++ มหาเทพสมบัติอนันต์ NC25+ ++

    ตอนที่ 42 ชายหนุ่มลึกลับผู้มั่งคั่ง

    หินปราณวิญญาณ

     

    มันคือสกุลเงินของเหล่าผู้ฝึกตนถือกำเนิดจากสายแร่ปราณวิญญาณในบริเวณที่มีเส้นเลือดปราณวิญญาณ พลังปราณวิญญาณธรรมชาติหนาแน่นและเข้มข้นมันสามารถถูกดูดซับและช่วยผลักดันการฝึกฝนให้ตบะพลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วกว่าการนั่งบำเพ็ญเพียรตามปกติ

     

    ฉะนั้นหินปราณวิญญาณจึงกลายเป็นเสมือนกับรากฐานที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับผู้ฝึกตนไม่ว่าจะขุมพลังใดๆ นิกาย สำนัก หรือตระกูลไหน... ก็มิอาจตัดขาดกับหินปราณวิญญาณไปได้!

     

    เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล่นๆ

     

    เพราะมีขุมพลังมากมายที่ล่มสลายหรือถูกยุบตัวลงเนื่องจากขาดแคลนหินปราณวิญญาณมาแล้วจำนวนมาก ในประวัติศาสตร์ที่ชุ่มนองไปด้วยเลือดของผู้แพ้และผู้อ่อนแอนั้นไม่อนุญาตให้ใครก็ตามสามารถหลีกพ้นชะตากรรมที่ต้องเสื่อมถอย

     

    นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกขุมพลังต้องให้ความสำคัญกับหินปราณวิญญาณมาเป็นอันดับต้นๆ

     

    ดูตัวอย่างเช่นสำนักหัตถ์ฟ้าคำรามสำนักหอกวายุ และสำนักฟ้าครามที่แทบบ้าคลั่งและร้อนรนใจเมื่อค้นพบเส้นเลือดปราณวิญญาณใหม่ในเทือกเขาฟ้าครามจึงนำไปสู่การต่อสู้แย่งชิง ความขัดแย้งและความร่วมมือเป็นพันธมิตรเพื่อผลประโยชน์

     

    เพราะนี่หาใช่เพียงแค่โอกาสวาสนาที่สำนักของพวกเขาจะได้ก้าวหน้าครั้งใหญ่เท่านั้นแต่ยังช่วยรับรองให้ขุมพลังของตนสามารถอยู่รอดปลอดภัยต่อไปบนหนทางบ่มเพาะที่แสนยาวไกลราวกับไร้สิ้นสุดนี้

     

    เส้นทางที่เคารพและบูชาความแข็งแกร่ง!

     

    ความต้องการหินปราณวิญญาณไม่ได้ลดลงเลยตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันยิ่งมีผู้ฝึกตนมากมายเท่าไร ความปรารถนาต้องการก็ยิ่งเพิ่มพูนและทวีขึ้นเรื่อยมา

     

    และแน่นอน...

     

    หินปราณวิญญาณเองก็เป็นสิ่งที่ตระกูลถังก็ต้องการเฉกเช่นเดียวกันพวกเขามีความฉลาดมากที่อาศัยการค้าขายเพื่อสะสมความมั่งคั่ง สร้างพันธมิตรสร้างสหาย สร้างเครือข่ายให้กว้างขวางไปตามเมืองต่างๆในทิศตะวันออกของทวีปชิง

     

    ในประวัติศาสตร์นานนับ 2พันปีของพวกเขา มีธุรกรรมใหญ่หลายครั้งแต่ที่ทำให้ต้องจารึกไว้ในบันทึกของตระกูลนั้นกลับมีน้อยนิดยิ่ง

     

    ทั้งดูคล้าย...

     

    ว่าพวกเขาจะต้องบันทึกเพิ่มอีกครั้งแล้ว!

     

    หินปราณวิญญาณคราม 5 พันก้อน!?

