าไม่ติดว่ามีคนอยู่ฉันกรี๊ดบ้านแตกไปแล้ว ได้ยินไหมว่าพี่ธามบอกว่ายังไม่มีแฟน เขายังไม่มีใครเพราะฉะนั้นฉันก็มีสิทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฮืออ น้ำตาจะไหล ดีใจราวกับโดนพี่ธามขอเป็แฟนอย่างนั้นแหละ
เมื่อสงบสติอารมณ์ความดีใจได้แล้วฉันก็เดินออกมาอย่างสงบเสงี่ยมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในห้องน้ำทั้งนั้น
“มึงไปพักเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”
ฉันออกมาได้ยินพี่มาร์คบอกพี่ธามพอดี คือตอนนี้วงแตกหมดแล้ว ฉันไปอยู่ในห้องน้ำนานขนาดนั้นเลยเหรอออกมาทุกคนถึงได้กำลังแยกย้ายกัน
พี่ธามพยักหนารับแต่ก่อนจะเดินออกไปก็หันมามองฉันอีกรอบซึ่งครั้งนี้ฉันหลบไม่ทัน ก็เลยได้แต่ส่งยิ้มไปให้ แต่พี่ธามก็คือพี่ธาม เขาเดินออกไปโดยไม่ได้ยิ้มตอบฉันเลยสักนิด ฉันนี่หุบยิ้มแทบไม่ทัน ใจร้ายชะมัด
“เมื่อกี๊เหมือนได้ยินเสียงใครกรี๊ดในห้องน้ำด้วยน่ะ” เมื่อพี่ธามออกไปแล้วพี่คิมที่เดินมานั่งบนโซฟาก็พูดขึ้น
“พะ พี่ได้ยินด้วยเหรอ” ถ้าพี่คิมได้ยินแล้วคนอื่น
“อ้าว มุกกรี๊ดจริงเหรอ” พี่คิมขำเมื่อแกล้งฉันได้สำเร็จ
สรุปคือพี่มันพูดขึ้นมาเฉยๆ แต่มันดันเป็สิ่งที่ฉันทำจริงๆ ไง หน้าแตกหมอไม่รับเย็บไหมล่ะ
“พี่คิมอ่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
คราวนี้ทุกคนคงรู้หมดแล้วว่าฉันแอบไปกรี๊ดในห้องน้ำน่ะ ดีนะที่พี่ธามไม่อยู่ตรงนี้ด้วย แค่นี้ก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วเนี่ย
“มึงก็ไปแกล้งน้อง” พี่ไต้ฝุ่นเอ็ดพี่คิมที่ยังไม่หยุดแกล้งฉัน พี่ไต้ฝุ่นคนดีของน้องงง
“มุกไปนอนดีกว่า ป่านจะนอนกับฉันไหม” ฉันรีบเปลี่ยนเื่แล้วหันไปถามป่าน
“เดี๋ยวฉันไปส่งเอง” กายพูดขัดขึ้นมา
“นายไม่เมาหรือไง” ฉันถาม ถึงจะดูเหมือนไม่เมาแต่มันก็ดื่มไปเยอะเหมือนกัน
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”
“ป่านเอาไง” ฉันถามป่านอีกรอบ
“เดี๋ยวกลับพร้อมกายก็ได้” ป่านบอก
“เอางั้นก็ได้ ขับรถดีๆ ล่ะ ถึงแล้วไลน์มาบอกด้วย” ฉันกำชับเพราะมันดึกมากแล้ว เอาจริงๆ ไม่อยากให้ใครกลับทั้งนั้นแหละ แต่เพราะรู้ว่าป่านไม่ชอบนอนกับคนอื่นฉันก็เลยไม่อยากขัด
“งั้นกูกลับเลยแล้วกัน พี่ไปนะมุก” เมื่อเพื่อนฉันกลับไปแล้วพี่ไต้ฝุ่นก็ขอตัวกลับบ้าง
“ขับรถดีๆ นะคะพี่ไต้ฝุ่น” ฉันบอก
“มึงก็กลับได้แล้วไอ้คิม” พี่มาร์คหันไปไล่พี่คิมที่ยังนั่งนิ่งอยู่
“เออๆ ไล่กูจังเลยนะไอ้เวร” พี่คิมบอกไม่วายหันมาด่าพี่ชายฉันด้วย
