เมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากปากของหู่เสวียทำให้แจ๊คหัวเราะมากยิ่งหนึ่ง หู่เสวียรู้สึกเคืองใจแต่ไม่สามารถทำอะไรไอบ้านี้ได้ก่อนจะเป่าไอน้ำแข็งออกมาจากของเธอ
ไอน้ำแข็งจากปากของหู่เสวียพุ่งตรงมาหาแจ๊คอย่างรวดเร็ว แจ๊คไม่ได้หลบเพราะรู้ว่าหู่เสวียไม่ได้ทำร้ายตน
ไอน้ำแข็งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นกระจกขนาดใหญ่สะท้านแจ๊คอยู่ด้านใน สิ่งแรกที่แจ๊คเห็นคือตกใจ
เพราะว่าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ได้ดูเหมือนกับเขาแต่ก่อนแม้แต่นิดเดียว กลิ่นอาย ท่าทางและสีผม สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือดวงตา
กลิ่นอายของแจ๊คในตอนแรกให้ความรู้สึกเหมือนกับคนธรรมทั่วไปที่ฝึกฝนเส้นทางของปีศาจเท่านั้น แต่หลังจากที่เขาฝึกฝนจนถึงขั้นปีศาจเริ่มต้นกลิ่นอายของแจ๊คดูต่ำช้า เลวทราม ชั่วร้ายราวกับปีศาจในความมืด
ดวงตาของเขาจากเดิมสีขาวในตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิทแทนและมีจุดสีม่วงเข็มตรงกลาง
สีผมที่ขาวราวกับหิมะอันสวยงามตัดกลิ่นอายและดวงตาในปัจจุบันของเขามาก เมื่อมองไปสักพักหนึ่งก่อนที่แจ๊คจะหัวเราะขึ้นอย่างหนักเพราะเขาชอบตัวตนแบบนี้มาก ๆ
ตัวตนเก่าของเขาราวกับเด็กหนุ่มที่ไร้ประสบการณ์ หลังจากที่มาโลกใหม่แจ๊คเริ่มจะทิ้งตัวตนของเขาออกไปทั้งหมด
หู่เสวียและเฟรยารู้สึกตกละลึงกับการแสดงออกของแจ๊ค เพราะว่าพวกเธอรู้ว่าแจ๊คจะแสดงอาการที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองแต่สิ่งที่คิดกลับผิด
แจ๊คหันไปหาหู่เสวียก่อนจะพูดว่า
“หู่เสวีย ตอนที่ฉันใช้ผลึกชีวิตของหนูมิติ ทำไมฉันต้องกลายเป็นหนูมิติด้วย”
หู่เสวียได้สติขึ้นมาก่อนจะมองแจ๊คด้วยสายตาที่ดูถูก
“ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าผลึกชีวิต ดังนั้นเวลาที่ตัวตนไหนได้กลั่นผลึกชีวิตออกมา คนที่ดูดซับเข้าไปจะกลายเป็นคนนั้นเพราะว่า ความคิด ความรู้ สำนัก วัฒนธรรม รู้แจ้ง ธรรมชาติ ระหว่างคนกลั่นกับผู้ดูดซับไม่เหมือนกัน ดังนั้นเวลาที่ผู้ดูดซับผลึกชีวิตเข้าไปต้องกลายเป็นคนกลั่นจะได้เรียนรู้วิชามาแบบ 100 เปอร์เซ็นต์”
เมื่อได้ฟังดังนั้นสีหน้าของแจ๊คเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะหู่เสวียไม่ได้บอกเขา แต่เขาไม่กล้าจะด่าหู่เสวียกลับไป
หู่เสวียเห็นสีหน้าของแจ๊คภายในใจของเธอรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ไอบ้านี้รู้สึกแบบนี้ ก่อนจะถามแจ๊คไปว่า
“นายได้เรียนรู้วิชาอะไร”
“วิชาอะไรหรือ ไม่มีมันกลั่นชีวิตตั้งแต่เกิดมาให้ฉันดู”
“อะไรนะ------!!!!”
สีหน้าของหู่เสวียดูตกใจเป็นอย่างมากจนทำให้เฟรยากับแจ๊คที่เห็นการแสดงของเธอดูตกใจไปด้วย
หู่เสวียสูบลมหายใจเข้าและออกเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเองก่อนจะจ้องมองแจ๊คด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา โชคชะตาของไอบ้านี้ทำมาจากอะไร
“ฉันจะบอกอะไรให้ ผลึกชีวิตที่นิยมใช้คือการถ่ายทอดวิชากัน แต่มันมีอีกประเภทหนึ่งที่ใช้คือการเก็บของสำคัญเพื่อให้ลูกหลานเท่านั้นที่หาเจอ”
แจ๊คเงียบเล็กน้อยก่อนจะมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงขึ้น
“เธออย่าบอกว่าเป็นแผนที่สมบัตินำทาง”
“ใช่”
หู่เสวียพยักหน้าทันทีพร้อมกับอธิบายต่อว่า
“เพราะเมื่อก่อนเป็นแผนที่ ผลึก ชิ้นส่วน กุญแจ ทำให้ลูกหลานคนรุ่นหลังถ้าไม่แข็งแกร่งจะถูกกำจัดเพราะความโลภของผู้คน นักเวทคนหนึ่งจึงคิดว่าใช่ผลึกชีวิตนี้เป็นตัวนำทางสมบัติทาง เพราะแม้แต่มหาเทพก็ไม่สามารถบอกได้ว่าวิชาอะไรอยู่ในผลึกชีวิตภายในจึงเป็นที่นิยมมาก แต่ไม่ค่อยมีคนทำเพราะว่าผลึกชีวิตใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นและคนอื่นที่ไม่ใช่คนรุ่นหลังของตนก็สามารถใช้ได้ไม่เหมือนกับสมบัติบางชนิดที่สามารถจดจำเลือดได้”
หู่เสวียจ้องมองแจ๊คทันพร้อมกับพูดสิ่งที่เธออยากจะรู้ออกมา
“หนูมิตินั้นซ่อนอะไรเอาไว้”
แจ๊คไล่เรียงความคิดของตนเองก็เพราะตอนนี้มันกำลังสับสนอยู่ ก่อนจะมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยเพราะสิ่งที่เขาเห็นก่อนจะออกมาคือหินมิติสีดำกองหนึ่ง
“ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่หนูมิติเรียกว่าหินมิติเมรา”
เมื่อได้ยินชื่อว่าหินมิติเมรา ตอนแรกหู่เสวียคิดว่าจะเป็นสมบัติพวกแร่หายาก ทองเต๋าหรือสินแร่หายากเพราะหนูมิติมีความสามารถในการหาแร่พวกนี้เก่ง
หินมิติเมราถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไร้ประโยชน์ แต่ถ้าเป็นพวกฝึกฝนสายมิตินั้นเป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้
“หินมิติเมรานั้นไม่มีใครรู้ที่มาแท้จริงของหินก้อนนี้เพราะหินมิติเมรามาจากหลุมดำกลางจักรวาล หินมิติเมรานั้นมีความสามารถอย่างเดียวคือเป็นพลังงานในการเปิดประตูข้ามดวงดาว ถ้าพวกองค์กรใหญ่หินมิติเมราจะเป็นของที่สำคัญมาก ๆ กลับกันสำหรับพวกเทพพเนจรหินมิติเมรานั้นไม่ต่างจากหินธรรมดาก้อนหนึ่ง”
แจ๊คดูผิดหวังเล็กน้อยเขาคิดว่าหินมิติเมราจะดีกว่านี้ซะอีก ระหว่างที่แจ๊คผิดหวังหู่เสวียพูดขึ้น
