สาบคน

    บทที่ 31 ซ่อมเครื่องกลั่นน้ำมัน

            บทที่ 31 ซ่อมเครื่องกลั่นน้ำมัน

            คนส่วนใหญ่ได้รับคำสั่งให้กระจายตัวออกไปรอรับมือพวกตัวสั่น ที่จะวิ่งมาตามเสียงยนต์ที่กระหึ่มอยู่ทันที

            นัทรีบเดินไปลากตู้เหล็กมีล้อเข็น เป็นของที่ได้มาจากกองช่าง ของที่ว่าการอำเภอตั้งแต่เมื่อวาน

            “ไนซ์! เครื่องชาร์จตู้เหล็กตัวนี้ให้เอามาทำอะไร” นัทตะโกนถามพลางปัดฝุ่นออกจากหน้าปัดแอมป์มิเตอร์ของตู้ชาร์จ

            “ลากมานี่เลย แบตพวกนี้มันไม่ได้พังถาวร มันแค่มีซัลเฟตเกาะแผ่นธาตุจนไฟเข้าไม่ได้ ตู้ชาร์จรุ่นเก่าแบบนี้แหละดี มันปรับเร่งโวลต์ได้สูง เราจะใช้กระแสไฟจากไดปั่นไฟใหญ่ยิงย้อนกลับมาชาร์จกระตุ้นพวกมัน!”

            ไนซ์หยิบปลั๊กของตู้ชาร์จเสียบเข้ากับสายไฟที่ต่อตรงมาจากไดปั่นไฟ เขาปรับตั้งค่าไปที่โหมดชาร์จเร็วสูง แล้วเอาแคลมป์ทองแดงขนาดยักษ์หนีบเข้ากับขั้วแบตเตอรี่ที่เกือบหมดไฟทั้งสามลูก

            เข็มบนตู้ชาร์จชี้ไปที่ 30 แอมป์ทันที ผ่านไปไม่กี่นาที ช่องเติมน้ำกลั่นของแบตเตอรี่ก็เริ่มมีฟองอากาศเดือดปุดขึ้นมาพร้อมเสียงซู่ซ่าเบาๆ

            “เปิดฝาช่องน้ำกลั่นทิ้งไว้ทุกช่องเลยพี่กานต์ ระวังอย่าเอาหน้าไปใกล้ น้ำกรดมันกำลังเดือดกระแทกซัลเฟตให้ออกจากแผ่นตะกั่ว” ไนซ์ตะโกนเตือน 

            “อัดไฟทิ้งไว้แบบนี้สักสองชั่วโมง พอแผ่นธาตุสะอาด มันจะกลับมาเก็บไฟได้เหมือนเดิม ครั้งต่อไปเราก็มีแบตสตาร์ทเครื่องแล้ว! ต่อไปเราต้องเก็บแบตเก่าที่ยังพอมีไฟ ตามซากรถมาให้ได้มากที่สุด”

            กลิ่นน้ำมันก๊าดและดินปืนอบอวลอยู่ในโรงซ่อม ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ดีเซลเก่าที่ครางกระหึ่ม ขับเคลื่อนไดปั่นไฟให้ส่งกระแสไฟฟ้าส่องสว่าง ประกายไฟจากการเชื่อมเหล็กวูบวาบเป็นระยะสลับกับเสียงเคาะเหล็กดังกังวาน ชุมชนหนองนกเอี้ยงกำลังก้าวเข้าสู่การทวงคืนอารยธรรมทีละก้าว

            “ท่อเก็บเสียงเอ็มสิบหกของไนซ์เสร็จแล้ว” หนึ่งพูดพลางหันไปมองกองเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกผ้าใบคลุมไว้

            “เครื่องทำน้ำมันไพโรไลซิสนี้ น้าออดแกลากมาจากโรงงานรีไซเคิลท้ายอำเภอ ก่อนที่เราจะเข้ามาอยู่ที่นี่เสียอีก แกเองก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นเครื่องอะไร แต่แกเก็บเอามาทุกอย่างจริงๆ มันดีกว่าเครื่องเก่าของเราที่บ้านท่าจันทร์อีก แต่ต้องเชื่อมซ่อมหลายจุด”

            เมื่อหนึ่งพูดขึ้น ฝน, นัท, และไนซ์  ก็นึกถึงเครื่องกลั่นน้ำมันที่บ้านเดิม ก่อนที่พวกเขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่ โดยอาศัยน้ำมันที่กลั่นได้จากเครื่องนั้น เติมมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างหนีตายจากพวกตัวสั่นมาจนสำเร็จ มันคือเทคโนโลยีที่สามารถควบแน่นขยะพลาสติก ถุงใส่ของ ขวดน้ำ หรือแม้แต่ยางรถยนต์เก่า ให้กลายเป็นน้ำมันดิบด้วยความร้อนสูงในสภาวะจำกัดออกซิเจน 