“หรือมึงจะนั่งแดกคนเดียวไหมล่ะ” พี่มาร์คก็ด่ากลับอย่างไม่ยอม ฉันล่ะเหนื่อยใจกับสองคนนี้จริงๆ กัดกันได้ทุกที่ทุกเวลาเลยสินะ
ไม่ใช่เพราะว่าพี่คิมเอาคืนพี่มาร์คไม่ได้แล้วมาลงที่ฉันหรอกนะ แกล้งกันจังเลย
“เชอะ ไอ้ฝุ่นไปส่งกูด้วย คนแถวนี้ไปรับกูมาแล้วไม่ยอมไปส่ง” พี่คิมทำเสียงงอนๆ ใส่พี่มาร์คแล้วหันไปบอกพี่ไต้ฝุ่นให้ไปส่งแถมยังพูดประชดพี่มาร์คอีกด้วย ทำให้พี่ไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา
“รีบไปเลยไอ้เวร”
“เชอะ” ก่อนที่จะโดนพี่มาร์คถีบจริงๆ พี่คิมก็รีบวิ่งออกจากห้องไปแต่ก็ยังทำเสียงจิ๊จ๊ะส่งท้ายเพื่อกวนประสาทพี่ชายฉันอีก จริงๆ เลยพี่คนนี้
“กวนตีนจริงๆ” พี่มาร์คยังคงบ่นถึงแม้พี่คิมจะกลับไปแล้ว ฉันว่าพอกันทั้งคู่นั้นแหละ
“มุกไปนอนแล้วนะ พี่ก็นอนได้แล้ว” ฉันบอกเพราะง่วงมากๆ
“เดี๋ยวม่าน รอแปบ พี่มีอะไรจะให้” พูดจบพี่มันก็เข้าไปในห้องปล่อยให้ฉันยืนงงอยู่คนเดียว มีของจะให้ฉันเนี่ยนะ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะซื้ออะไรให้นอกจากวันเกิดหรือวันที่สำคัญจริงๆ
“อ่ะ” หายไปแปบนึงพี่มาร์คก็ออกมาพร้อมกับยื่นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดพอดีมือมาให้
“อะไรเหรอ” ฉันรับมาแล้วถามอย่างแปลกใจ ไม่ใช่พี่มันให้อะไรแปลกๆ หรอกใช่ไหม ฉันกังวลนะเนี่ย
“เปิดสิ”
ฉันค่อยๆ เปิดมันออกตามที่พี่มาร์คบอก อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะซื้ออะไรให้ฉัน หวังว่าจะไม่แกล้งฉันแล้วกัน แต่พอเห็นของที่อยู่ข้างในก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาทันที
“ชอบไหม”
ฉันพยักหน้าหงึกๆ เมื่อพี่มาร์คซื้อนาฬิกาข้อมือให้ฉัน นาฬิกาสีพิงค์โกลรุ่นที่ฉันอยากได้แต่ว่าราคาค่อนข้างสูงสำหรับฉัน แต่วันนี้พี่มาร์คกลับซื้อมาให้ฉัน
“สวยมากเลยพี่มาร์ค รักพี่ที่สุดเลย” ฉันะโไปกอดพี่มาร์คด้วยความดีใจสุดๆ
“ต้อนรับนักศึกษาใหม่ ตั้งใจเรียนนะ พี่รู้ว่าม่านเก่งอยู่แล้ว” พี่มาร์คกอดตอบฉัน
“ขอบคุณนะคะ จุ๊บ” ฉันจุ๊บแก้มเขาไปทีนึงอย่างที่ชอบทำตอนเด็กๆ ถึงตอนนี้มันจะเขินๆ หน่อยก็เถอะ
“ทำเป็เด็กไปได้นะ ไปนอนได้แล้วไป”
“ฝันดีค่ะ”
ฉันคงจะนอนหลับฝันดีอยู่แล้วล่ะ ไหนจะได้ของที่ตัวเองอยากได้ แล้วไหนจะได้เจอพี่ธามอีก ทั้งที่คิดว่าวันนี้จะไม่ได้เจอแล้วเชียว แค่เห็นหน้าก็มีความสุขแล้วอ่ะ ฝันดีนะพี่ธามของหนู
“ม่านเสร็จยัง จะสายแล้วนะ”