“โชคยังดีเพราะว่าสำหรับผู้ที่ฝึกฝนสายมิตินั้น หินมิติเมราเป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้เพราะหินมิติเมราเพิ่มความรู้ในด้านมิติให้กับพวกที่ดูดซับหินมิติเมราเข้าไป”
สีหน้าของแจ๊คกลับมาเป็นปกติอย่างอีกเมื่อหู่เสวียพูดว่าหินมิติเมรานั้นมีประโยชน์กับเขามาก ๆ
เมื่อเห็นสีหน้าของแจ๊คกลับมาเป็นปกติ หู่เสวียจึงคิดได้ว่าเพราะหินมิติเมราแน่ ๆ ถึงทำให้ดวงวิญญาณของไอบ้านี้ไปโผล่ในมิติที่แสนอันตรายนั้น
แจ๊คจ้องมองหู่เสวียอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพูดว่า
“ที่ฉันไปโผล่ที่ ๆ แต่สีขาวดำ นั้นคือมิติใช้ไหม”
เมื่อพูดขึ้นพื้นที่ที่มีสีขาวดำ แจ๊คยังคิดถึงพายุสีดำนั้นถ้าเขาเข้าไปพายุสีดำนั้นคงจะกลายเป็นชิ้น ๆ แน่ไม่มีทางรอดแน่นอน
หู่เสวียพยักหน้านั้นทำให้แจ๊ครู้สึกอันตรายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ภายในมิติเป็นพื้นที่อันตรายมาก ๆ เขาเกือบตายหลายรอบจากมิติ หู่เสวียเห็นสีหน้าของแจ๊คไม่ค่อยดีเพราะหวาดกลัวเกี่ยวกับมิติ
“การฝึกฝนสายมิติก็เหมือนกับการเล่นพนันที่นายจะไม่รู้ว่า นายเดินข้ามมิติแล้วจะไม่ออกมาอีกเลยตอนไหน”
สีหน้าของแจ๊คขาวซีดเมื่อได้ยินคำพูดของหู่เสวีย
“ผู้หญิงน่ารัก ๆ ไม่ควรพูดให้ผู้ชายหวาดกลัว”
“-------!!!!”
ราวกับไปคำพูดนั้นไปโดนต่อมความโกรธของหู่เสวียสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปพร้อมกับมีเสียงนกร้องภายในร่างกายของเธอ หลังจากนั้นได้มีนกตัวเล็กปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไปจิกกระชากผมแจ๊คอย่างรวดเร็ว
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เฟรยาเห็นท่าทางของทั้ง 2 คนจึงยิ้มขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะเมื่อเห็นแจ๊คพยายามจะจับนกฟินิกซ์น้ำแข็งของหู่เสวียและแจ๊คไม่สามารถจับนกฟินิกซ์ นกฟินิกซ์เห็นแจ๊คพยายามจะจับจึงจิกผมแจ๊คอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปสักพักหนึ่ง หัวของแจ๊คไร้ซึ่งเส้นผมนกฟินิกซ์บินกลับไปหาหู่เสวียพร้อมกับจ้องมองแจ๊คด้วยสายตาอันหยิ่งทะนงราวกับภาพภูมิใจในผลงานของตนเอง
แจ๊คจ้องมองนกฟินิกซ์อย่างโกรธแค้นก่อนจะฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาเป็นปกติ
หู่เสวียเห็นขั้นตอนการฟื้นฟูเส้นผมของแจ๊คจึงขมวดคิ้วขึ้นพร้อมกับมีสีหน้าที่คิดอะไรอยู่ภายในใจก่อน
“ไอนกบ้าสักวันหนึ่งเจ้าจะลงไปอยู่ในหม้อต้มอาหารของฉัน”
เฟรยาหัวเราะพร้อมกับเดินมาหาแจ๊คก่อนจะพูดว่า
“ฝีมือทำอะไรของนายท่านเป็นแบบไหน ฉันอยากจะลองทานจัง”