     

    ใช่แล้ว... มันคือหินปราณวิญญาณคราม 5พันก้อน! เทียบเท่าได้กับหินปราณวิญญาณธรรมดา 5 พันล้านก้อน!?

     

    มูลค่าของมันมากมายมหาศาล จนสามารถเขย่าขวัญของฝูงชนฝูงผู้ฝึกตนให้ตื่นตระหนกตกใจ! จนบังเกิดความโลภโมโทสันบดบังนัยน์ตา!

     

    หินปราณวิญญาณคราม 5 พันก้อน... สำหรับขุมพลังระดับ4 ที่มีผู้ฝึกตนระดับนักพรตแล้ว พวกเขาต้องใช้เวลานานหลายสิบปีต่อการเก็บสะสมและรวบรวมความมั่งคั่งให้ได้จำนวนที่มากขนาดนี้

     

    บางขุมพลังระดับ 4 ที่อ่อนแอ อาจจะต้องใช้ระยะเวลานับ50-60 ปี!

     

    ยิ่งประกอบกับความจริงที่ชายหนุ่มปริศนาอย่างอี้ชิงสามารถหยิบโยนเม็ดเงินก้อนโตออกมาได้โดยไม่กระพริบตาหรือลังเลใจกระทำการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายราวกับกองหินปราณวิญญาณครามเหล่านั้นเป็นเพียงแค่หินไร้ค่า!?

     

    นี่คือความร่ำรวยชนิดใด!?

     

    ตูม!

     

    เสมืองมีเสียงระเบิดดังขึ้นในความเงียบสงัด...ความวุ่นวายแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณนั้น ไม่ว่าจะคุณหนูสามตระกูลถัง นายน้อยรองตระกูลจวงลูกค้าระดับสูง คนงานข้ารับใช้ และเหล่าคนคุ้มกันสินค้า... พวกเขาต่างยืนตะลึงค้างร่างกายแข็งทื่อราวกับท่อนไม้!

     

    ทุกๆสายตาล้วนจับจ้อง มองเหม่อไปยังกองหินปราณวิญญาณครามที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณวิญญาณเข้มข้นและลึกล้ำ

     

    ในจิตใจของพวกเขาที่เป็นผู้ฝึกตน ต้องอดทนลำบากลำบนเก็บหอมรอมริบสะสมหินปราณวิญญาณทีละก้อนๆในแต่ละเดือนปีต่อสู้ช่วงชิงกับสหายจนเลือดตกยางออกทำงานรับใช้ตระกูลถังที่สูงส่งเพื่อหวังความก้าวหน้า

     

    ไม่ทราบ...ว่าในยามนี้ภายในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยมรสุมและความซับซ้อนของอารมณ์มากมายเพียงใด!

     

    ความโลภได้เกาะกุมหัวใจและดวงจิตวิญญาณ จนลมหายใจหอบถี่กระชั้นดุจคนบ้าใกล้เสียสติพวกเขาผุดความคิดในใจว่า “หากได้ครอบครองหินปราณวิญญาณครามทั้ง5 พันก้อนนี้ ตนจักสามารถเปลี่ยนแปลงและพลิกชะตาชีวิตได้ไหมนะ?”

     

    ปัง!

     

    “ผู้ใดบังอาจกระทำการเสียมารยาทและกฎระเบียบมันผู้นั้นต้องตายสถานเดียว!”

     

    “พวกเจ้าคิดทำอะไร?”

     

    ตอนนั้นเองที่คลื่นพลังปราณวิญญาณที่แข็งแกร่งทรงพลังนับ 10สายได้พุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขานำมาโดยชายวัยกลางคนชุดอาภรณ์สีเทาเขาคือคนคุ้มกันระดับปรมาจารย์ของคุณหนูสามที่แอบซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้านี้

     

    ข้างกายของเขาคือผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแท้!

