พวกอากิระที่ออกมาห่างจากเมืองเซลเรนได้พอสมควรพวกเขาก็ถอดหน้ากากเบือนลักษณ์ออกทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในร่างเดิมของตน ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้อากิระได้ใช้เพียงเคียวอสูรนิลกาล เพื่อที่จะให้ได้ทักษะการใช้เคียวและเพิ่มระดับไปในตัว
หลังจากที่เดินทางมาจนเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงวัน พวกเขาก็พักทานอาหารกัน ซึ่งแน่นอนว่าคนที่แสดงฝีมือทำอาหารก็คือลิซ่า ดูเหมือนพวกอากิระจะติดฝีมือการทำอาหารของเธอไปซะแล้ว
“แล้ว…เพื่อนของพวกนายเนี่ย เป็คนยังไงล่ะ” อากิระเอ่ยถามออกมาขณะที่กำลังทานอาหาร
“อืม…ถ้าจะให้พูดนะเพื่อนของเราที่จะพาไปเจอเนี่ยมี 2 คน” เทมเพสต์เป็ผู้ตอบคำถาม “คนหนึ่งเป็ผู้หญิงนิสัยเสีย กวนประสาท แถมยังจู้จี้ อีกด้วย ส่วนอีกคนเป็พวกจอมี้เี แต่ดันขี้งกสุดๆ”
“พี่เทมเพสต์ไปว่าเขาซะเสียเลยนะคะ ทั้งสองคนไม่ได้เป็ขนาดนั้นซะหน่อย” ลูน่าพูดออกมาบ้าง
“ไม่หรอก เป็แบบที่ฉันพูดเนี่ยแหละ เวลาฉันจะทำอะไรก็ถูกยัยนั่นคอยห้ามไปหมดเลยลำบากชะมัด แถมเวลาฉันพูดอะไรยังถูกยัยนั่นกวนประสาทกลับมาด้วย” เทมเพสต์กล่าว
“นั่นก็เพราะพี่เทมเพสต์ทำตัวไม่ดีเองนี่คะ” ลูน่ากล่าวแย้ง
“ก็ใช่น่ะสิ เธอสนิทกับยัยนั่น เธอก็พูดได้สิ” เทมเพสต์พูดแล้วก็หันหน้าหนี
“เทมเพสต์” อากิระเรียกเพื่อนสนิทของตน
“อะไร” เทมเพสต์กล่าวออกมาทั้งที่ยังคงหลับตาหันหน้าหนีอยู่
“เด็กกับผู้หญิงน่ะเวลางอนแล้วน่ารักนะ แต่ผู้ชายตัวโตๆแบบแกงอนเนี่ยมันน่าถีบว่ะ” อากิระกล่าวเสียงเรียบ
“โถ่เว้ย พวกแกไม่คิดจะง้อเพื่อนกันเลยรึไงวะ” เทมเพสต์หันมาะโใส่พวกอากิระ ซึ่งนั่นก็ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา
หลังจากนั้นไม่นานนักพวกเขาก็ทานอาหารกันเสร็จและออกเดินทางกันต่อ ในระหว่างนี้อากิระก็สามารถเพิ่มระดับของทักษะการใช้เคียวขึ้นมาได้มากพอสมควร พวกเขาเดินทางกันได้ราวๆ สามชั่วโมงก็มองเห็นเมืองอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งลูน่าก็บอกว่านี่คือเมืองเวนทัสที่เป็เป้าหมายของพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็เดินทางเพื่อเข้าเมืองทันที
เมืองเวนทัสเป็เมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าเมืองเทซิสเล็กน้อยที่มีอาคารบ้านเรือนต่างๆ ทำจากไม้และหินอ่อน ในเมืองมีกังหันลมขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่ว บรรยากาศในเมืองเย็นสบายจากลมที่พัดมาตลอดเวลา พื้นที่ภายในเมืองประกอบด้วยสีธรรมชาติของไม้และหินอ่อนดูสวยงามแบบธรรมชาติ
พวกอากิระที่เข้ามาถึงก็แสดงท่าทีที่ต่างกันออกมา อากิระเพียงแค่มองอย่างชื่นชม ลูน่าไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมาเพราะเธอเคยมาที่นี่แล้ว ส่วนเทมเพสต์กับลิซ่าแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งลิซ่าที่ไม่เคยออกจากเมืองเทซิสนั้นมาเจอเมืองที่ใหญ่กว่าและสวยงามกว่านั้นจะตื่นเต้นก็ไม่ใช่เื่น่าแปลกใจ แต่เทมเพสต์ที่เคยมาเมืองนี้แล้วดันตื่นเต้นนั้น เป็ภาพที่ขัดตาของอากิระพอสมควร แต่เขาี้เีเถียงกับเพื่อนกลางเมืองจึงเงียบเอาไว้
จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปในเมือง ซึ่งในเมืองนี้ก็มีร้านค้าอยู่มากพอสมควร แม้จะไม่ได้มีตลาดร้านค้าเหมือนเมืองเทซิสก็ตาม แต่ก็มีร้าคาผู้เล่นอยู่ประปราย ผู้คนในเมืองนี้เองแม้ไม่ถึงกับมีเยอะจนแน่นเมือง แต่ก็มีผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสายทั้งผู้เล่นและ NPC พวกเขาเดินมาได้สักพักอากิระก็ออกความเห็นให้ซื้อพวกน้ำยาฟื้นพลังเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็เพื่อนของเทมเพสต์ติดต่อเข้ามา เทมเพสต์จึงบอกว่าจะอยู่คุยกับเพื่อนเื่สถานที่นัดพบ ส่วนอากิระ และลูน่าก็ตัดสินใจที่จะไปซื้อน้ำยาฟื้นพลังในระหว่างที่เทมเพสต์ กำลังสนทนากับเพื่อน
หลังจากจัดการเื่น้ำยาฟื้นพลังและสถานที่นัดพบกันเสร็จแล้วพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดพบ ซึ่งสถานที่ที่จะใช้พบปะกันนั้นเป็บ้านเช่าของระบบซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางตะวันตกของเมืองที่เพื่อนของเทมเพสต์เช่าเอาไว้
เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวไม่ได้ห่างจากพวกเขามากมายนักพวกเขาจึงเดินมาราวๆ 10 นาทีก็มาถึงจุดหมายได้ดังที่ตั้งใจ สถานที่เป้าหมายของพวกเขาเป็บ้านไม้สองชั้นที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สีของบ้านเป็สีตามธรรมชาติของสีไม้ หลังคาเป็หินอ่อนสลักลายใบไม้สีเขียวมรกต พอมาถึงเทมเพสต์ก็เคาะประตูเรียก เพียงไม่นานก็มีคนออกมาเปิดประตู พร้อมกับเสียงใสที่ดังออกมา
“ไอ้บ้าเทมเพสต์ แกพาลูน่าไปรับเพื่อนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงช้าขนาดนี้ยะ” เสียงใสกล่าวออกมา
“พอดีระหว่างทางมีเื่นิดหน่อยน่ะ ฮ่าๆๆ” เทมเพสต์ตอบพลางหัวเราะฝืดๆออกมา
“เื่นิดหน่อยหวังว่าคงไม่เกี่ยวกับเื่กิลด์ในเมืองเทซิสกับโบสถ์ในเมืองเซลเรนนะ” เสียงนั้นยังคงกล่าวราวกับจะเอาผิด
“เธอรู้ได้ไงฟะ อ่านใจได้รึไง” เทมเพสต์กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
“ก็นายมันตัวปัญหาตลอดนี่นา ไปที่ใหนก็มีแต่เื่ แถมคราวนี้ยังลากลูน่าไปมีเื่ด้วยอีก” เ้าของเสียงนั้นแหวใส่เทมเพสต์
“แต่คราวนี้ฉันไม่ได้เป็คนหาเื่นะเออ” เทมเพสต์กล่าวออกมาด้วยใบหน้าทะเล้น
“เหรอยะ” เ้าของเสียงใสนั้นกระแทกเสียงตอบกลับมาทันที
อากิระนั้นทีแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่พอได้ยินเสียงนั้นซ้ำ 2-3 ครั้งก็รู้สึกว่าเสียงนั้นคุ้นหูเขา อากิระจึงปรายตาหันไปมองต้นเสียงเพื่อจะยืนยัน และเขาก็ได้เห็นเ้าของเสียงนั้น ร่างเล็กที่มีสัดส่วนพอดิบพอดี มีเส้นผมสีทองที่ถูกรวบไว้เป็หางม้า และ ดวงตาคมสีเขียวมรกตรับกับใบหน้าเรียวสวย ใช่แล้วนี่เป็ใบหน้าที่เขาคุ้นเคย ไม่สิเขารู้จักดีเลยล่ะก็เพิ่งจะเจอกันเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง
และก็เป็เวลาเดียวกับที่เ้าของั์ตาสีเขียวนั้นหันมาสบเข้ากับั์ตาสีเืของอากิระ ใบหน้าของเธอปรากฏแววตระหนกออกมาเล็กน้อย
“อากิระ…” เธอกล่าวออกมา
“เจอกันอีกแล้วนะครับไอริส” อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ภายในบ้านนั้นเป็นั้นสีของผนังไม่ต่างจากด้านนอก เพียงแต่มีขนากใหญ่กว่าที่ควร มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำตามปกติ ห้องนอนจะอยู่ชั้นบน จะมีก็เพียงพื้นที่บริเวณหนึ่งที่ดูแปลกตาไปจากที่ควรจะมีในบ้าน เป็พื้นที่ที่กันไว้จนทึบมองไม่เห็นภายใน และมีป้ายแปะไว้ตรงทางเข้าว่า ห้องทดลองของไอริส ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต พวกอากิระที่เข้ามาก็นั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
“ว่าแต่ไม่นึกเลยนะคะ ว่าพี่กับไอริสจะรู้จักกันแบบนี้” ลูน่ากล่าวเป็คนแรก
“ฉันก็ไม่นึกเหมือนว่าเพื่อนที่เ้าเทมเพสต์พูดถึงจะเป็อากิระน่ะ” ไอริสกล่าวออกมา “เห็นว่าเป็เพื่อนกับเทมเพสต์ ฉันก็นึกว่าจะเป็พวกบ้าบอเหมือนเทมเพสต์ซะอีก”
“งั้นหรือครับ หมอนี่คงสร้างความลำบากใจให้ไอริสไม่น้อยเลยสินะครับ” อากิระกล่าวออกมายิ้มๆ
“ก็ก่อเื่จนฉันปวดหัวจะเป็ไมเกรนอยู่แล้วล่ะนะ” ไอริสกล่าวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“ยัยไอริสไม่เห็นต้องพูดขนาดนั้นเลยนะ แถมแก อากิระแกเองก็ไม่ค่อยก่อเื่เลยนะ” เทมเพสต์ กล่าวออกมาอย่างเคืองๆ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกล่าวออกมา “ใช่สินะ ใครจะเหมือนคุณอากิระเล่า ถึงจะไปมีเื่กับกิลด์เ้าถิ่น แต่เพราะทำไปเพื่อช่วยสาวสวยก็คงไม่ถือว่าเป็การก่อเื่สินะ”
อากิระได้ฟังก็เหลือบตามองเพื่อนสนิทก่อนจะหันไปกล่าวกับไอริส
“ผมก็ไม่นึกเหมือนกันว่าไอริสจะเป็เพื่อนเ้าเทมเพสต์มัน เห็นมันบอกว่าเป็ผู้หญิงนิสัยเสีย กวนประสาท แถมยังจู้จี้อีกนี่นา”
“อากิระ แก…” พูดไม่ทันจบเทมเพสต์ก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจึงค่อยๆหันไปมองเขาก็พบว่าไอริสกำลังมองมาด้วยสายตาคาดโทษ เทมเพสต์จึงได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ
“อ้าวนั่น ไอ้น้องที่เจอกันที่ท่าเรือเมืองเริ่มต้นนี่นา” เสียงที่ฟังดูกวนๆเล็กน้อยดังออกมา พร้อมกับร่างที่เตี้ยกว่าอากิระพอสมควรกำลังเดินลงมาจากชั้นบน เขามีใบหน้าที่จัดว่าใช้ได้แม้จะออกไปทางกวนๆ ดวงตาสีน้ำทะเล และมีเส้นผมสีแดงอ่อน
ทันทีที่อากิระเห็นใบหน้าของเขาอากิระก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาทันที
“เอ่อ ใครครับ”
สิ้นคำของอากิระเ้าของเสียงนั้นก็เสียหลักจนแทบตกบันใด แล้วพอตั้งหลักได้ก็รีบวิ่งลง
“ฉันเองไง ฉันเองพ่อค้าที่ขายดาบ กับกล่องสุ่มไอเทมให้นายที่ท่าเรือเมืองเริ่มต้นน่ะ” เขาพยายามกล่าวเรียกความทรงจำของอากิระ
พอพูดจบอากิระก็เงียบไปครู่หนึ่งพลางขมวดคิ้วและทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย
“อ๋อ คุณพ่อค้าที่ท่าเรือนี่เอง สวัสดีครับ” อากิระที่เริ่มจะนึกออกกล่าวทักทาย
“อืมๆ หวัดดีๆ ฉันชื่อมิกซ์นะ ว่าแต่นึกไม่…” พ่อค้าหนุ่มพูดออกมาแต่ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกเสียงใสๆดังขัดขึ้นมา
“เื่ของเ้ามิกซ์น่ะช่างมันเถอะ ว่าแต่เด็กคนนั้นเป็ใครเหรอ” ไอริสพูดออกมาพร้อมกับชี้ไปที่ร่างเล็กๆเ้าของผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ด้านหลังอากิระ
“อ๋อ นี่คือ ลิซ่า ครับเป็ NPC สาวใช้…”อากิระตอบไอริสแต่ยังไม่ทันกล่าวจบก็มีเสียงขัดขึ้นมา
“ที่เ้าอากิระมันไปทำลายที่อยู่เธอ จนเธอต้องมาเป็สาวใช้ให้ไงล่ะ” เป็เทมเพสต์ที่กล่าวออกมา แถมเป็คำกล่าวที่ชวนให้คนฟังเข้าใจผิดด้วย
ด้านลิซ่าที่ได้ยินเช่นนั้นก็กลัวว่าภาพพจน์ของเ้านายตนจะเสียจึงรีบกล่าวแก้ไขออกมาทันที
“ม…ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ดิฉันน่ะเคยเป็สาวใช้ประจำกิลด์ั์สีครามค่ะ เพราะพวกเราถูกสมาชิกกิด์ั์สีครามข่มเหง พอนายท่านทำลายกิลด์ั์สีครามทำให้พวกเรามีอิสระ ดิฉันก็เลยขอเป็…ค..คนรับใช้นายท่านเพื่อที่จะได้ตอบแทนบุญคุณค่ะ” เธอกล่าวออกมาอย่างลนลาน
ทุกเสียงเงียบลงชั่วขณะก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมาทุกคนก็หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน มีเพียงลิซ่าเท่านั้นที่ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงหัวเราะออกมา เธอจึงได้แต่ทำท่าทางเลิกลั่กออกมา แล้วไอริสก็พูดออกมาคนแรกโดยที่ยังหัวเราะอยู่
“ลิซ่าจ๊ะไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้จ้ะ” แล้วเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“อ…เอ๋ๆ อะไรคะ หมายความว่าไง ทุกคนหัวเราะอะไรกัน” ลิซ่ายังคงทำอะไรไม่ถูกท่าทางที่เธอแสดงออกมายิ่งทำให้ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเข้าไปอีก
“นี่ๆน้องลิซ่าไม่ต้องลนลานขนาดนั้นก็ได้นะ ทุกคนที่อยู่ที่นี่น่ะเขารู้จักนิสัยของเทมเพสต์ดีน่ะ” มิกซ์พูดออกมาแต่นั่นยิ่งทำให้ลิซ่ารู้สึกสงสัยหนักกว่าเดิม อากิระที่เห็นจึงอธิบายออกมา
“ลิซ่าครับ ทุกคนในนี้รู้ว่าเทมเพสต์น่ะมันชอบพูดกวนเล่นเลยไม่ได้จริงจังกับคำพูดของมันเท่าไหร่ แต่พอเห็นลิซ่าที่จริงจังซะขนาดนั้นก็เลยรู้สึกว่ามันน่ารักจนอดขำกันไม่ได้น่ะครับ”
“อะ...อย่างนั้นเองเหรอคะ” ลิซ่าที่ได้ฟังก็ก้มหน้าที่แดงก่ำด้วยความอายลงต่ำ อากิระที่เห็นจึงกล่าวออกมาเพื่อจะให้กำลังใจ
“ไม่ต้องอายหรอกครับ ผมต้องขอบคุณลิซ่าด้วยซ้ำที่อยากช่วยรักษาภาพพจน์ของผม”อากิระกล่าพร้อมกับยิ้มให้ ทำให้ใบหน้าของลิซ่ายิ่งแดงหนักขึ้นไปอีก
หลังจากหัวเราะกันด้วยความสนุกสนานจนพอใจแล้ว มิกซ์ก็เอ่ยพูดกับอากิระ
“ว่าแต่ชื่ออากิระสินะ ชุดนั่นเป็ชุดที่ได้จากกล่องสุ่มเซ็ตไอเทมที่ซื้อไปใช่มั้ย”
“ครับ ช่วยผมได้มากเลยล่ะ” อากิระกล่าวออกมา
“ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ ฉันล่ะบอกตามตรงตอนที่นายซื้อไปน่ะ ฉันล่ะกังวลอยู่เลยว่านายจะได้ของไม่ดี เล่นสุ่มได้ชุดระดับ 4 ดาวที่เป็ระดับสูงสุดที่กล่องสุ่มได้เลยแฮะ” มิกซ์กล่าว
“อ๊ะ จริงสิ พูดถึงไอเทมแล้ว…อากิระฉันมีของจะให้นาย” ไอริสพูดจากนั้นก็เรียกไอเทมชิ้นหนึ่งออกมา
เป็ไอเทมที่มีลักษณะเป็กำไลข้อมือที่มีความหนาและขนาดใหญ่กว่ากำไลทั่วไปเล็กน้อย บนกำไลมีลายอักขระแปลกๆ และมีผลึกคริสตัลใสๆ 8 เม็ดฝังอยู่รอบกำไลในระยะห่างที่เท่ากัน
“นี่คือกำไลประจุมนตรา เป็ไอเทมที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อจะให้นายใช้โดยเฉพาะเลยนะ”
“เอ๋ ทำไมต้องสร้างให้ผมด้วยล่ะครับ” อากิระกล่าวพลางทำหน้าสงสัย
“ก็ตอนที่นายช่วยฉันเคลียร์วิหารแห่งวิทยาการไง ฉันให้ค่าตอบแทนนายไปแค่เงินอย่างเดียวจริงๆฉันกะจะให้ไอเทมสวมใส่กับนายด้วย พอนึกได้แล้วติดต่อไปนายก็ออฟไลน์ไปแล้ว ทีแรกฉันว่าจะให้ไเทมเพิ่มค่าถานะธรรมดาแต่ระหว่างที่รอให้นายออนไลน์ฉันก็คิดขึ้นมาได้น่ะว่าใหนๆก็ได้อาชีพไหม่มาแล้วลองสร้างไอเทมที่เหมาะกับนายให้นายใช้ดีกว่า” ไอริสกล่าวออกมา
“อืม ที่จริงก็ไม่ได้ว่าอะไรเื่นั้น..แถมผมก็ลืมไปแล้วด้วย แต่…จะรับไว้ก็แล้วกันนะครับ” อากิระยิ้มกล่าวพลางรับกำไลมาจากนั้นก็สวมลงบนข้อมือ แล้วเขาก็ลองตรวจสอบคุณสมบัติไอเทมทันที
ไอเทม
กำไลประจุมนตรา ระดับ 4 ดาว เพิ่มค่าสถานะทั้งหมด 2% [สามารถประจุเวทมนต์ลงบนกำไลนี้ได้สูงสุด 8 บท , เมื่อทำการประจุเวทย์มนต์ลงบนกำไลผู้เล่นจะได้รับค่าสถานะเพิ่มตามธาตุและระดับของเวทย์มนต์ที่ใช้ประจุ เมื่อสวมใส่จะได้รับทักษะเพิ่มดังนี้ 1.ะเิประจุมนตรา(ปลดปล่อยพลังเวทย์ทั้งหมดที่ประจุไว้ออกมาโจมตีใส่ศัตรูโดยที่จะสร้างความเสียหายเท่ากับพลังเวทย์ที่ประจุรวมไว้สองเท่า และจะสร้างความเสียหายแบบไร้ธาตุ) 2.แปรเปลี่ยนมนตรา (ปลดปล่อยพลังเวทย์ที่ประจุไว้ออกมาผสานเข้ากับเวทมนต์ที่กำลังจะใช้เพื่อเพิ่มความเสียหายและคุณสมบัติธาตุให้กับเวทมนต์บทนั้น)]
“ว้าว ความสามารถสุดยอดเลยนะครับ” อากิระกล่าวออกมาหลังจากได้เห็น
“ก็นะ นี่เป็ไอเทมที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันสร้างได้เลยนี่นา” ไอริสกล่าวอย่างภูมิใจ
จากนั้นพวกเขาก็เลิกสนใจแล้วพูดคุยกันต่ออย่างสนุกสนาน แล้วอากิระ ลูน่า และเทมเพสต์ก็ขอตัวออฟไลน์ และก่อนที่จะไปอากิระก็หันมาหาลิซ่า
“เวลาที่ฉันออฟไลน์ แล้วลิซ่าจะเป็ยังไงครับ”
“ฉันจะถูกนำเข้าไปอยู่ในมิติพิเศษค่ะ แต่ว่านายท่านไม่ต้องห่วงนะคะในมิตินั้นมีเครื่องอำนวยความสะดวกรวมถึงเสบียงอาหารสำหรับNPCรับใช้ส่วนตัว อย่างพวกเราอยู่แล้วค่ะ” ลิซ่าตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
อากิระก็พยักหน้าให้แล้วก็บอกลาลิซ่า ไอริส และมิกซ์ จากนั้นเขา เทมเพสต์ และลูน่าก็ขึ้นไปบนห้องนอนโดยเทมเพสต์และลูน่านั้นมีห้องอยู่แล้ว ส่วนอากิระนั้นก็เลือกห้องว่างๆแล้วทำการออฟไลน์ออกจากเกมส์ไป…