“เสร็จแล้วๆ” ฉันรีบวิ่งออกมาจากห้องอย่างเร่งรีบเพราะวันนี้เป็วันที่มหาลัยเปิดวันแรก แล้วฉันกำลังจะสายแล้วด้วย ก็คนมันตื่นเต้นเมื่อคืนเลยนอนไม่ค่อยหลับเลยทำให้ตื่นสายแบบนี้ไง
“กินข้าวไม่ทันแล้ว ม่านหิวหรือเปล่า” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธเพราะรีบจนลืมหิวไปเลย ต่อไปจะไม่สายแล้ว เหนื่อยมากจริงๆ
“วันแรกกก็สายเลยนะม่าน” เมื่อออกรถแล้วพี่มาร์คก็เริ่มบ่น
“ก็มุกตื่นเต้นอ่ะดิ นอนไม่หลับเลย” ฉันยอมรับผิดไปตามตรง
“ขนาดนั้นเลย” พี่มาร์คพูดขำๆ มีอะไรให้ขำล่ะ นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันได้ใส่ชุดนิสิตเลยนะ
“พี่ไม่เข้าใจหรอกเพราะพี่แก่แล้วไง” ปีสามแล้วจะมีอะไรให้ตื่นเต้นเหมือนเฟรชชี่อย่างฉันล่ะ
“เดี๋ยวก็ให้เดินไปเองหรอก” พี่มันทำหน้าไม่พอใจที่ฉันบอกว่าแก่ แถมยังขู่กันอีก คิดว่ากลัวหรือไง
“ขอโทษค่า” ไม่ได้กลัวแต่แค่เกรงใจหรอก เกรงใจตัวเองเนี่ยจะเดินไปเรียนั้แ่วันแรกไม่ได้นะ
“เลิกแล้วโทรมา เดี๋ยวมารับ” พี่มาร์คสั่งเมื่อขับรถมาจอดอยู่หน้าคณะฉันแล้ว
“ให้มุกไปหาพี่ที่คณะก็ได้นะ” ฉันบอกพร้อมกับทำหน้าตาใสซื่อไม่มีอะไรแอบแฝงเลยสักนิด ไม่ได้อยากจะไปเจอพี่ธามด้วย
“ไม่ต้องเลยนะผู้ชายเยอะ หวง” แล้วพี่มันก็ดับฝันฉันทันที
“เชอะ” พูดจบฉันก็รีบลงจากรถทันที ไม่ได้งอนอะไรจริงจังหรอกแต่ที่รีบเพราะฉันสายมาสิบนาทีแล้วต่างหาก ป่านก็ส่งข้อความมาตามรัวๆ เลย
ฉันเดินเข้าไปในลานของคณะบริหารเพราะวันนี้มีกิจกรรมรับน้อง ใช่ค่ะ ฉันเลือกเรียนบริหารส่วนพี่ชายตัวดีของฉันเรียนวิศวะ ตอนแรกก็อยากจะเข้าคณะนี้เพราะพี่ธามก็อยู่คณะนี้เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมามันไม่น่าจะเหมาะกับฉันอ่ะ พูดถึงพี่ธามั้แ่วันนั้นก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย พูดเหมือนนานเนอะแต่มันก็แค่สองวันเองแหละ
“ช้า” ป่านบ่นทันทีที่ฉันนั่งลงข้างๆ
“ตื่นสายอ่ะดิ เมื่อคืนมัวแต่ตื่นเต้น” ฉันพูดไปตามความจริง
ป่านเลือกเรียนคณะเดียวกับฉันส่วนกายก็เรียนวิศวะตามระเบียบนั่นแหละ มันดีตรงที่ฉันจะได้มีข้ออ้างไปคณะนั้นบ่อยๆ ไง ไม่ต้องง้อพี่มาร์คด้วย
“น้องที่เพิ่งมาเร็วๆ ครับ รีบมานั่งรวมกับเพื่อนๆ เลย ใกล้ถึงเวลาที่จะต้องทำกิจกรรมแล้ว”
เสียงของรุ่นพี่ที่กำลังพูดใส่ไมค์ดังขึ้นขัดบทสนทนาระหว่างฉันกับป่าน ดีนะที่ยังมีคนมาสายกว่าฉันไม่งั้นได้เป็จุดเด่นแน่เลย จากคนที่พลุกพล่านในตอนแรกเริ่มจะนั่งลงกันหมดแล้ว จะว่าไปแล้วคนมาเรียนคณะนี้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย
16:06 น.
