เอลฟ์โบราณคือภูตแห่งป่าชนิดหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากต้นไม้แห่งชีวิตโดยตรง พวกเขาเหล่านี้คือเอลฟ์สายเลือดแท้ที่ถูกนับถือว่าเป็นชนชั้นราชวงศ์ แตกต่างจากภูตตนอื่นที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากจิตวิญญาณของป่าไม้ที่เป็นบริวารที่ล้อมต้นไม้แห่งชีวิต ความพิเศษของสายเลือดเอลฟ์โบราณนั้นนับได้ว่าหายากเป็นอย่างยิ่ง ปกติแล้วพวกเขามักจะอาศัยอยู่ใกล้กับต้นไม้แห่งชีวิตไม่ติดต่อกับโลกภายนอก แต่เด็กหนุ่มที่สลบหมดสติอยู่ในตอนนี้มีสายเลือดของเอลฟ์โบราณไม่ผิดอย่างแน่นอน แอสคลีเพียสที่ใช้สัมผัสวิญญาณหยั่งรู้ร่วมกับมิเนอร์วาจึงค่อนข้างมั่นใจในจุดนี้ ชายหนุ่มก็สงสัยเหมือนกันจึงถามขึ้น
“น่าจะใช่ไม่ผิดอย่างแน่นอน แต่ข้ารู้สึกว่าเขาไม่ใช่สายเลือดแท้ที่บริสุทธิ์… ท่านอาจารย์เป็นไปได้หรือไม่ที่มารดาของเด็กคนนี้จะมีลูกกับมนุษย์ แล้วให้กำเนิดเขาออกมา ข้าจำได้ว่าในตำราโบราณเคยเขียนเล่าเอาไว้ ว่าเอลฟ์โบราณในตำนานจะหน้าตาเหมือนมนุษย์ แต่จะมีหูที่ยาวแหลมต่างออกไป รูปพรรณก็งดงามยากจะหาตัวประหลาด แต่เจ้าเด็กนี่ให้ดูกี่รอบก็ไม่เหมือนที่เขียนบันทึกไว้”
“ในเมื่อคิดจะช่วยคนแล้ว จะมาจากไหนก็ช่างมันเถิด รีบพาเจ้าเด็กนี่กลับบ้าน พอเขาตื่นมาเจ้าก็จะได้รู้เอง ข้าหิวแล้วต้องการโลหิต เจ้าเด็กขี้สงสัยรีบกลับบ้านเสียที”
แอสคลีเพียสเอ่ยหยอกล้อศิษย์อย่างเอ็นดู มิเนอร์วาเอ็งก็ได้แต่ส่ายหน้าเห็นด้วยกับอีกฝ่าย เสือดำตัวโต จู่ๆ ก็ปรากฏกายขึ้นถัดจากชายหนุ่มไปไม่ไกล เหล่าเด็กน้อยที่มุงดูอยู่รอบด้านก็พากันตกใจกรีดร้อง แตกฮือหลับตาวิ่งหลบไปอยู่ข้างหลังชายหนุ่ม ร่างที่นอนไม่ได้สติของเด็กหนุ่มถูกยกวางนอนคว่ำเกาะอยู่บนหลังของอามูร์ มิเนอร์วาที่กำลังจะกระโดดควบซ้อนก็มีอันต้องชะงักลง เพราะเสียงโวยวายที่ตะโกนเสียงดังไม่พอใจ
ชายหนุ่มยืนมองออกไปยังเจ้าของเสียงอย่างเย็นชา ก็มองเห็นเด็กน้อยอันธพาลกลุ่มเมื่อสักครู่ ที่พึ่งโดนกระบี่ไม้ไล่ฟาดจนต้องพากันหนีไป มิเนอร์วาก็จำขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายบอกว่าจะไปฟ้องบิดาให้มาจัดการ ด้านหลังของเด็กน้อยกลุ่มนี้มีผู้ชายตัวโตหลายคนเดินตามมา เสียงตะโกนด่าทอกล่าวหามากมายดังจนน่ารำคาญ แต่ละคนต่างก็ชี้หน้าถามหาค่าเสียหาย เรียกร้องว่าบุตรของพวกมันโดนทุบตีต้องเจ็บปวด
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่คนไหนที่ทุบตีบุตรข้าจงออกมารับโทษเสียเดี๋ยวนี้! หากไม่จ่ายค่าเสียหายมาข้าจะเอาไปขายเป็นทาสเพื่อชดใช้!”
