หินปราณวิญญาณ
มันคือสกุลเงินของเหล่าผู้ฝึกตนถือกำเนิดจากสายแร่ปราณวิญญาณในบริเวณที่มีเส้นเลือดปราณวิญญาณ พลังปราณวิญญาณธรรมชาติหนาแน่นและเข้มข้นมันสามารถถูกดูดซับและช่วยผลักดันการฝึกฝนให้ตบะพลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วกว่าการนั่งบำเพ็ญเพียรตามปกติ
ฉะนั้นหินปราณวิญญาณจึงกลายเป็นเสมือนกับรากฐานที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับผู้ฝึกตนไม่ว่าจะขุมพลังใดๆ นิกาย สำนัก หรือตระกูลไหน... ก็มิอาจตัดขาดกับหินปราณวิญญาณไปได้!
เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล่นๆ
เพราะมีขุมพลังมากมายที่ล่มสลายหรือถูกยุบตัวลงเนื่องจากขาดแคลนหินปราณวิญญาณมาแล้วจำนวนมาก ในประวัติศาสตร์ที่ชุ่มนองไปด้วยเลือดของผู้แพ้และผู้อ่อนแอนั้นไม่อนุญาตให้ใครก็ตามสามารถหลีกพ้นชะตากรรมที่ต้องเสื่อมถอย
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกขุมพลังต้องให้ความสำคัญกับหินปราณวิญญาณมาเป็นอันดับต้นๆ
ดูตัวอย่างเช่นสำนักหัตถ์ฟ้าคำรามสำนักหอกวายุ และสำนักฟ้าครามที่แทบบ้าคลั่งและร้อนรนใจเมื่อค้นพบเส้นเลือดปราณวิญญาณใหม่ในเทือกเขาฟ้าครามจึงนำไปสู่การต่อสู้แย่งชิง ความขัดแย้งและความร่วมมือเป็นพันธมิตรเพื่อผลประโยชน์
เพราะนี่หาใช่เพียงแค่โอกาสวาสนาที่สำนักของพวกเขาจะได้ก้าวหน้าครั้งใหญ่เท่านั้นแต่ยังช่วยรับรองให้ขุมพลังของตนสามารถอยู่รอดปลอดภัยต่อไปบนหนทางบ่มเพาะที่แสนยาวไกลราวกับไร้สิ้นสุดนี้
เส้นทางที่เคารพและบูชาความแข็งแกร่ง!
ความต้องการหินปราณวิญญาณไม่ได้ลดลงเลยตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันยิ่งมีผู้ฝึกตนมากมายเท่าไร ความปรารถนาต้องการก็ยิ่งเพิ่มพูนและทวีขึ้นเรื่อยมา
และแน่นอน...
หินปราณวิญญาณเองก็เป็นสิ่งที่ตระกูลถังก็ต้องการเฉกเช่นเดียวกันพวกเขามีความฉลาดมากที่อาศัยการค้าขายเพื่อสะสมความมั่งคั่ง สร้างพันธมิตรสร้างสหาย สร้างเครือข่ายให้กว้างขวางไปตามเมืองต่างๆในทิศตะวันออกของทวีปชิง
ในประวัติศาสตร์นานนับ 2พันปีของพวกเขา มีธุรกรรมใหญ่หลายครั้งแต่ที่ทำให้ต้องจารึกไว้ในบันทึกของตระกูลนั้นกลับมีน้อยนิดยิ่ง
ทั้งดูคล้าย...
ว่าพวกเขาจะต้องบันทึกเพิ่มอีกครั้งแล้ว!
หินปราณวิญญาณคราม 5 พันก้อน!?
ใช่แล้ว... มันคือหินปราณวิญญาณคราม 5พันก้อน! เทียบเท่าได้กับหินปราณวิญญาณธรรมดา 5 พันล้านก้อน!?
มูลค่าของมันมากมายมหาศาล จนสามารถเขย่าขวัญของฝูงชนฝูงผู้ฝึกตนให้ตื่นตระหนกตกใจ! จนบังเกิดความโลภโมโทสันบดบังนัยน์ตา!
หินปราณวิญญาณคราม 5 พันก้อน... สำหรับขุมพลังระดับ4 ที่มีผู้ฝึกตนระดับนักพรตแล้ว พวกเขาต้องใช้เวลานานหลายสิบปีต่อการเก็บสะสมและรวบรวมความมั่งคั่งให้ได้จำนวนที่มากขนาดนี้
บางขุมพลังระดับ 4 ที่อ่อนแอ อาจจะต้องใช้ระยะเวลานับ50-60 ปี!
