มหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online)

    บทที่ 37 หุบเขาแฟรี่

    บทที่37 หุบเขาแฟรี่


                เช้าวันรุ่งขึ้นราดิชตื่นแต่เช้าหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย และเตรียมที่จะอัญเชิญอาธูเรียออกมานั้น

                ‘นายท่านวันนี้ข้าไม่ออกไปนะ พอดีข้าไม่ค่อยถูกโฉลกกับพวกภูติเท่าไร โดยเฉพาะยายนั่น’อาธูเรียพูดขึ้นในหัวราดิช ก่อนที่เขาจะทำการร่ายเวทอัญเชิญ

                “แต่ถ้าอยากจะออกมาเมื่อไรก็บอกและกันนะ”ราดิชว่า

            ‘ได้เลยนายท่านยังไงก็ขอให้นายท่านระวังตัวด้วย สัตว์อสูรที่นั่นถือว่าแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับจระเข้ที่ท่านเพิ่งจัดการไป เพราะมันล้วนแล้วแต่ระดับเกิน 60ขึ้นไปทั้งนั้น’ อาธูเรียเตือนราดิชให้ระวังตัวไว้

                “ได้ฉันจะระวังตัวทุกฝีก้าวเลย ปิกามอนก็ช่วยระวังหลังให้ฉันด้วยแล้วกันนะ” ราดิชว่าและหันไปอุ้มเจ้าปิกามอนที่รออยู่บนเตียงขึ้นมาเพื่อเตรียมออกจากห้อง

                ปิกามอนรับคำอย่างแข็งขัน “ได้เลยเจ้านาย ข้าจะคอยระวังหลังให้เจ้านายเอง” หลังจากนั้นราดิชก็ออกจากโรงแรมเพื่อไปที่ภัตตาคารตามที่นัดหมายไว้ต่อไป

                เมื่อเขาเดินทางมาถึงภัตตาคาร ที่ในตอนนี้เป็นเวลาเช้าอยู่มากทำให้มีผู้เล่นมาใช้บริการไม่มากนัก และยังไม่เห็นวี่แววสองสาว เขาคิดว่าพวกเธออาจยังไม่ตื่นก็ได้เลยฝากข้อความไปหาพวกเธอว่าถ้ามาถึงให้บอกชื่อเขาไป เพราะเขาจัดการเปิดห้องส่วนตัวไว้รอนั่นเองหลังจากได้ห้องส่วนตัวแล้ว เขาก็บอกพนักงานถึงชื่อแขกที่ให้พามาที่ห้องหลังจากพวกเธอมาถึงแล้วจากนั้นเขาก็นั่งสั่งอาหารกับเจ้าปิกามอนเพื่อรอสองสาวมาถึงกันไปก่อนนั่งรอไม่นานนักสองสาวก็เดินทางมาถึงพวกเธอก็สั่งอาหารเพิ่มตามที่พวกเธอชอบกันยกใหญ่ เพราะแค่ราดิชบอกว่าจะเลี้ยงเท่านั้นแหละ

                “นายจะเลี้ยงหรออย่างนั้นไม่เกรงใจละนะ” มิคังบอกและสั่งอาหารอีกหลายอย่างกับพนักงาน

                “ไม่เอาน่ามิคังสั่งแบบนั้นได้ยังไงกัน เกรงใจราดิชมั่งสิ” ซากุระพยายามเตือนเพื่อน

            “แค่นี้ราดิชขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก จริงไหม”มิคังขอความเห็นของราดิช

                “ครับ ปกติอาธูเรียกับปิกามอนกินเยอะกว่านี้อีก” ราดิชบอกทำให้สองสาวถึงกับตาโตเลยทีเดียว

                “พวกนั้นกินจุขนาดนั้นเลยหรอแล้วนี่ถ้าฉันหาหนูไฟฟ้ามาเลี้ยงบ้าง จะไม่จนเลยหรือนี่” มิคังเริ่มเห็นอนาคตของตน

                “คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับอาจจะเป็นแค่เจ้านี่ก็ได้” ราดิชว่าและลูบหัวเจ้าปิกามอนมันก็ครางอย่างมีความสุข

