
- บ้านแพร -
บรรยากาศในบ้านที่เคยเป็นเซฟโซนของแพร วันนี้กลับดูเงียบเหงาและเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด
แพรนอนนิ่งอยู่บนเตียงดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักจนหลับไป ความรู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้จู่โจมเธอทันทีที่พยายามพยุงตัวลุกขึ้น ร่างกายทุกส่วนระบมไปหมด โดยเฉพาะที่ข้อมือทั้งสองข้าง และขา...
เธอยกข้อมือขึ้นมาดู รอยเข็มขัดที่รัดแน่นจนห้อเลือดและเริ่มกลายเป็นสีม่วงคล้ำเตือนย้ำถึงเหตุการณ์ป่าเถื่อนในห้องพี่กรและบนรถยนต์
น้ำตาร่วงหยดลงบนแผลนั้นอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่แผลทางกาย แต่มันคือตราประทับแห่งความอัปยศที่พี่กรยัดเยียดให้
**"ไม่ไหวแล้ว... ทนไม่ไหวแล้ว..."**เธอกระซิบกับตัวเองด้วยเสียงที่สั่นเครือ
มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอน เธอจ้องมองเบอร์ของ "พี่เอก" อยู่เนิ่นนาน ทั้งที่ความจริงในใจเธอละอายเกินกว่าจะสู้หน้าเขา แต่ความหวังสุดท้ายและความอบอุ่นเพียงอย่างเดียวที่เธอเหลืออยู่คือผู้ชายคนนี้
เธอตัดสินใจกดโทรออก... สัญญาณดังอยู่ไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน
"แพร! แพรใช่ไหมครับ? พี่พยายามหาทางติดต่อหนูแทบแย่ หนูเป็นยังไงบ้าง..."
พอแพรได้ยินเสียงพี่เอก.. แพรรู้สึกจุกอกจนน้ำตามันเอ่อล้นออกมาเพียงแค่พี่เอกถามว่า..หนูเป็นไงบ้าง...
"ฮึก... พี่เอก... พี่เอกช่วยหนูด้วย..." แพรปล่อยโฮออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เสียงของเธอสั่นสะท้านจนแทบฟังไม่เป็นคำ
"พี่กร... เขา... เขาขืนใจหนู... เขาขังหนูไว้... พี่เอก... หนูกลัว... หนูไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว..."แพรพูดไปร้องไห้ไป
ปลายสายอึ้ง..เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสบถที่หลุดออกมาด้วยความโกรธจัด พี่เอกที่เคยใจเย็นและอ่อนโยน บัดนี้เสียงของเขาเข้มจัดและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
"มันทำอะไรหนูนะแพร?! ไอ้กรมันกล้าขนาดนั้นเลยเหรอ!" พี่เอกคำรามผ่านโทรศัพท์
"แพร ฟังพี่นะ... ล็อกบ้านให้แน่นที่สุด อย่าให้ใครเข้าบ้านเด็ดขาด พี่จะจัดการทุกอย่างเอง พี่ไม่สนเรื่องพาสปอร์ตหรือเรื่องพ่ออีกแล้ว พี่จะกลับไทยเดี๋ยวนี้!"
"พี่เอก... แต่ทางนั้น..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นแพร! ชีวิตหนูสำคัญกว่าทุกอย่าง พี่จะลงไปจัดการไอ้กรด้วยมือพี่เอง ให้มันรู้ว่าคนอย่างมันไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเมียของพี่!"
คำว่า "เมียของพี่" จากปากพี่เอกทำให้แพรรู้สึกถึงความคุ้มครองที่โหยหามานาน แต่มันก็มาพร้อมกับความเจ็บปวดที่เธอรักษา "ความบริสุทธิ์" ไว้ให้เขาไม่ได้
พี่เอกสั่งให้เธอส่งรูปหลักฐานแผลที่ข้อมือและส่งโลเคชั่นบ้านไว้ให้พี่แอนทันที พร้อมกับกำชับว่าเขาจะประสานงานเพื่อนที่เป็นทนายและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้เข้าดูแลแพรก่อนที่เขาจะถึงไทย
หลังจากวางสายจากแพร พี่เอกก็นั่งนิ่งอยู่ครู่เดียว แววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้เปลี่ยนเป็นคมปลาบ ราวกับใบมีด เขาไม่รอช้า รีบกดโทรศัพท์หา "คุณพ่อ" ทันที แม้จะมีความขัดแย้งเรื่องการกักตัวเขาไว้ที่อังกฤษ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับแพรมันคอขาดบาดตายเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้
“คุณพ่อครับ... แพรถูกไอ้กรขืนใจและทำร้ายร่างกาย” เสียงพี่เอกสั่นพร่าด้วยความโกรธจัด “ที่ผมต้องมาติดอยู่ที่นี่ เพราะพ่อระงับพาสปอร์ตผม... และตอนนี้ผู้หญิงที่ผมรักที่สุดกำลังจะตายทั้งเป็น พ่อพอใจหรือยังครับ!”