แจ๊คมองไปที่เฟรยาอย่างดีใจเพราะเธอเป็นเหมือนกับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบาย
“มื้อต่อไปฉันจะนำมาให้เธอกินอาหารฝีมือของฉัน”
“ฉันจะลองทานอาหารของนายท่านว่าจะอร่อยไหม”
แจ๊คหัวเราะขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบของเฟรยา หู่เสวียรู้สึกหงุดหงิดมากเวลาเห็นแบบนี้จึงถามแจ๊คกลับไปว่า
“ฉันขอดูเลือดมีชีวิตของนายหน่อย”
เมื่อได้ยินคำพูดของหู่เสวียทำให้แจ๊คนึกได้ว่าเลือดของเขามีการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เขาไม่รู้แต่เลือดของเขาในตอนนี้มันแข็งแกร่งกว่าเลือดมีชีวิตเก่ามากนัก
แจ๊คเรียกมีดเล่มหนึ่งจากมิติชุดแห่งความว่างเปล่าตอนนี้อาวุธธรรมดาไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มีดนี้เป็นของใครแจ๊คไม่รู้ก่อนจะแทงมีดเข้าไปในฝ่ามืออย่างรุนแรง
ฉึก
แจ๊คแทงมีดสั่นลงไปที่มืออย่างรุนแรงจนทะลุไปถึงด้านหลังต่อมาแจ๊คดึงมีดสั่นออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อมาทำให้ทั้งแจ๊ค เฟรยาและหู่เสวียตกตะลึงคือรอยแผลของเขาไม่ได้มีเลือดมีชีวิตออกมารักษามันมีไอร้อนออกมาจากบาดแผลก่อนจะสมานลงอย่างรวดเร็ว
ความเร็วในการรักษานั้นสูงกว่าเลือดมีชีวิตมาก ๆ ราวกับว่าแค่ดึงมีดสั่นออกร่างกายของแจ๊ครักษาจนหายเป็นปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น”
เฟรยาพูดขึ้นแม้ว่าเธอจะรู้ว่านายท่านของเธอมีความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายสูง แต่คราวนี้ความสามารถนั้นสูงมาก ๆ จากเดิมต้องใช้เวลา 0.8-0.9 วินาที
คราวนี้ใช้แค่ 0.1วินาทีเท่านั้น เมื่อก่อนเป็นแมลงสาบคราวนี้ซูเปอร์แมลงสาบแท้จริง
แจ๊คเห็นว่าร่างกายของตนมีความสามารถที่สูงกว่าเดิมจึงเรียกดาบจากมิติชุดแห่งความว่างเปล่าคราวนี้แจ๊คตัดแขนของตนเองทิ้งทันที
ฉัวะ
แขนของแจ๊คแยกออกจากร่างกายแต่ไม่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผล วินาทีต่อไปเลือดภายในร่างกายของเขาได้รวมตัวกันกลายเป็นเชือกสีม่วงอ่อนจำนวนมาก
ก่อนจะพุ่งไปหาแขนที่ถูกตัดขาดหลังเชื่อมได้แขนที่ขาดได้สำเร็จจึงจับเข้ามาต่อรอยแผลที่ตัดและสมานแผลทันที
“โห-----!!!!!”
แจ๊คลองขยับแขนข้างที่ถูกตัดขาดปรากฏว่าขยับได้ปกติไม่ขัดคล่องอะไร จึงทำให้แจ๊คดีใจเป็นอย่างมากเพราะเมื่อสักครู่นี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังใหม่
ก่อนที่แจ๊คจะได้พูดอะไร หู่เสวียที่อยู่ข้าง ๆ แจ๊คกับเฟรยามีสีหน้าขาวซีดนี้เป็นครั้งแรกของเธอที่แสดงอาการแบบนี้
“เลือดปีศาจ”