                “ค่อยยังชั่วหน่อย”มิคังถอนหายใจค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้างจากนั้นพวกเขาก็กินข้าวเช้าพร้อมกันโดยใช้เวลาไม่นาน หลังจากกินเสร็จราดิชก็สั่งอาหารมาเพื่อไว้อีกหลายชุดในการเดินทาง สองสาวเห็นเข้าก็ไม่แปลกใจอะไร

                หลังออกจากภัตตาคารพวกเขาก็ออกเดินทางจากเมืองอัลเคียขึ้นไปทางเหนือเพื่อเข้าไปยังหุบเขาแฟรี่ โดยปกติจะเดินทางจากเมืองมาเทียได้เร็วกว่าแต่ถ้าเดินทางจากเมืองอัลเคียไปจะไกลกว่ากันนิดหน่อยเพราะทางเข้าหุบเขาแฟรี่นั้นอยู่เกือบตรงกลางระหว่างทางของเมืองทั้งสอง ระหว่างการเดินทางมิคังก็ยึดเจ้าปิกามอนไปอุ้มไว้ตลอดและพวกเขาก็คุยฆ่าเวลากันไปเรื่อยๆด้วย ทำให้รู้ว่าทั้งสองคนเข้าไปหาของจำพวกผลึกธาตุเขาพันรูเอมและอีกหลายอย่าง ส่วนตัวที่เขาต้องไปตีนั้นมิคังบอกว่ามันอยู่ตรงทางเข้า เดินเข้าหน่อยเดียวก็เจอแล้ว แถมมิคังยังกำชับเขาว่าถ้าทำภารกิจตรงนั้นแล้ว ให้รีบตามไปสมทบกับพวกเธอทันที หรือถ้าไปทำภารกิจที่อื่นก็ให้ติดต่อบอกล่วงหน้าด้วย

                การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นเขายังได้รู้อีกว่า สมาชิกส่วนใหญ่ของสมาคมที่มีอยู่สองร้อยกว่าคนนั้นส่วนใหญ่เป็นนักประดิษฐ์ระดับสูงและส่วนมากจะทำการวิจัยอยู่ที่เมืองเกการ์เดี้ยนกันส่วนเผ่าที่พวกนักประดิษฐ์นิยมเปลี่ยน ก็คือเผ่าคนแคระหรือเผ่าก๊อบลิน ที่มีความสามารถในการประดิษฐ์สิ่งของสูงแต่ซากุระเองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเผ่าแต่อย่างใด รวมทั้งมิคังด้วยเธอเองก็ยังไม่มีเผ่าที่ถูกใจ และเมื่อรู้ว่าราดิชได้เผ่าแล้ว ทั้งคู่ตกใจมากเขาจึงเล่าเรื่องเผ่ายมทูตให้พวกเธอฟังคร่าวๆและยังแนะนำเผ่าเทพให้มิคังไปคิดดูอีกด้วย แต่ก่อนเลือกก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนเพราะจะได้ไม่เสียเวลาไปลบเปลี่ยนใหม่อีก

                ขณะคุยกันราดิชก็สังเกตเห็นว่าทั้งสองคนไม่ได้ติดสัญลักษณ์กิลด์ จึงลองถามถึงเรื่องนี้ดูซากุระก็บอกว่า เรื่องสัญลักษณ์นี้จะติดหรือไม่ติดก็ได้แต่คนส่วนใหญ่ชอบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าอยู่กิลด์อะไร ก็มักจะติดให้คนอื่นเห็นกันพูดถึงเรื่องนี้เธอก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ให้สัญลักษณ์กิลด์กับเขาเธอจึงหยิบเอาเข็มกลัดอันหนึ่งออกมา มันเป็นเข็มกลัดขนาดใหญ่ มีสัณฐานเป็นวงรีทั่วทั้งอันเป็นสีทอง ตรงกลางมีรูปหลอดทดลองไขว้กันอยู่สองอันและข้างล่างเป็นเหรียญเงิน ข้างในเขียนคำว่า สมาคมการค้าแห่งเกการ์เดียนเอาไว้ด้วย เขาจึงรับมันมาและเก็บเอาไว้อย่างดี

