ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 102 กฎข้อหนึ่ง

            ม้าจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งขวักไขว่บนถนนที่ฝุ่นคลุ้งม้าพวกนั้นจอดเทียบห่างจากทางเข้าเมืองไปหลายร้อยเมตรประตูเมืองที่ใหญ่โตโอ่อ่าส่งให้ผู้คนที่อยู่เบื้องล่างนั้นเล็กจ้อย

            โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกว่าตัวเองซวยมากกว่าจะคลานออกมาจากรถม้าได้ ตั้งใจจะสูดลมหายใจสดชื่นซะหน่อยแต่ไม่วายเจอเข้ากับขบวนม้าที่ควบผ่านแล้วม้านั้นก็เตะจนฝุ่นตลบอัดหน้าโหยวเสี่ยวโม่ แถมเข้าไปในปากด้วย

            “ถุย…”

            โหยวเสี่ยวโม่รีบเช็ดปากอย่างเหนื่อยหน่ายจากนั้นถ่มน้ำลายเปื้อนขี้ฝุ่นออกมา เหลือทนแล้ว

            ขบวนม้านี้ ช่างไม่วิเคราะห์ถึงคนอื่นบ้างเลยนี่คือนอกเมืองฮุยจี๋ ทุกวันคนที่ยืนรอต่อแถวเพื่อเข้าเมืองนั้นนับไม่ถ้วนพวกเขาโหวกเหวกขนาดนี้ คนที่รับผลกระทบไม่ใช่แค่เขาแน่คนไม่น้อยที่มีฝุ่นเกาะเต็มหน้า แต่ที่ทำให้เขาฉงนคือพวกเขาต่างเผยสีหน้าโกรธเคืองแต่ไม่กล้าเอ่ยอะไร

            ขณะที่กำลังสงสัย ก็มีคนให้คำตอบเขา

            “แกน่ะคือคนที่ถ่มน้ำลายเมื่อครู่หรือ?”

            ชายตัวผอมที่ขี่ม้าตัวใหญ่หันม้ากลับมาทางโหยวเสี่ยวโม่มองต่ำลงมาทางโหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังเช็ดปาก สีหน้าจองหองราวกับกำลังดูมดตัวหนึ่ง

            โหยวเสี่ยวโม่ตะลึงงัน นี่มันอะไรกันทำฝุ่นเข้าปากเขาเต็มไปหมด ยังไม่ให้เขาถ่มน้ำลายออกมาเลยหรือ?

            แต่ก็ทึ่งที่เขายังอุตส่าห์ได้ยินเสียงถ่มน้ำลายท่ามกลางเสียงม้าวิ่งเช่นนี้

            ขณะที่คิดเช่นนี้ เขาก็เห็นคนรอบข้างนั้นมองเขาด้วยสีหน้าเวทนาแล้วก็สมเพชแต่ไม่มีใครคิดออกหน้าแทนเขา บางคนถึงขั้นกอดอกรอชมฉากสนุกสนานฉากนี้

            โหยวเสี่ยวโม่นึกแล้วก็ถามขึ้น “ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไรรึ?”

            ชายผอมสูงแค่นหัวเราะแล้วเอ่ย “แกน่ะดูไม่ออกเลยนะว่าจะกล้าดีขนาดนี้ แต่ต่อหน้าข้า ถึงกล้าแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์มันต้องพูดกันด้วยหมัด”

            กล้าดี? โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองไม่เคยมีก็คือความกล้า

            แต่ฟังเขาพูดตั้งนานไม่เห็นเข้าประเด็นสักทีเขาเองก็เริ่มระอา ร่างกายโยกเยกมาครึ่งค่อนวัน ตอนนี้ยังอาการแย่ไม่หาย จึงเอ่ย “พี่ชายท่านนี้ท่านมีเรื่องอะไรกันแน่?”

