(จบ)ทะลุมิติไปเป็นแม่บุญธรรมของสามแสบแสนซน

    บทที่ 31 เธอจะมาแข่งประกาศกับฉันเหรอ?

    บทที่ 31 เธอจะมาแข่งประกาศกับฉันเหรอ?


    "เธอผ่านการสัมภาณ์ได้ยังไง? เธอเป็นแค่ยัยบ้านนอก คงไม่เคยได้ยินคำว่าผู้ประกาศมาก่อนด้วยซ้ำ"


    จางจือจือพูดด้วยสีหน้าร้อนรน ราวกับว่าการที่จางจิงจิงได้มาทำงานที่นี่เป็นเรื่องแย่อย่างใหญ่หลวง


    คนที่ไม่รู้เรื่องอาจคิดว่าจางจิงจิงทำผิดกฎหมายอะไรร้ายแรง


    "ก่อนจะพูดอะไร ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนจะดีกว่านะ การที่เธอพูดแบบนี้ หมายความว่าคณะกรรมการช่วยฉันใช้เส้นสายงั้นสิ?"


    เมื่อเห็นพี่สาวหวู่ออกมาจากสำนักงาน จางจิงจิงก็เริ่มยั่วยุทันที


    พอพูดถึงเรื่องเส้นสาย จางจือจือก็ตื่นตัวขึ้นมา


    "ใช่ ต้องเป็นตระกูลฮั่วช่วยเธอใช้เส้นสายแน่ๆ จ่ายเงินไปเท่าไหร่ถึงยัดเยียดเธอเข้ามาได้ล่ะ? จางจิงจิง ฉันไม่คิดว่าเธอจะไร้ยางอายขนาดนี้เลยนะ ใช้ตระกูลฮั่วหางานให้ เธอต้องป้อนยาสั่งให้พวกเขาแน่เลย"


    จางจือจือยิ่งพูดยิ่งมันปาก คิดว่าการคาดเดาแบบนี้มีเหตุผล ตระกูลฮั่วมีทั้งอำนาจและอิทธิพล ถ้าจะจัดการหางานให้จางจิงจิงก็เป็นเรื่องง่าย


    แต่สิ่งที่เธอคิดไม่ออกคือ ทำไมตระกูลฮั่วถึงต้องจัดการหางานให้จางจิงจิงด้วย?


    ฮั่วฉางชิงแต่งภรรยาเข้าบ้านก็เพื่อหวังจะให้มาดูแลเจ้าเด็กสามคนนั่นไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงได้ปล่อยให้ออกมาทำงานแบบนี้ได้ยังไงกัน แล้วอีกอย่างจางจิงจิงก็ทำเรื่องขายหน้าตระกูลฮั่วซะขนาดนั้น ทำไมตระกูลฮั่วยังใจดีจะเลี้ยงดูยัยเด็กบ้านนอกคนนี้อยู่อีก


    จางจือจือรู้สึกเหมือนโลกนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ ตระกูลฮั่วก็คงเสียสติไปแล้ว แถมหัวหน้าสถานีวิทยุเองก็คงบ้าไปด้วยแน่ๆ!


    ต่อให้จะใช้เส้นสายก็ควรจะดูก่อนไหมว่าคนๆ นั้นมีความสามารถพอหรือเปล่า ถ้าทำงานออกมาห่วยแตกต่างกันลิบลับแบบนี้ จะไม่น่าเกลียดไปหน่อยเหรอ?


    "เธอบอกว่าฉันใช้เส้นสาย แล้วเธอมีหลักฐานหรือไง? ที่นี่มันที่สาธารณะนะ พูดแบบนี้ระวังปากจะหาเรื่องมาให้ล่ะ ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าสถานีวิทยุของพวกเราก็ยุติธรรมเสมอมา ใครจะใช้เส้นสายเข้ามาได้? เธออย่าได้คิดอะไรส่งเดชแล้วพูดออกมาแบบนี้ ปากไม่มีหูรูดดีกว่า"


    หวังลี่น่าที่อยู่ด้านหลังเห็นสีหน้าของพี่สาวหวู่ก็ถึงกับหน้าซีด เธอส่งสายตาปรามจางจือจืออย่างเอาเป็นเอาตาย แต่จางจือจือกำลังหัวร้อนเลยไม่สนใจใยดีอะไรทั้งนั้น


    "ไม่รู้ล่ะ ยังไงซะ การที่เธอได้ทำงานที่สถานีวิทยุแบบนี้ มันต้องมีลับลมคมในแน่ๆ ถ้าไม่อยากให้หน้าแตกก็รีบเก็บข้าวของไสหัวไปซะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันไปฟ้องหัวหน้าให้ไล่เธอออกไปแล้วจะอับอายขายขี้หน้ามากกว่านี้นะ"


    ไม่ว่าจางจิงจิงจะเข้ามาได้ยังไง ตอนนี้จางจือจือแค่อยากจะให้อีกฝ่ายรีบไสหัวไปให้พ้นๆ เท่านั้น


    แต่คราวนี้ยังไม่ทันที่จางจิงจิงจะได้พูดอะไร พี่สาวหวู่ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เดือดขึ้นมาเสียก่อน


    "สหายจางจือจือ เธอบอกว่าการที่จางจิงจิงผ่านการสอบสัมภาษณ์เป็นเพราะใช้เส้นสาย แล้วเธอมีหลักฐานไหม? เห็นกับตาตัวเอง หรือว่าได้ยินใครเขาพูดกันมา?"


