วินาทีนั้น โลกทั้งใบของคำอินทร์และหน่วยองครักษ์ได้ระเบิดออกเป็นสองสมรภูมิรบที่ดุเดือดถึงขีดสุด
ณ หน้ากระโจมแม่ทัพใหญ่ หัวหน้าหน่วยองครักษ์คำรามลั่น เขาเปล่งเสียงออกคำสั่งเป็นครั้งสุดท้ายว่า เพื่อชากังราว แล้วนำทหารกล้าที่เหลือพุ่งทะยานออกจากเงามืด เข้าปะทะกับทหารหลวงตัตมะดอว์ทั้งสี่นายที่ยืนเฝ้าประตูอยู่
มันคือการต่อสู้ที่บ้าคลั่งและเด็ดเดี่ยวที่สุด เสียงดาบกระทบง้าวดังสนั่นหวั่นไหว โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นดินหน้ากระโจม
ทหารองครักษ์สยามแม้จะมีจำนวนมากกว่า แต่ทหารหลวงทั้งสี่นายนั้นกลับมีฝีมือสูงล้ำราวจอมยุทธ์ พวกมันต้านทานการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ง้าวในมือตวัดเป็นวงกว้าง สร้างระยะสังหารที่น่าพรั่นพรึงและทำให้ฝ่ายสยามไม่อาจเข้าใกล้ได้โดยง่าย
ในขณะเดียวกัน ณ เขตคลังแสงที่มืดมิด
ครูบาเฒ่าจอมอาคมก็ได้ร่ายมนตร์บทสุดท้ายของมันจบลงเช่นกัน มันหัวเราะเสียงแหบพร่า ขณะที่พื้นดินใต้เท้าของคำอินทร์ที่กลายเป็นโคลนดูดนั้น พลันก่อตัวขึ้นเป็นอสูรกายขนาดมหึมา มันคือโกเลมที่สร้างจากดินโคลน รากไม้ และเศษกระดูกของสัตว์ป่า ดวงตาของมันเป็นโพรงโบ๋ที่ลุกไหม้ด้วยแสงสีเขียวอันชั่วร้าย
"จงตายไปพร้อมกับความสิ้นหวังซะเถอะ ไอ้หนู" จอมขมังเวทเฒ่ากล่าว
โกเลมดินคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่คำอินทร์ที่ยังคงติดอยู่ในโคลนดูด
คำอินทร์รู้ดีว่าเขาหลบไม่พ้น และพลังมายาใดๆ ก็คงจะหยุดยั้งอสูรกายตนนี้ไม่ได้ เขากำลังจะตาย แต่ในห้วงแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เขากลับตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด
เขาหยุดการใช้แก่นอาคมแผ่นดินเพื่อต้านทานพิษในร่างกาย
แต่เขากลับทำในสิ่งตรงกันข้าม เขาเปิดรับมัน ปลดปล่อยมัน โคจรพลังงานสีทองทั้งหมดที่สถิตอยู่ในกายให้ระเบิดออกมาในคราวเดียว!
"อ๊าคคคคคคคคคคคคคคค!"
คำอินทร์กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส! ร่างกายของเขาส่องสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทอง! มันคือการใช้พลังเกินขีดจำกัดอย่างรุนแรง เป็นการใช้พลังมหาศาลเพื่อขับไล่พิษร้ายออกไปจากระบบร่างกายในพริบตา!
ผลของมันคือ พิษร้ายถูกชำระล้างไปจนหมดสิ้น! แต่เส้นทางเดินพลังภายในร่างกายของเขาก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก! เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดราวกับมีมีดนับพันเล่มกรีดแทงอยู่ภายใน!
แต่เขาก็ได้รับบางสิ่งกลับมา นั่นคือพละกำลังและอิสรภาพชั่วขณะ!
เขาไม่สนใจโกเลมดินที่กำลังพุ่งเข้ามา แต่กลับใช้แรงทั้งหมดที่ได้มาใหม่ ถอนขาออกจากโคลนดูด แล้วพุ่งทะยานเข้าหา "ผู้ร่าย" โดยตรง!
ครูบาเฒ่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! มันไม่เคยคาดคิดว่าเด็กหนุ่มจะสามารถสลัดหลุดจากมนต์ของมันได้! แถมยังกลับมามีพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม!
มันพยายามจะยกไม้เท้าขึ้นป้องกัน แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว!
คำอินทร์มาถึงตัวมันในพริบตา! ดาบในมือของเขาที่อาบไปด้วยแสงสีทองฟาดฟันลงไปอย่างไม่ปรานี!
เปรี้ยง!
ไม้เท้าอาคมโบราณแตกหักเป็นเสี่ยงๆ!
ครูบาเฒ่าเบิกตาโพลงด้วยความสิ้นหวังก่อนที่คมดาบของคำอินทร์จะพุ่งทะลวงผ่านหัวใจของมันไป!