            ชายผอมสูงมองหน้าเขาที่กำลังระอาหน้าเหี้ยมเกรียมขึ้นทันใด ยื่นมือไปด้านหลังพร้อมคว้าดาบสันโค้งอันใหญ่ง้างแล้วฟาดลงมาหน้าโหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังตะลึง ขณะเดียวกันก็เอ่ยขึ้น “ไอ้หนุ่มข้าว่าแกคงเข้าเมืองฮุยจี๋ครั้งแรกสินะ ตอนนี้ข้าจะสอนให้แกรู้ถึงกฎข้อนึงอยู่ที่นี่อย่าได้ทำตัวอวดดีเกินไป ในสายตาข้า แกก็ไม่ต่างอะไรกับมด!”

            โหยวเสี่ยวโม่คิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าทำไมเขาคนนี้พูดจากันอยู่ดีๆถึงได้ลงไม้ลงมือขึ้นมา เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกินเลยออกไปเลยนี่

            แต่ดาบนั้นยังไม่ทันได้มีโอกาสฟาดโดนตัวโหยวเสี่ยวโม่ช่องประตูรถม้าด้านหลังก็มีมือยาวเรียวสวยราวกับหยกยื่นออกมาตั้งรับดาบสันโค้งนั้นด้วยท่าทีสบายๆแม้ชายผอมสูงจะออกแรงเท่าใด ดาบนั้นก็กดลงไม่ได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว

            ชายผอมสูงหน้าถอดสี สายตาฉายแววอำมหิตเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว “ใครกันกล้าอวดดีกับกลุ่มเขี้ยวหมาป่า ไม่อยากตายดีใช่มั้ย? แน่จริงก็แสดงตัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

            “ไอ้หนุ่มข้าก็จะสอนแกถึงกฎข้อนึง ต่อหน้าข้า อย่าริอ่านข่มเหงคนของข้า”

            ลมพัดผ่านช่องประตูรถม้า เสียงอ่อนหวานดังออกมาจากด้านในน้ำเสียงชายหนุ่มฟังดูขี้เกียจ แต่ในความอืดอาดก็แฝงด้วยความน่าดึงดูด ไม่รีบร้อนฟังแล้วรื่นหู ทั้งคำพูดที่ได้ยินก็เต็มไปด้วยความดูแคลนเล่นเอาชายผอมสูงตัวเกร็งจนสั่น

            ถัดมารองเท้าปักลายสีขาวเงินก็ยื่นออกมาจากตัวรถ ตามด้วยขาเรียวยาวค่อยๆ ก้าวออกมาชุดขาวปักเลื่อมทองปลิวไสว ดูองอาจชายชาตรี ดูแล้วอบอุ่นแค่ปรากฏตัวก็สามารถสะกดทุกสายตาไว้

            ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มมุมปากดูนุ่มนวลราวกับกำลังสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ไม่ใช่คนที่กำลังสะกดดาบสันโค้งนั่นอยู่

            เมื่อเห็นหลิงเซียวปรากฏตัวโหยวเสี่ยวโม่ก็รีบกุลีกุจอไปหลบหลังเขา

            เหลียงหลังมองสันดาปที่อยู่ใกล้เขาเพียงเสี้ยวแล้วอุทานในใจอันตรายจริงๆ หากไม่ใช่เพราะหลิงเซียว เขาคงถูกผ่าออกสองซีกไปแล้ว

            เขารู้สึกถึงความอันตรายอย่างแรงกล้าโลกนี้ช่างน่ากลัว เอะอะก็จะฆ่าแกงกัน เขาอยากกลับโลกปัจจุบันแล้ว!

            ไม่รอให้ชายผอมสูงได้ปริปากหลิงเซียวก็ใช้นิ้วดีดดาบสันโค้งกระเด็นออกไป

            แรงที่เขาดีดออกนั้นไม่แรงนักแต่ชายผอมสูงกลับรับไว้ไม่อยู่ บวกกับเขานั่งอยู่หลังม้าเมื่อถูกแรงที่ปะทะเข้าจึงกลิ้งตกลงมาจากหลังม้าทันทีร่างอัดกระแทกกับพื้นจนฝุ่นลอยคละคลุ้ง

