เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเหล่ยเจิ้นผู้คุ้มกันของร้านอาหารแห่งนี้ก็ปรากฏตัวออกมาทันที
“เกิดอะไรขึ้น” ผู้คุ้มกันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ที่ร้านอาหารแห่งนี้ห้ามสร้างความวุ่นวายไม่อย่างงั้นจะถูกไล่ออกจากร้านทันทีและห้ามไม่เข้ามาที่แห่งนี้อีก แต่ขณะนั้นเองผู้คุ้มกันก็สามารถเข้าใจได้ทันที ต้าหมิงและหญิงสาวทั้งสามกำลังรับประทานอาหารอยู่และทั้งสี่คนยังไม่ได้ลุกไปใหนแต่พวกเหล่นเจิ้นนั้นกลับยืนอยู่นี่แสดงให้เห็นว่าใครเป็นผู้เริ่มก่อนความวุ่นวายก่อน
“น้องชายช่วยปล่อยมือได้หรือไม่แล้วที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง” ผู้คุ้มกันกล่าว
ต้าหมิงปล่อยมือทันที ในตอนนี้ดวงตาของต้าหมิงนั้นโหดเหี้ยมอย่างมากแม้แต่หลางฮูหนิงยังรู้สึกหวาดกลัว
“เจ้ากล้าทำร้ายข้า ข้าจะฆ่าเจ้า” เมื่อต้าหมิงปล่อยมือเหล่ยเจิ้นก็คำรามด้วยความโกรธ
“หยุดเดี๋ยวนี้ถ้าเจ้ากล้าก่อเรื่องมากกว่านี้ก็อย่าหาว่าข้านั้นไร้ความปราณี” ผู้คุ้มกันกล่าว
“เหอะ เจ้าโง่สองตัวนั่นมาจากอาณาจักรอสนีสินะ” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว
“อย่างที่ข่าวลือกล่าวไว้ไม่มีผิด อาณาจักรอสนีนั้นเป็นพวกป่าเถื่อน ข้าได้ข่าวว่าคนในอาณาจักรนั้นไม่ต่างจากโจรเท่าไหร่ทั้งปล้นทรัพย์ ทั้งฆ่าและข่มขืนชาวบ้านพวกมันทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง” ผู้คนในอาณาจักรเหมันต์ต่างนินทากันทันที
“ดี ดี มาก พวกเจ้าสองอาณาจักรอย่าให้เจอข้าบนสนามประลองก็แล้วกันข้าจะเล่นงานให้พวกเจ้าทรมานอย่างถึงที่สุดเลยคอยดู” เหล่ยเจิ้นกล่าวพร้อมกับจากไป
“เด็กคนนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่อีกงั้นเหรอสามารถใช้แรงกายเพียงอย่างเดียวบีบมือของจอมเวทย์ระดับ 9 จนกระดูกร้าวได้ ต่อให้เป็นข้าถ้าไม่มีพลังเวทย์ช่วยเหลือก็ไม่สามารถทำได้” ผู้คุ้มกันคิดในใจด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“พวกเรากลับกันเถอะ” ต้าหมิงกล่าว
“อืม อีก 1 วันการประลองก็จะเริ่มขึ้นแล้วพวกเราควรจะเตรียมตัวให้พร้อม” จ้าวหลานกล่าว
พวกต้าหมิงเดินทางกลับที่พัก เมื่อมาถึงก็เห็นพวกจ้าวหยูเฟยกำลังกลับมาจากด้านนอกเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น” จ้าวหยูเฟยกล่าวทันทีที่เมื่อเห็นกลุ่มของต้าหมิงเงียบขรึมผิดปกติ
ต้าหมิงไม่ได้สนใจและกลับเข้าไปในห้องของตนเองโดยมีหลางฮูหนิงติดตามไปด้วย
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” จ้าวโยวหลันยังแสดงสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางที่เย็นชาของต้าหมิง
“พวกข้าเองก็ไม่รู้ อยู่ๆอารมร์ของต้าหมิงก็กลายเป็นรุนแรงและไม่ดีอย่างยิ่งจนวันนี้เกือบจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ไม่งั้นคงได้เกิดเรื่องแน่” จ้าวหลานกล่าว
“เล่ามาให้หมด” จ้าวหยูซินขมวดคิ้วทันที
เย่สุ่ยได้เล่าเรื่องที่อยู่ในร้านอาหารให้กับพวกจ้าวหยูเฟยฟังทั้งหมด หลังจากฟังเสร็จจ้าวหยุซินก็หรี่ตาลงก่อนที่นางจะแยกตัวไปยังห้องของจักรพรรดิหญิง
“ท่านจักรพรรดิดูเหมือนเกิดเรื่องแปลกกับต้าหมิง” จ้าวหยูซินกล่าว
“เรื่องอะไร” จักรพรรดิหญิงกล่าว
หลังจากนั้นจ้าวหยูซินก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับจักรพรรดิหญิงฟัง และพอดีในตอนนั้นเองข้อความของจอมพลสูงสุดก็ส่งมาถึงพอดี หลังจากอ่านแล้วจักรพรรดิหญิงก็หรี่ตาลง
“อย่างงี้นี่เอง เพราะแบบนั้นเขาถึงได้กลายเป็นแบบนี้สินะ เพราะความใกล้ชิดกับคนในหมู่บ้านงั้นเหรอหรือเพราะเติบโตมาที่นั่นเขาถึงได้รู้สึกได้ทันทีที่พวกคนเหล่านั้นได้รับอันตราย” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับหลับตาลงและถอนหายใจ
“ท่านจักรพรรดินี่มัน....ถ้าต้าหมิงรู้เข้าเขาจะต้องโกรธมากแน่” จ้าวหยูซินกล่าว
“เรื่องนี้ยังให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดไม่งั้นเขาจะต้องบ้าคลั่งขึ้นมาแน่” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“แต่ถ้าเขามารู้ทีหลังเขาจะไม่โกรธพวกเรางั้นเหรอ” จ้าวหยูซินกล่าว
“มันก็ดีกว่าปล่อยให้เขาไปก่อเรื่องในตอนนี้ไม่อย่างงั้นพวกตระกูลเหล่ยอาจจะใช้โอกาสนี้สังหารต้าหมิงได้” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีในตอนนี้” จ้าวหยูซินกล่าว
“เดี๋ยวข้าจัดการเอง” จักรพรรดิหญิงกล่าวเสร็จก็เดินทางไปยังห้องพักของต้าหมิง ซึ่งตอนนี้ต้าหมิงกำลังนั่งหลับตาบ่มเพาะอยู่ เพราะต้าหมิงไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรถึงรู้สึกเจ็บปวดหัวใจดังนั้นต้าหมิงจึงพยายามทำสมาธิและบ่มเพาะเพื่อกำจัดความรู้สึกเหล่านี้ออกไป
แต่ในตอนนั้นเองต้าหมิงก็ได้กลิ่นหอมลอยมาเมื่อลืมตาขึ้นก็เจอจักรพรรดิหญิงนั่งอยู่ข้างหน้าตนเองแล้ว
“ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไร” ต้าหมิงกล่าว
“ข้าได้ยินว่าเจ้าอารมณ์ไม่ดีข้าเลยมาดูคู่หมั้นของข้าเสียหน่อยว่าเป็นอย่างไร” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“เกิดอะไรขึ้นกับคนในหมู่บ้านของข้าหรือเปล่า” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง
“ทำไมเจ้าถึงถามแบบนั้น” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ข้าเองก็ไม่รู้ ในชีวิตของข้า ข้ามีคนที่สนิทไม่มากและยิ่งครอบครัวข้ามีแค่พวกเขาเท่านั้น” ต้าหมิงกล่าว
“สายสัมพันธ์งั้นเหรอ” จักรพรรดิกล่าวด้วยสีหน้าจนใจ
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่บอกข้ามาเถอะ” ต้าหมิงกล่าว
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นมีจอมพลสูงสุดปกป้องอยู่เจ้าคิดว่าใครจะทำอะไรหมู่บ้านของเจ้าได้” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“งั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังอารมณ์ไม่ดีเพราะงั้นวันนี้ข้าจะอยู่กับเจ้าทั้งคืนจนกว่าจะถึงตอนเช้าดีหรือไม่” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับดึงต้าหมิงให้มานอนที่ตักของนาง
ต้าหมิงแปลกใจมากที่อยู่ๆจักรพรรดิหญิงก็มาทำดีกับตนเองขนาดนี้ ถึงจักรพรรดิหญิงจะบอกว่าไม่ต้องห่วงแต่ต้าหมิงก็ยังรู้สึกว่ามันต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นแน่
“ทำไมท่านถึงอยากจะเข้าไปในพื้นที่ลับของดินแดนรกร้างนั่นละ” ต้าหมิงกล่าว
“เจ้าอาจจะยังไม่รู้ ในสมัยโบราณก่อนที่เผ่าอสูรจะปรากฎตัวในตอนนั้นไม่มีจอมเวทย์หรือครึ่งอสูร มีเพียงเผ่ามนุษย์และเผ่าภูติ ในพื้นที่รกร้างในตอนนั้นเป็นพื้นที่ของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ของเผ่ามนุษย์ ซึ่งราชวงศ์โบราณหลายชั่วอายุคนได้ก่อตั้งที่นั่นและสืบทอดมารดกมามากมาย แต่อยู่เผ่าอสูรก็ปรากฏตัวและเข้ายึดพื้นที่ตรงนั้นทันที ทั้งๆที่ดินแดนอื่นๆก็มีให้เลือกมากมายแต่พวกอสูรกลับเลือกดินแดนรกร้างและก่อตั้งฐานที่นั่น
ซึ่งหลังจากนั้นบรรพบุรุษของเผ่ามนุษย์ได้สืบจนรู้ว่าข้างใต้พื้นที่ของราชวงศ์โบราณนั้นมีเส้นชีพจรเวทมนต์อยู่ ซึ่งเส้นชีพจรเวทมนต์นี้ได้สร้างเหมืองศิลาเวทย์ขึ้นมาทำให้เผ่าอสูรเลือกที่นั่นเป็นฐานของตัวเอง” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“เป้าหมายของท่านคือเหมืองศิลาเวทย์อย่างงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“ไม่แค่นั้น มรดกของบรรพบุรุษของพวกเราเองก็อยู่ข้างในนั้นเพราะแบบนั้นพวกข้าเหล่าจักรพรรดิถึงต้องการเข้าไปในที่แห่งนั้นแต่น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนั้นไม่สามารถเข้าไปได้หากไม่มีคนเปิดให้เข้าไป และทุกๆ 100 ปี เส้นทางลับนั้นจะเปิด 1 ครั้งเพราะงั้นครั้งนี้คือครั้งแรกของข้าและข้าต้องทำมันให้ได้เพื่อความปรารถนาของข้า” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับลูบใบหน้าของต้าหมิงอย่างอ่อนโบน