     

    ทั้งสิบคนได้แผ่พลังปราณวิญญาณของตนเองสะกดข่มทุกๆผู้ทุกคนให้ไม่อาจเคลื่อนไหวหรือกระทำสิ่งใดด้วยตบะพลังของพวกเขาที่คลี่คลุมลงมาดุจฝ่ามือยักษ์ไร้รูปร่างมันได้กระตุ้นเตือนสติของผู้คนให้หวนกลับมา

     

    ไม่ต่างกับการสาดน้ำเย็นใส่ศีรษะ!

     

    ‘บัดซบ! เมื่อครู่ข้าเกือบโดนความโลภครอบงำเสียแล้ว!’

     

    ‘กล้าคิดชิงทรัพย์ของตระกูลได้ยังไง?ตระกูลถังมีพระคุณต่อข้ามาหลายปี ข้ามันช่างเลวทรามไม่ต่างกับเดรัจฉานนัก!’

     

    ‘อ่า... ที่แท้... ในขบวนคาราวานก็ยังมียอดฝีมือแฝงตัวอยู่?’

     

    แต่ละคนล้วนได้สติสัมปชัญญะกลับมาแต่ก็ยังมิวายแอบเหลือบมองไปยังกองหินปราณวิญญาณครามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ระงับอารมณ์ของตนลงไปอย่างยากลำบากอย่างสุดชีวิต

     

    หลายคนมองไปยังชายหนุ่มในชุดคลุมดำ พลางคาดเดาที่มาที่ไปของเขา

     

    เพียงแต่คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นั้นมิพ้นจวงมิ่นกังที่เพิ่งพูดจาหาเรื่องและดูแคลนอี้ชิงร่างกายของเขาหนาวเหน็บ เหงื่อกาฬไหลชุ่มเปียกทั้งแผ่นหลังตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าต่างสั่นเกร็งอย่างหวาดหวั่นจับใจ!

     

    คนคุ้มกันทั้ง 4 สติแทบหลุด จ้องมองนายน้อยของตนด้วยดวงตาแดงก่ำและปูดโปนอย่างโกรธแค้นเพราะดันไปหาเรื่องใครไม่หา ไปหาเรื่องคนที่สามารถจับจ่ายด้วยเงินจำนวนมหาศาล!?

     

    พวกเขาไม่มีทางเชื่อแน่ๆว่าอี้ชิงนั้นไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่าง!

     

    เรื่องครานี้ใหญ่หลวงนัก...มันอาจร้ายแรงกระทั่งสูญสิ้นทั้งตระกูลจวงเลยก็เป็นได้!?

     

    “คุณชายโปรดอภัยให้กับความหยาบคายของข้าก่อนหน้านี้ด้วยเถิดข้ามันเขลานักที่คิดตรวจสอบท่าน...” โดยไม่สนใจนายน้อยจวง ข้ารับใช้วัยกลางคนนามอู่เต้าได้ป้องมือโค้งคำนับให้แก่ชายหนุ่มอย่างนอบน้อม

     

    เขาขอโทษที่ล่วงเกินก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อไม่ให้เกิดความผิดใจ

     

    “ลุงอู่คือคนคุ้มกันของข้า พี่ชาย... ไม่สิคุณชายได้โปรดอย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ เขาเพียงทำไปตามหน้าที่เท่านั้น” เห็นเช่นนั้นก็เกรงว่าอี้ชิงจะเอาเรื่องถังหว่านเลยออกตัวอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง

     

    “ไม่เป็นไร เอาสินค้าของพวกเจ้ามาให้ข้าซะข้ายังมีที่ๆต้องไปอยู่อีก...” อี้ชิงโบกมืออย่างไม่คิดใส่ใจเขาลูบแหวนที่มือเบาๆ

     

    เห็นแหวนวงนั้น อู่เต้าก็เดาได้ว่าคงเป็นแหวนมิติ “เข้าใจแล้ว โปรดรอสักครู่ขอรับ”

     

    “พวกเจ้า 2 คนจงติดต่อไปยังตระกูล รายงานเหตุการณ์นี้ให้ท่านเจ้าตระกูลฟังบอกให้เร่งส่งคนมาในทันที! สำหรับคนที่เหลือให้อยู่กับข้าที่นี่ คอยป้องกันเหตุการณ์วุ่นวายและพิทักษ์ทรัพย์สินซะ!”