“ข้าจะจ่ายค่าเสียหายเอง เท่าไหร่จงว่าราคามา…”
มิเนอร์วาไม่แยแสกับจำนวนเหรียญทองที่อีกฝ่ายเรียกมาเลยแม้แต่น้อย โยนถุงเหรียญทองให้แล้วอุ้มเด็กคนอื่นขึ้นไปบนหลังของอามูร์ จากนั้นจึงจากไปปล่อยให้อีกฝ่ายตกใจกับเหรียญทองจำนวนมาก การเรียกร้องที่โก่งราคาจนสูงมากเช่นนี้แต่อีกฝ่ายกับจ่ายออกมาจริงๆ ก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อเงยหน้ามองขึ้นมาอีกที ชายหนุ่มก็จากไปไกลแล้ว มันจึงไม่คิดโลภเอาความอีกฝ่ายเพิ่มอีก เอ่ยปลอบเหล่าเด็กน้อยว่าจะเลี้ยงของอร่อยสักหลายมื้อเป็นการทดแทน
เหล่าเด็กน้อยที่เคยวิ่งซนนั้นกำลังตื่นเต้นพากันลูบไล้ไปที่ขนนุ่มของอามูร์อย่างถูกใจ ความพยาบาทเย็นชาที่มีอยู่ในตอนแรกได้ถูกความสดใสของเด็กเจือจางจนรู้สึกเป็นมิตร อามูร์เดินส่ายหางอารมณ์ดีเพราะรู้สึกได้ถึงความชื่นชมยำเกรงในตัวมัน มิเนอร์วาก็เดินไปตามทางพร้อมกับอามูร์อย่างเงียบๆ จนกระทั่งพาเหล่าเด็กน้อยทั้งหมดกลับไปส่งที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า ชายหนุ่มจึงจากมาพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่นอนไม่ได้สติ เมื่อกลับมาถึงฐานหลักของซัลวาโตเร เขาก็พาอีกฝ่ายเข้าไปนอนพักในคฤหาสถ์ แล้วเอ่ยปากบอกกับอามูร์ให้ไปทำการเจรจา
“ข้าให้เวลาพวกมันเก็บข้าวของนานเกินไปแล้ว เจ้าจงพาผู้คนไปยึดทรัพย์ริบกิจการของพวกมันทั้งหมดมา จงเอ่ยแจ้งออกไปว่าซัลวาโตเรได้เข้าซื้อกิจการทุกอย่างของพวกมันแล้ว หากยังบื้อใบ้ไม่รู้ความ ไม่ย้ายออกไป เช่นนั้นก็จงใช้มาตราการขั้นเด็ดขาดสั่งสอนพวกมันให้ได้รู้สำนึก หอกแห่งซัลวาโตเรของข้ามีหรือที่จะยอมถูกรังแก เขาโต้ตอบกลับไปเพียงแค่รอยบอบช้ำก็ถือว่าปรานีแล้ว”
อามูร์ค้อมศีรษะให้แล้วหายลับไปกับความมืด ปรากฏตัวขึ้นอีกทีก็แปลงกายเป็นร่างมนุษย์แล้วนำผู้คนมากมายเดินจากไป การสั่งสอนนี้ถึงแม้จะดูเอาแต่ใจ แต่มิเนอร์วาก็คิดว่าสมควรแล้วสำหรับพวกเขาเหล่านั้น ใช้เวลาเพียงไม่นานอามูร์ก็สามารถสืบหาความเป็นมาของอีกฝ่ายจบพบ ชายกลุ่มนี้เป็นอันธพาลเกเรทั่วไป เลี้ยงชีพด้วยการกรรโชกทรัพย์ข่มขู่ผู้อ่อนแอ เขาทำงานรับใช้พ่อค้าคนหนึ่ง คอยดูแลควบคุมความสงบให้กับบ่อนพนันของผู้เป็นนาย
