ไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง

    ตอนที่ 33 เรื่องยุ่งเหยิง

            เมื่อกลุ่มทายาทสกุลหลินเดินไปถึงบริเวณที่มีการต่อสู้ ภาพตรงหน้าพวกเขาช่างเป็นสถานการณ์ที่ชวนให้สับสนอยู่ไม่น้อย

            มีกลุ่มคนแยกกันยืนคุมเชิงอยู่สามด้าน ฝั่งหนึ่งคือกลุ่มคนเดินทาง 7 คน พวกเขาต่างก็ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ร้ายแรงมากนัก 

            อีกกลุ่มเป็นชายหนุ่ม 4 คน ทุกคนล้วนบาดเจ็บ มีหนึ่งคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณช่วงอกมีรอยเล็บขนาดใหญ่พาดผ่านเป็นแผลยาวเลือดไหลนอง ข้างๆชายหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีสัตว์อสูรเป็นเสือสีขาวมีรอยแผลใหญ่น้อยเต็มตัว ยืนแยกเขี้ยวขู่อยู่ใกล้ๆ 

            กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มชายที่มีผ้าปิดบังใบหน้า มีราว 14-15 คน ทุกคนต่างก็มีบาดแผลตามตัวไม่น้อยเลย 

            พื้นที่โดยรอบบริเวณนี้ เต็มไปด้วยซากสัตว์อสูรที่ถูกสังหารราว 30 ตัว ส่งกลิ่นเลือดคละคลุ้ง เลือดและเครื่องในไหลออกมากองอยู่บนพื้นดิน น่าสยดสยองจนกลุ่มสตรีแทบจะอาเจียนออกมา

            ‘นี่มัน สถานการณ์อะไรกัน?’ หลายคนคิดในใจ

            เหมือนเป็นการกระตุ้นกลุ่มคนที่กำลังยืนคุมเชิงกันอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์สกุลหลินอยู่ในระยะสายตา จากที่ยืนคุมเชิงกัน ชายที่มีผ้าปิดหน้าหยิบดาบออกมาต่อสู้ทันที สามกลุ่มเข้าโรมรันกันจนไม่รู้ใครเป็นใคร

            “สังหารกลุ่มคนที่มีผ้าปิดหน้า” หลินซ่งสวินตัดสินใจในทันที  

            กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์สกุลหลินเมื่อได้ยินคำสั่งก็เข้าร่วมการต่อสู้ทันที  เมื่อเห็นมีคนมาช่วยแล้วกลุ่มชายหนุ่ม 4 คนจึงมีคนหนึ่งแบกร่างชายที่บาดเจ็บสาหัส เข้ามาทางกลุ่มผู้หลอมโอสถสกุลหลิน  สตรีกับบุรุษคู่หนึ่งจากกลุ่มคนเดินทาง 7 คน ก็วิ่งหนีออกมาทางนี้เช่นกัน

            หลินหนิงชินซึ่งยืนอยู่ใกล้พวกเขามากที่สุด จึงก้าวเท้าออก คิดจะไปช่วยเหลือชายที่บาดเจ็บผู้นั้น

            “ระวัง!!!” ลู่เสวียนที่ถูกสหายแบกไว้อย่างครึ่งๆกลางๆ เงยหน้าไปเห็นธนูดอกหนึ่งพุ่งมาทางนี้ แต่มันเพียงผ่านเขาไปและพุ่งไปทางเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างไม่ระวัง

            “อ๊าาาา…” หลินหนิงชินร้องออกมาอย่างตกใจ จู่ ๆชายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็พุ่งเข้ามาผลักนาง 

            “ฟิ้วว..” 

            ลูกธนูกรีดผ่านใบหน้าของชายหนุ่มที่มีชื่อว่าลู่เสวียน เป็นแผลยาวจากกกหูด้านขวาจนถึงปลายคาง เขาล้มลงอย่างแรงและสลบไป

            เสือขาวที่กำลังต่อสู้อยู่กลางวงล้อม เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นนาย กระโจนสองทีก็มาถึงตรงหน้าของลู่เสวียน มันยืนจ้องหลินหนิงชินอยู่ครู่หนึ่งก่อนลงไปนอนหมอบข้างๆ ผู้เป็นนาย

            หลินหนิงชินรีบหยิบโอสถออกมาหลายชนิด ป้อนเข้าปากบุรุษผู้นั้น และเริ่มทำการรักษาบาดแผลให้เขา โดยมีเสือขาวนอนมองนางตาไม่กะพริบ

