ในรุ่งเช้าของวันที่อากาศแจ่มใส กษณะกับบุหงาเดินทางไปเขตตลาดกลางเพื่อส่งขนมอบเทียนหอมให้ลูกค้าตามนัด ดาวที่ยืนส่งคนทั้งสองอยู่หน้าบ้านแลเห็นว่าวันนี้ผู้คนต่างพร้อมใจกันออกเดินทางเป็ทิวแถวคงเพราะวันนี้อากาศดีกระมัง คิดได้แค่นั้นก็รีบกลับเข้าไปข้างใน เนื่องจากวันนี้แม่บันจะสอนทำอาหารรสเลิศตำรับราชสถาน
"พอล้างให้สะอาดแล้ว เนื้อไก่พวกนี้เ้าก็นำมาหั่นเป็ชิ้นเล็กเรียวยาวระหว่างนั้นให้โรยพริกไทคลุกเคล้าไปด้วย อย่าใช้วิธีสับละเอียดล่ะเพราะมันจะเละไม่น่ากินจากนั้นให้หมักด้วยน้ำปรุงที่ข้าสอนเมื่อครู่ ทิ้งไว้สัก.." สูตรการทำอาหารถูกร่ายยาวเหยียดอย่างชำนาญเพราะแม่บันเป็หนึ่งในผู้ที่ปรุงอาหารได้รสเลิศแห่งอัครธานีก็ว่าได้
“เอาผักใบหอมที่เตรียมไว้มาได้แล้วล่ะเพราะพอเราปรุงรสได้ที่ ปล่อยให้เดือดแล้วยกลง จากนั้นก็ค่อยโรยผักใบหอมลงไปแล้วคนให้ทั่วไม่ต้องเคี่ยวทิ้งไว้นะเพราะเรา้าแค่เรียกกลิ่นหอมของมันเท่านั้น”
“ฮืม! หอมน่ากินจริงๆ ด้วย”
“เล็กๆ น้อยๆที่คนอื่นมองข้ามน่ะสำคัญนัก เ้าอย่าได้ลืมเชียวล่ะ”
“ข้าจำได้ทุกขั้นตอนนั่นแหละแม่”
หญิงสาวมักใส่ใจเรียนรู้กับสิ่งที่แม่บันคอยพร่ำสอนหากติดขัดหรือสงสัยก็เอ่ยถาม ผิดกับเ้าบุหงาเป็ไหนๆรายนี้สงสัยหรือไม่ก็เงียบเฉยตลอด แต่แม่บันก็มีความพยายามสูงเพราะเอ็นดูบุหงาอยู่ไม่น้อยจึงไม่เบื่อกับการอบรมสั่งสอนแม้ว่าปากจะฉีกถึงรูหูก็ตาม
"วันนี้ทำอะไรกินกันน่ะ" เสียงใสแบบฉบับชาวเมืองที่อยู่ข้างๆ กัน ไม่นานก็โผล่หน้าอวบกลมมาให้เห็นพร้อมตวัดลิ้นเลียน้ำลายที่ริมฝีปาก
แน่ล่ะ..เพราะที่พักเรือนย่อมตั้งติดกันเป็ตับภายใต้แมกไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาจนร่มครึ้มมีพื้นที่ใช้สอยแค่สำหรับคนในครอบครัวส่วนพื้นที่ที่เหลือเพียงเล็กน้อยก็เอาไว้ปลูกผักสวนครัว จึงไม่อาจรอดพ้นความจมูกไวของคนอยู่ใกล้ๆเป็แน่
'ฬาออ' บุตรสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับดาวและกษณะของฬาไมเ้าหน้าที่ด่านที่อาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่พาร่างอวบอิ่มเข้ามาทางด้านหลังโรงครัวซึ่งมีประตูเล็กๆเชื่อมต่อกัน
"ทำหน้าหิวโซมาเชียวนะเ้า" ดาวเย้าแหย่เพื่อนสาวที่มีรูปร่างผิดกับผู้เป็บิดาลิบลับ
"แหม! ก็เ้าสิ ชอบทำกลิ่นน่ารบกวนใจข้าเสียจริง แล้วจะให้อยู่เฉยได้ยังไง"
"อย่างนั้นก็มากินด้วยกันสิ" แม่บันเอ่ยชวน
"ด้วยความยินดีแม่บัน"ผู้มาเยือนโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็การทำความเคารพและตอบรับคำเชิญ แม่บันยิ้มรับอย่างเอ็นดูก่อนถือกระจาดพริกไว้ในมือ