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ... คุณพ่อของพี่เอกที่เคยเข้มงวดถึงกับสะอึก ท่านไม่เคยคิดว่าการดัดนิสัยลูกชายจะนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมกับผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่ง ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินใจท่านทันที
“เอก... พ่อ... พ่อไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายขนาดนี้” เสียงท่านอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “ลูกอยู่นิ่ง ๆ ที่นั่น พ่อจะจัดการเรื่องพาสปอร์ตให้เร็วที่สุด และตอนนี้... พ่อจะจัดการไอ้ผู้ชายคนนั้นให้เอง พ่อจะไม่ปล่อยให้คนของตระกูลเราถูกรังแก!”
ไม่เพียงแค่พึ่งพาบารมีพ่อ พี่เอกรีบโทรหา "สารวัตรวิน" เพื่อนสนิทสมัยเรียนที่เป็นตำรวจฝีมือดี
“วิน... มึงช่วยกูที เมียกูถูกไอ้กร อาจารย์คณะ... ขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว หลักฐานคือรอยแผลที่ข้อมือและร่องรอยในที่เกิดเหตุ มึงไปลากคอมันออกมาจากมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ อย่าให้มันไหวตัวทัน!”
ทางด้านพี่แอน...
โทรศัพท์ของพี่แอนดังขึ้นในจังหวะที่เธอกำลังวุ่นกับการตรวจงาน เมื่อได้ยินเสียงพี่เอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด พี่แอนถึงกับปล่อยปากกาหลุดมือ หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจและโกรธจนตัวสั่น
“อะไรนะคะ?! อ.กร ทำขนาดนี้เลยเหรอ!” พี่แอนตะโกนลั่นห้องทำงานจนคนรอบข้างหันมามอง “ได้ค่ะ! แอนจะไปหาแพรเดี๋ยวนี้!”
“พี่แอนครับ ฝากซื้อ 'ยาคุมฉุกเฉิน' ให้แพรกินด่วนที่สุดนะครับ” เสียงพี่เอกสั่งเข้ม “ผมไม่ยอมให้มันเอาลูกมาเป็นข้ออ้างผูกมัดแพรเด็ดขาด... รบกวนพี่แอนด้วยนะครับ ผมจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด”
พี่แอนรีบคว้ากระเป๋า วิ่งออกจากตึกคณะไปที่ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุด เธอใจสั่นไปหมดเมื่อนึกถึงสภาพของแพรที่ต้องเผชิญกับปีศาจในคราบอาจารย์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
[ณ มหาวิทยาลัย (ห้องประชุมคณะ)]
พี่กรนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยท่าทีสงบนิ่ง รอยยิ้มมุมปากแฝงไปด้วยความย่ามใจ เขากำลังคิดถึงแผนการขั้นต่อไปที่จะ "ขัง" แพรไว้ในชีวิตเขาอย่างถาวร โดยไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาหา
ปัง!
ประตูห้องประชุมถูกผลักออกอย่างแรง สารวัตรวินในชุดเครื่องแบบเต็มยศพร้อมเจ้าหน้าที่อีกสองนายก้าวเข้ามาข้างใน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคณบดีและอาจารย์คนอื่น ๆ รวมถึง อาจารย์วิภา ที่นั่งตาค้างอยู่ตรงนั้น
“อาจารย์ธนากร... ผมสารวัตรวิน ขอเชิญตัวคุณไปที่โรงพักข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและกักขังหน่วงเหนี่ยว!” วินประกาศเสียงดังฟังชัด
พี่กรหน้าซีดเผือด ลุกขึ้นยืนตัวสั่น “พวกคุณมีหลักฐานอะไร! ผมไม่ได้ทำ!”
“หลักฐานเหรอ? รอยแผลที่ข้อมือเหยื่อ และผลตรวจร่างกายที่กำลังจะตามมาไงครับ!” วินไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งลูกน้องเข้าล็อกตัวพี่กรทันทีต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคน
อาจารย์วิภากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ส่วนพี่กรถูกลากตัวออกไปท่ามกลางสายตาจากทุกคนในคณะ ชื่อเสียงที่เขาสร้างมาพังทลายลงในพริบตา