ยิ่งประกอบกับความจริงที่ชายหนุ่มปริศนาอย่างอี้ชิงสามารถหยิบโยนเม็ดเงินก้อนโตออกมาได้โดยไม่กระพริบตาหรือลังเลใจกระทำการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายราวกับกองหินปราณวิญญาณครามเหล่านั้นเป็นเพียงแค่หินไร้ค่า!?
นี่คือความร่ำรวยชนิดใด!?
ตูม!
เสมืองมีเสียงระเบิดดังขึ้นในความเงียบสงัด...ความวุ่นวายแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณนั้น ไม่ว่าจะคุณหนูสามตระกูลถัง นายน้อยรองตระกูลจวงลูกค้าระดับสูง คนงานข้ารับใช้ และเหล่าคนคุ้มกันสินค้า... พวกเขาต่างยืนตะลึงค้างร่างกายแข็งทื่อราวกับท่อนไม้!
ทุกๆสายตาล้วนจับจ้อง มองเหม่อไปยังกองหินปราณวิญญาณครามที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณวิญญาณเข้มข้นและลึกล้ำ
ในจิตใจของพวกเขาที่เป็นผู้ฝึกตน ต้องอดทนลำบากลำบนเก็บหอมรอมริบสะสมหินปราณวิญญาณทีละก้อนๆในแต่ละเดือนปีต่อสู้ช่วงชิงกับสหายจนเลือดตกยางออกทำงานรับใช้ตระกูลถังที่สูงส่งเพื่อหวังความก้าวหน้า
ไม่ทราบ...ว่าในยามนี้ภายในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยมรสุมและความซับซ้อนของอารมณ์มากมายเพียงใด!
ความโลภได้เกาะกุมหัวใจและดวงจิตวิญญาณ จนลมหายใจหอบถี่กระชั้นดุจคนบ้าใกล้เสียสติพวกเขาผุดความคิดในใจว่า “หากได้ครอบครองหินปราณวิญญาณครามทั้ง5 พันก้อนนี้ ตนจักสามารถเปลี่ยนแปลงและพลิกชะตาชีวิตได้ไหมนะ?”
ปัง!
“ผู้ใดบังอาจกระทำการเสียมารยาทและกฎระเบียบมันผู้นั้นต้องตายสถานเดียว!”
“พวกเจ้าคิดทำอะไร?”
ตอนนั้นเองที่คลื่นพลังปราณวิญญาณที่แข็งแกร่งทรงพลังนับ 10สายได้พุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขานำมาโดยชายวัยกลางคนชุดอาภรณ์สีเทาเขาคือคนคุ้มกันระดับปรมาจารย์ของคุณหนูสามที่แอบซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้านี้
ข้างกายของเขาคือผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแท้!
ทั้งสิบคนได้แผ่พลังปราณวิญญาณของตนเองสะกดข่มทุกๆผู้ทุกคนให้ไม่อาจเคลื่อนไหวหรือกระทำสิ่งใดด้วยตบะพลังของพวกเขาที่คลี่คลุมลงมาดุจฝ่ามือยักษ์ไร้รูปร่างมันได้กระตุ้นเตือนสติของผู้คนให้หวนกลับมา
ไม่ต่างกับการสาดน้ำเย็นใส่ศีรษะ!
‘บัดซบ! เมื่อครู่ข้าเกือบโดนความโลภครอบงำเสียแล้ว!’
‘กล้าคิดชิงทรัพย์ของตระกูลได้ยังไง?ตระกูลถังมีพระคุณต่อข้ามาหลายปี ข้ามันช่างเลวทรามไม่ต่างกับเดรัจฉานนัก!’
‘อ่า... ที่แท้... ในขบวนคาราวานก็ยังมียอดฝีมือแฝงตัวอยู่?’
แต่ละคนล้วนได้สติสัมปชัญญะกลับมาแต่ก็ยังมิวายแอบเหลือบมองไปยังกองหินปราณวิญญาณครามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ระงับอารมณ์ของตนลงไปอย่างยากลำบากอย่างสุดชีวิต
หลายคนมองไปยังชายหนุ่มในชุดคลุมดำ พลางคาดเดาที่มาที่ไปของเขา
เพียงแต่คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นั้นมิพ้นจวงมิ่นกังที่เพิ่งพูดจาหาเรื่องและดูแคลนอี้ชิงร่างกายของเขาหนาวเหน็บ เหงื่อกาฬไหลชุ่มเปียกทั้งแผ่นหลังตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าต่างสั่นเกร็งอย่างหวาดหวั่นจับใจ!
