คฤหาสน์มู่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งหลังจากการทำพิธีสะเดาะเคราะห์เบื้องต้น แม้รูปปั้นมังกรหยกดำจะยังตั้งตระหง่านอยู่ แต่รัศมีสีดำของมันดูสงบลงชั่วคราวด้วยพลังของ เสี่ยวเป่า ที่คอยแผ่เมตตาให้อยู่เงียบๆ มู่เฉิง ที่กลับมาแข็งแกร่งดังเดิม ตัดสินใจนัดเจรจากับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกว้านซื้อหุ้นเพื่อยุติปัญหานี้ให้เร็วที่สุด
"หว่านเอ๋อร์ วันนี้คุณต้องไปกับผม" มู่เฉิงเอ่ยขณะจัดเนกไทให้เข้าที่ "ประธานหลิวแห่งเฉิงเฟิงกรุ๊ปยอมตกลงเจรจา แต่เขามีเงื่อนไขว่าต้องเป็นที่ร้านอาหารส่วนตัวของเขา... ผมไม่อยากให้คุณห่างสายตา"
ซูหว่านพยักหน้า แม้ในใจจะห่วงเสี่ยวเป่าที่ยังดูอ่อนเพลีย แต่เธอก็รู้ว่าการเจรจาครั้งนี้สำคัญต่อความมั่นคงของมู่กรุ๊ปเพียงใด
การเผชิญหน้า: มังกรประจันหน้ามังกร
ณ ห้องวีไอพีของภัตตาคารหรูใจกลางเมืองที่ถูกปิดเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ชายหนุ่มท่าทางสุขุมนุ่มลึกในชุดสูทสีเทาอ่อนนั่งจิบไวน์รออยู่ก่อนแล้ว เขาคือ หลิวจื่อหาน ประธานหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเพื่อกอบกู้กิจการของตระกูลหลิว
ทันทีที่มู่เฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับซูหว่าน บรรยากาศในห้องก็เย็นเฉียบลงราวกับขั้วโลก มู่เฉิงก้าวเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางสง่างาม แต่ทว่า... สายตาของหลิวจื่อหานกลับไม่ได้จับจ้องที่คู่แข่งทางธุรกิจอย่างมู่เฉิงเลยแม้แต่น้อย
เขามองค้างไปที่ หลินซูหว่าน แววตาที่เคยเย็นชาพลันสั่นไหวด้วยความโหยหาและตกตะลึง
"ซูหว่าน... นั่นเธอจริงๆ ใช่ไหม?" หลิวจื่อหานเอ่ยเสียงแผ่ว
ซูหว่านชะงักไป เธอพยายามนึกทบทวนใบหน้าที่คุ้นเคยนี้ "คุณคือ... พี่จื่อหาน? ลูกชายของคุณน้าที่เคยอยู่บ้านข้างๆ ตอนฉันยังเด็กเหรอคะ?"
ความทรงจำที่กลับมาพร้อมความกระหายชัยชนะ
มู่เฉิงขมวดคิ้วแน่น มือหนาคว้าข้อมือซูหว่านมากุมไว้เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของทันที "พวกคุณรู้จักกันงั้นเหรอ?"
"เราเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งก่อนที่บ้านของผมจะย้ายไปต่างประเทศครับประธานมู่" จื่อหานตอบพลางยกยิ้มที่มุมปาก แต่สายตาที่เขามองมู่เฉิงกลับเปลี่ยนเป็นความท้าทายอย่างเห็นได้ชัด "ซูหว่านเป็น 'รักแรก' ที่ผมตามหามาตลอด ไม่นึกเลยว่าสวรรค์จะนำพาสิ่งที่มีค่าที่สุดมาวางไว้ตรงหน้าผมในวันที่เราต้องเจรจาธุรกิจกัน"
มู่เฉิงกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะ "เข้าเรื่องธุรกิจเถอะหลิวจื่อหาน คุณต้องการอะไรถึงได้ใช้วิธีสกปรกทั้งเรื่องหุ้นและเรื่อง... ไสยศาสตร์นั่น!"
จื่อหานหัวเราะเบาๆ "คุณพูดเรื่องอะไรกัน ไสยศาสตร์อะไร เรื่องธุรกิจก็ส่วนธุรกิจครับ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว... หุ้นที่ผมกว้านซื้อมา ผมพร้อมจะคืนให้คุณในราคาทุน แต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียว"
เขามองหน้าซูหว่านด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน "ส่งตัวซูหว่านมาให้ผม ให้เธอมาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผมที่เฉิงเฟิงกรุ๊ป แล้วผมจะยุติสงครามทุกอย่างกับมู่กรุ๊ปทันที"
เพลิงพิโรธของพญามังกร
ซูหว่านหน้าซีดด้วยความโกรธ "คุณเห็นฉันเป็นสินค้าเหรอคะพี่จื่อหาน!"
มู่เฉิงลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัดจนบรรยากาศรอบตัวดูสั่นสะเทือน "หลิวจื่อหาน! แกดูถูกฉันเกินไปแล้ว หุ้นแค่นั้นฉันหาใหม่ได้ แต่ผู้หญิงคนนี้และลูกของเธอ... คือคนของตระกูลมู่ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาชวงชิง!"
"งั้นเราก็มาดูกันครับว่า ... ถ้าวันนั้นคุณไม่เหลืออะไรเลย เธอจะยังอยู่กับคุณไหม " จื่อหานกระซิบข้างหูมู่เฉิงอย่างเยือกเย็น "นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้นมู่เฉิง ผมจะแย่งทุกอย่างที่คุณรักมาเป็นของผมให้ได้!"
การเจรจาจบลงด้วยความแตกหัก มู่เฉิงพาซูหว่านเดินออกมาด้วยเพลิงพิโรธที่คุกรุ่น เขาเพิ่งตระหนักว่าศัตรูคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ความมั่งคั่ง แต่กำลังต้องการ "หัวใจ" ของเขา