นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 59 หัวใจแห่งจันทรา

           อัลเบิร์ตมองหรั่งอยู่พักหนึ่ง พอเห็นว่าหนุ่มหล่อเริ่มกู่ไม่กลับ  เขาก็ค่อยๆชักดาบยาวออกจากฝัก ก่อนจะยกมันขึ้นมา  เพื่อตัดศีรษะของอีกฝ่ายให้ขาดในทีเดียว 


    “ ข้าขอทำตามสัญญานะ  เพราะนี่ก็เป็นสิ่งที่ท่านหรั่งร้องขอ ”


     

                 ถึงนาทีนี้  ยูมิโกะยกมือขึ้นกุมหน้าผาก พร้อมส่ายหัวไปมา  เธอกะไว้แล้วว่าเหตุการณ์จะต้องเป็นเช่นนี้ ส่วนวอนจองยิ่งสะอื้นมากกว่าเดิม  ด้วยสงสารหนุ่มหล่อจับจิตจับใจ 


    “ ต่อให้ยอมเสียสละขนาดนี้  มันก็ยังจบลงด้วยความล้มเหลว  ถ้าเรามีพลังมากกว่านี้ อาจช่วยคุณหรั่งได้  แต่…เอ๊ะ!......เดี๋ยวสิ ” คิ้วเรียวของวอนจองกระตุกเล็กน้อย เป็นนัยว่าคิดอะไรขึ้นมาได้  จึงรีบร้องห้าม 


    “ คุณอัลเบิร์ตอย่าเพิ่งฆ่าคุณหรั่ง ชั้นนึกอะไรขึ้นมาได้แล้ว ”


     

              พอสิ้นคำ  อัลเบิร์ตก็หยุดดาบทันควัน พร้อมหันมามองวอนจอง  แน่นอนว่ายูมิโกะเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน


       

             ตามปกติ  วอนจองเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง  แต่คราวนี้นับว่าวิกฤติจริงๆ เธอเลยทิ้งนิสัยเดิม  แล้วรีบเข้าไปค้นกระเป๋าเงินของหรั่ง  


    “ นั่นเธอกำลังทำอะไร ” อัลเบิร์ตและยูมิโกะคิดตรงกัน  แต่ก็ไม่ได้ถาม ไม่นาน  ทั้งสองก็เริ่มล่วงรู้ถึงเจตนา เพราะมีพลังอ่านใจ 


    “ เอ๊ะ!  หรือว่า…แต่วิธีนั้นอาจได้ผลก็ได้ ”


     

               วอนจองใช้เวลาไม่นาน  ก็พบสิ่งของที่ตามหา นั่นก็คือ…รูปถ่ายของหญิงสาวนางหนึ่ง ซึ่งเมื่อดูจากความสะสวยบนใบหน้า  ก็เดาได้ไม่ยากว่าคนในนั้นต้องเป็น…เก๋อย่างไม่ต้องสงสัย 


    “ เฮ…เจอแล้ว” วอนจองลอบดีใจ  ก่อนจะรุดเข้ามาหาหรั่ง แล้วยื่นรูปภาพนั้นให้หนุ่มหล่อดู 


    “ กรร….” หรั่งแยกเขี้ยวที่ทั้งยาวและคม แต่ท่วงท่าโดยรวมดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด  ประกายตาฉายแววสงสัย  คล้ายจะจดจำผู้หญิงในรูปได้ วอนจองเลยตอกย้ำด้วยคำพูดอีกครั้ง  หวังจะดึงความเป็นคนของหนุ่มหล่อกลับคืน 


    “ คุณหรั่งจำคุณเก๋ได้มั้ยคะ เธอคือคนรักของคุณไง ” 


    “ อา…..” หรั่งดูสงบลงอย่างเห็นได้ชัด สองแขนและสองขาเริ่มคลายอาการแข็งขืน  พร้อมเพ่งมองรูปเก๋แบบจริงจัง ไม่นานก็มีน้ำใสๆไหลจากดวงตา 


    “ เก๋……ชะ…ชั้นทะ…ทรมานหะ…เหลือเกิน”


     

                 ยูมิโกะรีบเงยหน้าขึ้นมองหรั่ง  ส่วนอัลเบิร์ตก็ลดดาบยาวลงข้างลำตัว สีหน้าของพวกเขาออกอาการดีใจผสมงงงวย  เพราะเห็นหรั่งเริ่มจดจำคนรักของตนเองได้   