“จะกลับเลยไหมอ่ะ” ป่านถามหลังจากที่พวกรุ่นพี่ปล่อยพวกเราแล้ว
วันนี้ไม่มีเรียนเพราะทางมหาลัยให้จัดกิจกรรมรับน้องได้ทั้งวัน ส่วนวันอื่นๆ ก็เรียนตามปกติแต่จะให้เข้าร่วมกิจกรรมของคณะแค่่เย็นเท่านั้น แต่แค่อาทิตย์เดียวอ่ะนะ
“พี่มาร์คให้ไปหาที่คณะอ่ะ เห็นบอกว่าติดประชุมอะไรไม่รู้” อยู่ๆ ก็ส่งข้อความให้ฉันไปหาที่คณะทั้งที่เมื่อเช้ายังสั่งห้ามอยู่เลย
“งั้นฉันไปเพื่อนเธอด้วยแล้วกัน” ป่านบอก
“อือ ไปหากายด้วยพอดี” ไม่รู้ว่าหมอนั่นจะโดนรับน้องยังไงบ้าง เขาลือกันว่าวิศวะรับน้องโหดจะตาย
เราสองคนขึ้นรถรางเพื่อมายังคณะวิศวะที่อยู่ตึกในสุด ให้เดินไปเองขาลากแน่ เมื่อมาถึงฉันก็จูงมือป่านไปยังลานเกียร์ทันทีเพราะพี่มาร์คให้ไปหาที่นั่น
“ว๊าย!” ฉันรีบจับป่านไว้ทันทีเมื่อเ้าตัวทำท่าจะล้ม เดินยังไงให้สะดุดขาตัวเองล่ะเนี่ย
“เป็อะไรมั้ย” ฉันถาม
“ไม่ๆ” ป่านตอบ
“สะดุดลานเกียร์แบบนี้ระวังจะได้แฟนเป็วิศวะนะครับ”
“พี่คิม”
ฉันกับป่านหันไปตามเสียงก็พบกับพี่คิมที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อนกับพี่ไต้ฝุ่นและกายซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เรายืนนัก เมื่อเห็นดังนั้นเราสองคนจึงเดินไปหาพวกเขาทันที
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” ฉันกับป่านยกมือไหว้
“เมื่อกี๊ที่พี่คิมพูดหมายความว่ายังไงเหรอคะ” ฉันถามอย่างสงสัย สะดุดลานเกียร์แล้วจะได้แฟนเป็วิศวะงั้นเหรอ
“มุกไม่เคยได้ยินเหรอว่าถ้าใครสะดุดลานเกียร์แล้วจะได้แฟนเป็วิศวะน่ะ”
ฉันได้แต่สายหน้าไปมาเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันจะเป็ไปได้เหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันก็อยากจะสะดุดบ้างอ่ะนะ
“งี้ป่านก็จะมีแฟนเป็หนุ่มวิศวะอ่ะดิ” ฉันหันไปแซวป่านที่ทำหน้าเหลอหลาขึ้นมาทันที
“ไร้สาระน่ะมุก” ป่านปฏิเสธ ถ้าเป็จริงเมื่อไหร่จะล้อยันลูกบวชเลยคอยดูสิ
“แล้วพี่มาร์คไปไหนอ่า” ฉันถามหาพี่ชายที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน พี่ธามก็ด้วย
“มานู่นแล้ว” พี่ไต้ฝุ่นชี้ไปที่ผู้ชายสองคนที่กำลังเดินมา หนึ่งในนั้นมีพี่ธามด้วย
ฉันมองพี่ธามที่กำลังเดินมาด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ยิ่งใกล้ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ทำไมแค่เห็นหน้าหัวใจฉันมันก็ทำงานหนักแล้ว อาการหนักเหมือนกันนะเนี่ย
“มานานยัง” พี่มาร์คถามทันทีที่มาถึงแต่สายตาฉันเอาแต่มองพี่ธามที่ไม่แม้แต่จะมองฉันเลยไง
“เพิ่งมาเมื่อกี๊เอง” ฉันละสายตาจากพี่ธามแล้วหันไปตอบพี่มาร์ค
“พี่ต้องอยู่ประชุมต่อ” พี่มาร์คบอก
“อ้าว แล้วมุกจะกลับไงอ่ะ” อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันนั่งรอน่ะ
“เดี๋ยวกลับกับไอ้ธาม”
วะ ว่าไงนะ!
ฉันไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม จะให้พี่ธามไปส่งฉันเหรอ พี่ธามเนี่ยนะ
“พะ พี่มาร์คว่าไงนะ” ฉันถามตะกุกตะกัก
“ไอ้ธามจะไปส่งไง”
กรี๊ดดดด ชัดเลย ชัดเต็มสองหูเลย อยากจะะโกอดพี่มาร์คแต่ก็ต้องเก็บอาการ อะไรจะเปิดทางให้น้องขนาดนี้อ่ะ รักพี่คนนี้ที่สุด
“เอ่อ มุกรบกวนพี่ธามหรือเปล่าคะ” ฉันเสแสร้งแกล้งทำหน้าเกรงใจทั้งที่ในใจกำลังลิงโลด
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงมันก็ต้องกลับคอนโดอยู่ดี” ไม่ใช่พี่ธามแต่เป็พี่คิมที่ตอบแทน
“จะไปได้ยัง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยออกมาจากคนที่ยืนเงียบอยู่นาน แค่ฟังเสียงไม่ต้องมองหน้าก็รู้แล้วว่าหงุดหงิดแค่ไหน แล้วมาหงุดหงิดอะไรกันล่ะ
“ไปค่ะๆ เอ้อ แล้วป่านกลับไงอ่ะ” ฉันตอบรับพี่ธามก่อนจะหันไปถามป่าน เกือบลืมไปเลยว่าป่านไม่มีรถ
“เดี๋ยวฉันไปส่งเอง” กายบอก
“โอเค งั้นฉันไปนะ รีบกลับนะพี่มาร์ค ไปแล้วค่ะพี่ๆ” ฉันบอกลาทุกคนก่อนจะรีบวิ่งตามที่ธามที่เดินนำไปก่อนแล้ว ไม่รู้จะรีบไปไหน แล้วก็นะ ขาผู้ชายก็ใช่จะสั้นๆ ก้าวเดียวของเขาก็เท่ากับสองก้าวของฉันแล้ว
เมื่อมาถึงลานจอดรถฉันก็รีบขึ้นไปนั่งบนรถทันที รู้ได้ไงว่าเป็รถพี่ธามน่ะเหรอ เพราะเขาขึ้นไปก่อนแล้วไง ขืนชักช้าเดี๋ยวจะโดนบ่นอีก
อึดอัด
ภายในรถไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยั้แ่ออกรถมา ฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยให้ตายเถอะ
“เอ่อ พี่ธาม” เป็ฉันเองที่ทนไม่ไหวถึงต้องหาเื่คุย
พี่ธามหันมามองฉันนิดหน่อยแต่ไม่ได้ตอบอะไร ฉันกลายเป็อากาศธาตุไปโดยปริยายสินะฃ
“พี่เคยได้ยินเื่ที่สะดุดลานเกียร์แล้วจะได้แฟนเป็วิศวะไหม” ที่ถามก็เพราะอยากรู้ว่าเขาจะเชื่อเื่พวกนี้หรือเปล่า ถ้าเชื่อฉันจะได้ไปเดินสะดุดบ่อยๆ
“อืม”
อ่า ธามสไตล์อีกแล้ว ไอ้คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ แบบนี้อ่ะ
“แล้วพี่เชื่อไหม”
“ไร้สาระ”
“ใช่มะ หนูก็คิดว่ามันไร้สาระ” ไม่รู้อะไรโดนใจให้ฉันพูดแทนตัวเองว่าหนูเหมือนกันทั้งที่ฉันก็แทนตัวเองว่ามุกกับทุกคน แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้ซ้ำกับใครแหละมั้ง คนนี้คนพิเศษนี่นา
“หมายถึงเธอ” พี่ธามพูดต่อ หมายความว่าไง อะไรที่หมายถึงฉันล่ะ