อามูร์ไม่เสียเวลาให้มากความ เขาเอ่ยสั่งเหล่าทหารรับจ้างที่พามาด้วยให้ลงมือจัดการทันที ในขณะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันจะได้รู้สึกตัว ฝ่ามือข้างหนึ่งก็ตบเข้าไปที่กลางกบาลของมันอย่างรุนแรง ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ปลิวล้มลงไปกองกับพื้น เมื่อรู้สึกตัวก็ร้องโอดโอยเพราะเจ็บปวด มันตะโกนด่าพร้อมกับรีบเรียกพวกพ้องอย่างโมโห ต้องการเอาคืนชายแปลกหน้าที่กล้าทำร้ายตน เหล่าชายฉกรรจ์จำนวนมากต่างก็เชื่อฟัง พากันปิดล้อมทางออกของเขาไว้ทั้งหมด แต่แล้วพวกเขาทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นจากทางเบื้องหลัง
ปรากฏเป็นผู้ชายในชุดสูทสีดำหลายคนที่โผล่ออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง พวกเขามาพร้อมกับปืนรุ่นเก่าที่มิเนอร์วาแจกจ่ายให้เป็นสวัสดิการ เมื่อมีผู้ขัดขืนจึงเกิดเป็นการยิงสั่งสอน เพียงไม่นานก็สามารถกำราบควบคุมฝูงชนได้ อามูร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบก็เดินเข้ามา สายตาดูแคลนกวาดตามองไปยังผู้ที่คุกเข่าอยู่ เสือสมิงร่างมนุษย์แค่นเสียงแล้วเอ่ยเป็นคำพูด
“ซัลวาโตเรให้เวลาพวกเจ้าเก็บข้าวของนานเกินไปแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อรับส่งมอบกิจการทั้งหมดของที่นี่ ซัลวาโตเรได้เข้าซื้อกิจการทุกอย่างของพวกเจ้าแล้ว หากยังบื้อใบ้ไม่รู้ความ ไม่รีบย้ายออกไป เช่นนั้นข้าก็จะใช้มาตราการขั้นเด็ดขาด เด็กหนุ่มที่เหล่าบุตรของพวกเจ้าชอบรังแกนั้น เขาคือหอกแห่งซัลวาโตเร เขาโต้ตอบกลับไปเพียงแค่รอยบอบช้ำก็ถือว่าปรานีแล้ว เหรียญทองก็มอบให้แล้ว เช่นนั้นก็จงมอบกิจการทั้งหมดมาให้แก่ข้าเสียดีๆ”
“ซัลวาโตเร? ...”
ทันทีที่นามแห่งซัลวาโตเรนี้ดังขึ้นมา ผู้คนรอบด้านที่เคยแตกตื่นตกใจจากเสียงปืนก็พากันสงบลง นามของตระกูลที่ก่อตั้งโดยมังกรเงาผู้เร้นลับ ชื่อเสียงของเขานั้นดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งอาณาจักร วีรบุรุษสงครามผู้ที่ช่วยเหลือปกป้องบ้านเมืองให้ปลอดภัย แม้นามจะระบือลือไปไกล แต่ในความจริงแล้วก็ยังมีผู้ที่ไม่เคยเห็นหน้ามิเนอร์วาอยู่ด้วยเช่นกัน กว่าจะรู้ตัวหลายคนที่คุกเข่าอยู่ก็ล้มลงไปอย่างอ่อนแรง หนังหัวแต่ละคนรู้สึกว่าชาหนึบเย็นวาบไปทั่วกาย
เหตุการณ์วุ่นวายนี้เกิดขึ้นได้ไม่นาน เจ้าของบ่อนการพนันตัวจริงก็โหวกเหวกโวยวายเดินเข้ามา เขากล่าวถามหาว่าผู้ใดกันกล้ามาทำตัวอันธพาลในบ่อนของเขา แต่เมื่อใช้สายตาเพ่งมองดูให้ดีก็ต้องตกใจจนตัวโยน รีบขอโทษขอโพยกับอามูร์อย่างรวดเร็ว แม้เหล่าอันธพาลปลายแถวจะไม่เคยเห็นใบหน้าของมิเนอร์วา แต่ไม่ใช่กับพ่อค้าอาวุธคนนี้ ตัวมันเป็นศิษย์ของอาวุโสท่านหนึ่งที่ทำงานให้กับทางวังมรณะสาบสูญ ดังนั้นจึงมีโอกาสได้เข้าออกที่นั่นอยู่บ่อยๆ และอามูร์ผู้นี้ก็ตามติดรับใช้มังกรเงาแห่งบูรพาทิศอยู่ตลอด