    “ ไม่น่าเชื่อ  แทบไม่เคยมีมนุษย์ที่ติดเชื้อคนไหน  สามารถครองสติเอาไว้ได้” 


    “ ใช่แล้ว  คุณต้องกลับมาให้ได้ เพื่อคนที่คุณรัก ” วอนจองยิ้มทั้งน้ำตา และพยายามปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน  ทั้งที่กระแสเสียงทั้งสั่นเทาและสะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศก


     

               ทว่าดวงตาที่เคยสดใสของหรั่งกลับมีม่านหมอกสีดำเคลื่อนตัวมาครอบคลุม ทำให้ประกายเจิดจรัสแบบหนุ่มทะเล้นหมดสิ้นในบัดดล  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจโลหิต  ปากก็ร้องตะโกนประหนึ่งคนคลั่ง 


    “ แฮ่….เลือด….”


      

                 และในเสี้ยววินาทีแห่งการเปลี่ยนแปลง  มือขวาที่ถูกพันธนาการก็ฉุดกระชากสายรัดจนขาดกระจุย ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าไปคว้าลำคอบางของวอนจอง  จากนั้นก็กระชากสาวสวยเข้ามาหา  เพื่อหวังจะดูดเลือดให้สมใจ 


    “ เฮ้ย!  อันตราย พี่วอนจอง ” ยูมิโกะร้องดังลั่น  และเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย  ทว่าก็ช้ากว่าอัลเบิร์ตที่ได้ชักดาบยาวขึ้นมา พร้อมเล็งไปที่ลำคอ  หวังเด็ดชีพหรั่งก่อนที่จะกัดสาวหน้าสวยจากเกาหลี


     

               และในช่วงเวลาดับจิตนั้นเอง  สายตาของหรั่งก็พลันมองเห็นสีหน้าของวอนจอง ซึ่งดูสงบอย่างประหลาด  พร้อมรอยยิ้มที่แย้มออกมาหน่อยๆ ทั้งที่สาวสวยผู้นี้ใกล้จะถูกคมเขี้ยวของแวมไพร์ฝังบนลำคอ เสี้ยววินาทีต่อมา  พลังบางอย่างก็พลันตื่น ทำให้ได้ยินเสียงในหัวใจ 


    “ ถ้าเลือดของเราจะทำให้คุณหรั่งกลับมาได้ มันก็น่ายินดี  แต่ถึงไม่สำเร็จ การตายด้วยน้ำมือของชายที่แสนดีแบบนี้  ก็นับว่าอบอุ่นมิใช่น้อย” 


    “ กรร….”          


    “ ฉึก…..”


     

                เสียงขู่คำรามดังยาว  ก่อนที่เสียงเขี้ยวฝังลงบนเนื้อหนังจะตามมา สิ่งสุดท้ายที่บังเกิดก็คือ…เลือดแดงฉานที่พุ่งกระฉูดจนหลั่งเลอะเตียงนอนหนานุ่ม ทว่าเจ้าของโลหิตกลับไม่ใช่วอนจอง  แต่เป็นหรั่งต่างหาก ด้วยสิ่งที่เขากัดก็คือ….แขนขวาของตนเอง 


    “ ว้าย…..นั่นมัน” วอนจองตกตะลึง  เพราะในเสี้ยววินาทีที่จะถูกหรั่งกัด หนุ่มหล่อก็ดันผลักเธอออกจนล้มกลิ้งลงไปนั่งพับเพียบ  แม้แต่ยูมิโกะและอัลเบิร์ตก็ตกใจไม่แพ้กัน  เลยได้แต่นิ่งงัน 


    “ กรร….” หรั่งดึงคมเขี้ยวออกจากแขนของตัวเอง ทำให้เลือดแดงสาดกระจายยิ่งกว่าเดิม  จากนั้นก็หันกลับมาพูดกับสามสหาย 


    “ ทุกคนอย่าเพิ่งเข้ามาครับ  ไม่รู้เป็นยังไง  อารมณ์มันพลุ่งพล่านจนอยากฉีกกระชากทุกสิ่ง แถมยังกระหาย…ละ…เลือดเป็นที่สุด คุณอัลเบิร์ตรีบจัดการผมเถอะ  ก่อนที่จะเกิดอันตรายกับผู้คนมากกว่านี้”


     

