“สัญญาอันใดข้าเคยไปรับปากอะไรไว้กับเ้าที่ไหนกัน” ประโยคเอ่ยทวงสัญญาที่ตนเองก็จำมิได้แล้วนั้นกลับสร้างความหนาวเย็นขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก
“ท่านอ๋องเคยสัญญากับกระหม่อมไว้ว่าหากอายุครบยี่สิบปีแล้วยังหาพระชายาเอกมิได้ท่านจะให้ซือเซินจัดการให้อย่างไรเล่า” ถางซือเซินมองดูสีหน้าของฉินอ๋องครั้นเห็นแววตระหนกบนดวงตา เขาแทบจะหัวเราะออกมาแต่ก็กลั้นเอาไว้เพราะกลัวจะทำให้ผู้สูงศักดิ์บันดาลโทสะจนผิดแผน“แต่บัดนี้ท่านอ๋องอายุได้ยี่สิบสองปีแล้วนะ พ่ะย่ะค่ะ”
“ซือเซิน เ้า...เ้า…”อ๋องหนุ่มนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออกอีก สีหน้าที่เคยเ็ากระตุกวูบ
เมื่อย้อนนึกถึงวันวานในวัยเยาว์ของตนเองกับผู้ที่เป็อัครเสนาบดีก็เริ่มจำได้ว่าพวกเขาเคยพูดเื่รับภรรยาในอนาคตตอนนั้นด้วยความเป็เด็กจึงรับปากด้วยความยินดี ซ้ำยังให้คำมั่นว่าจะไม่มีทางปฏิเสธหญิงสาวที่สหายเลือกให้อย่างแน่นอน
“น่าตายนัก!”มู่เลี่ยงหรงสบถลอดไรฟัน กำหมัดแน่นหลับตาลงลอบด่าบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของสหายอย่างเจ็บแค้นเขารู้ดีว่าตกหลุมพรางเสียแล้ว และหลุมนี้ตนดันเป็คนขุดเอาไว้เองจนเกือบลืมสิ้น
เมื่อเห็นอ๋องหนุ่มหน้าซีดกล่าวอะไรไม่ออกอีกถางซือเซินผู้ใจกล้ากล่าวต่ออีกประโยคด้วยใบหน้าฉายแววยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“ผู้เป็อ๋องกล่าวแล้วทองพันชั่งก็ซื้อมิได้ ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง”
เมื่อเห็นว่าตกเป็รองสหายแต่ด้วยนิสัยละเอียดรอบคอบ จะให้ยอมง่าย ๆ ก็คงไม่ได้การ ด้วยตำแหน่งพระชายาเอกไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาล้อเล่นได้สตรีนางนั้นย่อมต้องเป็ผู้ที่คู่ควร เขาต้องเห็นดีเห็นงามด้วยถึงจะถูก
“ซือเซินอย่าเพิ่งได้ใจไปข้าสัญญากับเ้าเอาไว้ก็จริง แต่เื่นี้เกี่ยวพันถึงอนาคตของข้าเชียวนะมีเื่เ้าควรรู้เอาไว้ หลายปีที่ผ่านไม่เคยนึกแปลกใจเลยหรือข้ามีพระชายารองอยู่ถึงสามนางแต่ยังไม่มีทายาทเสียที”
“...” ถางซือเซินไม่กล้าตอบหากพูดว่ามู่เลี่ยงหรงไร้น้ำยา เขาจะต้องถูกกระบี่เสียบเข้าหัวใจเป็แน่แท้