“อะไรเหรอคะ”
“หมายถึงเธออ่ะไร้สาระ”
ประโยคนี้เป็ประโยคที่ยาวที่สุดั้แ่ได้ยินพี่ธามพูดมาเลยนะเนี่ย แต่มันเป็ประโยคที่ว่าฉันไง ก็แค่ถามไหมล่ะ ไม่เชื่อก็บอกไม่เชื่อดิ คอยดูนะ ไม่ต้องสะดุดลานเกียร์ฉันก็จะทำให้เขามาเป็แฟนฉันให้ได้ ม่านมุกฟันธงเลย
“ชิ” เมื่อไม่รู้จะเถียงอะไรก็ขอจิ๊จ๊ะหน่อยก็แล้วกัน เป็แฟนฉันมื่อไหร่ไม่มีทางได้มาว่าฉันแบบนี้หรอกนะ
พี่ธามดับรถเมื่อมาถึงหน้าคอนโด ฉันหันไปมองหน้าเขางงๆ เพราะไม่เข้าใจว่าจะดับรถทำไม แค่มาส่งฉันไม่ใช่เหรอ หรือว่ามีธุระอะไรที่นี่
ปัง
เสียงเปิดปิดประตูดังมาจากฝั่งคนขับ พี่ธามลงจากรถไปแล้ว แล้วฉันจะรออะไรล่ะรีบลงจากรถแล้วเดินตามพี่ธามไปทันที
“พี่มาทำอะไรเหรอ” ฉันถามคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในคอนโด อย่าว่าฉันสอดเลยทุกเื่ของพี่ธามฉันก็อยากรู้หมดแหละ
พี่ธามหันมามองหน้าฉันเหมือนจะหงุดหงิดที่ฉันดูจะพูดมากเกินไปก่อนจะเดินต่อโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรและไม่สนใจฉันอีก ฉันก็ยังแบกหน้าเดินตามเขามาจนมันเริ่มตะหงิดๆ ตรงที่เขากดลิฟต์ขึ้นมาชั้นที่ฉันอยู่นี่สิ หรือว่าเพื่อนเขาอาจจะอยู่ชั้นนี้
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับพี่ธามที่เดินนำออกไป ฉันเดินตามออกมาก่อนจะชะงักเมื่อพบว่าพี่ธามยืนอยู่หน้าห้องตัวเอง ไม่สิ ยืนอยู่หน้าห้องตรงข้ามห้องฉันและกำลังจะแตะคีย์การ์ดเข้าไปต่างหาก
“เดี๋ยวก่อนพี่ธาม” ฉันเรียกพี่ธามไว้ก่อนที่เขาจะเข้าไปในห้อง
นี่มันหมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่าเขาพักอยู่ที่นี่และห้องนี้ ห้องที่ตรงข้ามกับห้องของฉันน่ะ
“พี่อยู่ที่นี่เหรอคะ” ไวพอๆ กับความคิดก็ปากฉันนี่แหละ
“มีปัญหาอะไร” เขาถามเสียงราบเรียบ
“เปล่าค่ะ” ก็แค่ถามไง ไม่ได้มีปัญหาอะไรสักหน่อยแถมยังดีใจด้วยซ้ำที่จะได้อยู่ใกล้กับเขา ไม่รู้จะดุไปไหนถามแค่นี้ก็ไม่ได้
สรุปแล้วพี่ธามก็อยู่ที่นี่จริงๆ สินะ ถึงว่าทำไมถึงได้ยอมมาส่งฉันง่าย คราวหน้าต้องให้พี่มาร์คติดประชุมบ่อยๆ ซะแล้ว มาอยู่ห้องตรงข้ามแบบนี้ก็เข้าทางม่านมุกเลยน่ะสิ โฮะๆ
“พี่ธามเดี๋ยว” ใครก็ได้เอาอะไรมีปิดปากฉันที ดูจากหน้าพี่ธามเริ่มหงุดหงิดแล้วเนี่ย
“...”
“เอ่อ คือหนู...”
“มีอะไร”
“หนูชอบพี่!”
-TBC-