              วอนจองค่อยๆลุกขึ้นยืน  ดวงตาจ้องมองหรั่งเป็นเชิงพิจารณา ส่วนสองคนที่เหลือก็ทำแบบเดียวกัน  ไม่นาน อัลเบิร์ตได้เก็บดาบเข้าฝัก  พร้อมทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นก็คือส่งยิ้มออกมาเล็กน้อย 


    “ ท่านหรั่งได้ก้าวพ้นจากห้วงเหวแห่งอมนุษย์ ซึ่งก็นับว่ายากยิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้  เพราะเกือบทุกชีวาที่ได้ลอง  ถ้าไม่คลุ้มคลั่ง ก็จะหลงใหลในพลังอำนาจจนโฉดชั่วไปซะทุกคน ” 


    “ งั้นก็แปลว่า…..” วอนจองเริ่มยิ้มทั้งน้ำตา น้ำเสียงสดใสขึ้นเป็นกอง 


    “ แปลว่าพี่ชายเอาชนะด้านมืดของตัวเอง และยังคงความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ ” ยูมิโกะกล่าวยืนยันอีกคน ทำให้วอนจองดีใจจนรีบตรงรี่เข้ามากอด  ปิดท้ายด้วยการร้องไห้ขี้มูกโป่ง 


    “ เย้…..ดีใจจังเลย คุณหรั่งทำได้แล้ว  อึก….ฮื้อ…..” 


    “ ฮะ  ฮะ ฮะ  ขวัญเอยขวัญมา  พี่วอนจองอย่าร้องไห้ไปเลย  พี่ชายไม่เป็นไรแล้ว” ยูมิโกะรีบลูบหลังอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา  ราวกับผู้ใหญ่กำลังปลอบเด็ก  ทำให้เริ่มไม่แน่ใจว่าระหว่างสองคนนี้ ใครอายุมากกว่ากัน  โดยทิ้งให้บุคคลที่น่าเป็นห่วงที่สุด นอนทุกข์ทรมานอยู่บนเตียงตามลำพัง  ซึ่งคนๆนั้นก็คือ….นายหรั่ง  เจ้าตัวเลยแอบโวยดังอยู่ในใจ 


    “ นี่ตกลงจะไม่มีใครมาสนใจชั้นหน่อยเหรอ หิวชะมัด  อยากเลือดจังโว้ย ”

     

    ……………………………



               พอสามสหายกลับมาสงบ  พวกเขาก็เริ่มสนใจหรั่ง ซึ่งวอนจองได้ฉีดวัคซีนต่อต้านอาการอยากเลือดที่เธอทุ่มเทคิดค้นมาเป็นแรมปี และพอน้ำยาสีแดงฉานในเข็มขนาดใหญ่ถูกส่งเข้าไปในร่างกายของหนุ่มหล่อจนหมด สาวสวยเย็นจากเกาหลีก็เอ่ยถาม 


    “ คุณหรั่งเป็นยังไงบ้างคะ ”


     

               หรั่งสำรวมใจ  เพื่อสำรวจตัวเองอยู่พักนึง ก็รู้สึกว่าความทุกข์ทรมานที่มี  ได้พลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่ตามมาคือ……พละกำลังมหาศาลที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง 


    “ โอ้…..นี่มัน….”หรั่งลองลงจากเตียง  พอได้หยัดยืนเต็มสองเท้า ก็รู้สึกว่าตัวเบากว่าที่คิด  อันที่จริง เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองมีน้ำหนักเสียด้วยซ้ำ 


    “ ใช่แล้ว  คนที่กลายพันธุ์จะประกอบไปด้วยพละกำลังที่มากล้นและความรวดเร็วเหนือมนุษย์ แต่ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งลองของ  เพราะพี่ชายน่าจะยังไม่ชินกับพลังใหม่ที่ได้รับ” ยูมิโกะเสนอแนะ  แต่ไม่ทันพูดจบ ร่างของหรั่งก็หายไปจากจุดที่ยืน  ก่อนจะไปโผล่อีกทีที่กำแพง 


    “ โครม…….” 


