หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 132: ผู้พิทักษ์แห่งยอดเขาเมฆา

    ตอนที่ 132: ผู้พิทักษ์แห่งยอดเขาเมฆา

    ณ ส่วนลึกสุดเร้นลับของหุบเขาเร้นเมฆา (隐云谷) ที่ซึ่งยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้าถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆาขาวบริสุทธิ์ตลอดทั้งปี ดุจแดนสวรรค์ที่ถูกลืมเลือนตัดขาดจากโลก尘俗 บนลานศิลาธรรมชาติกว้างใหญ่ที่ยื่นออกมาจากหน้าผาสูงชัน มองลงไปเห็นทะเลหมอกกว้างไกลสุดสายตา ปรากฏศาลาไม้โบราณหลังหนึ่งตั้งอยู่อย่างเดียวดาย ศาลานั้นสร้างจากไม้จันทร์หอมพันปี (千年檀木) ที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้จิตใจสงบ สลักเสลาลวดลายเมฆาและสายลมอย่างวิจิตรบรรจง หลังคามุงด้วยกระเบื้องหยกสีเขียวมรกตที่ส่องประกายเรืองรองยามต้องแสงอาทิตย์อ่อนจางที่ลอดผ่านม่านเมฆลงมาภายในศาลา ปรากฏร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่งที่ทำจากขนสัตว์อสูรสีขาวบริสุทธิ์ ร่างนั้นสูงสง่า สวมอาภรณ์ผ้าไหมสีฟ้าอ่อนราวกับสีของท้องฟ้ายามไร้เมฆ ปักดิ้นด้วยลายกระเรียนขาวที่กำลังสยายปีกโบยบินอย่างอิสระเสรี ใบหน้าถูกบดบังด้วยม่านพลังงานลม (气罩 ) บางเบาที่สั่นไหวเล็กน้อย ทำให้มองเห็นเพียงเค้าโครงที่คมคายและดวงตาที่หลับพริ้มราวกับกำลังเข้าฌานสมาบัติขั้นลึกซึ้ง ทว่า สัมผัสทางจิต (神识 - Shénshí) อันไพศาลไร้ขอบเขตของเขากลับแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้...และไกลออกไปอีกนับพันนับหมื่นลี้ สอดส่องทุกสรรพสิ่งดุจสายลมที่พัดผ่านไปทุกหนแห่งพลัน...เปลือกตาที่เคยปิดสนิทนั้นค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ในแววตาคู่นั้นมิได้มีความประหลาดใจ หากแต่เป็นประกายแห่งความ "สนใจ" อันหาได้ยากยิ่ง ที่ฉายวาบขึ้นมาเพียงชั่วขณะ ก่อนจะกลับไปสงบนิ่งดังเดิม"อืม? ความปั่นป่วนของพลังปราณ (灵气) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (东南方向)...อสูรมายาระดับหลอมรวมปราณขั้นปลาย (凝气境后期) กำลังก่อความวุ่นวาย (制造麻烦)...น่าเบื่อหน่าย" สุรเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นและอำนาจบางอย่างดังขึ้นแผ่วเบาราวเสียงกระซิบของสายลม ไม่มีผู้ใดได้ยินนอกจากตัวเขาเองเขามิได้ใส่ใจในตอนแรก ด้วยว่าการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนกับอสูรในหุบเขาแห่งนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาเกินไปสำหรับตัวตนเช่นเขาที่เฝ้ามองสรรพสิ่งผันแปรมาเนิ่นนานเกินกว่าจะนับได้ ทว่า...เพียงครู่ต่อมา คิ้วที่เรียวยาวภายใต้ม่านพลังงานลมนั้นพลันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย"หืม? พลังนั่น...มิใช่พลังปราณธรรมดา...มันมีกลิ่นอายของ...ชีวิต (生命之力)...และเจตจำนงกระบี่ (剑意) ที่บริสุทธิ์และแหลมคมอย่างน่าประหลาด...คล้ายจะเคยสัมผัสได้จากที่ใดมาก่อน...นานแสนนาน..."สัมผัสทางจิตของเขาจับจ้องไปยังจุดที่เกิดการปะทะนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น เขามองเห็น (ด้วยสัมผัสทางจิตที่ทะลุทะลวงผ่านม่านหมอกและระยะทางอันไกลโพ้น) เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังต่อสู้อย่างทุลักทุเลกับอสูรมายาเงาพันวิญญาณ แม้เด็กหนุ่มผู้นั้นจะมีระดับพลังเพียงหลอมรวมปราณขั้นเจ็ด แต่พลังที่แผ่ออกมาจากกระบี่ในมือของเขากลับมี "บางสิ่งบางอย่าง" ที่ "แปลกตา" และ "น่าสนใจ" อย่างยิ่งประกายแสงสีเงินที่สว่างวาบเจิดจ้าขึ้นบนคมกระบี่ในจังหวะสุดท้ายของการต่อสู้นั้น ทำให้ผู้ฝึกตนลึกลับผู้นี้ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนความใคร่รู้‘พลังนั่น...สามารถตัดผ่านม่านพลังมายาของอสูรตนนั้นได้โดยตรง...และยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของ "กฎเกณฑ์แห่งการตัดเฉือน" (切割法则) ที่ยังเยาว์วัยแต่แฝงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด...เด็กหนุ่มผู้นี้...น่าสนใจยิ่งนัก’เมื่อเห็นว่าการต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะของเด็กหนุ่มผู้นั้น แต่ก็ตามมาด้วยการที่เขากระอักโลหิตและร่วงหล่นลงไปนอนหมดสติอยู่บนพื้นหญ้า ผู้ฝึกตนลึกลับผู้นั้นก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ไอหมอกสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เบื้องหน้าครู่หนึ่งก่อนจะสลายหายไปกับสายลมณ แอ่งทะเลสาบสีมรกตที่ม่านหมอกเริ่มจะจางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นร่างของเจี้ยนหลินที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ข้าง "ผลึกมายา" (幻影晶石) สีดำทะมึน และมี "ขาวน้อย" (小白) คลานวนเวียนอยู่ข้างกายอย่างกระวนกระวาย พลันบังเกิด "ความผันผวนของกระแสลม" อันแผ่วเบาแต่ทรงพลังขึ้นในอากาศธาตุรอบบริเวณนั้น!มิได้มีการเคลื่อนไหวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากแต่เป็น "กระแสลมลึกลับ" (神秘气流 ) ที่ก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลันและไร้ร่องรอย มันมิได้รุนแรง หากแต่อ่อนโยนทว่าทรงพลังอย่างที่สุด กระแสลมนั้นหมุนวนรอบกายของเจี้ยนหลินและขาวน้อยอย่างแผ่วเบา ราวกับอ้อมกอดอันนุ่มนวลของสายลมแห่งขุนเขา ร่างของทั้งสองพลันลอยขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวล ราวกับขนนกที่ถูกพยุงไว้ด้วยลมหายใจแห่งสวรรค์! จากนั้น ร่างของเจี้ยนหลิน ขาวน้อย และผลึกมายาก้อนนั้น ก็พลันเลือนหายไปจากบริเวณแอ่งทะเลสาบสีมรกตในพริบตา! ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและร่องรอยการต่อสู้อันดุเดือดที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป...ณ ศาลาไม้โบราณบนยอดเขาสูงแห่งเดิม ร่างของเจี้ยนหลินถูกวางลงอย่างนุ่มนวลบน "แท่นศิลาเมฆาขาว" (白云石台) ที่ตั้งอยู่ใจกลางศาลา แท่นศิลานี้เย็นเฉียบแต่กลับให้ความรู้สึกสบายอย่างประหลาด ผู้ฝึกตนลึกลับยืนมองใบหน้าที่ซีดเซียวของเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่ยังคงยากจะหยั่งถึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยื่นปลายนิ้วชี้ที่เรียวยาวราวหยกขาวบริสุทธิ์ออกไป แตะเบาๆ ที่กลางหน้าผากของเจี้ยนหลิน พลันปรากฏ กระแสพลังลมปราณอันอบอุ่นและอ่อนโยนสายหนึ่ง (一股温和的真气 - Yī Gǔ Wēnhé de Zhēnqì) ที่มีลักษณะคล้ายสายลมโปร่งแสง ไหลเวียนจากปลายนิ้วของเขาเข้าสู่ร่างของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา กระแสพลังนั้นมิได้รุนแรง หากแต่แฝงไว้ด้วยพลังชีวิต (生命之力) ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นอย่างที่สุด มันค่อยๆ ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร (经脉) ที่บอบช้ำของเจี้ยนหลิน บรรเทาอาการบาดเจ็บภายใน และช่วยประคองลมหายใจที่อ่อนระรวยของเขาให้เริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้น สีหน้าของเจี้ยนหลินที่เคยซีดขาวราวกับกระดาษ ค่อยๆ ปรากฏสีเลือดฝาดจางๆ ขึ้นมาเล็กน้อย...ผู้ฝึกตนลึกลับถอนปลายนิ้วออก ดวงตาภายใต้ม่านพลังงานลมทอประกายครุ่นคิดขณะจ้องมองเด็กหนุ่มที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ‘วิถีพฤกษาที่สามารถสำแดงเจตจำนงกระบี่ได้ถึงเพียงนี้...ช่างน่าสนใจเสียจริง...ชะตาลิขิตให้เจ้ามาถึงที่นี่...หรือว่า...จะเป็นเพียงความบังเอิญ...’

    (จบตอนที่ 132)

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn) ที่คุณอ่าน