116 หัวรถจักรไอน้ำ
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คำพูดเพียงประโยคเดียวของพยัคฆ์ชราที่ว่า “แก... ล้ำเส้นแล้ว” ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของตู้หมิง ราวกับมีกระแสลมหนาวจากขั้วโลกเหนือพัดผ่านเข้ามาในคฤหาสน์หรู
แม้ตระกูลตู้จะเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางการค้าของปักกิ่ง และตู้หมิงเองก็ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดเหี้ยมเกรียม ทว่าในใจลึกๆ แล้ว... ผู้เฒ่าตู้ต้องให้ความเคารพยำเกรงต่อผู้เฒ่าสวีป๋อเหวินถึงสามส่วน
ความเคารพและยำเกรงนี้มิได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะอำนาจและบารมีอันล้นพ้นของ สวีป๋อเหวิน ยอดทหารชราผู้เคยดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการทหารที่มีเครือข่ายกองทัพหยั่งรากลึกทั่วประเทศ หากชายชราผู้นั้นคิดจะใช้อิทธิพลสีเขียวขยับเพียงนิดเดียว ตระกูลตู้ที่ทำธุรกิจก็อาจถูกสั่งตรวจสอบและบดขยี้จนพังพินาศได้ในพริบตา หยาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดซึมเต็มฝ่ามือเหี่ยวย่นของตู้หมิงคือหลักฐานชั้นดีของความหวาดกลัวนี้
"ไม่มีอะไร..." ผู้เฒ่าตู้ย้ำคำเดิมกับตู้จ้านหยง พลางโบกมือไล่ความกังวลของลูกชาย ทว่าดวงตาคู่ฝ้าฟางกลับสั่นไหวไม่หยุด
การที่ผู้บัญชาการสวีป๋อเหวินต่อสายตรงมาเตือนด้วยตัวเองเช่นนี้ แสดงว่าฝ่ายนั้นให้ความคุ้มครองไอ้เด็กนั่นอย่างจริงจัง ข่าวเรื่องที่บอดี้การ์ดตระกูลตู้ไปดักล้อมรถนินคงจะไปถึงหูตระกูลสวีเรียบร้อยแล้ว
‘ท่านสวี... ถึงกับยอมออกหน้าขู่ฉันด้วยตัวเองเพราะไอ้เด็กนั่นเชียวรึ... มันมีความสำคัญกับตระกูลสวีขนาดไหนกันแน่ไม่ใช่แค่ลูกเขยที่มาขออาศัยบารมีชั่วคราวหรอกหรือ!’ ตู้หมิงคิดในใจด้วยความสับสนและหวาดหวั่นลึกๆ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในใจจะกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่เขาก็ได้สั่งเดินเรื่องกับตระกูลมู่ไปแล้ว ศักดิ์ศรีของผู้นำตระกูลใหญ่ค้ำคออยู่ หากเขาสั่งยกเลิกคำสั่งฆ่าตอนนี้เพราะความกลัว ตระกูลตู้คงหมดสิ้นชื่อเสียงในปักกิ่ง ที่สำคัญ... สัญชาตญาณอันโชกโชนของเขามันเตือนว่า หากปล่อยให้หลินหนานที่มีเสือเฒ่าอย่างสวีป๋อเหวินหนุนหลังและเติบโตต่อไป ไอ้เด็กคนนี้จะเป็นภัยพิบัติร้ายแรงที่หันกลับมาทำลายตระกูลตู้จนย่อยยับในอนาคตแน่นอน
ในเมื่อไม่มีทางให้ถอย เขาก็ต้องยอมเสี่ยงทำแบบลับๆ!
"อี้เฉิง..." ผู้เฒ่าตู้เอ่ยเสียงกระซิบต่ำลึก ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวอันบ้าคลั่งเพื่อกลบความกลัวในใจ "เรื่องตระกูลมู่... ย้ำกับพวกมันว่าต้องลบเงามืดให้สิ้น อย่าให้มีหลักฐานโยงมาถึงเราเด็ดขาด ทำให้นึกว่าเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน ยิ่งหลินหนานตายไวและไร้ร่องรอยเท่าไหร่... เรื่องก็ยิ่งจบไวและปลอดภัยกับเรามากเท่านั้น!"