มันจึงต้องรีบเปลี่ยนท่าที ยิ่งได้มารู้ความจริงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น พ่อค้าอาวุธผู้นี้ยิ่งโมโห มันรีบเดินไปทุบตีเพื่อสั่งสอนต้องการเอาใจอามูร์ หลังจากที่เหล่าอันธพาลมอบเหรียญทองที่เหลือคืนมาให้ ตัวมันจึงรีบนำไปคืนให้แก่อามูร์ที่ยืนดูอย่างเย็นชา เหตุเกิดเพียงแค่เพราะเด็กนั้นทะเลาะกัน เรื่องราวจึงบานปลายมาถึงเพียงนี้ แต่ของที่ซื้อมาแล้วย่อมไม่อาจส่งคืนให้ได้ในราคาเดิม อามูร์จึงเอ่ยเจรจาทำหน้าที่ของหอกที่ดี
“เจ้าไม่รู้หรือไรว่าเวลานั้นมีค่า? ดอนแห่งซัลวาโตเรนั้นซื้อกิจการของเจ้ามาในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงเป็นอย่างมาก และเขาก็เปลี่ยนราคาขายกิจการนี้ไปนานแล้ว หากต้องการซื้อคืนก็จ่ายคืนมา 10 เท่า ก็จงนับเอาเถิดว่าในนั้นมีเหลือกี่เหรียญทอง อย่าลืมไปนับเอากับพวกมันด้วยก็แล้วกัน หากไม่มีสิ่งใดจะพูดต่อ ก็รีบพากันไสหัวไปได้แล้ว”
เมื่อพ่อค้าอาวุธคนนี้ลองนับเหรียญทองที่เหลืออยู่ ก็พบว่ากิจการที่อีกฝ่ายจ่ายเหรียญทองซื้อมา มีราคาที่สูงเกินจริงไปมากนัก ก็นับได้ว่าสมน้ำสมเนื้อจนน่าพึงพอใจ หากมันต้องการจะซื้อกลับมาจริงๆ ก็คงจะได้ไม่คุ้มเสีย อีกทั้งยังเป็นการขัดใจหาเรื่องตระกูลซัลวาโตเรเสียเปล่าๆ เรื่องก็แล้วไปแล้วหากยังหาเรื่องอีกก็ดูจะโง่เง่าเกินไปแล้ว พ่อค้าอาวุธรายนี้จึงรีบตอบตกลงยินยอมแม้จะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ มันรีบไล่ตะเพิดเหล่าอันธพาลให้จากไปอย่างหัวเสีย แล้วรีบกลับมาหาอามูร์เพื่อเอ่ยเสนออยากทำการค้าด้วย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว อามูร์ก็เอ่ยขึ้นเสียงดังแจ้งกับทุกคน
“ขออภัยลูกค้าทุกท่านที่ได้รับความไม่สะดวก เพื่อเป็นการชดเชยให้แก่ลูกค้าผู้มีเกียรติทุกท่าน ซัลวาโตเรจะมอบชิฟเดิมพันให้คนละ 10 เหรียญทอง เชิญเสี่ยงดวงของพวกท่านได้เลยตามใจชอบ ขอบคุณที่ใช้บริการ”
อามูร์หันศีรษะจ้องมองไปที่อีกฝ่ายแล้วชี้คางให้อีกฝ่ายเดินตามมา เหตุการณ์เจรจาทำการค้าจึงได้เริ่มถูกสร้างขึ้น ส่วนรายละเอียดนั้นจะถูกนำไปรายงานให้แก่มิเนอร์วาอีกทีเพื่อขอคำอนุมัติ เมื่อเสร็จธุระกลุ่มชายชุดดำก็เดินทางจากไป แฟชั่นชุดสูทนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มบุรุษ จนมีคนพยายามจะแอบตัดลอกเลียนแบบ แน่นอนว่ามิเนอร์วานั้นไม่เคยใส่ใจ แบบเสื้อนั้นย่อมสามารถเลียนแบบกันได้ แต่วัตถุดิบเส้นใยรายละเอียดทั้งหมดล้วนยากจะสร้างให้เหมือนได้