            ทางด้านกลุ่มที่ต่อสู้กันอยู่ ในที่สุดกลุ่มชายที่มีผ้าปิดหน้าก็ถูกสังหารจนหมด ผู้หลอมโอสถที่เหลือต่างแยกกันไปรักษาอาการผู้บาดเจ็บ

            “พวกเจ้าเป็นผู้หลอมโอสถเช่นกันหรือ?” สตรีจากกลุ่ม 7 คนถามออกมา

            “ใช่พวกเราหลายคนเป็นผู้หลอมโอสถ เจ้าถามเช่นนี้หรือว่าเจ้าก็เป็นผู้หลอมโอสถด้วย” หลินเหม่ยเจวี๋ยที่กำลังใช้ผ้าเช็ดเลือดให้บุรุษผู้หนึ่งถามไป มือก็ทำงานไป

            “พวกเรามาจากเมืองไห่ถัง ข้าชื่อ หูอันโหรว ข้ากับลูกพี่ลูกน้องของข้าอีกคนเป็นผู้หลอมโอสถ พวกเรามาด้วยกัน 7 คน กำลังจะเดินทางไปเมืองผิงอัน” หูอันโหรวกล่าวพลางหยิบโอสถออกมาใส่ปากตัวเองไป 

            หลินซ่งสวินเมื่อเห็นน้องสาวปลอดภัยดี และเห็นว่ายังมีหลินซ่งอวี้และหลินไฉ่หง ยืนประกบจ้องมองตอบโต้กับเสือขาวอยู่ใกล้ ๆ นาง ก็วางใจ เดินมาถามความจากกลุ่มคนทั้งสองกลุ่ม

            “แม่นางหู เกิดเรื่องอันใดขึ้น เล่าให้พวกเราฟังหน่อยเถิด”

            "พวกเราทั้ง 7 คน เดินทางมาจากเมืองไห่ถัง จะไปเข้าร่วมกับสำนักเย้าเตียนที่เมืองผิงอัน ข้ากับญาติผู้พี่ของข้าเป็นผู้หลอมโอสถ ส่วนอีก 5 คนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็นพี่น้องในตระกูลหู 

            ระหว่างทางได้พบกับกลุ่มโจรที่มีผ้าปิดหน้าที่พวกท่านเห็น พวกเรามีคนน้อยพยายามวิ่งหนีเอาตัวรอดจากพวกเขา แต่กลับมาพบกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับฝูงสัตว์อสูร กลุ่มโจรที่ไล่ตามพวกเรามาติดๆ ก็ถูกพวกสัตว์อสูรนึกว่าเราเป็นพวกเดียวกันทั้งหมด ก็มุ่งมาโจมตีพวกเราด้วย  พวกเราและกลุ่มโจรจึงต้องเข้าร่วมการต่อสู้กับสัตว์อสูร สังหารพวกมันจนสิ้นแล้ว ก็เป็นจังหวะที่พวกท่านมาถึงที่นี่พอดี"  

            หูอันโหรวเล่าจบก็หันไปทาง บุรุษหนุ่มที่มากัน 4 คน ทุกสายตาก็หันมองตามไปในทิศทางเดียวกัน

            "พวกเรามาไม่ใช่คนแคว้นเหอ เรามาจากแคว้นสุ่ย สำนักเราเป็นสำนักที่มีผู้ฝึกสัตว์อสูร พวกเราและศิษย์ในสำนักอีกหลายกลุ่มมีหน้าที่ค้นหา ตำราและร่องรอยของผู้ฝึกสัตว์อสูรที่หลงเหลืออยู่ จึงเดินทางไปทั่วทั้งทวีป ครั้งนี้ได้ยินข่าวโดยบังเอิญจากกลุ่มพ่อค้า ว่าที่เมืองเป่ยถังมีการขุดพบตำราโบราณ พวกเราจึงคิดจะไปที่นั่น

            ระหว่างทางก็ได้เจอฝูงสัตว์อสูรราว 30 ตัว เข้าโจมตี เราสามคนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แต่สหายเราอีกคนทางนั้นเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร เสือขาวของเขาเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย เขาพยายามปกป้องสัตว์อสูรของเขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเราเองก็แทบจะต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้ว ก็พอดีมีกลุ่มคนวิ่งเข้ามาในพื้นที่นี้พอดี ก็เลยได้ช่วยกันสังหารสัตว์อสูรจนหมด  แล้วเหตุการณ์ต่อไปก็ดังที่ท่านเห็นนั่นล่ะ"