     

    “ขอรับ!/เจ้าค่ะ!”

     

    ชายวัยกลางคนผู้เป็นผู้นำที่แท้จริงของกองคาราวานออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและชำนาญการระดมคนทั้งหมดเพื่อเก็บรวบรวมสินค้าในโซนที่ 1 ถึงโซนที่ 3 และคำนวณคิดราคาให้แก่ชายหนุ่มผู้ลึกลับ

     

    ความอลหม่านโกลาหลสงบลงแต่คลื่นในจิตใจของพวกเขาไม่อาจสงบได้

     

    นับตั้งแต่วันนี้ ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ...

     

    พวกเขาคงมิอาจหลงลืมเงาร่างของอี้ชิงไปได้ตลอดชั่วชีวิต!

     

     

    ......

    ......

     

     

    ยามเย็น

     

    ณ โรงทอผ้า ชั้นที่ 3

     

    “วันนี้เหตุใดจึงวุ่นวายนักเล่า?เกิดเรื่องขึ้นที่ข้างนอกเมืองงั้นหรือ?”ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เท่าที่นางจำได้ ก็คงมีเพียงแค่กองคาราวานใหญ่ของตระกูลถังเท่านั้นที่สามารถทำให้ทั่วทั้งเมืองแตกตื่น

     

    “ข้าทราบมาว่ามีคนกว้านซื้อสินค้าล้ำค่าทั้งหมดของตระกูลถังจริงเท็จอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ขอรับ” อี้ชิงที่เพิ่งกลับมาจากการเที่ยวเล่นได้พูดตอบกลับความใคร่รู้ของนางเขากำลังแกะสลักปิ่นปักผมจากไม้สีหยก

     

    “อะไรนะ!?กว้านซื้อสินค้าของตระกูลถังงั้นหรือ!?” ดวงตาคู่งามของป้าสะใภ้เบิกกว้างอย่างตกตะลึงในใจของนางยิ่งสงสัยว่าผู้ใดกันที่ร่ำรวยล้นฟ้าขนาดนั้น?เขาจะต้องมีพื้นเพที่ยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาเป็นแน่!

     

    หากนางทราบว่าคนๆนั้นคือหลานชายของนางคนงามคงได้หัวใจวายตาย!

     

    เพราะสินค้าระดับสูงที่ถูกจัดแยกเอาไว้เป็นพิเศษของตระกูลถังนั้นไม่เพียงมีคุณภาพที่สูงและดีเลิศเท่านั้นแต่ราคาของมันก็แพงแสนแพง แพงจนทั้งชีวิตของนางได้แต่มองจากที่ไกลๆ ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าไปในพื้นที่โซนแสดงสินค้าด้วยซ้ำ

     

    “ช่างเรื่องนั้นไปเถอะขอรับยังไงก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรา” อี้ชิงหัวเราะเขาวางมีดแกะสลักลงและเดินเข้าไปหาท่านป้าคนงามของเขาบนดวงหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้เสน่ห์น่าดึงดูดของเขายิ่งติดตรึงใจสตรี

     

    “ปิ่นนี้ของท่านขอรับ ท่านป้าคนสวยของข้า”

     

    “เจ้า... ทักษะการแกะสลักของเจ้าไม่เลวเลยดีกว่าช่างฝีมือที่ข้ารู้จักซะอีก?” หัวใจของป้าสะใภ้เต้นแรงพวงแก้มสีนวลแดงระเรื่อขึ้นสีอย่างเขินอาย นางม้วนยกรอยยิ้มหวานและรับปิ่นปักผมไม้สีหยกมาจากเขา