    พี่สาวหวู่ได้แต่คิดว่าจางจือจือนี่มันช่างเป็นคนไม่มีสมองเอาเสียเลย มาพูดจาแบบนี้ในที่ทำงาน ไม่กลัวว่าจะแพร่ไปถึงไหนต่อไหนบ้างหรือไง


    อีกอย่างหนึ่ง คนที่เข้ามาทางช่องทางพิเศษไม่ใช่เธอหรอกเหรอ? ตอนแรกถ้าหัวหน้าไม่เห็นแก่หน้าจางอ้ายกั๋ว พวกเขาจะยอมให้จางจือจือเข้ามาได้ยังไง?


    แม้ว่าจางจือจือจะพูดภาษาจีนกลางได้มาตรฐานพอสมควร แต่เธอไม่เหมาะกับงานนี้เลย เสียงแห้งเกินไป อ่านข่าวก็ไร้อารมณ์


    ตอนนี้เป็นแบบนี้ก็ดีเลย เธอจะใช้โอกาสนี้จัดการหล่อนซะ


    จางจือจือไม่คิดว่าพี่สาวหวู่จะอยู่ข้างหลัง และตกใจไม่น้อย แต่เธอก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว


    จางจิงจิงที่ได้รับการคัดเลือก แน่นอนว่าตระกูลฮั่วต้องใช้เส้นสายแน่ๆ ไม่งั้นเธอจะได้รับเลือกได้ยังไง? ยังไงก็พูดออกไปแล้ว เปิดเผยก็ไม่เป็นไร ถ้าเรื่องใหญ่โตขึ้นมาจางจิงจิงไม่อยากไปก็ต้องไป


    "พี่สาวหวู่คะ คุณไม่รู้จักหล่อนหรอก แต่ฉันรู้จักหล่อนดีค่ะ หล่อนมาจากชนบท คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานีวิทยุทำอะไร จะเป็นผู้ประกาศได้ยังไง? ต้องมีความเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแน่ๆ ค่ะ"


    จางจือจือพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในที่นี้ไม่ใช่แค่พี่สาวหวู่ แม้แต่คนอื่นๆ ก็เคยได้ยินจางจิงจิงทดลองอ่านข่าวมาแล้ว เธออ่านได้ดีมาก สามารถขึ้นอ่านได้เลยโดยไม่มีปัญหา ไม่ได้แย่อย่างที่จางจือจือพูดเลย


    สีหน้าของหวังลี่น่าย่นเข้าหากัน และนึกเสียใจ ถ้ารู้อย่างนี้เธอควรจะพูดประเด็นสำคัญไปเลย แต่พูดไม่ทันจบ จางจือจือก็เข้าใจผิดไปแล้ว ตอนนี้เธออยากจะพูดก็ไม่ทันแล้ว เพราะมีคนมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้เยอะ


    "พูดจาเหลวไหลสิ้นดี! สหายจางจิงจิงเก่งมากอย่างชัดเจน ที่เธอผ่านการทดสอบได้ เป็นเพราะความสามารถของเธอล้วนๆ หรือเธอคิดว่าคณะกรรมการสัมภาษณ์ของสถานีวิทยุเป็นคนหูหนวกกันหมด? แยกแยะดีเลวไม่ออกหรือไง?"


    พี่สาวหวู่โกรธมาก เธอไม่เคยเห็นคนไร้สมองแบบนี้มาก่อน


    จางจือจือตะลึงงัน เมื่อเห็นพี่สาวหวู่ปกป้องจางจิงจิงแบบนี้ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดจาแข็งกร้าวนัก ไม่กลัวว่าคนอื่นจะจับได้และทำให้อับอายเหรอ?


    จางจือจือรู้สึกจากใจจริงว่าจางจิงจิงไม่มีอะไรดีเลย การที่พี่สาวหวู่พูดแบบนี้นั้นยิ่งกระตุ้นความไม่พอใจของเธอ


    "ฉันไม่เชื่อค่ะ ถ้าอย่างนั้นให้พวกเราสองคนลองออกอากาศสดตรงนี้เลย ถ้าฉันซึ่งเป็นแค่เด็กฝึกงานยังเก่งกว่าเธอ นั่นแสดงว่าเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะมาทำงานที่นี่!"