ร้านตัดสูทซัลวาโตเรเองก็เลื่องชื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เหล่าผู้มีชื่อเสียงหลายคนก็เลือกที่จะเปลี่ยนแนวการแต่งตัว เลือกใส่สูทสั่งตัดของร้านซัลวาโตเรกันเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งรุกลามกระจายออกไปเป็นวงกว้าง มิเนอร์วาในตอนนี้กำลังอยู่ในแปลงเกษตร เขาจ้องมองไปยังใบของต้นวีดที่เฉาลงอย่างเงียบๆ ฟังอามูร์ที่กลับมาเอ่ยรายงานถึงผลลัพธ์
“เจ้านั่นต้องการค้าขายกับท่าน มันต้องการซื้อระเบิดไดนาไมต์จำนวนมากจากท่าน ท่านสามารถเสนอราคาได้เลยตามเห็นสมควร มันบอกว่าจะยอมสู้ทุกราคาขอรับ”
“พรุ่งนี้เจ้าจงไปบอกให้มันจัดหาวัตถุดิบตามที่ข้าเขียนให้ แล้วเอ่ยบอกไปว่าข้ารับจ้างผลิตไดนาไมต์แท่งละ 20 เหรียญทอง หากมันอยากได้เป็นจำนวนมาก ก็จงจัดหาวัตถุดิบมาให้มากพอก็แล้วกัน”
อามูร์รับคำแล้วแยกจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มได้ใช้เวลาขบคิดอยู่คนเดียว จนกระทั่งผ่านไปอีกเจ็ดวันกองวัตถุดิบจำนวนมากก็เดินทางส่งมาทางเรือสำเภา เพื่อให้เป็นการไม่เสียเวลาชายหนุ่มจึงต้องเดินทางมาขนเอง แต่เมื่อได้มาเห็นกองวัตถุดิบจำนวนมาก ก็ต้องแปลกใจ ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะร่ำรวยได้มากถึงเพียงนี้ ทันทีที่พ่อค้าอาวุธรายนี้มองเห็นมิเนอร์วาเดินทางมา ตัวมันก็รีบกุลีกุจอเดินเข้าไปต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับดอนแห่งซัลวาโตเร ข้าเป็นพ่อค้าอาวุธนามว่าวิคเตอร์ เหล่านี้คือวัตถุดิบที่ท่านต้องการ ตัวข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ทำธุรกิจร่วมกับท่าน เชิญๆ”
มิเนอร์วาเองก็จับมือที่ยื่นมาอย่างเป็นมิตร ลูกค้าของซัลวาโตเรย่อมได้รับความเป็นมิตรที่จริงใจ ชายหนุ่มตรวจนับอยู่ครู่ใหญ่ก็โบกมือเก็บไปอย่างไม่แยแส วิคเตอร์ตกตะลึงให้กับอำนาจที่ชายหนุ่มนั้นมีอยู่ สินค้าจำนวนมากที่แม้แต่ครึ่งเทพก็ขนมาได้ไม่หมดต้องใช้เรือสำเภาขนมาถึงสามลำ แต่มังกรบูรพาผู้นี้กลับสามารถทำได้อย่างง่ายดาย อาศัยเพียงการโบกมืออย่างส่งเดชก็สามารถแสดงเดชอันน่าอัศจรรย์ได้ เห็นเช่นนี้แล้วตัววิคเตอร์เองก็ยิ่งมั่นใจในลางสังหรณ์ของตัวเอง กลิ่นที่ลอยโชยออกมาจากร่างของมังกรหนุ่มคนนี้ เป็นกลิ่นของความร่ำรวยมั่งคั่งไม่ผิดอย่างแน่นอน