            “แค่กๆ…” ชายผอมสูงสำลัก จากนั้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา เขารู้สึกได้ว่ากระดูกซีกหนึ่งหักไปแล้วระหว่างที่จ้องไปยังหลิงเซียว สายตาเต็มไปด้วยความเคืองแค้น “เจ้าแน่จริงก็ยืนอยู่ตรงนี้อย่าหนีไปไหนล่ะแก๊งเขี้ยวหมาป่าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่”

            หลิงเซียวชะเง้อมองคนของกลุ่มเขี้ยวหมาป่าที่ยืนแกว่งดาบอยู่ไกลๆ

            คงเห็นว่าหัวหน้าถูกเล่นงานอย่างง่ายดายดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าลงมือ พลันหลุดขำ ก็แค่พวกไม่ได้ความลำพังฝีมือแค่นี้ยังกล้าก่อเรื่อง

            “พวกโง่เขลา!” หลิงเซียวขำแกมด่า จากนั้นก็ลากโหยวเสี่ยวโม่ขึ้นรถม้า

            ขณะเดียวกันม้าเพลิงอัคคีก็ส่งเสียงร้องดัง กระทืบเท้าหลังสองครั้งแล้วออกวิ่งอีกครั้งเพียงแต่วิ่งช้าลงจากตอนแรก ไม่รู้สึกความโยกเยกมากนักคงเพราะนี่คือนอกเมืองฮุยจี๋ คนสัญจรไปมา วิ่งเร็วมากไม่ได้

            เสียงกระทืบเท้าของม้ากลบเสียงอึกทึกด้านนอกผู้คนพึ่งสังเกตเห็นว่า ม้าที่ลากรถนั้นอยู่คือม้าเพลิงอัคคี ม้าหายากที่ขึ้นชื่อว่าพยศมากความอึดนั้นน่าทึ่งทีเดียว เสียดายที่ม้าประเภทนี้อาศัยอยู่แค่ในป่าลึกดังนั้นจึงหาเจอได้ยาก คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอที่นี่ ทันใดก็มีเสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นมาเสียดายเพียงว่าเจ้าของนั้นจากไปแล้ว

            ประตูเมืองฮุยจี๋อยู่เบื้องหน้าทันใดรถม้าก็ถูกทหารประจำประตูดักไว้ก่อน

            ม้าเพลิงอัคคีรับรู้ถึงแรงกดดันเบาๆจากด้านในรถม้า ส่งเสียงร้องแล้วหยุดลงอย่างขัดไม่ได้

            ทหารสองนายโล่งอกม้าเพลิงอัคคีพวกเขาเคยเห็นมาบ้าง และรู้ว่ามันนิสัยพยศสุดๆหากมันอยากทะลวงด่านจริง ลำพังเขาสองคนเอาไม่อยู่แน่ อีกทั้งคนที่สามารถควบม้าเพลิงอัคคีได้นั้นหาตัวจับได้ยากมากหากยั่วโมโหคนในรถม้าเข้า คงลำบากแน่

            “ขออภัยขอรับคนที่เข้าเมืองฮุยจี๋นั้นต้องจ่ายค่าส่วยคนละสองตำลึง” ทหารหนึ่งในนั้นกล่าว

            นี่เป็นวิธีในการหาเงินของเมืองนี้ยกเว้นประชากรเมือง คนนอกพื้นที่ที่เข้ามาต่างก็ต้องจ่ายส่วยเข้าเมืองตามจำนวนคนคนเข้าเมืองยิ่งเยอะเงินที่เก็บได้ก็เยอะตามแม้ว่าสองตำลึงทองสำหรับชาวบ้านทั่วไปจะได้ถึงสองเดือน แต่กับคนส่วนใหญ่แล้วสองตำลึงทองนับว่าไม่กี่ตังค์ เพียงแค่หาทำเลที่ตั้งแผงขายของ สองตำลึงครู่เดียวก็หมุนกลับมาได้แล้ว