     

    มันคือปิ่นที่สลักลวดลายของดอกไม้อย่างสวยงามและวิจิตรยิ่ง

     

    มีอักษรชื่อ “ฟางเหนียง” บนนั้นอย่างชัดเจน

     

    “หึหึ ท่านป้า ข้าทำดีถึงเพียงนี้ท่านจะใจดีให้รางวัลแก่ข้าได้หรือไม่?” ชายหนุ่มเห็นนางชอบก็พึงพอใจเขาใช้มือโอบเอวบางของนางให้เข้ามาชิดใกล้พลางจุมพิตที่พวงแก้มและหน้าผากมนของนางอย่างนุ่มนวล

     

    “ฮี่ๆ~♥เจ้านี่ช่างใจร้อนนักนะ? แน่นอนว่าต้องมีรางวัลให้กับหลานรักของข้าอยู่แล้ว...♥” ฟางเหนียงหัวเราะเบาๆ ทิ้งเรือนกายทรงเสน่ห์ลงอิงแอบกับกายแกร่งกำยำของอี้ชิงสองมือลูบไล้ดวงหน้าหล่อคมของเขาอย่างเสน่หา

     

    “ว่าแต่... เจ้าไม่กลับเรือนเช่นนี้แม่เจ้าไม่ว่างั้นหรือ?”

     

    “นั่นไม่ต้องห่วงหรอกขอรับนางคงจะคิดว่าข้าแอบไปล่อลวงผู้หญิงอยู่ที่ใดสักแห่งในเมืองนั่นแหล่ะ ท่านวางใจเถอะ”

     

    “หุหุ...♥ใช่แล้ว เจ้ามันนิสัยเสีย ชอบล่อลวงสตรีไปทั่ว...♥”

     

    “อือ... อื้มมมมห์~♥”

     

    “อื้มมมห์...ๆ...♥”

     

    “จุ๊ฟ~♥”

     

    “จ๊วฟ... จ๊วฟๆ...ๆ...♥”

     

    ริมฝีปากของพวกเขาบดจูบกัน ลิ้นทั้งสองพัวพันสอดประสานอย่างโหยหา เรือนกายแกร่งและเรือนกายเพรียวบางอ่อนนุ่มต่างแนบชิดเคียงใกล้ลูบไล้โลมเล้ากันไปมาอย่างคิดถึงและพิศวาสในกามตัณหารัก

     

    ดื่มด่ำอยู่เนิ่นนาน

     

    ทั้งสองป้าหลานก็แยกละริมฝีปากจากกัน

     

    “ฮ่า...”

     

    “เสี่ยวชิง...♥ เรามาทานอาหารและอาบน้ำกันให้เรียบร้อยก่อนเถิดนะ... ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก...♥”

     

    “พวกเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหลานชายที่รักของป้า...♥”

     

    “ขอรับ ท่านป้าเหนียง” ชายหนุ่มตอบตกลง

     

    เขาและนางได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารที่สาวใช้จัดเตรียมไว้ให้อาหารเหล่านั้นมีส่วนผสมของสมุนไพรเสริมบำรุงกำลัง เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยา

     

    พอทานอาหารกันอย่างสุขสันต์เสร็จ

     

    พวกเขาก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย

     

    ยามเมื่อดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปทั้งสองป้าหลานที่แอบมานัดเย็ดเอากันบนชั้น 3 ของโรงทอผ้าก็ได้มาพานพบ...โอบรั้งเรือนกาย เสพสมเสพสวาทรักต้องห้ามระหว่างหลานและป้าสะใภ้ด้วยกันเพียงลำพัง...♥



    คล้ายกับเรื่อง++ มหาเทพสมบัติอนันต์ NC25+ ++ ที่คุณอ่าน