หลังจากเอ่ยนัดแนะวันเวลากันอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายก็แยกกันจากไป มิเนอร์วาที่กลับมาถึงคฤหาสถ์ของตัวเองก็มองเห็นหอกแห่งปัญญากำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน ชายหนุ่มค่อนข้างแปลกใจที่เห็นอินทรีเกล็ดศิลาหยอกล้อ เล่นกับเด็กหนุ่มอย่างเป็นมิตร โดยปกตืแล้วนานๆ ทีลิเบอร์ตี้จะบินลงมากินสมุนไพรวิญญาณที่ปลูกให้ไว้เพื่อเป็นยาบำรุงร่าง พญาอินทรีที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใด ตอนนี้ดันเล่นกับเด็กน้อยไปเสียได้ ทันทีที่ทั้งสองมองเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา หนึ่งคนก็ยืนนิ่งก้มหน้างุด หนึ่งอินทรีก็ซุกหัวอ้อนอย่างน่ารัก
“ข้าคือมิเนอร์วา ดอนแห่งตระกูลซัลวาโตเร นับแต่นี้ไปเจ้าจะต้องมาเป็นศิษย์ของข้า ข้าจะทำให้เจ้าเป็นผู้ถือหอกแห่งปัญญา เป็นผู้ที่สามารถบงการชีวิตของตัวเองได้อย่างสมใจ จงอย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ชีวิตข้าเองก็ไม่ได้ต่างจากตัวเจ้ามากนักหรอก หากชีวิตมันจะบัดซบไปบ้าง หรือมากจนเจ้าแบกรับเอาไว้ไม่ไหว วิธีแก้นั้นมันก็ยังพอมีอยู่ ข้าคือนภาผู้โอบอุ้มครอบครัวนี้ ข้าจะช่วยโอบกอดเอาความบัดซบที่เจ้าแบกเอาไว้นั้นเอง… เจ้าชื่ออะไรและเหตุใดจึงถูกทิ้งให้เป็นกำพร้า?”
มิเนอร์วาเอ่ยพูดให้กำลังใจแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง ต้องการรู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีที่มาอย่างไร ด้วยความฉลาดหลักแหลมและโหดเหี้ยมของเด็กหนุ่ม เพียงสองคุณสมบัตินี้ก็เป็นที่ต้องการของผู้คนแล้ว ยิ่งมีสายเลือดของเอลฟ์โบราณเข้ามาเสริมอีก มิเนอร์วาจึงต้องการดึงตัวเอาไว้ใช้งาน อีกทั้งโชคชะตาของอีกฝ่ายก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับตัวเองอยู่บ้าง จึงเกิดเป็นจิตสงสารอยากรับมาเป็นศิษย์ ต้องการสั่งสอนดูแลให้ชีวิตได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาบ้าง เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคนฉลาดและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงรีบคุกเข่าก้มหมอบกราบเอ่ยตอบอย่างฉับไวฉะฉาน
“กราบอาจารย์! ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าตัวเองนั้นชื่ออะไรและมาจากไหน เท่าที่ข้าจำได้รู้เพียงแต่ว่าข้ามาจากสถานที่อันห่างไกล ผู้ที่คาดคิดว่าเป็นมารดาก็ตกตายลงท่ามกลางการเดินทางภายในป่า ข้าหนีตายเอาตัวรอดอยู่นานหลายวันจนสติตัวเองนั้นขาดหายจำความไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกนักบวชท่านหนึ่งพามารักษาตัวอยู่ที่วิหารแล้ว พวกเขาเรียกข้าว่า เอเธนส์”