"ครับพ่อ ผมจะกำชับทางนั้นอย่างเข้มงวดที่สุด" ตู้อี้เฉิงรับคำพลางกดส่งข้อความสุดท้ายในมือถือ
เกมกระดานนี้ ตระกูลตู้เลือกที่จะเดิมพันด้วยชีวิตของหลินหนาน โดยยอมลอบลงมืออย่างลับที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงโทสะอันน่าสะพรึงกลัวของผู้บัญชาการสวีย่างไม่มีทางถอยกลับอีกต่อไป!
หลังจากเสร็จสิ้นศึกย่อยๆ ที่คฤหาสน์ตระกูลตู้ นินก็ขับรถมุ่งตรงกลับมายังที่พัก ทว่าในคืนนี้เขาไม่ได้เปิดประตูมิติเพื่อกลับไปยังยุคโบราณเหมือนเช่นเคย เนื่องจากเขาได้ทำการ 'โกงเวลา' ของมิติเอาไว้แล้ว ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเอนหลังนอนพักผ่อนอย่างสบายใจอยู่ภายในคอนโดหรูของ สวีหนาน คู่หมั้นสาว
นินใช้เวลาช่วงกลางคืนที่เหลือไปกับการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำงานเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับตำราเรียนในระดับชั้นต่างๆ เพื่อเตรียมระบบการศึกษาไปพัฒนาผู้คนในมิติโบราณ กว่าจะได้นอนก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระปรี้กระเปร่าของเขาลดน้อยลงเลย
เช้าวันถัดมา นินตื่นนอนแต่เช้าตรู่ จัดการแต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อยก่อนจะขับรถออกจากคอนโดมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายสำคัญ วันนี้คือวันที่เขาต้องเซ็นสัญญาร่วมกับคู่ค้ารายใหญ่ ซึ่งก็คือกลุ่มพ่อค้าสมุนไพร เพื่อรองรับการผลิตสินค้าของโรงงาน หลิน โนวา ในระยะยาว
ช่วงสายของวัน ณ ห้องอาหารส่วนตัวของภัตตาคารหรูใจกลางเมือง นินและ อ้วนจิน นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ไม่นานนัก พ่อค้าสมุนไพรรายใหญ่ทั้งสามคนก็เดินทางมาถึง พวกเขาเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี ท่าทางภูมิฐานและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของนักธุรกิจผู้เจนโลก ทั้งสามคนส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทันทีที่การแนะนำตัวอย่างเป็นทางการสิ้นสุดลง นินก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลา เขาเลื่อนแฟ้มเอกสารหนาปึกสามชุดส่งให้คู่ค้าทั้งสามทันที
“ลองดูนี่ก่อนนะครับ...” นินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาจริงจัง
“พวกคุณสามคนสามารถจัดหาวัตถุดิบตามรายชื่อในนี้ได้ไหม? สิ่งที่ผมเน้นย้ำที่สุดคือ... ต้องมีสินค้าส่งให้โรงงานของผมตลอดเวลาและต้องมีคุณภาพสูง ห้ามเกิดปัญหาของขาดมือเด็ดขาด”
พ่อค้าทั้งสามคนแยกกันเปิดดูรายชื่อสมุนไพรในแฟ้มของตน โดยแต่ละคนจะได้รับผิดชอบตัวยาที่แตกต่างกันไปคนละสองถึงสามชนิดตามความเชี่ยวชาญของแหล่งเพาะปลูก สายตาของพวกเขากวาดมองรายชื่อพืชสมุนไพรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้าให้รอยยิ้มอย่างมั่นใจ
“สบายมากครับคุณหลิน สินค้าพวกนี้เป็นสมุนไพรหลักในเครือข่ายของเราอยู่แล้ว เรามีคลังสินค้าและฟาร์มปิดที่มากพอจะจัดส่งให้คุณได้ตลอดทั้งปีแน่นอน ไม่มีทางกระทบต่อไลน์การผลิตของคุณเด็ดขาดครับ” พ่อค้าคนแรกเอ่ยการันตี
นินพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ พ่อค้าคนที่สองจึงเอ่ยถามขึ้นต่อทันที “แล้วเรื่องอายุสัญญา... คุณนินตั้งใจจะเซ็นสัญญากับพวกเรากี่ปีครับ?”
