สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 ยังมีอีกขวด

            ตั้งแต่เมื่อกว่าสิบวันก่อนบรู๊คถูกราชาหนุ่มอเล็กซานเดอร์เลื่อนขั้นจากผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์เป็น‘ผู้บัญชาการทหารสูงสุด’ ของเมืองแซมบอร์ด คอยควบคุมกองกำลังทหารทั้งหมดในเมือง และเบสท์ เลขานุการคนใหม่ก็กลายเป็นหนึ่งใน ‘สองผู้นำสูงสุด’ ดวงชะตาของเกอเทอ บรู๊ค นักรบหนึ่งดาวคนนี้พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลของเมืองแซมบอร์ดเรียกได้ว่าอยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่นแม้กระทั่งพวกขุนนางชั้นสูงหรือพวกพ่อค้าที่ไม่เคยเห็นบรู๊คอยู่ในสายตามาก่อน แต่มาตอนนี้กลับคอยยิ้มกว้าง ใบหน้าประหนึ่งดอกไม้ผลิบานให้บรู๊คอยู่บ่อยๆทุกครั้งมักจะมาเชื้อเชิญบรู๊คไปทานอาหารเย็น ส่งของขวัญและส่งสาวใช้น่ารักๆ มาให้ทุกวันตั้งแต่เช้าจนค่ำจะมีผู้คนเยี่ยมเยือนที่บ้านไม่มีวันสิ้นสุดไม่ช้าธรณีประตูก็ถูกย่ำจนแทบสึก

            หากเป็นคนอื่น จู่ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างฉับพลันขึ้น เกรงว่าคงพากันปวดหัวไม่รู้จะจัดการอย่างไรและสุดท้ายก็จะกลายเป็นวัวลืมตีน ทว่านักรบคนนี้มาจากครอบครัวที่ยากจน เขาได้แสดงให้ถึงความกล้าหาญซื่อสัตย์และความยืดหยุ่น สำหรับคนอื่นอาจจะอยากคบเพื่อนที่มีฐานะสูงกว่าแต่หลักการของบรู๊คกลับทำให้ทุกคนต้องแปลกใจ แม้เขาจะไม่ปฏิบัติตัวเย็นชาและไม่เข้าร่วมพรรคร่วมพวกแต่ถ้ามีคนอื่นมาเยี่ยมเยือนบ้านเขาเขาก็จะต้อนรับอย่างอบอุ่น ทำให้ทุกคนกลับบ้านไปพร้อมความรู้สึกพอใจ

            แน่นอนว่าทุกการกระทำ เขาใช้ความพยายามอย่างรอบคอบ หลังสงครามเมืองแซมบอร์ดจบลงก็มีเรื่องนับร้อยที่รอให้จัดการ อีกหกเดือนหลังจากนี้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบการซ้อมรบของราชอาณาจักรเซนิทองค์ราชาอเล็กซานเดอร์เคยกล่าวไว้ว่า‘หากรวมพลังจากผู้คนจำนวนมากได้ทั้งหมด จนกลายเป็นความสามัคคีได้ ก็จะสร้างเมืองแซมบอร์ดที่ดีขึ้นมาได้’ดังนั้นบรู๊คจึงไม่อยากสร้างความขัดแย้งกับพวกขุนนาง อย่างน้อยก็ขอรักษาบรรยากาศความสามัคคีนี้ไว้ชั่วคราวก็ยังดี

            และทุกวันนอกเหนือจากการขลุกอยู่กับการปรับปรุงทางการทหารบรู๊คยังมีความคิดมากมายที่จะนำมาใช้ปฏิรูปกองทัพนี่เป็นการงานแรกที่เขาจะทำให้เสร็จภายในสามสิบวัน องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ได้เสนอความคิดเห็นจำนวนมากในด้านนี้ อีกทั้งความคิดเห็นบางอย่างก็ทำให้บรู๊ครู้สึกทึ่งเช่นกันบรู๊คทำการค้นคว้าด้วยตัวเองอย่างจริงจัง ยิ่งได้วิเคราะห์ก็ยิ่งตื่นเต้นมีหลายสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน ครั้งแรกที่เขาได้ยินจากปากขององค์ราชาเขาก็รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ต่อมาเขาเริ่มรู้สึกว่าความคิดเหล่านี้ช่างไร้ที่ติ ทั้งหมดเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมเพียงนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันของเมืองแซมบอร์ดเท่านั้น สำหรับเมืองแซมบอร์ดแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้เลยทีเดียว