                ข้อดีของเข็มกลัดที่ได้มาก็คือสามารถใช้ติดต่อกับสมาคมการค้าต่างๆได้ จะทำให้ได้ส่วนลดเวลาซื้อของทีละมากๆด้วยและซากุระยังบอกเรื่องที่เขาเข้าสมาคมนั้น พวกนักประดิษฐ์ในสมาคมต่างดีใจมากที่ได้คนเก่งแบบเขามาร่วมด้วย เขาเลยลองเปิดหน้าต่างกิลด์ขึ้นมาดูบ้างมันมีรายละเอียดเกี่ยวกับ ชื่อ หัวหน้า และสมาชิกทุกคน รวมทั้งการชื่อสารในช่องนี้ที่เขาจัดการตั้งให้แสดงเป็นข้อความเท่านั้น

                เมื่อดูรายละเอียดสมาคมจนพอใจแล้วราดิชก็ถามในสิ่งที่ตนสงสัยมานาน ว่าสมาคมกับกิลด์นั้นต่างกันอย่างไรซากุระอธิบายให้เขาฟังว่า สมาคมนั้นเป็นการรวมกลุ่มของคนที่มีอาชีพเดียวกันหรือสายอาชีพคล้ายกัน ส่วนกิลด์นั้นเป็นการตัวของคนหลายอาชีพโดยมีจุดมุ่งหมายหลายอย่างที่ตรงกัน การพูดคุยกับซากุระทำให้เขาได้รับความรู้ต่างๆมากมาย

            และตลอดเส้นทางที่เดินผ่านมานั้นพวกเขาเดินบนถนนของระบบที่เป็นเขตปลอดภัย สัตว์อสูรไม่สามารถโจมตีได้ถนนเหล่านี้นั้นเป็นเส้นทางที่ทำไว้ให้ผู้เล่นเดินทางกันอย่างปลอดภัยนั่นเองและพื้นที่ตั้งแต่ขอบถนนไล่ไปด้านข้าง 100 เมตรก็เป็นที่โล่ง ถูกจัดเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการตั้งเต็นท์ได้ถ้าหากเดินทางไม่ถึงเมืองที่ต้องการ

            ถนนเหล่านี้นั้นมีเชื่อมกันอยู่เกือบทุกเมืองอยู่แล้วและระหว่างที่ราดิชและสองสาวเดินทางนั้นก็สวนทางกับผู้เล่นคนอื่นมากมายที่มุ่งหน้าจากเมืองมาเทียไปอัลเคียเขาสังเกตเห็นว่าเป็นพวกพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าไปขายหรือจะเป็นพวกที่เขาคิดว่าคงไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพแบบเขาเหมือนกันหลังจากเดินทางกันอีกไม่นานพวกเขาก็เห็นภูเขาสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้าซากุระบอกกับเขาว่าข้างในนั่นคือหุบเขาแฟรี่พวกเขาแวะพักข้างทางเพื่อกินข้าวกลางวันกันก่อน

            และราดิชก็ได้เห็นฝีมือทำอาหารของทั้งสองสาวก็คราวนี้เองพวกเธอทำอาหารได้อย่างคล่องแคล่วมากทั้งที่อุปกรณ์เหล่านี้ราดิชก็มีเหมือนกันแต่ไม่เคยใช้เลย ไม่ว่าจะเป็นหม้อต้มกระทะ แผงย่างบาร์บีคิวและอีกหลายๆอย่าง พวกเธอทำทั้งผัด ต้ม ย่าง ที่ส่วนใหญ่ใช้เนื้อสัตว์อสูรที่มีอยู่และรวมของราดิชเข้าไปด้วย แต่มีพวกผักที่หาได้ตามป่า หรือซื้อได้จากภัตตาคารในเมืองมาเสริมด้วยประกอบกับเครื่องปรุงแปลกๆที่ราดิชไม่เคยเห็นอีกหลายอย่างที่ทำให้อาหารมื้อนี้ของราดิชนั้นเปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก

            “โห อร่อยมาก ผัดนี่อร่อยมากเลยครับ” ราดิชพูดขึ้นลอยๆ ขณะตักผัดเนื้อเข้าปาก

            “จ..จริงหรอ งั้นก็กินเยอะๆสิ” มิคังบอกเขา

            “มิคังทำผัดจานนี้หรอครับ อร่อยสุดยอดไปเลย”ราดิชชมเธอ เล่นเอาเธอหน้าแดงไปเลย

            “แหมๆ ไม่ชมเนื้อย่างกับต้มน้ำแกงของฉันบ้างหรือคะ” ซากุระพูดแทรกขึ้น

            “นั่นก็อร่อยเหมือนกันครับ จริงไหมปิกามอน”ราดิชว่าและหันไปถามปิกามอน

            “อร่อยทุกอย่างเลยเจ้านาย” มันตอบ แต่สองสาวได้ยินแค่ว่ามันร้อง จี๊ดๆ กี้ๆ ก่าๆ รัวๆเท่านั้นเอง

            “สงสัยต้องให้เธอสองคนสอนทำบ้างแล้วละครับ ไม่ทราบสอนได้หรือเปล่า”ราดิชลองถามดู

            “ถ้าอยากเรียน เดี๋ยวสอนให้ก็ได้นะ” เป็นมิคังที่ตอบคำถามของราดิช

            “ขอบคุณมากนะครับ” ราดิชกล่าวขอบคุณเธอทางมิคังก็พยักหน้าให้ เป็นเชิงว่าเดี๋ยวสอนให้แน่นอนหลังจากพวกเขากินข้าวกลางวันกันเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อและเดินทางต่อไปอีกไม่นานพวกเขาก็มาถึงปากทางเข้าหุบเขาแฟรี่ได้ในที่สุด

            สิ่งที่ราดิชเห็นคือช่องเขาขนาดใหญ่ระหว่างภูเขาสูงสองด้านและช่องเขานั้นดูเหมือนจะยาวเข้าไปหลายกิโลเมตรเลยด้วย ซากุระบอกว่าถ้าเดินพ้นช่องเขาเข้าไปก็เป็นหุบเขาแฟรี่แล้วพวกเขาจึงเดินทางผ่านช่องเขานั้นเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งออกมาจากช่องเขาได้ทำให้ราดิชที่ได้เห็นทัศนีย์ภาพของหุบเขาแฟรี่นี้เป็นครั้งแรกถึงกับตะลึงไปเลย

            ด้านในของหุบเขานั้นเป็นพื้นที่ราบสลับกับภูเขาที่ไม่สูงนักเห็นอยู่ทั่วไป มีหุบเหวอยู่บ้างเหมือนกัน และตามพื้นที่ราบนั้นเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีและมีลำธารหลายสายไหลผ่านอยู่ บรรยากาศที่นี่มีแสงแดดอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา และในอากาศมีละอองเกสรดอกไม้ลอยอยู่ทั่วไปทำให้ที่นี่ดูเหมือนกับเป็นสรวงสวรรค์ราดิชใช้เวลาอยู่นานในการซึมซับบรรยากาศเหล่านี้ไว้ สองสาวก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่รอให้เขาออกจากภวังค์เองเขาใช้เวลาพอสมควรถึงดึงสติกลับมาได้

            “ที่นี่สวยมากเลยนะครับ” ราดิชบอกกับสองสาว

            “ใช่แล้วละค่ะที่นี่นอกจากสวยงามแล้วยังถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในเกมด้วยนะคะ”ซากุระอธิบายให้ราดิชฟัง

            “ตัวที่นายต้องไปตี อยู่ด้านนั้นน่ะ” มิคังชี้ไปที่ภูเขาเตี้ยๆลูกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก

            “ขอบคุณมากครับ มิคัง” ราดิชกล่าวขอบคุณเธอ

            “ไม่เป็นไรหรอกถ้านายทำภารกิจเสร็จแล้วก็ตามพวกเราไปด้านในได้นะ เปิดดูได้จากแผนที่น่ะ” มิคังบอกเขา ราดิชก็พยักหน้ารับ หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกเป็นสองกลุ่มซากุระกับมิคังเดินทางไปเข้าไปด้านในส่วนราดิชเดินทางไปยังภูเขาที่อยู่ไม่ไกลนี้เพื่อทำภารกิจ เขาเดินไปเรื่อยๆในระหว่างทางยังไม่เจอสัตว์อสูรเลยแม้แต่ตัวเดียว แต่พอเดินอ้อมภูเขาเตี้ยๆลูกนั้นไปก็พบกับสิ่งที่เขาตามหาอยู่เต็มไปหมด