“ข้าตั้งใจจะมีทายาทกับหวางเฟยเท่านั้น”มู่เลี่ยงหรงเอ่ยเสียงเข้ม พลางลูบไล้ตราหยกสลักลายพยัคฆ์สีขาวอันล้ำค่าควรเมือง “ข้าต้องรู้ก่อนว่านางเป็ใครกันแน่หากสตรีผู้นี้ไม่คู่ควร ข้าย่อมปฏิเสธคนที่เ้าเลือกได้ แต่ไม่ใช่จะไม่รักษาคำพูดหากครานี้ไม่ผ่านเ้าก็ไปคัดเลือกมาใหม่ เช่นนี้จึงจะยุติธรรมกับเราทั้งสองฝ่ายอัครเสนาบดีคงเห็นด้วยกับที่ข้าเสนอกระมัง”
ถางซือเซินหลุบสายตาลงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย มู่เลี่ยงหรงไม่ใช่หมูให้เขากลืนง่าย ๆแต่บุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่เป็สตรีในแบบที่ท่านอ๋องชอบอย่างแน่นอน
‘ลองเสี่ยงดูก่อนก็แล้วกันหากยังไม่สำเร็จค่อยไปวางแผนใหม่อีกครั้งกับคนผู้นั้น’
“นามของนางคือเยี่ยนเยว่ฉีบุตรีท่านแม่ทัพใหญ่รักษานครคนใหม่ มีเสียงเล่าลือกล่าวขานว่านางงดงามราวเทพธิดากิริยามารยาทหรือก็ได้รับการอบรมมาเป็อย่างดี”
“แค่บุตรสาวขุนนาง ไฉนเ้าไม่หาท่านหญิงให้ข้าเล่า”มู่เลี่ยงหรงหรี่ตา ดวงตาเหยี่ยวจดจ้องใบหน้าสหายประหนึ่ง้าจับผิดเห็นทีเื่นี้ต้องมีสายสนกลใน
‘ซือเซินเอ๋ย ข้าก็รู้ใจเ้าเช่นกัน’
“หากท่านอ๋องอยากสมรสกับท่านหญิงซือเซินก็เห็นมีเหมาะสมอยู่ผู้หนึ่ง” อัครเสนาบดียิ้มเย็นแล้วเอ่ยชื่อสตรีผู้นั้นอย่างกล้าหาญ “ท่าน-หญิง-กุ้ย-อิน”
“ซือเซิน! บ่อลับที่ท้ายจวนของข้ายังสามารถใส่บัณฑิตไม่กลัวตายลงไปได้อีกหลายคน”มู่เลี่ยงหรงคิ้วกระตุก นี่สหายล้อเขาเล่นใช่หรือไม่ใครจะอยากแต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้น เขายอมยกเฉิงจื่อหรูพระชายารองคนโปรดขึ้นเป็หวางเฟยยังดีเสียกว่า
“ท่านอ๋อง ซือเซินขอกล่าวอะไรสักหน่อย”
“อืม...ว่ามาแต่คิดให้ดีก่อนพูดนะ ข้าเองก็ยังไม่อยากหาผู้อื่นมาเดินหมากเป็เพื่อนแทนเ้า” ฉินอ๋องทำเป็พูดข่มขวัญแต่แท้จริงกลับแอบหัวเราะอยู่ในใจ
“ท่านอ๋องชอบท่านหญิงคนใดเป็พิเศษกันให้ไล่ชื่อไปทุกตระกูลท่านก็ปฏิเสธอยู่ดี หรือจะค้านสิ่งที่ซือเซินพูด”อัครเสนาบดียังคงไม่ยอมแพ้ มู่เลี่ยงหรงเื่มากขนาดไหนทำไมเขาจะไม่รู้
“ก็จริง แต่สตรีที่เติบโตในเมืองชายแดนจะมีอะไรให้ข้าตื่นเต้นกันคนลือว่างดงามแล้วอย่างไร นางอาจจะดูหน้าตาดีสำหรับชาวชนบทเท่านั้นก็ได้”
“ซือเซินหวังว่าท่านอ๋องจะนำเื่นี้ไปไตร่ตรองหากท่านไม่พึงใจก็ไม่มีอะไรเสียหาย กระหม่อมจะไปคัดสรรสาวงามมาให้ใหม่”อัครเสนาบดีกล่าวเสียงเรียบ “แต่ถ้าหากท่านอ๋องต้องตาต้องใจนางแล้วล่ะก็จงไปขอพระราชทานสมรสด้วยตนเองนะพ่ะย่ะค่ะ”