นินยกยิ้มบางๆ แววตาฉายประกายคมกล้า “สิบปีครับ... แต่มีเงื่อนไขสำคัญ หากพวกคุณเกิดข้อบกพร่องในการจัดส่ง หรือวัตถุดิบไม่ได้มาตรฐานจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ของผม ทางผมมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาฉบับนี้ได้ในทันทีทุกเมื่อ โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับใดๆ ทั้งสิ้น”
แทนที่จะอิดออด พ่อค้าทั้งสามคนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกใจในความตรงไปตรงมา
“ไม่มีปัญหาครับ เงื่อนไขนี้สมเหตุสมผล พวกเรามั่นใจในคุณภาพสินค้าของตัวเองอยู่แล้ว ตกลงตามนี้ครับ”
การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นจนนินรู้สึกพอใจมาก พ่อค้าทั้งสามคนนี้เป็นมืออาชีพและไม่ได้สร้างความลำบากใจหรือพยายามกดราคาโกงเงื่อนไขอะไรกับเขาเลย หลังจากเซ็นลายมือชื่อลงบนเอกสารสัญญาครบถ้วน และพูดคุยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการขนส่งรวมถึงรอบเวลาจัดส่งเรียบร้อยแล้ว นินและอ้วนจินก็กล่าวลาพาร์ทเนอร์รายใหม่แล้วเดินออกจากร้านอาหารมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ
ทว่า... ยังไม่ทันที่นินจะได้เปิดประตูขึ้นของอ้วนจิน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังครืดคราดขึ้นมา ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ พลันเลิกคิ้วเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า
[อุยกาย] พ่อค้ามืดจอมเจ้าเล่ห์นั่นเอง
นินกดรับสายทันที แต่อย่างไม่ทันที่เขาจะเอ่ยทักทาย น้ำเสียงยียวนกวนประสาทอันเป็นเอกลักษณ์ของปลายสายก็ดังสวนเข้ามา
“ของที่คุณสั่งได้ครบหมดแล้วครับ... เจ้านาย”
คำประชดประชันเสียดสีที่เน้นคำว่า 'เจ้านาย' ของอุยกาย ทำเอาใบหน้าของนินถึงกับกระตุกกึก เขาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วกล่าว
“ได้... ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
นินกดวางสาย ก่อนจะหันไปตบไหล่อ้วนจินเบาๆ เพื่อบอกลา
“ฉันไปก่อนนะยังมีเรื่องต้องจัดการ” อ้วนจินพยักหน้า
“ได้…มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ” นินพยักหน้าแล้วเดินออกไปหน้าร้านอาหาร