            หลังภูเขาลูกนั้นมีทุ่งหญ้าที่เขียวขจีต้นเตี้ยๆอยู่ทั่วไปมีนางไม้ลมกรดที่เป็นเป้าหมายของวันนี้อยู่กระจัดกระจายพวกนี้เป็นสัตว์อสูรที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ผู้หญิงเพียงแต่ว่าพวกเธอมีผิวกายสีเขียว และผมของเธอนั้นกลับเป็นใบไม้ใหญ่หลายใบชี้โด่ชี้เด่แทนเท่านั้นเองและยังมีพิ๊กซี่อยู่อีกจำนวนมาก เขาจึงลองใช้ทักษะตรวจสอบดู

            -สัตว์อสูรนางไม้ลมกรดระดับ 60

            พลังชีวิต 30,000/30,000

            -เป็นภูติแห่งต้นไม้ที่มีความเร็วสูงแพ้การโจมตีกายภาพและธาตุไฟอย่างมาก ทนต่อการโจมตีเวทมากสามารถใช้เวทมนตร์โจมตีได้ และเสียงของมันก็ใช้เป็นอาวุธได้

            -สัตว์อสูรพิ๊กซี่ระดับ 62

            พลังชีวิต 31,000/31,000

            -เป็นภูติแห่งแสงมีความเป็นมิตรสูงแพ้การโจมตีด้วยธาตุมืด มีเวทรักษาระดับสูง

            ราดิชที่ยืนสังเกตพวกนี้อยู่นั้น ก็จำข้อมูลเกี่ยวกับพิ๊กซี่ได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่ผู้เล่นนิยมนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงมากเนื่องด้วยตัวมันมีทักษะรักษาและฟื้นพลังชีวิตได้ แถมยังมีทักษะช่วยเพิ่มสามารถได้อีกด้วยประกอบกับรูปร่างที่สวยงามน่ารัก เพราะพิ๊กซี่มีแต่เพศหญิงเท่านั้นและพวกนี้ตัวเล็กสูงราว 1 ฟุต แถมมีใบหน้าที่สวยงามด้วย อีกทั้งปีกทั้งสองที่เหมือนปีกแมลงปอที่ใสราวกับแก้วทำให้พวกมันได้รับความนิยมมาก

            ส่วนวิธีจับนั้นไม่ยากแค่เราห้ามโจมตีมันโดยเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีเข้าไปคุยและหาอาหารหรือของที่ชอบไปให้โดยพิ๊กซี่แต่ละตัวจะถูกสุ่มให้ชอบอาหารและของไม่เหมือนกันเมื่อมันรับของจากผู้เล่นและเริ่มพูดคุยกัน จนกระทั่งยอมติดตามไปด้วยนั้นต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก แต่ผู้เล่นที่มีระดับกว่า 60ส่วนใหญ่ก็นิยมมาหาไปอยู่ด้วย เพราะประโยชน์ที่มากมายของพิ๊กซี่นั่นเอง

            แต่เป้าหมายของเขาวันนี้ไม่ใช่พวกพิ๊กซี่แต่เป็นนางไม้ลมกรดที่เขารู้ว่าพวกมันไม่โจมตีก่อน และไม่รุมอีกด้วยเขาเห็นว่าแถวนี้มีผู้เล่นอยู่ไม่กี่คน แถมแต่ละคนอยู่ห่างกันมากด้วยทำให้ไม่มีการแย่งสัตว์อสูรกันอย่างแน่นอน เขาใช้ทักษะมาเจสตีเพื่อเพิ่มความเร็ว และเริ่มมองหาเป้าหมายแรกทันทีพอพบเขาก็พุ่งเข้าประชิดตัวและตวัดดาบฟันใส่อย่างรวดเร็ว

                กรี๊ด!!!

                นางไม้ลมกรดที่โดนราดิชฟันใส่เข้าเต็มอกถึงกับกระเด็นไปไกลและร้องเสียงแหลมบาดแก้วหูทำให้เขาถึงกับหูอื้อยืนนิ่งไปเลยเหมือนกัน

                -สัตว์อสูรนางไม้ลมกรดระดับ60 เตรียมโจมตี

            พอนางไม้ที่โดนฟันกระเด็นไปตั้งตัวได้ก็เริ่มร่ายเวทอย่างรวดเร็วปรากฏวงแหวนเวทสีเขียวขึ้นมา พอดีกับที่ราดิชหายหูอื้อเขาต้องดีดตัวหลบลูกบอลลมความเร็วสูงที่พุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว

            ตูม!!