            “พี่กานต์! มาช่วยผมยกมอเตอร์ใบกวนหน่อย!” ไนซ์ตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ พลางละมือจากกองอาวุธเดินมาที่หน้าตู้เหล็ก

            หนึ่งไม่รอช้า รีบสะบัดหน้ากากเชื่อมลงมาครอบใบหน้า ลากสายไฟตู้เชื่อมไฟฟ้าเข้าประชิดตัวถังทันที งานนี้ต้องแข่งกับเวลาเพราะเสียงเครื่องยนต์ที่ดังต่อเนื่องจะล่อพวกตัวสั่นรอบ ๆ ให้บุกเข้ามาได้ตลอดเวลา

            การชุบชีวิตเครื่องกลั่นน้ำมันไพโรไลซิสเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่งด่วน หนึ่งบรรจงลากแนวเชื่อมเหล็ก พอกปิดตะเข็บถังและวาล์วปล่อยแก๊สอย่างแน่นหนาไร้รอยตามด เพื่อให้ระบบอยู่ใต้สภาวะสุญญากาศไร้ออกซิเจน 100% ป้องกันการจุดระเบิดแรงดัน 

            ไนซ์เดินสายไฟต่อตรงเข้ามอเตอร์ใบกวนสาร และชุดหน้าปัดควบคุมอุณหภูมิ เพื่อคุมความร้อนให้อยู่ในช่วง 350°C ถึง 450°C ซึ่งเป็นจุดที่โครงสร้างพลาสติกจะแตกตัวกลายเป็นไอระเหยน้ำมัน ก่อนจะวิ่งผ่านท่อแป๊บเหล็กควบแน่นในถังน้ำเย็น กลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำมันดิบไพโรไลซิส แยกชั้นเป็นดีเซล เบนซิน และแก๊สหุงต้มต่อไป

            “ถ้าเครื่องนี้เดินเต็มกำลังเมื่อไหร่ ชุมชนเราจะไม่ขาดแคลนน้ำมันอีกต่อไป!” กานต์ตาเป็นประกายขณะเทเศษพลาสติกและขยะแห้งลงไปในช่องเติม 

            “ขยะพวกนี้จะกลายเป็นน้ำมันเบนซิน และเป็นดีเซลเกรดสูงมาปั่นไฟให้พวกเรามีแสงสว่างยาว ๆ!”

            ในขณะที่หนึ่งกำลังสาละวนอยู่กับเครื่องไพโรไลซิส ไนซ์ก็แยกตัวกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวเพื่อประกอบอาวุธซุ่มยิงดัดแปลงของตัวเอง  ปลอกลดเสียงที่หนึ่งช่วยประดิษฐ์ขึ้น ตามสูตรกั้นห้องแก๊สเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ภายนอกทำจากท่อเหล็กไร้ตะเข็บหนาพิเศษยาว 9 นิ้ว พ่นสีกันความร้อนเป็นสีดำสนิท ภายในอัดแน่นด้วยแผ่นเหล็กกั้นห้องรับแรงกระแทกแปดชั้น สลับฝอยสแตนเลส และที่สำคัญคือส่วนท้ายท่อที่ หนึ่ง ได้ใช้ตัวต๊าปเกลียวคว้านทำเกลียวตัวเมียขนาด 1/2"-28 TPI เตรียมไว้ตามมาตรฐานปืนทหารอเมริกา

    “พี่กานต์ แบตมือถือของพี่เต็มแล้ว เปิดเพลงฟังหน่อย” ไนซ์ตะโกนบอกกานต์ ข้างๆ เขามีแท็บเล็ตที่เคยนอนนิ่งอยู่ใต้ก้นกระเป๋ามาสามปี นับจากหนีตายมาจากท่าจันทร์ วันนี้มันกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ถึงจะไม่มีสัญญาณมือถือ ไม่มีอินเตอร์เน็ต แต่ข้อมูลที่เขาเก็บไว้ในเครื่องยังมีประโยชน์มากมาย ส่วนกานต์ก็ไปตามค้นหามือถือเครื่องเก่าที่ถูกวางทิ้งไว้ตั้งแต่ไม่มีไฟฟ้าชาร์จ เขาหามาได้หลายเครื่องทีเดียว และการชาร์จมันก็ไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมากนัก

    “ชาร์จเข้า แต่เปิดไม่ติดอ่ะน้องไนซ์ เอ๊ะเปิดได้อยู่เครื่องหนึ่ง” กานต์ร้องบอก

    ไนซ์ถอนใจ 

            “มันอาจเกี่ยวกับ EMP ที่นิวเคลียร์ไประเบิดบนชั้นบรรยากาศก็ได้ แท็บเล็ตของผมมันเก็บไว้ในลิ้นชักตู้เหล็ก มันอาจรอดมาเพราะแบบนั้น”

            ไนซ์เดินไปหยิบประแจจากกล่องเครื่องมือของหนึ่ง เขาประคองลำกล้องยาว 20 นิ้วของ M16A1 ไว้มั่น ก่อนจะสวมประแจเข้าที่รอยบากขอบแบน ของปลอกลดแสงทรงกรงนกที่ติดอยู่ปากลำกล้อง

            กึด... แกร๊ก!

            ออกแรงโยกเพียงครั้งเดียว ปลอกลดแสงที่ขึ้นคราบเขม่าเก่าก็ยอมคลายตัว ไนซ์ใช้มือหมุนมันออกจากปลายลำกล้องอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นเกลียวเหล็กตัวผู้เนื้อละเอียดตรงปลายลำกล้องเหล็กรมดำอย่างชัดเจน เขาใช้ผ้าดิบชุบน้ำมันก๊าดเช็ดคราบเศษฝุ่นและสนิมแดงที่เกาะตามร่องเกลียวออกจนสะอาด

            จากนั้น ไนซ์หยิบชิ้นงานท่อเก็บเสียงที่หนึ่งสร้างขึ้นมา จรดท้ายท่อเข้ากับเกลียวปลายลำกล้องปืนตรงๆ แล้วเริ่มใช้นิ้วมือหมุนประคองเข้าไปช้าๆ จนชนกับบ่าลำกล้อง ก่อนจะใช้ประแจจับหมุนกวดเพื่อให้มั่นใจว่ามันจะไม่คลายตัวจากแรงสั่นสะเทือน เขาเปิดชุดลูกเลื่อนค้างไว้ แล้วก้มลงแนบสายตาเพ่งเล็งทะลุจากท้ายรังเพลิงส่องออกไปสู่ปลายท่อเก็บเสียง

            แสงสว่างที่ผ่านเข้ามาปลายทาง เป็นวงกลมวงเล็กๆ นิ่งสนิทอยู่กึ่งกลางแนวลำกล้องอย่างสมบูรณ์แบบ ศูนย์รูตรงกลางของแผ่นกั้นทุกชั้นขนานกัน 100% ไร้อาการเบี้ยวหรือเอียง ซึ่งเป็นหลักประกันว่ากระสุน 5.56 มม. จะวิ่งผ่านออกไปโดยไม่ชนผนังจนท่อระเบิดฉีกขาด

            เมื่อประกอบเสร็จ ทรงของ M16A1 หูหิ้วโบราณที่ติดกล้องขยายพาดอยู่ด้านบน และมีท่อเก็บเสียงขนาดยาวเสริมเข้าที่ปลายลำกล้อง ทำให้ปืนยุคเวียดนามกระบอกนี้ดูแปลกตา ล้ำยุค และดุดันราวกับอาวุธของหน่วยรบพิเศษในโลกภาพยนตร์

            มีเสียงปืนสองสามนัด ดังแว่วมาจากพื้นที่ค่อนข้างไกล ชาวบ้านและแกนนำคนอื่น ล้วนไปดักรอสังหารพวกตัวสั่น ที่วิ่งเข้ามาตามเสียงเครื่องยนต์ที่ใช้ปั่นไฟฟ้า เสียงปืนเกิดจากชาวบ้านเผชิญหน้ากับตัวโดด และตัวดันที่มีไม่มากนัก ส่วนพวกตัวสั่นทั่วไป พวกเขาไม่ยอมเสียลูกปืนที่แสนหวงแหนไปกับมัน มักเลือกใช้อาวุธประชิดเข้าสังหารเสียมากกว่า

            “ทุกคนคิดไหมว่า พวกตัวสั่นมันวิวัฒนาการไม่หยุด ตอนนี้เราสู้กับมันได้ แต่ถ้ามันเก่งกว่านี้ เร็วกว่านี้ เราจะทำยังไง แล้วผู้คนที่หนีหนาวลงมาจากทางเหนือได้ มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ถ้ามีคนระดับ มาร์คัส เดินเตร่ไปทุกที่  หนองนกเอี้ยงจะอยู่ได้อย่างไร” หนึ่งส่งจิตสัมผัสร่วมถามมา ไนซ์, นัท, ฝน, และกานต์ ต่างชะงักมือ คิดตามอย่างเหม่อลอย


    คล้ายกับเรื่องสาบคน ที่คุณอ่าน