“จริงสิน่ะ ภัสร์รู้ว่าคุณลุงเดชามีลูกชายอยู่คนหนึ่งแต่ก็ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย”
“เขาหนีไปก่อนที่ภัสร์จะมาอยู่ที่นี่ประมาณหนึ่งปี”
“แล้วคุณลุงไม่สบายอย่างนี้เขาก็ไม่มาเยี่ยมเลยงั้นหรือคะ”
“เขามีเื่ผิดใจกับคุณลุงนิดหน่อย”
“ถึงผิดใจยังไง แต่พ่อเจ็บขนาดนี้ก็ควรที่จะกลับมาดูแลบ้าง นี่เป็ลูกยังไง ใจดำชะมัด”
“เรายังไม่รู้รายละเอียดอะไรก็อย่าพึ่งตัดสินเลยยัยภัสร์”
พิมพิกาดุน้องสาวเบาๆ
“ภัสร์ก็ว่าไปตามความคิดของภัสร์”
“ตกลงว่าภัสร์รับทำงานนี้น่ะ”
เด่นดนัย้าหาข้อสรุป
“ค่ะ แล้วพี่เด่นรู้หรือคะว่าอีตานั้นเขาหนีไปอยู่ที่ไหน”
“รู้ เพราะพี่ไปตามเขาหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่ยอมมา”
“คนอย่างนี้มันต้องเจอกับคนอย่างภัสร์ว่าแต่พี่เด่นจะให้ภัสร์เริ่มงานเมื่อไหร่คะ”
“เร็วที่สุดได้เท่าไหร่ยิ่งดี”
เด่นดนัยตอบทั้งอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางมุ่งมั่นของน้องสาวภรรยา
“งั้นเริ่มพรุ่งนี้เลย แต่ภัสร์ขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าก่อนครึ่งหนึ่งนะคะ เพราะตอนนี้เหลือเงินติดตัวอยู่แค่ห้าบาทเท่านั้นแฮะ แฮะ”
หญิงสาวยิ้มหน้าทะเล้นมือตบกระเป๋ากางเกงแปะๆ
“นี่ใช่ไหมเหตุผลจริงๆที่ทำให้รีบรับปากแบบไม่ต้องคิด”
พิมพิกาดักคอน้องสาว
“เอาน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ให้ แต่ตอนนี้เราไปกินข้าวกันก่อนดีไหม”
เด่นดนัยกล่าวด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นกว่าตอนที่เข้าบ้านมาเล็กน้อย
“ดีคะ ภัสร์หิวจะแย่แล้ว เมื่อกลางวันก็ไม่ได้ทานอะไรเพราะกลัวจะไม่มีค่ารถกลับบ้าน”
“เรานี่มันจริงๆเลยนะยัยภัสร์ ถ้าไม่หยิ่งไม่เข้าเื่อย่างนี้ก็คงไม่ต้องลำบากหรอก”
พิมพิกาบ่นให้น้องสาวอย่างอ่อนใจ ก่อนรีบพาทั้งน้องและสามีไปทานอาหาร เพราะแต่ละคนดูแล้วอยู่ในอาการหิวโซทั้งนั้น
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“โอ้โฮ ยัยภัสร์ ตื่นแต่เช้ามืดเชียว”
เด่นดนัยทักทายหญิงสาวที่เห็นนั่งอยู่ในห้องรับแขกชั้นล่างเมื่อเขาเดินลงมาจากชั้นบน
“ตื่นเอาฤกษ์เอาชัยกับงานใหม่ที่จะทำไงคะ”
หญิงสาวตอบเสียงใส ไฟแห่งความมุ่งมั่นลุกโชนอยู่ในแววตาคู่สวยสดใส
“ทำเป็คึกคักไปเถอะ ล้มเหลวกลับมาระวังจะตีสีหน้าไม่ถูก”
พิมพิกาแกล้งแซวน้องสาว
“แหม พี่พิมพูดเหมือนไม่รู้นิสัยของน้องสาวคนนี้”