คนคุ้มกันทั้ง 4 สติแทบหลุด จ้องมองนายน้อยของตนด้วยดวงตาแดงก่ำและปูดโปนอย่างโกรธแค้นเพราะดันไปหาเรื่องใครไม่หา ไปหาเรื่องคนที่สามารถจับจ่ายด้วยเงินจำนวนมหาศาล!?
พวกเขาไม่มีทางเชื่อแน่ๆว่าอี้ชิงนั้นไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่าง!
เรื่องครานี้ใหญ่หลวงนัก...มันอาจร้ายแรงกระทั่งสูญสิ้นทั้งตระกูลจวงเลยก็เป็นได้!?
“คุณชายโปรดอภัยให้กับความหยาบคายของข้าก่อนหน้านี้ด้วยเถิดข้ามันเขลานักที่คิดตรวจสอบท่าน...” โดยไม่สนใจนายน้อยจวง ข้ารับใช้วัยกลางคนนามอู่เต้าได้ป้องมือโค้งคำนับให้แก่ชายหนุ่มอย่างนอบน้อม
เขาขอโทษที่ล่วงเกินก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อไม่ให้เกิดความผิดใจ
“ลุงอู่คือคนคุ้มกันของข้า พี่ชาย... ไม่สิคุณชายได้โปรดอย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ เขาเพียงทำไปตามหน้าที่เท่านั้น” เห็นเช่นนั้นก็เกรงว่าอี้ชิงจะเอาเรื่องถังหว่านเลยออกตัวอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง
“ไม่เป็นไร เอาสินค้าของพวกเจ้ามาให้ข้าซะข้ายังมีที่ๆต้องไปอยู่อีก...” อี้ชิงโบกมืออย่างไม่คิดใส่ใจเขาลูบแหวนที่มือเบาๆ
เห็นแหวนวงนั้น อู่เต้าก็เดาได้ว่าคงเป็นแหวนมิติ “เข้าใจแล้ว โปรดรอสักครู่ขอรับ”
“พวกเจ้า 2 คนจงติดต่อไปยังตระกูล รายงานเหตุการณ์นี้ให้ท่านเจ้าตระกูลฟังบอกให้เร่งส่งคนมาในทันที! สำหรับคนที่เหลือให้อยู่กับข้าที่นี่ คอยป้องกันเหตุการณ์วุ่นวายและพิทักษ์ทรัพย์สินซะ!”
“ขอรับ!/เจ้าค่ะ!”
ชายวัยกลางคนผู้เป็นผู้นำที่แท้จริงของกองคาราวานออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและชำนาญการระดมคนทั้งหมดเพื่อเก็บรวบรวมสินค้าในโซนที่ 1 ถึงโซนที่ 3 และคำนวณคิดราคาให้แก่ชายหนุ่มผู้ลึกลับ
ความอลหม่านโกลาหลสงบลงแต่คลื่นในจิตใจของพวกเขาไม่อาจสงบได้
นับตั้งแต่วันนี้ ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ...
พวกเขาคงมิอาจหลงลืมเงาร่างของอี้ชิงไปได้ตลอดชั่วชีวิต!
......
......
ยามเย็น
ณ โรงทอผ้า ชั้นที่ 3
“วันนี้เหตุใดจึงวุ่นวายนักเล่า?เกิดเรื่องขึ้นที่ข้างนอกเมืองงั้นหรือ?”ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เท่าที่นางจำได้ ก็คงมีเพียงแค่กองคาราวานใหญ่ของตระกูลถังเท่านั้นที่สามารถทำให้ทั่วทั้งเมืองแตกตื่น
“ข้าทราบมาว่ามีคนกว้านซื้อสินค้าล้ำค่าทั้งหมดของตระกูลถังจริงเท็จอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ขอรับ” อี้ชิงที่เพิ่งกลับมาจากการเที่ยวเล่นได้พูดตอบกลับความใคร่รู้ของนางเขากำลังแกะสลักปิ่นปักผมจากไม้สีหยก
“อะไรนะ!?กว้านซื้อสินค้าของตระกูลถังงั้นหรือ!?” ดวงตาคู่งามของป้าสะใภ้เบิกกว้างอย่างตกตะลึงในใจของนางยิ่งสงสัยว่าผู้ใดกันที่ร่ำรวยล้นฟ้าขนาดนั้น?เขาจะต้องมีพื้นเพที่ยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาเป็นแน่!
หากนางทราบว่าคนๆนั้นคือหลานชายของนางคนงามคงได้หัวใจวายตาย!
