ณ ห้องรับรองส่วนตัวภายในโรงพยาบาลในเครือตระกูลมู่ คุณท่านมู่ นั่งนิ่งราวกับรูปปั้น มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่ยังคงความมั่นคงสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตรา ‘ลับที่สุด’
เลขาคนสนิทเดินเข้ามายืนข้างกาย “ผลออกมาแล้วครับคุณท่าน... เปรียบเทียบรหัสพันธุกรรมระหว่างเส้นผมของเด็กหญิงคนนั้นกับท่านประธานมู่เฉิง ผลความสัมพันธ์เป็พ่อลูกกัน 99.99% ครับ”
คุณท่านมู่หลับตาลงช้าๆ หยาดน้ำตาแห่งความปิติที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสิบปีคลอเบ้า “์มีตา... ตระกูลมู่ของเรามีทายาทแล้ว แถมยังเป็เด็กที่น่ารักรู้ความขนาดนั้น”
ทว่า เพียงครู่เดียวแววตาของเธอก็กลับมาเด็ดเดี่ยวตามฉบับประมุขตระกูล “เลขาหาง สั่งคนของเราออกไปตามหาสองแม่ลูกนั่นเดี๋ยวนี้! ฉัน้าที่อยู่ของพวกเขาภายในหนึ่งชั่วโมง และเตรียมคนของฉันไว้... ฉันจะไปรับหลานสาวของฉันกลับบ้าน!”
ความห่วงใยภายใต้มาดนิ่งของมู่เฉิง
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านขนมหวานนำโชค มู่เฉิง ยังคงแวะเวียนมาหาซูหว่านในมาด "ท่านประธานผู้เย่อหยิ่ง" เหมือนเช่นทุกวัน เขาเห็นร่องรอยการซ่อมแซมร้านที่ยังไม่เรียบร้อยดี และเห็นแววตาหวาดระแวงของซูหว่านที่คอยมองไปที่ถนนตลอดเวลา
เขารู้ดีว่าตระกูลหลินไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่ และเขายังไม่รู้ว่าคุณย่าของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน
"ผมมีบ้านพักส่วนตัวอยู่ในย่านชานเมือง ที่นั่นมีระบบรักษาความปลอดภัยแ่า..." มู่เฉิงเอ่ยขึ้นขณะแสร้งทำเป็ยืนชิมขนมอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ "ถ้าคุณอยากจะย้ายไปอยู่ที่นั่นสักพัก ผมยินดีจะให้คุณเช่าในราคาถูก"
ซูหว่านเงยหน้ามองเขา แววตาสับสน "ทำไมคุณต้องยุ่งกับชีวิตเราขนาดนี้คะคุณมู่? ฉันบอกแล้วไงว่าเราไม่ได้เป็อะไรกัน"
มู่เฉิงวางถ้วยขนมลง เขาขยับเข้าไปใกล้จนซูหว่านรู้สึกถึงไอร้อนจากตัวเขา "ผมแค่ไม่อยากเห็น 'ร้านขนมโปรด' ของผมต้องมาพังเพราะขยะพวกนั้นอีก... และผมไม่อยากเห็นเด็กอย่างเสี่ยวเป่าต้องมาตกอยู่ในอันตราย"
กำแพงที่ยังไม่พังทลาย
"ฉันดูแลลูกของฉันได้ค่ะ" ซูหว่านตอบเสียงแข็ง แม้ใจจะสั่น "ความปลอดภัยที่คุณหยิบยื่นให้ มันอาจจะเป็กรงขังรูปแบบใหม่สำหรับเราก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าคุณ้าอะไรจากเรากันแน่"
มู่เฉิงนิ่งไป คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจ เขาอยากจะะโบอกเธอว่าเขาอาจจะเป็พ่อของเด็กคนนี้ แต่เขาก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน และเขาก็กลัวว่าถ้าโพล่งออกไป ซูหว่านจะพาลูกหนีเขาไปไกลกว่าเดิม
เขายังคงรักษามาด "ประธานมู่" ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม "งั้นก็ตามใจคุณ... แต่จำไว้ว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ผมทิ้งไว้ให้ มีไว้เพื่อให้คุณขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่ให้เอาไว้ประดับร้าน"
ศึกสองด้านที่กำลังจะปะทะ
มู่เฉิงเดินออกจากร้านไปพร้อมความหงุดหงิดในใจ เขาขึ้นรถแล้วสั่งเลขาฉิน "ส่งบอดี้การ์ดชุดที่เก่งที่สุดมาคอยซุ่มดูห่างๆ อย่าให้พวกเธอรู้ตัว และถ้าเห็นคนของตระกูลหลิน... หรือแม้แต่คนของคุณย่ามาวุ่นวาย ให้รายงานฉันทันที"
"คนของคุณท่านมู่เหรอครับ?" เลขาฉินงง
"ใช่... ฉันสังเกตเห็นว่าย่าของฉันดูร่าเริงผิดปกติ และส่งคนออกไปทำธุระลับๆ บางอย่าง ฉันลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี"
ทางด้านซูหว่าน เธอจูงมือเสี่ยวเป่าเข้าบ้านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ พลังของเสี่ยวเป่าเริ่มส่งสัญญาณเตือนให้หนูน้อยรู้สึกกระสับกระส่าย
"แม่จ๋า... เสี่ยวเป่ารู้สึกเหมือนมีตาหลายคู่กำลังจ้องเราอยู่เลยจ้ะ" หนูน้อยกระซิบ
ซูหว่านกอดลูกแน่น "ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่จะอยู่ตรงนี้..."
โดยที่ซูหว่านไม่รู้เลยว่า ตอนนี้เธอไม่ได้สู้กับแค่ตระกูลหลินที่โง่เขลา แต่เธอกำลังถูกล้อมด้วยอำนาจของตระกูลมู่ทั้งจาก "คุณย่า" ที่้าชิงตัวหลาน และ "มู่เฉิง" ที่้าปกป้องเธอแต่ยังไม่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริง!