"พวกเจ้าต้องการอันใดกันแน่ หากจะดื่มกินที่นั่งว่างยังมีอีกเยอะ หากคิดจะหาเรื่องรังควาญข้าขอแนะนำให้ไสหัวไปที่อื่นข้ากับสหายจะร่ำสุรา มิมีเวลามาไร้สาระกับพวกเจ้า "
หยุดกล่าวครู่หนึ่งพร้อมส่งสายตาอันคมกล้าเพ่งมองไปทางกลุ่มคนเบื้องหน้า กัดฟันพูดเสียงขรึมขึ้น
"แต่หากแม้นคิดจะรังแกหยามหยันสหายข้าละก็...พวกเจ้าต้องข้ามศพข้าไปก่อน !! และหากมิมีไรแล้วรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้ !!"
"สามหาวนัก !! เดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นศพเอง !! "
บุรุษชุดดำซึ่งเป็นคนมุทะลุอารมย์ร้อนแรง เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดโทสะเปี่ยมล้น หน้าบึ้งตึงเตรียมจะทะยานออกไปจัดการหยางเชียงซีในทันที กล่าวขึ้น
หม่าซานยกมือขาวงห้ามไว้ก่อน กล่าวว่า
"ท่านลุงให้ข้าทดสอบก่อนหากข้าไม่ไหวค่อยท่านจัดการก็มิสาย แค่ระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสุด และขยะระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด ยังคงมิถึงมือท่าน !!"
""ฮ่า ฮ่า ฮ่า สหายช่างกล้าหาญนัก มิทราบกล้าเดิมพันกับข้าสักสามกระบวนท่าหรือไม่หากแม้นท่านชนะ ข้าจะจากไปในทันที ท่านจะได้ร่ำดื่มสุรากับมิตรสหายอย่างไม่มีใครรบกวน ..แต่..หากแม้ท่านพ่ายแพ้ต้องยกเจ้าขยะด้านหลังท่านให้ข้าจัดการตามอำเภอใจ มิทราบจะกล้ารับคำท้าหรือไม่"
"มีรึข้าผู้นี้จะเกรงกลัวและมิกล้ารับคำท้า ตกลง ....อะ..งะ."
พลันหวนนึกขึ้นได้ว่า ยังมิได้ถามความสมัครใจจากสหายเบื้องหลัง ว่ายินดีจะยอมเป็นสิ่งเดิมพันหรือไม่ เมื่อเผลอตอบตกลงไปด้วยปากไว จึงตะกุกตะกัก สีหน้ากระอักกระอ่วนเอามือเกาหัวยิก ๆ หันไปกล่าวกับกังหลง
"ข้าขอโทดด้วยน้องกังหลง ที่ไม่ได้ถามความเห็นเจ้าก่อน เอ่อ..ข้าเผลอตอบตกลงไปแล้ว บัดซบแท้ปากไว้ไม่ทันยั้งคิดอีกแล้ว แหะ..แหะ "
เห็นสหายเบื้องหน้าท่าทางกระอักกระอ่วนยามกล่าววาจะ กังหลงหัวเราะชอบใจพร้อมกล่าวขึ้น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ท่านมิต้องเกรงใจ อันที่จริงมูลเหตุทั้งหมดล้วนเกิดจากข้า ..ท่านวางใจเรื่องเดิมพันได้เลย..ข้าไม่ตำหนิท่าน ท่านจงแสดงฝีมือให้เต็มที่ ผลออกมาเช่นไร ข้าย่อมเป็นผู้แบกรับไว้เอง"
ได้ยินเช่นนั้นหยางเชียงซีก็คลายใจเดินเข้าหาหม่าซานพร้อมกล่าวขึ้น
"เจ้าจะกำหนดการประลองเช่นไรรีบบอกมาข้าล้วนยอมรับ"
ทันทีที่หยางเชียงซีกล่าวจบ ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองส่ายหน้าทอดถอนใจกล่าว
"เห้อ..!! เรื่องมุทะลุดุดันขาดความยั้งคิดไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนช่างแก้ไม่หายจริง ๆ เจ้าเด็กคนนี้ ไม่ทันได้ไตร่ตรองก็ตอบตกลงเปิดโอกาสให้คนอื่นเอาเปรียบแล้ว หากผู้อื่นใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบ ต้องมิตกเป็นเครื่องมือผู้อื่นง่าย ๆ เลยรึ ?"
เป็นไปดังที่ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองกล่าวมิผิดเพี้ยน หม่าซานขึ้นชื่อว่าเป็นคนสุขุมมีเล่ห์เหลี่ยมลุ่มลึกซ่อนอยู่ พลันหัวเราะร่า กล่าว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นับว่าพี่ท่านใจกว้างและมีสัจจะอันหนักแน่นงั้นข้าขอเสนอวิธีการก็แล้วกัน พวกเราทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันโจมตีและตั้งรับคนละสามครั้ง แต่ละฝ่ายจะใช้คนเพียงคนเดียวหรือสามคนตั้งรับหรือโจมตีก็ได้ การประลองฝ่ายใดสามารถชนะอีกฝ่ายทั้งหมดได้ถือว่าฝ่ายนั้นชนะ มิทราบพี่ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร "
หม่าซานเห็นอีกฝ่ายมีเพียงระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสุด และระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด คนที่จะลงมือต่อสู้และตั้งรับก็คงมีเพียงเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนเดียว
และฝ่ายตน มีตนที่ระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสุด และยังมีสองผู้คุ้มกันที่มีระดับระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุด หากตนจู่โจมและมิอาจเอาชนะได้ในคราแรก ก็สามารถให้ผู้คุ้มกันทั้งสองลงมือโจมตี มีรึที่จะไม่ชนะและไม่สามารถทำลายเด็กหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้าลงได้
หม่าซานเป็นคนอาฆาตต้องการที่หยามหยันกังหลงและยังมีความคิดต้องการทำลายมิตรสหายที่เป็นความหวังอันหนึ่งเดียวของกังหลงให้สิ้นไป มิต้องการให้กังหลงมีโอกาสพึ่งพิงใด ๆ ต้องการทำลายตระกูลกังที่เป็นคู่แข่งมิให้มีโอกาสโงหัวขึ้นมาได้ตามคำปลูกฝังของผู้เป็นบิดา ..ช่างเป็นความคิดที่ชั่วร้ายยิ่ง..!!