            ดังนั้นค่าส่วยจำนวนนี้ยังพออยู่ในขอบเขตที่รับได้

            เมื่อทหารนายนี้พูดจบมือเรียวยาวยื่นออกมาจากหน้าต่าง ในมือมีเงินสี่ตำลึงทองอยู่

            ทหารแอบเหลือบมองตามช่องว่างหน้าต่างที่เปิดออกก็เห็นเงาคนสองคนในนั้น อีกอย่างหากถึงขั้นใช้ม้าเพลิงอัคคีได้ คงไม่ขาดแคลนเงินไม่กี่ตำลึงหรอกจากนั้นรับเงินสี่ตำลึง ไม่ได้ตรวจดูข้างในรถม้าแต่อย่างใด

            ในรถม้า โหยวเสี่ยวโม่กล่าวอย่างดีอกดีใจ “โชคดีที่ข้ายังพอมีเงินติดตัวไม่งั้นเราคงเข้าเมืองไม่ได้ด้วยซ้ำ”

            หลิงเซียวขำที่ไม่ได้บอกเขาเรื่องหนึ่งอันที่จริงหากไม่มีเงิน เขาก็ใช้อย่างอื่นแทนได้ หากว่าของสิ่งนั้นมีมูลค่าสูงทหารก็จะเก็บสิ่งมีค่าไว้แล้วควักเงินตัวเองออกมาแทน

            สถานการณ์เช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไปเมืองฮุยจี๋ไม่ได้ห้าม ขึ้นอยู่กับดวงของทหารเอง

            “ศิษย์พี่หลิงต่อจากนี้เราไปไหนกันดี?” หลังจากที่โหยวเสี่ยวโม่เก็บถุงเงินเรียบร้อยหน้าตาตื่นชะเง้อคอมองออกไปนอกหน้าต่าง ทุกตรอกซอกซอยมีคนเดินพลุกพล่านเทียบกับเมืองเหอผิงแล้วคึกคักกว่าเยอะ เพียงครู่เดียวเขาก็ลืมเรื่องหน้าประตูเมืองไปหมดสิ้น

            “เราไปโรงขายประมูลเพื่อแจ้งสิ่งที่จะขายก่อนจากนั้นค่อยว่ากัน” หลิงเซียวนั่งอยู่ในนั้นอย่างเกียจคร้านสายตาจดจ้องโหยวเสี่ยวโม่ที่แก้มแดงเรื่อเพราะความตื่นเต้นดีใจ พลันตาพริ้ม

            “โรงประมูลอยู่ไหนเหรอ?” โหยวเสี่ยวโม่ถามอย่างฉงนแต่เขาก็สงสัยอยู่ว่าม้าอัคคีเพลิงจะสามารถพาพวกเขาไปถูกที่ได้จริงหรือ? เขาไม่รู้มาก่อนว่าม้านั้นรู้ทางด้วยแต่เขาก็รู้ด้วยว่าในดินแดนหลงเสียงไม่สามารถใช้ความปกติทั่วไปมาจำกัดความได้

            “อยู่ตรงหัวมุมถนนเส้นนี้แหละ” หลิงเซียวเอ่ย

            โหยวเสี่ยวโม่กำลังจะแง้มผ้าด้านหน้าดูรถม้าก็หยุดทันใด ไม่ทันตั้งตัว ร่างนั้นเกือบพุ่งออกไปข้างหน้าเมื่อเห็นเขากำลังจะลอยออกไป หลิงเซียวก็คว้าหมับไว้แล้วดึงเขาเข้ามา

            โหยวเสี่ยวโม่ขวัญกระเจิงอยู่ในอ้อมกอดเขายังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงของหลิงเซียวบนหัวก็เอ่ยขึ้น “ถึงโรงประมูลแล้ว”

            พูดจบหลิงเซียวก็อุ้มเขากระโดดลงจากรถม้า

            หัวมุมนั้นผู้คนเดินขวักไขว่ปรากฏภาพชายหนุ่มอุ้มชายหนุ่มอีกคนไว้แม้คนที่ถูกอุ้มอยู่จะเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างผอมเล็กแต่ก็เปลี่ยนแปลงเรื่องที่เขาเป็นผู้ชายไม่ได้

            เมื่อรู้สึกถึงสายตาแปลกประหลาดจากทุกสารทิศโหยวเสี่ยวโม่หน้าแดง รีบกระโจนออกจากอ้อมกอดหลิงเซียว

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245