            แน่นอนว่าด้วยอำนาจที่อยู่ในมือเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรู๊ครู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไม่เคยมีมาก่อน

            หลังจากที่องค์ราชาอเล็กซานเดอร์กลับมาเป็นคนปกติไม่เพียงมีพลังที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลทั้งสองอย่างนี้ยังมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วอย่างบ้าคลั่งจนน่าทึ่งจนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ที่เขามีเวลาว่างได้พูดคุยสนทนาเรื่องราววันเก่าๆ กับยอดฝีมืออันดับหนึ่ง แฟรงก์ แลมพาร์ดที่ ‘โรงเรียนแซมบอร์ด’เขาคาดไม่ถึงว่าแลมพาร์ดยอมรับว่าพลังของอเล็กซานเดอร์เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่ไม่สามารถมองเห็นได้ และบางทีเขาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์

            นี่ทำให้บรู๊ค เพียร์ซและคนอื่นๆ รู้สึกกดดัน

            พวกเขารู้ดีว่า ต่อจากนี้หากอยากติดตามร่วมรบข้างกายกับองค์ราชาอเล็กซานเดอร์เพื่อปกป้องเมืองแซมบอร์ดพวกเขาจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ถูกองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขาทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายพวกเขาก็กลายเป็นคนไร้ประโยชน์

            ในตอนนี้ เพียร์ซดร็อกบาและคนอื่นๆ ต่างวิ่งโร่ไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีฝึกแปลกๆ จากองค์ราชาอย่างหน้าด้านๆทุกวันจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีฝึกหลากหลาย ส่วนบรู๊คก็ยุ่งมาก เวลาฝึกก็น้อย และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพลังถดถอยลง

            ในขณะที่เขารู้สึกท้อใจเล็กน้อย องครักษ์ประจำตัวของซุนเฟยอย่างเฟร์นันโด ตอร์เรสก็มาหาบรู๊คพร้อมกับนำคำสั่งของซุนเฟยมาด้วย “ท่านบรู๊คฝ่าบาทเชิญท่านไปที่พระราชวังเดี๋ยวนี้เลยขอรับ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญมากๆ ที่อยากจะปรึกษา”

            บรู๊ครู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่ก็ตามตอร์เรสไปที่พระราชวัง

            เมื่อเข้ามาที่ห้องโถง บรู๊คก็ต้องแปลกใจนอกจากตัวเองแล้วยังมีผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์แปเตอร์  แช็คที่สมควรพักฟื้นอยู่ที่บ้านแต่กลับมานั่งอยู่บนเก้าอี้หินและสนทนาบางอย่างกับองค์ราชาอเล็กซานเดอร์นอกนั้นก็ไม่มีใครอื่นอยู่ที่นี่อีก

            “ฮ่าๆๆ บรู๊ค ท่านมาแล้วหรือวันนี้ข้ามีบางอย่างที่สำคัญมากๆ อยากให้พวกเจ้าสองคนดูน่ะ”

            เมื่อเห็นบรู๊คเข้ามา ซุนเฟยก็ยิ้มกว้าง เดินลงมาจากบัลลังก์สูงกว่าสี่ห้าเมตรที่ล้อมไปด้วยรูปปั้นสิงโตปีศาจในห้องโถง เขาเดินมาตบไหล่บรู๊ค ดวงตาของบรู๊คเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่พูดก็มีบางอย่างเกิดขึ้นบนฝ่ามือซุนเฟย แช็คและบรู๊คต่างรู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้ามีขวดเล็กๆ ที่เปล่งแสงสีเขียวระยิบระยับบนฝ่ามือของซุนเฟย มันเป็นขวดคริสตัลใสๆ และมีของเหลวสีเขียวอยู่ข้างใน กระทั่ง...มีพลังเวทจางๆ ปกคุลมอยู่