.............
เป็นไปตามที่ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองกล่าวมิผิดเพี้ยน หญิงสาวปิดหน้ารูปกายอรชรอ้อนแอ้นน่าลุ่มหลง ขมวดคิ้วและกล่าวเบา ๆ กับชายกลางคนข้างกาย
"ให้ข้าเข้าไปช่วยน้องหยางซีดีหรือไม่ท่านพ่อ ? ข้าคนเดียวจะจัดการทั้งสามกระบวนท่านั้นเอง !!... เด็กหนุ่มคนนั้นช่างมีเล่ห์เหลี่ยมความคิดชั่วร้ายนัก คงคิดทำร้ายน้องหยางซีด้วยเช่นกัน ถึงได้เสนอวิธีนี้ออกมา "
" ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีแค่สองคนและระดับปราณระดับที่สูงสุดเป็นแค่ปราณขุนพลระดับสองขั้นสุดเท่านั้น ส่วนฝ่ายตนมีระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุดถึงสองคน หากน้องหยางซีรับการโจมตีจากเจ้าหม่าซานอะไรนั่นคงมิเป็นไรแน่นอน แต่หากแม้นมีระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุดสองคนนั้นเป็นผู้จู่โจม แม้นรับได้ ก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่ !!"
ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทอง ลูบศีรษะหญิงสาวข้างกายเบา ๆ อย่างเอ็นดู กล่าวขึ้น
"รอดูไปก่อน น้องชายเจ้าก็ร่ำเรียนทักษะวิชาป้องกันอันโดดเด่นไปแล้วเช่นกัน หากมีความสำเร็จบ้างก็พอป้องกันตัวมิให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากนัก ตัวเจ้าก็มีภารกิจที่สำคัญในวันพรุ่งนี้ มิอาจเปิดเผยตัว หรือกระทำผิดพลาดใด ๆ ได้มิเช่นนั้นการเดินทางครั้งนี้ก็จะเสียเปล่า ..หากเกิดเหตุสุดวิสัยพ่อพอจะขัดขวางและช่วยเหลือได้ เจ้ามิจำเป็นต้องแสดงฝีมือให้ผู้อื่นทราบ!!
"ค่ะ ..ท่านพ่อ "
.........
ได้ยินหม่าซานกล่าวมาเช่นนั้น ถึงแม้จะเป็นคนโง่เง่าปานใดก็ต้องทราบว่าได้หลงกลฝ่ายตรงข้ามเข้าให้แล้ว หยางเชียงซีหน้าตาดำมืดลงทันที ยกมือตบหน้าอกดังปังและกล่าวขึ้นด้วยเสียงกร้าว !!
"ตกลง ข้าหยางเชียงซีนับเป็นลูกผู้ชายชาตรี ขอตั้งรับและต่อสู้ด้วย.......... "
กล่าวมิทันขาดคำ กังหลงที่นั่งฟังอย่างแย้มยิ้มอยู่ ได้กล่าวแทรกขึ้น ด้วยเสียงราบเรียบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก !!
"นับข้าเข้าร่วมอีกคน ข้าสองคนกับสหายท่านนี้ขอรับการจู่โจมจากพวกท่าน แต่มีข้อแม้.!!...ข้าขอวางเดิมพันเพิ่มมิทราบจะกล้ารับหรือไม่ ?"
หม่าซานเมื่อเห็นเจ้าขยะที่เคยนั่งยิ่มร่ามิสนใจสิ่งใดก่อนหน้านี้ กลับเสนอตัวออกมาร่วมต่อสู่และคิดเสนอเดิมพันเพิ่ม จึงหัวเราะลั่น พร้อมกล่าวถามไปทันที
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้าขยะก็เสนอตัวร่วมด้วยแล้ว มิว่าเจ้าจะเสนอเดิมพันใดเพิ่มข้าล้วนยอมรับทั้งสิ้น !! เจ้าบอกเดิมพันเพิ่มมาเถอะ"
"ข้าอยากวางเดิมพันเพิ่มอีกห้าแสนเหรียญทอง มิทราบเจ้าจะมีขวัญกล้ารับหรือไม่ ?" กังหลงกล่าวอย่างสงบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างมีท่าทีแตกต่างกันไป
ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองและหญิงสาวเรือนร่างงดงามชุดขาวปิดบังโฉมหน้าต่างขมวดคิ้วคิดว่าเจ้าหนุ่มนักศึกษาบอบบางผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ ?
หยางเชียงซีถึงกับเหงื่อตก เงินตั้งห้าแสนเหรีญหากพ่ายแพ้ขึ้นมาจะหาจากที่ใดมาชดใช้ได้ หากไปขอบิดาและบิดารู้เรื่องราวเข้าคงได้โดนกักบริเวณให้ฝึกฝนเป็นปีแน่ !!