“หือ…ดูเหมือนเ้าจะไม่พอใจ” มู่เลี่ยงหรงจ้องหน้าสหายดูเหมือนว่าอัครเสนาบดีจะถอดใจไม่อยากตื๊อเขาอีกแล้ว
‘ไม่สนุกเลยซือเซินวันนี้ทำไมเ้าไม่เถียงข้าให้มาก ๆ หน่อยเล่า’
“มิได้”ถางซือเซินพูดเสียงเบา แล้วก้มลงมองกระดานหมากตรงหน้าอีกคราหนึ่ง
“ก็ได้...ก็ได้ข้าจะไตร่ตรองเื่นี้ อย่างน้อยจะหาทางไปพบหน้านางก่อนเวลาสักหน่อยหากบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่งดงามต้องตาต้องใจ ข้าจะแต่งนางเป็หวางเฟยเท่านี้เ้าคงพอใจแล้วกระมัง”
“ขอบพระทัย...”ถางซือเซินรับคำเสียงเฉื่อย
“เ้าเป็บุรุษไฉนทำนิสัยสตรีใส่ข้าเล่า”มู่เลี่ยงหรงเห็นถางซือเซินทำท่าเหมือนแง่งอนจึงอดคิดถึงถางซือเซียนมิได้ สองพี่น้องชอบทำหน้าแบบนี้เวลาไม่ได้ดั่งใจ
ถางซือเซินไม่พูดไม่จาอะไรอีกทั้งสิ้นบัณฑิตหนุ่มแห่งราชสำนักเพียงขยับนิ้ววางตัวหมากลงบนกระดานที่ตนบอกว่ายอมแพ้ไปแล้วหนึ่งตัวจากนั้นคนเหลี่ยมจัดจึงส่งยิ้มให้ผู้เป็อ๋อง พร้อมกล่าวสั้น ๆ
“รุกฆาต”
“เ้ามันช่าง…น่าตายนัก!”
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้าของอัครเสนาบดีในที่สุด
การเดินหมากจบลงเพียงเท่านี้แต่มู่เลี่ยงหรงยังคงติดใจอยู่ หากไม่มีสายสนกลในสหายคงไม่ออกปากเป็แน่พระเชษฐาคงมีแผนการแต่ไม่อยากบอกกับเขาโดยตรง
‘หวังว่าจะไม่ใช่แผนชายงามหรือข้าต้องแต่งงานการเมืองอีกแล้ว’
มู่เลี่ยงหรงเหมือนพอจะรู้ชะตากรรมแต่หากเขาไม่เอ่ยปาก ฮ่องเต้ก็มิอาจพระราชทานสมรสได้ด้วยเหตุนี้กระมังพระเชษฐาจึงส่งถางซือเซินมาจัดการเื่นี้
มู่เลี่ยงหรงนั่งไตร่ตรอง พลางเคาะนิ้วเรียวบนตั่งเป็จังหวะ
‘ข้าจะเล่นด้วยก็แล้วกันท่าทางตระกูลเยี่ยนคงมีอะไรน่าสนอกสนใจกว่าที่เขาคิดเป็เขยท่านแม่ทัพใหญ่รักษานครอีกสักตำแหน่งคงไม่เป็ไรแต่จะให้ข้าอ้อนวอนขอพระราชทานสมรสง่าย ๆ ก็ไม่สนุกน่ะสิ’
ถางซือเซินมองกิริยานี้ก็ลอบยิ้มในใจแต่กลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ท่านอ๋องกำลังวางแผนเื่ตระกูลเยี่ยนแล้วเป็แน่ชายผู้นี้หากบังคับโดยตรงย่อมไม่มีทางยินดี เช่นนี้มีแต่ต้องใช้เล่ห์กลซึ่งเื่นี้ได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้วจะเหลือแค่เพียงผู้สูงศักดิ์จะพร้อมใจะโลงหลุมพรางที่เขาเพียรขุดเอาไว้เท่านั้น
ต่างคนก็ต่างคิดแผนอยู่ในใจจนตะวันใกล้จะลับฟ้า อัครเสนาบดีจึงกล่าวลาแล้วรีบออกจากจวนฉินอ๋องทันที