“เ้าช่วยดาวเตรียมสำรับละกันเดี๋ยวข้าจะเอาพริกพวกนี้ไปตากหน้าบ้าน”
“ได้เลยแม่บัน” ฬาออยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาวครบเกือบทุกซี่ดาวเห็นแล้วอดเหน็บไม่ได้
"อะไรกัน เ้ากินข้าวมาจากบ้านแล้วนี่ยังจะกินต่อได้อีกหรือ เอาไปเก็บไว้ไหนหมด"
"กินมาแล้วที่ไหนกันวันนี้ไม่มีใครอยู่สักคน ไปที่เขตตลาดกลางโน่นนนข้าตื่นสายหน่อยเดียวทิ้งกันไปหมดเลย"
"ไปเขตตลาดกลางกันหมด" ดาวทวนคำอย่างสงสัย
"ใช่! ก็วันนี้องค์เมืองดานุมาไงล่ะ" ฬาออกระซิบกระซาบบอกพลางชำเลืองมองหญิงสูงวัยอย่างรู้กัน
"องค์เมืองดานุมาถึงว่าล่ะไปเฝ้ากันเป็แถว เมื่อเช้าข้าเห็น"
"แค่องค์เมืองท่านเดียวที่ไหนกัน ท่านชายทายาทก็มาด้วย"ฬาออออกอาการระริกระรี้ ตาหวานเยิ้มทันทีที่พูดถึงทายาทหนุ่มรูปงาม ดาวยังอดยิ้มพราวตามไปด้วยไม่ได้เช่นกัน
เป็ธรรมดาที่รู้กันดีว่า 'แม่บัน' ไม่สนใจในทุกเื่ของผู้ทรงอำนาจแห่งอัครธานีโดยอ้างไปว่านางอายุมากแล้ว เื่สูงๆ ศักดิ์ๆ ไม่อยากสนใจ ้าพักผ่อนชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสงบสุขเพราะฉะนั้นหากใครก็ตามจะพูดถึงคนเ่าั้ก็ต้องดูทิศดูทางให้ดีอย่าให้ได้ยินถึงหูนางเชียว
บรรยากาศบนโต๊ะไม้เนื้อดีตัวเก่าเต็มไปด้วยอาหารอร่อยที่คอยยั่วกระเพาะให้ยิ่งเจริญอาหารดาวเลื่อนถ้วยน้ำสมุนไพรให้แม่บันอย่างเอาใจ พลางหันมาพูดคุยกับฬาออเื่งานเทศกาลการละเล่นประจำปีที่ใกล้จะมาถึง
"เ้าจะลงแข่งอะไรในการละเล่นปีนี้"
"ข้าว่า...ข้าแข่งเก็บตัวจิ๊ดริดเหมือนเคยดีกว่า"
"ฮืม..!" ดาวเลิกคิ้ว อึกอัก ทำให้แม่บันหัวเราะฮึในลำคออย่างล่วงรู้ และนั่นก็ทำให้ฬาออถึงกับหน้าเหวอด้วยความงง
"ก็เ้าอวบอิ่มขึ้นทุกวันอย่างนี้จะเก็บตัวจิ๊ดริดแข่งกับคนอื่นไหวรึ" แม่บันแจงให้หายข้องใจก่อนหัวเราะร่วนพาให้ดาวหลุดขำขันสำทับ แต่คนอวบอิ่มนั่นสิ..กลับยิ้มไม่ออก
ดาวเหลือบมองแม่บันกระดกถ้วยน้ำสมุนไพรแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างรู้สึกผิดในใจแต่จะทำอย่างไรได้..นี่เป็ทางเดียวที่จะทำให้นางออกจากบ้านได้โดยง่าย เพราะน้ำสมุนไพรที่นำมาให้นั้นถูกปรุงส่วนผสมของการพักผ่อนลงไปด้วยไม่นานตัวยาก็เริ่มออกฤทธิ์จนแม่บันต้องขอตัวไปพักผ่อน ซึ่งก็เป็เื่ปกติอยู่แล้วแต่..คราวนี้จะหลับสนิทนานกว่าเดิมเท่านั้นเอง
เมื่อโอกาสมาถึงหญิงสาวจึงรีบขี่ม้าสีหมอกออกไปทันที