เมื่อแยกย้ายกับอ้วนจินเรียบร้อย นินก็เรียกรถแล้วไม่นานรถก็มารับเมื่อเขาขึ้นไปนั่งบนรถแล้วแววตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขากำลังจะเดินทางไปยัง "ตลาดมืด" เพื่อรับปืน
นินเดินทางมาถึงตลาดมืดในเวลาต่อมา บรรยากาศรอบตัวยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดและซับซ้อนตามสไตล์โลกใต้ดิน ชายหนุ่มเดินเข้าไปในส่วนลึกของร้านอุยกาย พ่อค้าเถื่อนจอมกวนประสาทส่งกล่องอาวุธให้เขา นินหยิบปืนขึ้นมาตรวจเช็กความเรียบร้อย พลิกดูซ้ายขวาแล้วลองเล็งทดสอบน้ำหนักอย่างชำนาญ ก่อนจะเอ่ยปากชม
"ทำงานไวดีนี่"
อุยกายยักไหล่พลางจุดบุหรี่สูบอย่างไม่ทุกข์ร้อน "ถ้าทำงานช้าก็คงไม่ทันกินน่ะสิคุณลูกค้า"
นินคิดตามในใจว่าก็จริงของมัน พลางพิจารณาเนื้องานของอาวุธในมือ "ฝีมือคนทำไม่เลวเลย... เออ ว่าแต่นายช่วยหาเครื่องกลึงเหล็กรุ่นเก่าแก่ให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
คำขอแปลกประหลาดทำให้อุยกายชะงัก ชักสีหน้าแปลกใจจ้องมองนินราวกับเห็นตัวประหลาด "นายเป็นนักสะสมของเก่าหรือไง? ถึงได้เที่ยวไล่หาแต่ของโบราณคร่ำครึแบบนี้"
นินไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาไม่จำเป็นต้องบอกใครว่าจะเอาไปใช้สร้างรากฐานอุตสาหกรรมในมิติโบราณ ชายหนุ่มออกแรงดึงลูกเลื่อนปืนเสียงดัง แชะ พลางเอ่ยถามย้ำเสียงเรียบ
"ตกลงหาได้ไหม?"
อุยกายพ่นควันบุหรี่ออกยาว พยักหน้ารับ "ถ้าเอาเป็นรุ่นในระยะสิบปีก่อนน่ะพอมี... แต่ถ้าเก่าคร่ำครึระยำกว่านั้น ตอนนี้หาไม่ได้หรอก ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาควานหา"
นินพยักหน้าเห็นด้วย "งั้นเอาแบบนั้นก็ได้ ย้อนไปสักสิบปีก็เอา"
"เออๆ ได้" อุยกายพยักหน้ารับ ก่อนที่นัยน์ตาของมันจะฉายประกายเจ้าเล่ห์เหมือนนึกบางอย่างออก "จริงสิ... เห็นนายชอบหาแต่ของเก่าๆ พอดีฉันมีของชิ้นใหญ่บิ๊กเบิ้มอยากจะนำเสนอพอดี นายสนใจไหม?"
นินเลิกคิ้ว หันมามองด้วยความสนใจ "อะไรหรือ?"
พ่อค้าเถื่อนคลี่ยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย "อยู่หลังโกดังร้านฉันนี่เอง นายตามมาดูสิ"
นินพยักหน้าแล้วเดินตามอุยกายผ่านม่านกั้นทะลุไปยังโกดังเก็บของขนาดมหึมาด้านหลัง และทันทีที่สายตากวาดไปเห็นวัตถุขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางโถง นินถึงกับเบิกตากว้างและตกใจจนก้าวขาไม่ออก!