เพราะสินค้าระดับสูงที่ถูกจัดแยกเอาไว้เป็นพิเศษของตระกูลถังนั้นไม่เพียงมีคุณภาพที่สูงและดีเลิศเท่านั้นแต่ราคาของมันก็แพงแสนแพง แพงจนทั้งชีวิตของนางได้แต่มองจากที่ไกลๆ ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าไปในพื้นที่โซนแสดงสินค้าด้วยซ้ำ
“ช่างเรื่องนั้นไปเถอะขอรับยังไงก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรา” อี้ชิงหัวเราะเขาวางมีดแกะสลักลงและเดินเข้าไปหาท่านป้าคนงามของเขาบนดวงหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้เสน่ห์น่าดึงดูดของเขายิ่งติดตรึงใจสตรี
“ปิ่นนี้ของท่านขอรับ ท่านป้าคนสวยของข้า”
“เจ้า... ทักษะการแกะสลักของเจ้าไม่เลวเลยดีกว่าช่างฝีมือที่ข้ารู้จักซะอีก?” หัวใจของป้าสะใภ้เต้นแรงพวงแก้มสีนวลแดงระเรื่อขึ้นสีอย่างเขินอาย นางม้วนยกรอยยิ้มหวานและรับปิ่นปักผมไม้สีหยกมาจากเขา
มันคือปิ่นที่สลักลวดลายของดอกไม้อย่างสวยงามและวิจิตรยิ่ง
มีอักษรชื่อ “ฟางเหนียง” บนนั้นอย่างชัดเจน
“หึหึ ท่านป้า ข้าทำดีถึงเพียงนี้ท่านจะใจดีให้รางวัลแก่ข้าได้หรือไม่?” ชายหนุ่มเห็นนางชอบก็พึงพอใจเขาใช้มือโอบเอวบางของนางให้เข้ามาชิดใกล้พลางจุมพิตที่พวงแก้มและหน้าผากมนของนางอย่างนุ่มนวล
“ฮี่ๆ~♥เจ้านี่ช่างใจร้อนนักนะ? แน่นอนว่าต้องมีรางวัลให้กับหลานรักของข้าอยู่แล้ว...♥” ฟางเหนียงหัวเราะเบาๆ ทิ้งเรือนกายทรงเสน่ห์ลงอิงแอบกับกายแกร่งกำยำของอี้ชิงสองมือลูบไล้ดวงหน้าหล่อคมของเขาอย่างเสน่หา
“ว่าแต่... เจ้าไม่กลับเรือนเช่นนี้แม่เจ้าไม่ว่างั้นหรือ?”
“นั่นไม่ต้องห่วงหรอกขอรับนางคงจะคิดว่าข้าแอบไปล่อลวงผู้หญิงอยู่ที่ใดสักแห่งในเมืองนั่นแหล่ะ ท่านวางใจเถอะ”
“หุหุ...♥ใช่แล้ว เจ้ามันนิสัยเสีย ชอบล่อลวงสตรีไปทั่ว...♥”
“อือ... อื้มมมมห์~♥”
“อื้มมมห์...ๆ...♥”
“จุ๊ฟ~♥”
“จ๊วฟ... จ๊วฟๆ...ๆ...♥”
ริมฝีปากของพวกเขาบดจูบกัน ลิ้นทั้งสองพัวพันสอดประสานอย่างโหยหา เรือนกายแกร่งและเรือนกายเพรียวบางอ่อนนุ่มต่างแนบชิดเคียงใกล้ลูบไล้โลมเล้ากันไปมาอย่างคิดถึงและพิศวาสในกามตัณหารัก
ดื่มด่ำอยู่เนิ่นนาน
ทั้งสองป้าหลานก็แยกละริมฝีปากจากกัน
“ฮ่า...”
“เสี่ยวชิง...♥ เรามาทานอาหารและอาบน้ำกันให้เรียบร้อยก่อนเถิดนะ... ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก...♥”
“พวกเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหลานชายที่รักของป้า...♥”
“ขอรับ ท่านป้าเหนียง” ชายหนุ่มตอบตกลง
เขาและนางได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารที่สาวใช้จัดเตรียมไว้ให้อาหารเหล่านั้นมีส่วนผสมของสมุนไพรเสริมบำรุงกำลัง เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยา
พอทานอาหารกันอย่างสุขสันต์เสร็จ
พวกเขาก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย
ยามเมื่อดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปทั้งสองป้าหลานที่แอบมานัดเย็ดเอากันบนชั้น 3 ของโรงทอผ้าก็ได้มาพานพบ...โอบรั้งเรือนกาย เสพสมเสพสวาทรักต้องห้ามระหว่างหลานและป้าสะใภ้ด้วยกันเพียงลำพัง...♥