'ม้าสีหมอก' เป็ม้าพันธุ์ดีที่มีเฉพาะในเขตราชสถานแต่ที่มีไว้ในก็เพราะท่านชายมิณเยศมอบให้กษณะเป็รางวัลเมื่อครั้งชนะเลิศการพุ่งหอกชัยในเทศกาลการละเล่นประจำปีเมื่อหลายปีก่อนถึงแม้ครั้งนั้นท่านจะไม่ชนะการแข่งขัน แต่ก็สะใจไม่น้อยที่ทายาททันวาก็ไม่ใช่ผู้ชนะเช่นกัน
ดาวอมยิ้มน้อยๆ เมื่อหวนนึกถึงเทศกาลการละเล่นประจำปีในครั้งนั้น
...ชาวเมืองมากมายที่แห่แหนมาจากสามนคร ต่างเดินกันขวักไขว่ดูลายตาเต็มพื้นที่ลานกว้างใกล้เขตตลาดกลางจึงสร้างความครึกครื้นและเสียงเฮฮาได้ไม่น้อย
“พวกเ้าเร็วเข้าเดี๋ยวไม่ทัน”
“ก็รีบอยู่นี่ไงล่ะเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เด็กสาวร่างอวบเหนื่อยหอบจนตัวโยน
“แม่ก็แปลกจริงเชียวพอรู้ว่าบรรดาคนสูงศักดิ์จากนครจะมาร่วมงานกันพร้อมหน้ายันจะไม่ยอมให้เ้ามาท่าเดียว”
“นั่นสิ ถ้าดาวไม่ได้มาข้าก็คงพลอยอดไปด้วยเหมือนกัน”
“อุตส่าห์เตรียมตัวฝึกซ้อมมาดิบดีเกือบหมดสนุกกัน”
“ใช่ ข้าก็ว่าอย่างนั้น”
“ก็ได้มานี่แล้วไงเล่าพวกเ้ายังจะบ่นอะไรกันอีก” ดาวโพล่งขึ้นหลังจากฟังเสียงบ่นของคนทั้งสองอยู่หลายคำ
ส่งผลให้สองชีวิตหันมองกันอย่างเหนื่อยหน่ายก็กว่าจะออดอ้อนจนแม่บันใจอ่อนก็กินเวลาอยู่พักใหญ่ หนำซ้ำกว่าจะออกมาได้ก็ต้องรอแม่บันจับแต่งตัวโพกหัวพันคอเสียมิดชิดราวกับจะห่อไว้ไม่ให้ใครเห็นเสียอย่างนั้นแถมกำชับว่าห้ามนำออกจนกว่าจะกลับมาถึงบ้าน ทำให้ต้องรีบกันชนิดสุดตัวอย่างนี้..มันเหนื่อยมาก!
และคงเพราะรีบร้อนจนเกินไป พอจะเหลียวหลังมาคว้าข้อมือเพื่อนสาวเพื่อไม่ให้พลัดหลงกันก็ปรากฏว่าตนชนเข้าอย่างจังกับใครคนหนึ่งจนล้มกลิ้งคลุกฝุ่นไปด้วยกันหลายตลบ
จำได้ว่าตอนนั้นพอลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่บนร่างหนาของใครคนนั้นซึ่งเหมือนเป็ที่รองรับชั้นดี
“เ้าจะรีบไปไหนรึเด็กชาวเมือง” เสียงทุ้มคล้ายต่อว่า
“เอ่อ..ข้า..”
“หือ! ว่ายังไงล่ะ”
“ข้าขอโทษ” นางแทบพูดไม่ออก เพราะแน่ใจนักว่านอกจากท่านชายมิณเยศที่มีดวงตาคมจัดน่ามองแล้วยังมีคนที่ดวงตาคมลึกอีกคนหรือนี่
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”
“ข้า..เปล่าข้าไม่เป็ไร”
“อย่างนั้นเ้าก็ลุกออกไปได้แล้วข้าต้องรีบไปเข้าแข่งขัน..เสียเวลา” นางอึกอักอยู่เป็ครู่ก่อนต้องเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียง
“ท่านชายทันวา ท่านชายเป็ยังไงบ้าง เอ้า! พวกเราช่วยกันหน่อยเร็ว”
อะไรนะ..ทะ ท่านชายทันวาอย่างนั้นหรือ
หญิงสาวยังคงอมยิ้มอยู่บนหลังม้าสีหมอก อดถามตัวเองทุกครั้งไม่ได้ว่าท่านชายจะโกรธเคืองตนมากน้อยแค่ไหน
ก็เล่นชนแล้วหนีหายไปเลย