    จางจือจือเริ่มดื้อรั้นขึ้นมา เธอจะยอมแพ้บ้านนอกคนนี้ได้ยังไงกัน?


    เมื่อถึงเวลานั้น จางจิงจิงจะต้องอับอายและต้องเก็บข้าวของกลับบ้านแน่นอน


    จางจิงจิงเคยเจอคนหาเรื่องมาก่อน แต่ไม่เคยเจอคนที่ยื่นหน้ามาให้ตบแบบนี้ คิดว่าเธอเป็นเต้าหู้นิ่มๆ จะรังแกยังไงก็ได้งั้นสิ?


    คราวนี้เธอเจอของแข็งเข้าให้แล้ว วันนี้เธอจะทำให้จางจือจือสงสัยในชีวิตของตัวเองไปเลย!


    พี่สาวหวู่ตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด ในเมื่อเธออยากหาความอับอายใส่ตัวก็สนองให้สมใจไปซะ


    หวังลี่นาแทบจะตายด้วยความกังวล แบบนี้มันกลายเป็นว่าจางจือจือกำลังหาทางทำให้ตัวเองอับอายไม่ใช่เหรอ?


    เธอดึงแขนจางจือจือและพูดเสียงเบา "จือจือ พอเถอะ ขอโทษพี่สาวหวู่ซะ แล้วเรื่องนี้ก็จะจบไป"


    จางจือจือมีสีหน้ามั่นใจ เธอยังยิ้มและตบมือหวังลี่นาเบาๆ 


    "ไม่ต้องกังวลนะลี่นา ไม่มีอะไรหรอก"


    พูดจบ เธอก็เดินตามพี่สาวหวู่ไปทันที


    คนอื่นๆ ในสำนักงานเห็นเหตุการณ์แบบนั้นก็ทำท่าเหมือนกำลังดูละคร แล้วเดินตามไปร่วมวงด้วย


    บางคนที่ไม่ชอบจางจือจือก็แอบสมน้ำหน้าอยู่ในใจ เพราะจางจือจือมาจากครอบครัวที่ดี ปกติในที่ทำงานเธอจะมีท่าทีดีกับพวกผู้นำหรือหัวหน้าเท่านั้น แต่กับพนักงานธรรมดาเธอกลับทำท่าดูถูก


    สรุปคือมีหลายคนไม่ชอบเธอ ตอนนี้เห็นว่าเธอกำลังจะอับอาย ทุกคนก็แอบดีใจ


    ทั้งสองคนตามพี่สาวหวู่ไปที่ห้องออกอากาศ พี่สาวหวู่หยิบบทความสั้นๆ มาให้พวกเธออ่าน


    จางจือจือมั่นใจเต็มที่ "พี่สาวหวู่ ฉันขออ่านก่อนนะคะ"


    พูดจบ เธอยังจ้องจางจิงจิงอย่างยโสโอหังอย่างที่สุด มุมปากแทบจะกดยิ้มไว้ไม่อยู่


    จางจิงจิงเลิกคิ้ว แต่ไม่มีปฏิกิริยาอะไร เธอไม่เคยเห็นใครหยิ่งผยองเหมือนจางจือจือมาก่อนเลย


    ภายนอกยังมีคนอื่นที่เก่งกว่า อีกทั้งเหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าได้กล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นหนึ่งในวงการนี้ แม้แต่เธอจะเก่งกาจเพียงใด ก็อย่าได้ถือตัวเย่อหยิ่งเช่นนี้


    พี่สาวหวู่หัวเราะอย่างเย็นชา พร้อมกับพยักหน้า “ได้ งั้นเธออ่านก่อนเลย”


    จางจือจือถือต้นฉบับ อ่านอย่างตั้งใจ จางจิงจิงฟังอยู่ครู่หนึ่งล้วพบว่าการอ่านของเธอค่อนข้างดีเพียงแต่บางครั้งออกเสียงไม่ชัดเจนเป็นบางคำ แต่เดิมทีจางจือจือไม่เหมาะกับงานนี้ น้ำเสียงการอ่านไร้ซึ่งอารมณ์ จังหวะก็เหมือนกับการพูดคุยทั่วไป


    แค่นี้ยังกล้ามาหัวเราะเยาะเธอ น่าขันสิ้นดี


    เมื่อจางจือจืออ่านจบ เเละจ้องมองไปที่จางจิงจิงอย่างพึงพอใจราวกับมั่นใจว่าเธอจะต้องแพ้


    จางจิงจิงไม่สนใจ เธอหยิบต้นฉบับในมือขึ้นมาแล้วเริ่มอ่าน

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติไปเป็นแม่บุญธรรมของสามแสบแสนซน ที่คุณอ่าน