    “ โอ๊ย….เจ็บชะมัด นี่ขนาดวิ่งเหยาะเท่านั้นนะ ” หรั่งเอามือกุมหัวไหล่ ด้วยเขาออกตัวแรงเกินไปจนปะทะกำแพงปูน  ทว่าตรงจุดที่กระแทกก็เกิดรอยแตกร้าว คล้ายถูกรถพ่วงพุ่งชนมาหมาดๆ 


    “ เฮ้อ…..ก็บอกอยู่หยกๆว่าอย่าเพิ่งลองของ พี่ชายนี่ดื้อชะมัด ” ยูมิโกะกุมขมับ เธอนึกทำใจว่าแก๊งของตนอาจจะได้ตัวป่วนรายใหม่มาร่วมทีม 


    “ ฮะ  ฮะ ฮะ  ร่าเริงสมกับเป็นคุณหรั่งเลยนะคะ แต่คุณเพิ่งฟื้นตัว  ยังไงก็พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ จากนั้นเราจะได้ตรวจดูให้แน่ใจ  เผื่อว่าจะเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีนที่ฉีดไป” วอนจองหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะออกคำสั่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของหมอประจำกลุ่ม 


    “ ใช่แล้ว  ท่านควรปฏิบัติตามคำสั่งของท่านวอนจองนะ เพราะฝีมือทางด้านเยียวยาของนางอยู่ในขั้นล้ำเลิศ  พอพักฟื้นโดยสมบูรณ์  ค่อยมาทดสอบกันอีกคราว่าขีดความสามารถของท่านอยู่ในระดับไหน” 


    “ ฮะ  ฮะ ฮะ  ได้ครับ ” หรั่งหัวเราะแหยๆ ส่วนยูมิโกะและวอนจองก็ปั้นหน้าไม่ค่อยถูก  ด้วยไม่รู้ว่าจะยิ้มดีหรือหนักใจดี  ทว่าก็มีสิ่งที่พวกเขาคิดตรงกัน นั่นก็คือ……. 


    “ คำพูดของคุณอัลเบิร์ตนี่โบราณชะมัด เมื่อไหร่จะใช้ศัพท์ของมนุษย์สมัยนี้ ”

     

    ……………………………..

    (เวลาเที่ยงคืนในวันเดียวกัน)


                ณ.ดาดฟ้าสูงของตึกแห่งหนึ่ง  สายลมเย็นกระโชกแรง  บนท้องฟ้าปรากฏม่านหมอกแห่งความมืดปกคลุมไปทั่ว มีเพียงแสงนวลจากดวงจันทราที่ส่องสว่างอยู่กลางนภา  เมื่อสำรวจตรงริมขอบ  ก็พบบุรุษร่างสูงโปร่งหยัดยืนอยู่ ดูเขาไม่แยแสว่าตัวเองจะตกลงไปหรือไม่  ชายผู้นั้นก็คือ……สเตฟาน  หลุยส์  นายเหนือหัวของเหล่าแวมไพร์


     

             อมนุษย์รูปงามได้แต่มองตรงไปข้างหน้า  สองมือกอดแนบอก พร้อมยืนตัวตรงแน๊ว  สีหน้าแลสงบ แต่ดวงตาสีฟ้ากลับสั่นไหวเบาๆ  คล้ายมีความนัยซ่อนอยู่ในใจ พอเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง  เขาก็ล้วงบางสิ่งออกจากกระเป๋ากางเกง มันคือล็อกเก็ตเงินที่ดูโบราณและมีราคา


     

             สเตฟานค่อยๆปลดล็อกออกอย่างทะนุถนอม  อันบ่งบอกว่าสิ่งนี้น่าจะมีคุณค่าสูงยิ่งจนบางทีอาจสำคัญกว่าชีวิตของเขา พอสลักเลื่อนหลุด  ฝาล็อกเก็ตก็เปิดออก ทำให้พบกับรูปเล็กๆของสาวนางหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน


     

              ใบหน้าของสาวคนนี้แลสะสวยจนหาตัวจับยาก  และถ้าดูให้ดี ก็คล้ายเก๋ซึ่งเป็นชาวเอเซียอยู่หลายส่วน  ทว่าเส้นผมยาวสลวยบนศีรษะกลับเป็นสีทอง  แถมผิวพรรณก็ขาวจัดแบบคนยุโรป


     

               สเตฟานจ้องรูปสาวในล็อกเก็ตอยู่นานสองนาน  ดวงตาฉาวแววอาดูร  อันบ่งบอกถึงความห่วงหาที่ไม่อาจหยั่งถึง ประดุจห้วงเหวลึกกลางมหาสมุทร  ไม่เกินอึดใจ นายเหนือหัวของเหล่าแวมไพร์ก็ปิดมัน  แล้วหย่อนลงไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์  พร้อมรำพันกับตัวเอง 


    “ หรือว่าเจ้าจะกลับชาติมาเกิดเป็นนางคนนั้น อลิตเซีย……”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405