“ใช่ พี่รู้ว่าเราเป็คนไม่ค่อยยอมแพ้อะไรง่ายๆแต่พี่ก็รู้อีกด้วยว่า คุณเดชเขาก็เป็คนอย่างนั้นเหมือนกัน”
“มันก็คงต้องลองดูกันสักตั้งนั้นแหละคะ ว่าใครมันจะแน่กว่าใครถ้าตั้งเดียวยังไม่รู้ผล เอามันสักสองตั้ง สามตั้งก็ได้ ใช่ไหมคะพี่เด่น”
หญิงสาวจอมแก่นหันไปชวนพี่เขยเป็สมัครพรรคพวก
“ใช่ มันต้องอย่างนั้นสิน้องพี่ คนเรามันต้องมีความพยายามมากๆเข้าไว้ แล้วสิ่งที่หวังมันจึงจะประสบผลสำเร็จ”
เด่นดนัยมีความเห็นเข้ากับน้องสาวของภรรยาได้เป็ปี่เป็ขลุ่ย ทำเอาถูกพิมพิกาคว้างค้อนเข้าใส่คนละหลายทีก่อนที่จะชวนกันไปรับประทานอาหารเช้าตามเคย
ระหว่างที่ทานอาหารกันอยู่นั้นเองที่เด่นดนัยได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเดชบดินทร์ให้พิชชาภัสร์ฟังอย่างคร่าวๆเพื่อเป็ประโยชน์ในการที่จะได้พูดจาให้เขาผู้นั้นยอมกลับมารวมทั้งบอกที่อยู่ของเดชบดินทร์ที่เขาไปมาถึงสามครั้งแล้วนั้นด้วย ซึ่งก็เป็จังหวัดที่อยู่ไกลออกไปพอสมควรทีเดียว แล้วเขายังบอกย้ำให้เธอทำงานที่ได้รับมอบหมายนี้ให้สำเร็จด้วยซึ่งหญิงสาวก็รับปากอย่างแข็งขัน และเมื่อทานอาหารกันเรียบร้อยหญิงสาวก็แสดงความจำนงพร้อมออกเดินทางทันที
“ก่อนไปอย่าลืมไปไหว้ลาคุณลุงด้วยล่ะ”
พิมพิกาบอกน้องสาวเพราะถือว่าทุกวันนี้เธอกับน้องก็ยังอยู่ใต้ร่มใบบุญของท่าน
“รู้แล้วค่ะ”
หญิงสาวรับคำ
“แต่ภัสร์อย่าลืมนะ ว่าห้ามบอกท่านว่าภัสร์กำลังจะไปทำอะไรเด็ดขาด”
เด่นดนัยรีบเตือนกลัวหญิงสาวจะพลั้งปากพูดความจริงออไป
“รู้แล้วคะ”
“แล้วระหว่างที่ไปนี้ก็อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดีดีด้วยนะ”
พิมพิกาสั่งเสียอีก
“แหม พี่พิมก็สั่งเสียราวกับว่าพิมกำลังจะไปรบทีเดียว”
พิชชาภัสร์กระเซ้าพี่สาว
“ก็พี่เป็ห่วงเรามากนี่ยัยภัสร์”
พิมพิกาทำหน้างอ น้อยใจที่น้องสาวไม่เข้าใจพิชชาภัสร์จึงรีบเข้าไปกอดอย่างประจบเอาใจ
“ภัสร์ล้อเล่นค่ะ ทำไมภัสร์จะไม่รู้ว่าพี่พิมเป็ห่วง พี่พิมเองก็เถอะต้องดูแลตัวเอให้ดีดีนะ เพราะภัสร์ก็เป็ห่วงพี่พิมมากเหมือนกัน ไหนจะหลานของภัสร์อีกด้วย”
“ภัสร์ไม่ต้องห่วงเลยนะข้อนั้น พี่รับรองว่าจะดูแลพี่สาวของภัสร์ชนิดที่ว่าริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยทีเดียว”
เด่นดนัยรับรองหนักแน่นและพิมพิกาก็เริ่มมีน้ำตาคลอๆขึ้นมา พิชชาภัสร์เห็นเช่นนั้นจึงรีบออกเดินทางทันที เพราะรู้ว่าขืนช้ากว่านี้คงได้เห็นน้ำตาของผู้เป็พี่สาวไหลนองหน้าแน่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