ร่างของจอมขมังเวทเฒ่ากระตุกเฮือกแล้วล้มลงแน่นิ่ง และในวินาทีที่มันสิ้นใจโกเลมดินและมนต์พันธนาการทั้งหมดก็สลายกลายเป็นธุลีดินไปในทันที
คำอินทร์ยืนหอบหายใจอย่างหนัก ผลกระทบจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดเริ่มถาโถมเข้ามา
เขารู้ว่าตนเองเหลือเวลาอีกไม่มาก
ตัดกลับมาที่หน้ากระโจมแม่ทัพใหญ่
การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว ทหารองครักษ์สยามสามารถสังหารทหารหลวงตัตมะดอว์ทั้งสี่นายลงได้แต่พวกเขาก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่แสนแพง
ทหารกล้าสิบกว่านายต้องนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นเหลือผู้ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้เพียงไม่กี่คนและทุกคนต่างบาดเจ็บสาหัส
หัวหน้าหน่วยองครักษ์เองก็ถูกง้าวฟันเข้าที่หัวไหล่เป็นแผลฉกรรจ์ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ เขาหันไปมองทางเข้ากระโจมที่บัดนี้เปิดโล่งแล้ว
ภารกิจของพวกเขา...สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
และในจังหวะนั้นเองร่างของคำอินทร์ก็เดินโซซัดโซเซออกมาจากความมืด
"ท่านแม่ทัพ!" หัวหน้าหน่วยอุทานด้วยความยินดี
คำอินทร์พยักหน้ารับ เขาไม่ได้มองดูทหารที่บาดเจ็บ ไม่ได้ใส่ใจความเจ็บปวดของตนเอง สายตาของเขาจับจ้องไปยังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
กระโจมของเนเมียวสีหบดี
เขาเดินผ่านร่างของเหล่าทหารกล้าที่สละชีพเพื่อเปิดทางให้แล้วกระชากผ้าใบที่ปิดทางเข้ากระโจมออก!
ภายในกระโจมนั้นโอ่อ่าและหรูหราประดับประดาไปด้วยพรมและเครื่องเรือนราคาแพง บนโตไม้ขนาดใหญ่กลางกระโจมมีแผนที่การรบกางอยู่และที่หลังโต๊ะนั้นมีบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
แม่ทัพใหญ่ เนเมียวสีหบดี
เขาพยายามจะตะโกนเรียกทหารแต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เขาพยายามจะคว้ามีดสั้นประจำกายที่วางอยู่บนโต๊ะ
แต่คำอินทร์เร็วกว่า
เขาก้าวเท้าเพียงสามก้าวก็มาถึงตัวของแม่ทัพใหญ่แห่งพม่า
เนเมียวสีหบดีเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มที่อาบย้อมไปด้วยเลือด ในแววตาของเด็กคนนั้นมีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ
ไม่มีคำพูด ไม่มีการไต่สวน มีเพียงการพิพากษาเท่านั้น
ฉึก!
ดาบของคำอินทร์แทงทะลุหัวใจของแม่ทัพใหญ่แห่งพม่าอย่างง่ายดาย ปลิดชีวิตของจอมบงการผู้ทำให้ผู้คนต้องล้มตายนับหมื่นลงในความเงียบ
ภารกิจสำเร็จแล้ว
คำอินทร์ดึงดาบออกมาเขามองร่างของศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดินแล้วเขาก็ไม่รู้สึกอะไรเลย มีเพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินไปทั่วทั้งร่างและวิญญาณ
เสียงสัญญาณเตือนภัยเริ่มดังขึ้นจากทั่วทั้งค่าย ทหารพม่าเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นที่กระโจมของแม่ทัพใหญ่!
"ต้องหนี!" หัวหน้าหน่วยตะโกนขึ้น
คำอินทร์หันกลับไป เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ เค้นพลังจากแก่นอาคมที่กำลังจะมอดดับแล้วสร้างภาพมายาครั้งสุดท้าย!
ไม่ใช่ภาพกองทัพแต่เป็นภาพของ "เพลิงนรก"!
เขาสร้างภาพมายาว่ากระโจมของแม่ทัพใหญ่และกระโจมรอบๆ กำลังเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง! สร้างเสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องที่โกลาหลขึ้นมา!
ทหารพม่าที่กำลังวิ่งเข้ามาต่างชะงักด้วยความสับสนและหวาดกลัว!
อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นเองคำอินทร์และทหารองครักษ์ที่เหลือรอดชีวิตอยู่เพียงไม่กี่นายก็ได้พยุงร่างที่บาดเจ็บของกันและกันแล้วหายลับเข้าไปในความโกลาหลและความมืดมิดของค่ำคืน
พวกเขาเด็ดหัวพญามารลงได้แล้ว แต่บัดนี้พวกเขาต้องหาทางหนีออกจากอาณาจักรที่กำลังจะลุกเป็นไฟของมันให้ได้