            พื้นตรงนั้นโดนแรงอัดจนเป็นหลุมไปเรียบร้อยทางด้านราดิชที่ดีดตัวออกมาก่อนพอตั้งตัวได้ก็ตวัดดาบปล่อยคลื่นดาบออกไปหลายลูกติดกัน ใส่นางไม้ลมกรดทันทีเพื่อตอบโต้คลื่นพลังดาบเข้าเป้าทุกลูก จนนางไม้ลมกรดที่เตรียมร่ายเวทอีกครั้งถึงกับชะงัก และผงะไปตามแรงอัดหลังจากปล่อยคลื่นดาบแล้วเขาก็พุ่งตามเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็วเขาตวัดดาบใช้ทักษะซอร์ดสไตร์ค ฟันใส่เข้าที่คอหอยอย่างรุนแรงจนเลือดกระฉูดทำให้เธอกลายเป็นแสงไปในที่สุด เหลือไว้แต่ไอเทมที่ปิกามอนเข้าไปเก็บอย่างรวดเร็ว

            ราดิชคิดในใจ ‘จัดการไม่ยากเท่าไรเป็นเพราะมันแพ้การโจมตีกายภาพหรือเปล่านะ’ และเดินเข้าหานางไม้ลมกรดตัวต่อไปและเขาก็ใช้วิธีการเดิมคือ เข้าประชิดตัวและใช้ทักษะกายภาพโจมตีใส่อย่างรุนแรงถ้าไม่ตายก็ถอยออกมาและเข้าไปใหม่ แต่ถ้านางไม้ลมจะร่ายเวท เขาก็ปล่อยคลื่นดาบไปขัดขวางและตามเข้าไปฟันใส่ทำให้เขาจัดการพวกนี้ได้สบาย ถึงแม้ต้องฟันหลายทีก็ตามอาจเป็นเพราะพวกนี้แพ้ทางเขาก็ได้ เลยทำให้จัดการได้ไม่ยากเท่าใดนัก

            ราดิชเดินหน้าจัดการกับนางไม้ลมกรดนั้นอยู่เป็นนานจนในที่สุดเขาก็จัดการตัวที่หนึ่งร้อยลงได้และเหตุการณ์แบบที่เกิด ตอนจัดการจระเข้หนังเหล็กก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดควันแผ่ออกมาและหมุนวนด้วยความเร็วสูง พอควันหายไปก็ปรากฏสัตว์อสูรพิเศษ ที่เขาต้องการพร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้น

            -สัตว์อสูรพิเศษนางไม้ลมกรดระดับ 60 ถือกำเนิดผู้ที่โจมตีมันได้มีแต่ผู้เล่นราดิชเท่านั้น

                แต่นางไม้ลมกรดนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเพิ่มขึ้นเหมือนจระเข้หนักเหล็กแต่กลับมีรูปร่างเท่าเดิมทุกอย่าง ซึ่งทางนั้นก็ยังยืนเฉยอยู่เขาเลยตัดสินใจพุ่งเข้าหาและตวัดดาบฟันใส่อย่างรวดเร็วนางไม้ลมกรดเบี่ยงตัวหลบแต่หลบไม่พ้น โดนฟันเข้าที่ต้นแขนไปเหมือนกันเขาพลิกดาบหมายฟันซ้ำ แต่นางไม้ลมกรดกับดีดตัวถอยออกมา และเริ่มร่ายเวทด้วยความเร็วสูงลูกบอลลมความเร็วสูงพุ่งเข้าใส่ราดิชอย่างรวดเร็ว

            เขาใช้ก้าวพริบตาหลบออกมาได้ทัน และใช้ก้าวพริบตาอีกครั้งไปโผล่ข้างหลังนางไม้ลมดกรดพร้อมแทงดาบใส่อย่างรวดเร็ว แต่นางไม้ลมกรดไวกว่าพลิกตัวหลบไปได้และใช้มือขวาตบใส่ราดิช ทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหลบออกมา

                ราดิชเกิดไหวพริบขึ้นพอเบี่ยงตัวหลบเขาก็ตวัดขาเตะสวนใส่นางไม้ลมกรดเข้าอย่างจังจนทางนั้นถึงกับผงะไปเล็กน้อย แต่ก็เป็นช่องว่างที่ฉกฉวยได้ พอขาถึงพื้นเขาก็หมุนตัวฟันดาบใส่อย่างรวดเร็วดาบของราดิชฟันเข้าเต็มตัวของนางไม้ลมกรด จนกระเด็นไปตามแรงฟันทันทีเขาก็พลิกดาบและตวัดฟันจากล่างขึ้นบนอีกครั้งเข้าเต็มอกของนางไม้ลมกรดอย่างรวดเร็ว

                ราดิชฟันเข้าเต็มๆอกของนางไม้ลมกดจนร่างนั้นกระดอนขึ้นในอากาศเขาดีดตัวพุ่งตามและตวัดดาบแทงใส่ลำคอของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วด้วยทักษะซอร์ดสแตบจนอีกฝ่ายกลายเป็นแสงหายไป เหลือแต่ของสิ่งหนึ่งตกไว้ดูต่างหน้าเจ้าปิกามอนพุ่งเข้าไปเก็บของสิ่งนั้นมาให้เขาอย่างรวดเร็วเขามองของที่มันเก็บมาให้ พบว่ามันเป็นใบไม้สีเขียวใบหนึ่ง มีขนาดใหญ่พอสมควรเมื่อได้รับไอเทมภารกิจ เขาก็ได้ยินเสียงแจ้งว่าภารกิจส่วนนี้เรียบร้อยแล้วและสามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้าต่างภารกิจ

            ราดิชที่เห็นว่าเสร็จภารกิจแล้วก็นั่งลงพักเหนื่อยตรงนั้น และเริ่มสำรวจสิ่งของต่างๆรวมไปถึงค่าประสบการณ์ที่ได้รับ

                -ท่านสังหารสัตว์อสูรนางไม้ลมกรดระดับ60 ไปจำนวน 100 ตัว ได้รับค่าประสบการณ์จากปาร์ตี้ 1,300,000

                -ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากปาร์ตี้ในแบบแบ่งเท่ากัน4,500,000

                -ท่านได้รับค่าประสบการณ์รวม5,800,000

                ถึงระดับราดิชจะไม่เพิ่มแต่ดูจากค่าประสบการณ์ในการเพิ่มระดับต่อไป ก็ขาดอีกไม่เยอะเท่าไรจากนั้นเขาก็เริ่มเช็คของ พวกนางไม้ลมกรดนั้นตก แร่ทอง แร่เงินผลึกธาตุลมและยังมีมรกตอีกด้วย แต่น้ำยาฟื้นพลังชีวิตตกมาไม่เยอะเท่าที่ควรถือว่าตกของมาคุ้มเหมือนกันโดยเฉพาะแร่พวกนี้เขาเลยดูหน้าต่างภารกิจว่าต้องไปทำอะไรต่อ

    -ภารกิจ  เปลี่ยนอาชีพจอมดาบเวทมนตร์

    สถานที่รับภารกิจอาคารภารกิจ

    รายละเอียดหลังจากได้ใบไม้ของนางไม้ลมกรดแล้วให้เข้าไปด้านในของหุบเขาแฟรี่จะมีโบราณสถานอยู่ ให้คุยกับ NPCที่เฝ้าที่นั่นแล้วส่งใบไม้ให้เขา ก็จะดำเนินภารกิจต่อไปได้

    สถานที่ส่งภารกิจอาคารภารกิจ

                พอราดิชอ่านรายละเอียดว่าต้องไปโบราณสถานก็ทำให้นึกถึงเรื่องที่เขาอ่านเจอในกระดานข่าวสารว่า โบราณสถานนั้นในโลก FateOnline มีอยู่หลายแห่ง และยังจำคำของโอเฟนได้ ที่ว่าเขาสามารถไปรับการทดสอบจากโบราณสถานที่อื่นได้อีกหลังจากนั่งพักเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกเดินทางเพื่อเข้าไปด้านในของหุบเขาแฟรี่เพื่อส่งภารกิจต่อไป

    คล้ายกับเรื่องมหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online) ที่คุณอ่าน