            ทุกคน “------” ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งเหยิงดีพิลึก

            “มานี่.. ให้ข้าดูแผลเจ้าหน่อย” หลินหนิงชินที่เพิ่งจัดการบาดแผลให้บุรุษตรงหน้าเสร็จเรียบร้อย ร้องเรียกเจ้าเสือขาวตัวใหญ่

            “กรรรรรรร” เสือขาวทำเสียงขู่เบาๆในลำคอ

            “เพี๊ยะ!!!!! "

            "อย่ามากเรื่องนัก นายของเจ้าข้าก็เย็บเนื้อจนพรุนไปแล้ว ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก” หลินหนิงชินตบเข้าที่บริเวณหลังหูด้านซ้ายของเจ้าสัตว์อสูรตัวโต ซึ่งกำลังชะงักค้างอยู่ท่าเดิม

             “พวกเจ้านี่มันตัวซวยชัดๆ ข้าเดินทางมา 2 เดือน แทบจะไม่พบไม่เจออันตรายใดๆ ดูพวกเจ้าสิ วันหนึ่งเจอทั้งโจร เจอทั้งสัตว์อสูร ช่างน่าอเนจอนาถยิ่งนัก”

            “เจ้าเองก็ด้วย รู้ว่าสู้ไม่ไหวเหตุใดไม่รีบแบกนายของเจ้าหนีไป หากไม่มีผู้ใดมาช่วยป่านนี้คงดับสิ้นกันทั้งหมดไปแล้ว” หลินหนิงชินยังคงบ่นกระปอดกระแปดของนางไปอีกหลายประโยค ส่วนคนที่นั่งฟังอยู่นั้น ล้วนแล้วแต่หน้าเบี้ยว ปากบิดกันไปแล้ว

            “อาหนิงเจ้าคอแห้งหรือไม่ อีกเดี๋ยวพี่รองจะเอาน้ำมาให้เจ้าดื่มก่อนนะ” หลินซ่งอวี้รีบมาประจบเอาใจน้องสาวที่กำลังอารมณ์ขุ่นมัว

            “เจ้าค่ะพี่รอง ข้ากระหายน้ำอยู่พอดี ขอบคุณพี่รองนะเจ้าคะ” หลินหนิงชินตอบเสียงหวานจ๋อย

            ทุกคน “-------” เจ้าคือคนเดียวกันกับแม่นางน้อยป่าเถื่อนเมื่อสักครู่ใช่ไหม? "     

            หลังจากได้ฟังเรื่องราว หลินเจียวหย่งครุ่นคิดอยู่สักครู่ก็เอ่ยออกมา 

            “ที่เมืองเป่ยถังขุดตำราโบราณนั่นเป็นเรื่องจริง พวกเราเป็นคนตระกูลหลิน คนในตระกูลเราเป็นผู้ขุดมันขึ้นมาเอง ข้ารับประกันกับพวกท่านได้ว่า ไม่มีตำราหรือสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกสัตว์อสูรเลย ล้วนเป็นตำราของบรรพบุรุษตระกูลหลินที่เก็บไว้ให้กับผู้หลอมโอสถเท่านั้น พวกท่านไม่จำเป็นต้องเดินทางไปให้เสียเวลาหรอก”

            “พวกเรากำลังจะเดินทางไปเข้าร่วมกับสำนักเย้าเตียนเช่นกัน หากพวกเจ้าคนสกุลหูสะดวกใจ ก็ร่วมทางไปพร้อมกับพวกเราเถิด ส่วนพวกท่านอีก 4 คน ยังมีคนเจ็บอยู่ เดินทางไปกับเราก่อนถึงเมืองข้างหน้าแล้วค่อยแยกย้ายกันไป” หลินซ่งสวินกล่าวเสริม 

            หูอันโหรว หันมองบุรุษอีกคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นญาติผู้พี่ที่เป็นผู้หลอมโอสถที่นางกล่าวถึง เห็นเขาพยักหน้าแล้วจึงหันมาตอบ 

            “ได้ พวกเราจะเดินทางไปกับพวกท่าน”

            ส่วนบุรุษต่างแคว้นนั้นย่อมเต็มใจอยู่แล้ว พวกเขามีสหายที่บาดเจ็บสาหัส ยังคงต้องพึ่งพาการรักษาจากผู้หลอมโอสถเหล่านี้


    คล้ายกับเรื่องไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640