            “นี่คือ...” บรู๊คและแช็คต่างตกตะลึง

            “ฮึๆๆ นี่คือน้ำยาวิเศษระเบิดคลื่นพลังที่ข้าเพิ่งปรุงขึ้นมาเร็วๆ นี้...”ซุนเฟยโม้เต็มที่ แนะนำอย่างภาคภูมิใจสุดๆ “แต่...ข้าชอบเรียกมันว่า ‘น้ำยาฮัลค์’ ฮ่าๆๆนี่เป็นน้ำยาที่น่าทึ่งมาก...”ซุนเฟยพูดถึงตรงนี้ก็หยุดเล็กน้อยเพื่อสร้างความตื่นเต้น

            “‘น้ำยาฮัลค์’? ชื่อนี้เป็นชื่อที่แปลกมาก...”บรู๊ครู้สึกได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาจางๆ จากในขวด จึงถามว่า “ฝ่าบาทน้ำยานี้มีประโยชน์อะไรเป็นพิเศษหรือขอรับ?”

            “แน่นอน ฮึๆๆ ประโยชน์ของมันมีแค่อย่างเดียวนั่นก็คือสามารถทำให้พลังของคนคนหนึ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าในช่วงเวลาสั้นๆ...”ซุนเฟยโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจ“มันก็เหมือนน้ำยาวิเศษที่พวกนักเวทปรุงยาพวกนั้นปรุงกันนั่นแหละแต่สิ่งที่แตกต่างกันกับน้ำยาวิเศษระดับต่ำพวกนั้นคือ ผลของการเพิ่มพลังของ ‘น้ำยาฮัลค์’ มันคงอยู่ถาวรไงล่ะ!”

            “คงอยู่ถาวร?” แช็คและบรู๊คต่างตื่นตกใจร่างกายสั่นเทิ้มมองน้ำยาขวดเล็กๆ ในมือของซุนเฟยเขม็ง ก่อนจะโพล่งถามออกมาเสียงดังว่า“จะเป็นไปได้อย่างไร? หรือว่าจะเป็นน้ำยาในตำนาน?”

            ในบรรดาอาชีพของพวกนักเวทบนแผ่นดินอาเซรอทจะมีอาชีพสาขาหนึ่งที่ชื่อว่า ‘นักเวทปรุงยา’ ซึ่งนักเวทปรุงยาพวกนี้สามารถปรุงน้ำยาแปลกๆ ออกมาจำนวนมากและมีผลไม่เหมือนกันและนักเวทปรุงยาจะมีเงื่อนไขพวกส่วนผสมและประสิทธิภาพที่แตกต่างกันสามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับตั้งแต่ระดับต่ำถึงระดับสูง น้ำยาในตำนานก็เป็นน้ำยาระดับสูงอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งจะมีประสิทธิภาพที่น่าเหลือเชื่อหลังดื่มน้ำยาในตำนานไปแล้ว พลังที่เพิ่มขึ้นจะคงอยู่ถาวร...

            แต่นั่นเป็นเรื่องในตำนานน้ำยาในตำนานมีเพียงนักเวทปรุงยาในตำนานเท่านั้นถึงจะปรุงออกมาได้ และยังต้องใช้ส่วนผสมที่ล้ำค่าแปลกๆ และหาได้ยากในการปรุงยา แม้แต่ในราชอาณาจักรระดับแปดหรือเก้าบนแผ่นดินยังมีส่วนผสมพวกนี้น้อยมากๆแต่น้ำยาที่ซุนเฟยหยิบออกมามีผลเทียบเท่ากับน้ำยาในตำนานเรื่องนี้ทำให้บรู๊คและแช็คแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย

            “เอ๊ะ? น้ำยาในตำนาน? จะเป็นไปได้อย่างไร?ข้าไม่มีส่วนผสมที่ล้ำค่าขนาดนั้นมาปรุงหรอก...” จากการอ่านหนังสือในหอสมุดหลวงแบบหามรุ่งหามค่ำซุนเฟยจึงเข้าใจว่าน้ำยาในตำนานที่ทั้งสองคนพูดถึงมันคืออะไรดวงตาเขากรอกไปมาชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มแหยๆ “แฮะๆ ความจริงแล้ว แม้ว่า ‘น้ำยาฮัลค์’ จะมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งแต่มันกลับมีผลข้างเคียงที่น่ากลัวมาก...ดังนั้น ข้าจึงลังเลอยู่หลายวันที่จะเอามาให้พวกเจ้าหากรับมือกับผลข้างเคียงได้เจ้าจะได้รับประโยชน์จากน้ำยานั่นจนรู้สึกพอใจเลย ตอนนี้น้ำยาก็อยู่นี่แล้วหากยินดี พวกเจ้าสองคนก็รับมันไป ว่าไง ใครอยากได้?”

            ผลข้างเคียงที่น่ากลัว?

            บรู๊คและแช็คสบตากัน ในดวงตาพวกเขาลดอาการตกตะลึงลงไปเล็กน้อยในใจก็ครุ่นคิดว่า หากน้ำยาขวดนี้ไม่มีผลข้างเคียงและยังสามารถเพิ่มพลังของคนให้อยู่ถาวร ‘น้ำยาฮัลค์’ นั่นก็คงเทียบเท่ากับน้ำยาในตำนานได้แน่ๆล้ำค่าอย่างยิ่ง

            บรู๊คลังเลไม่กี่วินาที

            เขามองแช็คที่อยู่ข้างๆ แล้วผงกหัว “ให้ข้าลองก่อนเถอะ!”

            การซ้อมรบของราชอาณาจักรเซนิทในอีกครึ่งปีหลังกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆในการซ้อมรบครั้งนี้ อาณาจักรแซมบอร์ดไม่มีทางให้ถอยแล้วแม้ว่าตอนนี้จะมียอดฝีมือถึงสองคนอย่างแลมพาร์ดและองค์ราชาอเล็กซานเดอร์แต่อย่างไรเสีย การซ้อมรบกลับมีการแข่งขันสิบรอบ นับและตัดสินตามจำนวนผลแพ้ชนะพึ่งพายอดฝีมือแค่สองคนคงไม่ไหวหรอก หากอยากจะชนะจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของคนอื่นเพิ่มอีก เวลากระชั้นชิดแบบนี้ สำหรับเกอเทอ บรู๊คแล้ว ใจอยากจะช่วยปลดเปลื้องความทุกข์เรื่องการสู้รบให้แก่องค์ราชาบ้าง แม้ว่าน้ำยาตรงหน้าจะอันตรายมาก แต่บางทีมันก็เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว

            บรู๊คตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ยื่นมือออกไปคว้าน้ำยาสีเขียวเรืองแสงนั่น

            แต่...

            หมับ!

            แปเตอร์ แช็คที่ยืนอยู่ข้างบรู๊คอย่างเงียบๆ มาตลอด จู่ๆ ก็ยื่นมือไปแย่งขวด ‘น้ำยาฮัลค์’ ในมือก่อนจะเปิดฝากระดกน้ำยา ‘น้ำยาฮัลค์’ ลงไปจนเกลี้ยง

            “ท่าน...”

            บรู๊คพลันร้อนใจขึ้นมา

            เมื่อสิบวันก่อน แช็คเพิ่งจะถูกองค์ราชาลบล้างมลทินและปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำร่างกายของเขาถูกทรมานด้วยสภาพแวดล้อมอันมืดมิดและเปียกชื้นในนั้นจนทำให้ร่างกายอ่อนแออีกทั้งยังเคยถูกเลขานุการบาร์เซิลใช้วิธีการชั่วช้าทำให้คลื่นพลังในร่างของเขาต้องแตกซ่านคลื่นพลังสองดาวแทบจะสลายจนเกลี้ยง พลังถดถอยลงไปมาก แม้จะบอกว่ายังสามารถฝึกฝนกลับไปเป็นนักรบสองดาวได้ แต่มันก็ต้องใช้เวลาตอนนี้ร่างกายของแช็คอ่อนแอจนถึงที่สุด ดื่ม ‘น้ำยาฮัลค์’ ที่มีผลข้างเคียงอันตรายแบบนั้นเข้าไปอย่างลวกๆ แล้วถ้าเกิดควบคุมไม่ได้ขึ้นมา เกรงว่าอาจจะมีอันตรายถึงชีวิต...