เพราะสิ่งที่เราเห็นตรงหน้า... มันคือหัวรถจักรไอน้ำขนาดยักษ์ที่อยู่ในสภาพใหม่และสมบูรณ์มาก รูปทรงดุดันทรงพลังตามแบบฉบับตะวันตก มันคือรุ่น Big Boy อันโด่งดัง ตัวถังสีดำทมิฬขนาดมหึมาดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามราวกับอสุรกายเหล็กกล้า
"นาย... นายไปเอามันเข้ามาได้ยังไงเนี่ย?!" นินอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ หากเขาได้หัวรถจักรนี้ไป ขนส่งมวลชนในมิติโบราณจะก้าวกระโดดไปไกลทันที
อุยกายยืดอกยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจ "หึหึ... ก็ต้องใช้ความสามารถและความพยายามพอสมควรเลยล่ะคุณลูกค้า"
นินเดินเข้าไปดูใกล้ๆ สายตาอันเฉียบคมสังเกตเห็นรอยต่อและการลงสีบางจุด ชายหนุ่มส่ายหน้าพลันแค่นยิ้ม "ไม่ใช่สิ... นี่ไม่ใช่ของจริงจากยุคสงครามโลกนี่หว่า"
อุยกายระเบิดหัวเราะลั่น "ฮ่าๆๆ! โธ่ ของจริงอายุกว่าร้อยปีในพิพิธภัณฑ์ฉันจะไปขโมยมาได้ยังไงเล่า? นี่น่ะคืองานเลียนแบบ (Replica) ระดับมาสเตอร์พีซ แต่อย่าดูถูกไปเชียวนะ โครงสร้างเหล็กกล้า ระบบต้มน้ำ และกลไกขับเคลื่อนภายในรับรองได้เลยว่าเหมือนต้นฉบับทุกกระเบียดนิ้ว ใช้งานได้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน เหมาะสำหรับนักสะสมรุ่นใหญ่กระเป๋าหนัก"
นินเดินเข้าไปลูบสัมผัสเนื้อเหล็กเย็นเฉียบพลันพยักหน้าด้วยความพอใจลึกๆ งานสร้างใหม่แบบนี้แหละยิ่งดี เพราะอะไหล่ภายในยังใหม่และทนทานแถมความสามารถของเขาที่เมื่อสัมผัสหรือเห็นของจริงจะทำความเข้าใจของสิ่งนั้นได้ทันทีต้องบอกว่านี่คือสุดยอดผลงานจริงๆ "เท่าไหร่?"
อุยกายคลี่ยิ้มกว้างขยับนิ้วบอกราคา "สามสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ!"
กึก!
หน้านินถึงกับกระตุกอย่างแรง สามสิบล้านดอลลาร์! ถ้าตีเป็นเงินไทยในหัวสมองของเขามันพุ่งสูงไปถึงเกือบพันล้านบาทเลยทีเดียว!
อุยกายเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของนินก็รีบพูดแก้ต่างรีบดักคอทันที "เฮ้ย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคุณลูกค้า แค่ค่าวัสดุเหล็กกล้ากับค่าผลิตระบบไอน้ำตามแบบแปลนโบราณก็ปาไปยี่สิบล้านแล้ว ราคานี้ฉันหักค่าหัวคิวแทบไม่ได้อะไรเลยนะ!"
นินนิ่งเงียบไป ยืนเอามือลูบคางไปมาอย่างใช้ความคิด เม็ดเงินพันล้านบาทมันสูงเกินไปสำหรับสภาพคล่องของเขาในตอนนี้ แต่ถ้าไม่ได้หัวรถจักรนี้ไป แผนการสร้างรถไฟในมิติโบราณคงต้องเลื่อนออกไปอีกนาน ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว ชายหนุ่มแกล้งเอ่ยถามหยั่งเชิง
“ลดหน่อยได้ไหม” อุยกายหน้ากระตุก
“ราคานี้ฉันลดให้แกแล้วอย่างได้หวังเลย” นินสีคางไปมาเงินสองร้อยกว่าล้านหยวนก็ยังแพงไปอยู่ดีต้องไม่ลืมว่าเขาไม่สามารถได้ดำไลจากมันได้เลยเพราะอาไปในมิติโบราณแต่ไม่เอาก็ไม่ได้ นินสีคางไปมา
“เอาแบบนี้ไหมนายมีคนรู้จักป่วยไหมฉันสามารถรักษาได้” มันขมวดคิ้วหรือว่าไอ้เวรนี่สืบประวัติเข้ามากันนะถึงลูกว่าลูกสาวเข้าป่วยจริงๆ ลุกเขาอายุห้าขวบป่วยเป็น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) โรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่เม็ดเลือดแดงเปราะและแตกง่าย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการซีด อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ทำให้เขากังวลมาก
“ลูกสาวฉันป่วยถ้านายสามารถรักษาโรคธาลัสซีเมีย ได้ฉันลดให้ 20 ล้านหยวน” นินดีดนิ้ว
“ตกลง” …