“นับแต่นี้ต่อไปเจ้าคือหอกแห่งข้า เอเธนส์ ซัลวาโตเร หอกแห่งปัญญาผู้คอยบงการอาณาจักรของข้าให้รุ่งเรือง ดั่งเช่นแสงสว่างแห่งความรู้ทั้งหมดที่เจ้านั้นมีอยู่ ข้าจะช่วยเจ้าเปล่งแสงให้รุนแรงยิ่งกว่าแสงใด ข้าจะจุดไฟเผาความเฮงซวยทั้งหมดรอบตัวเจ้าเอง”
ชายหนุ่มเดินขึ้นไปประคองร่างของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นแล้วพาไปนั่งที่มุมหนึ่งใต้ต้นไม้ ไม่เอ่ยถามถึงเรื่องในอดีตของอีกฝ่ายอีกต่อไป ก็คงเป็นดังเช่นที่แอสคลีเพียสได้กล่าวเอาไว้ ในเมื่อเลือกจะช่วยเหลือคนแล้วก็จงช่วยไปเถิดอย่าได้สนใจในสิ่งใด ศิษย์คนแรกของชายหนุ่มจึงถูกพาเข้าไปหาเฟรเกียเพื่อเอ่ยแนะนำ เอเธนส์ค่อนข้างประหม่าอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ทำใจกล้าเงยหน้าสู้ความจริง หากทำให้อาจารย์ของตนเองต้องผิดหวัง เช่นนั้นก็คงจะทำให้ท่านเสียหน้าแล้ว
เฟรเกียที่เห็นดังนี้ก็หัวเราะชอบใจ ยิ่งได้ฟังเรื่องราวที่มิเนอร์วาเอ่ยเล่าให้ฟังก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู จึงได้ประทานมอบของขวัญให้หนึ่งชิ้น เอเธนส์รีบเข้าไปทำความเคารพขอบคุณแล้วรับของมา หลังจากนั้นชายหนุ่มก็พาเด็กหนุ่มเดินทางกลับคฤหาสถ์ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อามูร์ปรากฏตัวขึ้นเพื่อรายงานข่าว เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญนักเพราะเป็นข่าวเกี่ยวกับอาณาจักรคัมเบีย และเหตุการณ์ทางภาคเหนือของอาณาจักร
ชายหนุ่มจึงให้เอเธนส์ไปเลือกอ่านหนังสือเอาเองได้เลยในห้องสมุด หากไม่เข้าใจตรงไหนก็ค่อยเอามาถามทีหลัง อีกทั้งยังสั่งการณ์ลงไปให้จัดหาสิ่งของจำเป็นรวมไปถึงอาหาร และตารางการออกกำลังกายในยามเช้า ภารกิจแรกจึงเป็นการอ่านหนังสือเพิ่มความรู้ตามเส้นทางที่เอเธนส์นั้นสนใจ มิเนอร์วาจะส่งเสริมทุกอย่างเท่าที่สามารถทำให้ได้ อามูร์ที่เห็นว่าปลอดคนแล้วก็เอ่ยเสียงเบา
“คัมเบียส่งคนมาขอความช่วยเหลือจากท่าน พวกเขาถูกอาณาจักรเลวาไล่ต้อนจนต้องถอยร่นกลับมา อีกทั้งอาณาจักรเลวายังจะประกาศตัวว่าต้องการแย่งชิงดินแดนทางภาคเหนือ อาณาจักรพุกามเองก็ส่งคนประชิดชายแดนบีบเข้ามาจากอีกทางเช่นกัน พวกมันรวมหัวกันยึดครองดินแดนทางภาคเหนือไปเป็นจำนวนมาก มากจนกระทั่งมีเจ้าเมืองหลายคนยอมแปรพักตร์เปลี่ยนหน้าเป็นศัตรู”
มิเนอร์วาพยักหน้ารับอย่างช้าๆ ยังไม่เอ่ยสั่งคำใดในตอนนี้ แล้วเดินหายจากไป…