            เขารู้ว่าแช็คไม่อยากให้ตัวเองเสี่ยง ถึงได้แย่งน้ำยาไปดื่ม

            ในใจของบรู๊คตอนนี้เคร่งเครียดมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ได้แต่จ้องเขม็งไปที่แช็คด้วยกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติขึ้น

            แต่ซุนเฟยแอบแสยะยิ้มชั่วร้ายอย่างไร้ยางอาย

            หลังจากนั้นไม่กี่วินาที อาการ ‘ผลข้างเคียง’ ที่บรู๊คกังวลก็เกิดขึ้น

            สิ่งแรกคือแสงสีเขียวเรืองรองแผ่ออกมาตรงหน้าผากของแช็ค พลังเวทมนตร์มหัศจรรย์ก็หมุนโคจรอย่างไม่น่าเชื่อจากนั้นท่ามกลางประกายแสงเหล่านั้น มันค่อยๆ เริ่มกระจายตัว ประกายแสงสีเขียวสดใสเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆไม่ช้าก็แพร่กระจายไปทั่วหัวของแช็ค แม้กระทั่งผมของเขาก็กลายเป็นสีเขียว ดูแปลกอย่างมาก

            ในเวลาเดียวกันบนหน้าผากของแช็คก็มีเหงื่อขนาดเท่าเม็ดถั่วไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มันไหลท่วมใบหน้าของเขาจนเปียกชื้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มกระตุกอย่างไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เขากำลังแบกรับความเจ็บปวดที่ยากจะจินตนาการได้อยู่

            บรู๊คตกใจ

            เขาหันไปมองซุนเฟยก็ไม่เห็นซุนเฟยแสดงอาการตื่นตระหนกใดๆกลับกันยังเผยรอยยิ้มเล็กๆ ด้วยซ้ำ นี่ทำให้บรู๊ควางใจเล็กน้อยควบคุมอาการตกใจแล้วเฝ้าสังเกตอาการของแช็คต่อ

            แสงสีเขียวนั่นยิ่งมากยิ่งเข้มเริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างของแช็คจากศีรษะสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ผ่านลำคอ หน้าอกเอว แขน มือ เท้า...หลังจากนั้น สิบวินาทีต่อมาก็เห็นเพียงทั่วทั้งร่างของผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์แปเตอร์ แช็คกลายเป็นสีเขียว แม้กระทั่งขนบนแขนของเขาก็กลายเป็นสีเขียวไปด้วยสภาพแบบนี้ดูไม่ต่างอะไรกับกำลังโดนพิษแปลกๆ เล่นงานอยู่ แต่ที่ทำให้บรู๊คทึ่งคือภายใต้กล้ามเนื้อของแช็คราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังคลุ้มคลั่งอยู่ด้านในอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า และที่น่าตกใจกว่านั้นคือเส้นโลหิตดำปูดขึ้นมาแล้วมีบางอย่างไหลเวียนอย่างต่อเนื่องเหมือนฝนกำลังตก...เห็นได้ชัดว่ากระบวนการนี้ต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ

            บรู๊คเห็นร่างของแช็คเหมือนทาสีด้วยสีเขียวทั่งร่าง ในใจแอบคิดว่า“ไม่น่าล่ะ น้ำยานี้ถึงเรียกว่าฮัลค์ ดื่มแล้วก็จะตัวเขียวไปทั่วร่างนี่เอง”

            และซุนเฟยเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาว

            ก่อนหน้านี้ซุนเฟยทดลองดื่ม ‘น้ำยาฮัลค์’ หลังจากที่ดื่มลงไปแล้วในระหว่างกระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกาย เขาต้องทนต่อความเจ็บปวดที่เหมือนมีมดนับหมื่นกำลังคืบคลานไปทุกๆ ที่บนร่างแล้วคอยกัดร่างเขาอย่างคลุ้มคลั่งเหมือนมีคนนำมีดเล็กๆ ที่แหลมคมมาหั่นเนื้อของเขาทีละชิ้นๆ...รสชาติของความเจ็บปวดนั่นซุนเฟยไม่ยอมทดลองดื่มมันเป็นรอบที่สองแน่ๆยิ่งไปกว่านั้น ‘น้ำยาฮัลค์’ ดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับซุนเฟย

            ครึ่งนาทีต่อมา ท่าทางเจ็บปวดของแช็คค่อยๆ ลดลง

            สีเขียวเข้มบนร่างเขาค่อยๆ เริ่มจางหาย จากนั้น พลังที่แข็งแกร่งก็ค่อยๆ แผ่ออกมาจากร่างของแช็ค กลิ่นอายพลังนี้ช่างคุ้นเคยเป็นอย่างมากสำหรับบรู๊คเพราะเขามักจะรู้สึกถึงกลิ่นอายนี้จากร่างขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์อยู่บ่อยๆมันเป็นกลิ่นอายพลังบริสุทธิ์ที่ทำให้คนรู้สึกกดดันเหมือนมังกรยักษ์กำลังจำศีลอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้บรู๊คยิ่งตกใจคือกลิ่นอายของพลังนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ผ่านไปอีกครึ่งนาที แสงสีเขียวบนร่างของแช็คก็หายไป

            พลังนั้นก็หยุดเพิ่มขึ้นเช่นกัน

            ฟู่ว!

            แช็คถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ในที่สุดก็ลืมตาขึ้น

            เขายังคงสำรวจร่างตัวเองรู้สึกว่าพลังในตอนนี้ล้ำหน้ากว่าพลังสมัยก่อนของตัวเองเสียอีกในใจก็อดไม่ได้ที่จะยินดี น้ำตาคลอเบ้า ก่อนหน้านั้นที่ถูกบาร์เซิลใช้อำนาจทำลายคลื่นพลังในร่างเขาทำให้แช็ครู้สึกสิ้นหวัง ตัวเองกลายเป็นคนไร้ค่าแต่ตอนนี้ความหวังได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เขารีบคุกเข่าลงตรงหน้าซุนเฟยใบหน้าบ่งบอกได้ถึงความตื่นเต้นที่ยากจะควบคุมได้ พลางพูดเสียงดังว่า “ฝ่าบาทขอบพระทัยขอรับ! ข้าฟื้นตัวแล้ว...ข้ารู้สึกถึงพลังที่น่าเกรงขามคลื่นพลังในร่างก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่า ไม่ถึงครึ่งปี ข้าสามารถฟื้นฟูคลื่นพลังกลับมาเหมือนเดิมได้อย่างแน่นอน...”

            แช็คตื่นเต้นมากจนไม่อาจพูดประติดประต่อกันได้

            เมื่อครู่จากการสำรวจร่างของตัวเอง แช็คจึงเข้าใจถึงประโยชน์ของ ‘น้ำยาฮัลค์’ แม้ว่าคลื่นพลังที่ถูกทำลายก่อนหน้านี้จะยังไม่ฟื้นตัว แต่เขาก็พบว่าความแข็งแกร่งของทางกายภาพของตัวเองกลับอยู่ในระดับที่คาดไม่ถึงอาศัยแค่พละกำลังก็สามารถต่อสู้กับนักรบสองดาวได้อย่างสูสีและผลกระทบของน้ำยาก็ไม่ได้มีแค่นี้ ที่ทำให้แช็คแทบคลั่งคือเส้นทางคลื่นพลังในร่างของเขาขยายกว้างขึ้น ซึ่งหมายความว่าในอนาคตที่เขาฝึกฝนคลื่นพลัง เขาสามารถฝึกได้เร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า... ‘น้ำยาฮัลค์’ ขวดเล็กๆ ขวดนี้ เห็นผลได้จริง เกรงว่าอาจจะล้ำหน้ากว่าน้ำยาในตำนานด้วยซ้ำ

            ซุนเฟยเริ่มจริงจังก่อนจะพูดอย่างสงบนิ่งว่า “แปเตอร์อย่ามีความสุขมากนัก ผลกระทบที่น่ากลัวของ ‘น้ำยาฮัลค์’ ยังไม่จบนะ”

            “ฮะ” แช็คและบรู๊คที่เริ่มโล่งใจเมื่อได้ยินประโยคนี้ก็อึ้งไป “ยังมีผลข้างเคียงอะไรอีกขอรับ?”

            “ก็แสงสีเขียวๆ ไง เจ้าก็เห็น แสงสีเขียวบนร่างเขายังไม่สลายไปนะตามการคำนวนของข้า ใช้เวลาอย่างต่ำก็ราวๆ สามถึงห้าวันถึงจะสลายไปหมด”

            แช็คถามด้วยสีหน้าแปลกประหลาดว่า “ฝ่าบาท...อ่าผลข้างเคียงน่ากลัวที่ท่ากล่าวถึงก็คือ ร่างจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวแปลกๆ หลังจากดื่ม ‘น้ำยาฮัลค์’ สินะขอรับ?”

            “ใช่แล้ว” ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะก่อนจะพยักหน้า“ไอ้แสงสีเขียวนั่นมันใช้เวลานานกว่าจะหายไป หรือว่าเจ้าไม่กลัว?” พูดไม่ทันจบประโยคซุนเฟยก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง เหมือนเด็กที่เพิ่งทำเรื่องชั่วร้ายบางอย่างสำเร็จองค์ราชาหัวเราะเสียงดัง

            ตูม

            แช็คและบรู๊คพลันหน้าม้านไป แทบจะสำลักน้ำลายตาย

            นี่เป็นผลข้างเคียงที่น่ากลัวอะไรกัน?

            “บรู๊ค...ข้า...” ตอนนี้แช็ครู้สึกตื่นตระหนกทีแรกเขากังวลว่าผลข้างเคียงของ ‘น้ำยาฮัลค์’ จะน่ากลัวจึงรีบแย่งมาดื่มเพราะไม่อยากให้บรู๊คต้องมาเสี่ยง แต่ใครจะรู้ว่าองค์ราชาจะล้อเล่นตอนนี้ดูเหมือนว่าตัวเองได้แย่งชิงโอกาสที่จะทำให้บรู๊คแข็งแกร่งมาไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือคุณงามความดี แช็คก็มีไม่เท่าบรู๊คดังนั้นเขาจึงรู้สึกเสียใจมาก

            “ท่านแช็ค...” บรู๊คยังคงคุ้นเคยกับการเรียกคำว่าท่านกับหัวหน้าเก่าของเขาเขายิ้มออกมาอย่างไม่ลังเลแล้วพูดว่า “ท่านไม่ต้องเกรงใจ แค่เมืองแซมบอร์ดของพวกเรามียอดฝีมือเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนนั่นก็เท่ากับว่าโอกาสที่จะได้รับชัยชนะจากการซ้อมรบที่ราชอาณาจักรเซนิทมีเพิ่มขึ้นใครจะดื่มน้ำยานั่นมันก็ไม่ต่างกัน”

            บรู๊คกล่าวอย่างจริงใจไม่มีอะไรแอบแฝง แช็คไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีซุนเฟยแอบพยักหน้า เขามองบรู๊คไม่ผิด นักรบหนึ่งดาวคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ทั้งยังอุทิศตนให้แก่ประชาชน แล้วยังจงรักภักดีต่อตัวเองมาก

            “ความจริงแล้วพวกเจ้าไม่น่าร้อนใจกันเลย ฮิๆ” ซุนเฟยพูดก่อนที่ในมือจะปรากฏแสงสว่างขึ้น แล้ว ‘น้ำยาฮัลค์’ อีกขวดก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ“เพราะข้ามีน้ำยาแบบนี้อีกหนึ่งขวดไงล่ะ!”

            ---------------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน