ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 44 อุดมคติถูกเหยียบย่ำ

              ตึม! ครืด—


              เกิดแรงสั่นไหวจากการระเบิดขึ้นที่ชั้นหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มมัตสึบาระ ทำเอาพวกเขาที่อยู่ชั้นใต้ดินด้านหลังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นที่เขย่าโครงสร้างของอาคาร


              “มันถูกล็อกจากด้านนอกแน่นหนามาก”


              เคนจิพยายามดันประตูฉุกเฉินด้านหลังอาคารอย่างหงุดหงิดซึ่งมันแทบไม่ขยับเขยื้อนเพราะมีสิ่งของที่มีน้ำหนักจำนวนมากขวางเอาไว้ปิดขังพวกเขาเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะพวกเขาต้องป้องกันศัตรูลักลอบเข้ามาในอาคารผ่านเส้นทางลับ


              “ซวยสุดอะไรอย่างนี้ให้ตายดิ!”


              “ยังมีทางออกอีกหนึ่งทางที่คุณมัตสึบาระเคยบอกฉันไว้ตอนลงมาเก็บเสบียงมันเป็นส่วนท้องใต้อาคารที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในนั้นมีทางรอดเล็ก ๆ ที่เชื่อมไปยังท่อระบายน้ำเก่า สามารถไปโผล่ที่อาคารอีกฝั่งทางเหนือได้”


              รุ่นพี่สาวเสนอขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้


              “งั้นรบกวนรุ่นพี่นำทางไปเลยครับ”


              เธอนำทางพวกเขาลงมายังโถงทางเดินชื้น ๆมืดสลัว มีประตูสองบานกับทางตัน ห้องหนึ่งด้านในเป็นห้องหม้อน้ำมีป้ายบนผนังบอกทางเข้าท่อระบายน้ำอยู่ที่มุมด้านหลัง ส่วนประตูอีกบานเป็นห้องเก็บของ


              เรย์ตามรุ่นพี่สาวไปยังประตูบานที่ใกล้ที่สุดซึ่งก็คือประตูห้องเก็บของ เคนจิรั้งท้ายรอหว่างที่เขาและใช้ดาบผลักประตูเข้าไปไม่มีอะไรน่าสนใจ มีแต่กล่องโต๊ะ หีบ แต่อย่างน้อยก็ไม่มีตัวตราย หลังมองปราด ๆรอบหนึ่ง เขาก็ส่งสัญญาณให้ว่าปลอดภัย


              โยซึรุเดินกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับกุญแจแล้วเธอก็พาตรงไปยังห้องหมอน้ำ ภายในเป็นรูปตัวเอชแนวนอนมีหม้อน้ำขนาดยักษ์อยู่สองฝั่งห้อง ประตูลงไปยังท่อระบายน้ำอยู่บริเวณมุมซ้ายในสุดคัตสึรางิทำการปลดล็อกประตูทางลงด้านล่าง


              เมื่อพวกเขาลงมายังส่วนใต้ท้องอาคารกันแล้วซึ่งเป็นพื้นที่แคบๆ มีฐานเสาอยู่เป็นจำนวนมากโดยมันมีแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมที่วางประกบกันจากใต้เสาและตัวฐาน มันเป็นการสร้างระบบฐานพื้นแยกตัวออกจากอาคารซึ่งถูกเรียกว่าระบบแยกฐาน


            ที่ซึ่งพวกเขายืนอยู่ขนาดนี้เป็นส่วนงานฐานรากเวลาเกิดแผ่นดินไหวพื้นดินจะเคลื่อนตัวในแนวระนาบอย่างช้าๆแทนการสั่นสะเทือนโดยตรงอย่างเดิมและเสาที่พวกเขาเห็นมันจะกลับสู่ศูนย์กลางในจุดเดิมเสมอ จึงไม่มีปัญหาอาคารที่อีกทั้งทำให้คนในอาคารไม่รู้สึกถึงแผ่นดินไหวและทรัพย์สินไม่เคลื่อนตัวหากความรุนแรงนั้นต่ำกว่าห้าจุดศูนย์ตามมาตราริกเตอร์


              ภายในคับแคบเป็นอย่างมากบนเขาหมอบคลานกันมาจนพบทางเชื่อมไปยังท่อระบายน้ำเก่าที่ถูกสร้างตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง


              “เจอแล้ว! ทางนี้แหละ”

             



              หน่วยของพวกเขาส่งกำลังสำรองกับกำลังคุ้มกันส่วนหนึ่งไปดูแลทางถอยของพลเรือนที่เหลือก็แค่พาทุกคนไปให้ถึงที่นั่น


              หลังเริ่มอพยพผู้คนออกมาได้สักพักเหล่าซามูไรซึ่งตามเสียงของการต่อสู้มา ได้ปรี่เข้าจู่โจม ทั้งจากด้านหลังและซอกตึก คนที่ยังสู้ไหวต่างลุกขึ้นสู้เคียงบ่าเคียงไหล่


              ทว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้นแต่ยังมีผีดิบที่เริ่มตามหลังพวกเขามา ต่อสู้กันอย่างชุลมุน ฝ่ายซามูไรระดมยิงธนูและเขวี้ยงหอกมาระลอกใหญ่ มีคนทรุดจมกองเลือดไปหลายสิบบ้างก็ถูกหอกพุ่งทะลุท้องจนไส้ร้อน ๆ ไหลร่วงลงบนพื้น บ้างก็ถูกหอกตัดแขนขาจนขาด ได้แต่กุมบาดแผลร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา


              หลังออกมาจากเขตพลาซ่าความเร็วในการบุกเข้ามาของเหล่าผีดิบพลันช้าลงเพราะพวกมันต้องต้านการบุกเข้าอย่างหนักหน่วงของพวกซามูไรปีศาจด้วยเช่นกันเป็นการปะทะกันสามฝ่าย


              “มีคนบาดเจ็บรีบหามเขาออกไป!”


              "เตรียมยิงไอ้พวกสัตว์ประหลาดนั่นมันพุ่งเข้ามาอีกแล้ว"


              ชายคนดังกล่าวซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยตบไปที่แก้มของตัวเองแรงๆ จากนั้นเอากระสุนบรรจุใส่รังเพลิงแล้วส่งให้เพื่อนที่อยู่ข้างหน้าปืนที่เรียงเป็นแถวส่งเสียงดังขึ้นมา


            พวกกองทัพซามูไรที่อยู่หน้าสุดถูกยิงจนเป็นรูพรุนเลือดไหลทะลักล้มลงไปนอนกับพื้น แต่ตัวที่อยู่ด้านหลังก็กระโจนตามขึ้นมาติดๆพุ่งเข้าใส่หน่วยป้องกันอย่างดุร้าย ถึงแม่ส่วนต่างๆ อย่างเช่นแขนหรือท้องจะถูกยิงแต่ความเร็วของพวกมันก็ยังไม่ลดลง


              ตอนนี้รู้สึกมือเท้าเริ่มชาปีศาจพวกนี้ไม่เหมือนกับพวกผีดิบ พวกมันล้วนสวมใส่เกราะอาวุธครบมือตั้งแต่ดาบยาวไปจนถึงธนู อาวุธอะไรที่ควรมีก็มีทั้งหมด


              ในใจเฝ้าภาวนาให้เขาอดทนจนกว่าทุกคนจะอพยพหนีกันออกไปจากเขตนี้ได้


              "ถอยหน่วยที่สามถอย!"


              "หน่วยสองยิงคุ้มกัน!"


              บรรดาผู้ที่มีประสบการณ์ยิงออกไปอย่างแม่นยำโดยไม่สนใจเรื่องประหยัดกระสุนแค่อึดใจเดียวก็ยิงจนเกลี้ยงรังเพลิง พวกเขายิงพร้อมกับเดินถอยไปด้านหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการยิงสกัดสลับแถวยิงโดยผลัดกันขึ้นมาป้องกัน


              แต่ศัตรูที่พวกเขาเจอไม่ใช่ศัตรูที่บุกเข้ามาทางด้านหน้าเพียงอย่างเดียวจู่ ๆ กองทัพซามูไรกลุ่มหนึ่งก็กระโดดออกมาจากตึกด้านข้างแนวปกป้องบางส่วนยังไม่ทันจะหันปากกระบอกปืนไป พวกมันก็พุ่งเข้ามาได้แล้ว


              เสียงร้องโหยหวนและเสียงก่นด่าดังขึ้นมาทันทีมองดูเพื่อนตัวเองถูกปีศาจซามูไรตัวหนึ่งใช้ดาบฟันจนตัวขาดสองท่อน เลือดร้อนๆสาดกระเซ็นเต็มใบหน้า ถึงแม้ศัตรูจะถูกคนอื่น ๆ สังหารลงไปอย่างรวดเร็วแต่คนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้เห็นได้ชัดว่า ต่อให้คุณหมอคัตสึรางิอยู่ด้วยก็ไม่อาจช่วยยื้อชีวิตได้


              "ช่วยฉันด้วย!อ้าก...ขาฉัน ขาฉัน!"


              "ยิงต่อไป อย่าหยุดรักษาแนวป้องกันไว้"


              เมื่อได้ยินผู้หัวหน้าตัวเองตะโกนสุดเสียงคนอื่น ๆ พลันกัดฟันใช้แขนเสื้อเช็ดรอยคราบเลือดจากนั้นหยิบปืนที่ตกอยู่บนพื้นมาขึ้นลำก่อนจะเล็งไปยังศัตรูที่กำลังสู้อยู่กับเพื่อนของตัวเองแล้วจึงเหนี่ยวไก


              “เหลือกระสุนแค่สองส่วนถ้าสู้ยืดเยื้อกว่านี้คงไม่ไหวแน่”


              “อย่าไปกลัวมัน! ต่อให้ถอยหนีตอนนี้ก็ไม่มีทางหนีพ้นแล้ว!”


              “บัดซบ ใครจะไปยอมตายใครจะยอมกลายเป็นซากศพเดินได้แบบพวกนั้นกันเล่า!”


              ทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงเย้ยหยันเสียงคำรามลั่น และเสียงตะโกนปลุกใจ เสียงตะโกนแห่งความมุ่งมั่นอย่างไม่คิดชีวิตความฮึกเหิมที่ต่างจากความคลุ้มคลั่งเพียงเส้นบาง ๆมันคือเสียงของเหล่าผู้คนซึ่งแข็งขืนต่อความตายที่กำลังคืบคลาน


              ถึงแม้ภายในใจจะยังหวาดกลัวแต่การฝึกซ้อมที่ผ่านมาคอยย้ำเตือนอยู่ตลอดว่าเวลาที่เผชิญหน้ากับพวกปีศาจมีแต่ต้องรวมกลุ่มแสดงพลังของการร่วมมือกันถึงจะมีชีวิตรอดไปได้หรือพวกเขาจะโดนจัดการเสียก่อน


              ความรู้สึกท้อแท้ แล่นเข้ามาในสมองแม้จัดการไปมากเพียงไรก็ยังไม่หมดไม่สิ้นต่อให้พวกเขาคุ้นชินกับการต่อสู้มากแค่ไหนแต่ความอ่อนล้าทางกายและความท้อแท้เริ่มเกาะกินภายในจิตใจ


              กระสุนหมดเมื่อไร ก็ถึงจุดจบเมื่อนั้น

     



              “มัตสึบาระที่นี่ถูกตีแตกแล้ว คุณมาชิดะและคนอื่น ๆ คงต้านได้อีกไม่นานพวกเราต้องพาทุกคนหนี...”


              เธอยืนนิ่งมองภาพตึกที่ลุกไหม้เบื้องหน้าเสียงเข่นฆ่ากันดังอย่างต่อเนื่อง ชั้นเมฆบนฟ้ากำลังฉายแสงสะท้อนสีส้มหม่นเธอได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง


              “โกหก... โกหกใช่มั้ย—ทุกคนตายหมดแล้ว ฮึก ๆ”


              หญิงสาวก้มหน้าร่ำไห้กับพื้นด้วยความสิ้นหวังมัตสึบาระนึกย้อนกลับไป วินาทีสุดท้ายหลังจากลาเธอหันหน้าไปดูถึงกับค้นพบว่าบนใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มอย่างโล่งใจชนิดหนึ่งไม่มีการเสียใจภายหลัง


              “ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอดีแต่หากทุกคนตายอยู่ที่นี่ จะเป็นการทรยศสิ่งที่คุณโทชิโร่ฝากฝังเอาไว้นะ”


              ทาดาชิปลอบหญิงสาว ตนเองก็ปวดใจไม่แพ้กัน


              ความใจดีของพวกตนถูกความชั่วร้ายเหยียบย่ำความพยายามของพวกตนถูกทำลายในชั่วข้ามคืน อุดมคติที่พวกตนเชื่อมั่นไร้ค่าในสายตาผู้อื่นเมื่อต้องเผชิญกับโลกที่เป็นแบบนี้ จะให้มัตสึบาระยังกล้าพูดว่า 'ต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีงามในโลกนี้' ได้อย่างไรอีก


              “ฉันเข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ”


              เธอสูดหายใจลึก เตรียมใจอยู่สักครู่เรียกคืนความเข้มแข็งก่อนจะพยักหน้าในที่สุด


              บนท้องถนนเต็มไปด้วยศพคนตายเธอวิ่งไปร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่อยู่ทางทิศเหนือทาดาชิคอยติดตามเธอตลอดทั้งยังใช้ร่างกายอันแข็งแรงกำยำปกป้องเธอไม่ให้ถูกฝูงชนที่กำลังตื่นตระหนกเบียดล้มด้วย


              ทุกสิ่งอย่างพินาศย่อยยับลงแล้ว


     



              คืนที่เสียงต่อสู้รุนแรงดังก้องไปทั่วเรย์ เคนจิ และโยซึรุผ่านทางเดินแคบหนาวเย็นขึ้นมาโผล่ที่ชั้นใต้ดินอาคารจอดรถแห่งหนึ่ง อาคารจอดรถชั้นใต้ดินนั้นเต็มไปด้วยเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ที่รองรับน้ำหนักจากด้านบนลิฟต์สำหรับยกรถถูกติดตั้งระหว่างแถวเสาเหมือนเป็นเครื่องจักรที่พร้อมทำงานตลอดเวลาเสาแต่ละต้นมีป้ายหมายเลขบ่งบอกตำแหน่งที่จอดรถ บรรยากาศเงียบสงัดแต่ความรู้สึกอึดอัดยังคงแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ แสงไฟนีออนที่กะพริบส่องสว่างจากด้านบนทำให้เงาของรถยนต์และสิ่งของต่างๆ กระจายไปทั่ว มันเป็นบรรยากาศที่เย็นชาและกดดัน พื้นที่กว้างขวางที่ปกคลุมด้วยเงามืดทำให้รู้สึกเหมือนกับมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลา


              หลังจากยืนยันว่ารอบ ๆไม่มีผีดิบเพ่นพ่านก็ย่างก้าวออกมานอกอาคารได้สำเร็จ


              ทว่า...สิ่งที่รอต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างแรกหาใช่อากาศบริสุทธิ์ด้านนอกไม่


              เสียงหวีดแหลมบางอย่างแหวกอากาศตรงเข้ามา


              ฟุบ!


              “อั่ก—”


              “เคนจิ!”


              เรย์ตระหนกจนลมหายใจหยุดชะงักเขารีบเข้าไปรับร่างหนาของเคนจิ ซึ่งถูกเข็มสีดำสามแท่ง เสียบเข้าที่ไหล่ซ้ายช่องท้อง และต้นขาขวา ร่างหนาทรุดลงกับพื้นเขาเพิ่งตะหนักถึงความหละหลวมต่อความรับรู้ของตน


              “แจ็คพอตชะมัดดูสิว่าฉันเจออะไรเข้า ถึงว่าทำไมตาข้างขวามันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา”


              อินูอิปรากฏตัวขึ้นจากถนนฝั่งตรงข้ามพร้อมกับรอยยิ้มอันชั่วร้ายตาข้างขวาของเขาถูกปิดไว้ด้วยที่คาดตาสีดำ


              “โอ่วอย่าทำอย่างนั้นดีกว่านะ ระวังเจ้าพวกนั้นแห่กันมาที่นี่ไม่รู้ด้วยล่ะเพราะงั้นอย่าเผลอเหนียวไกจะดีกว่าคนสวย...”


              อินูอิเอ่ยห้ามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อโยซึรุยกปืนเล็งมายังตน


              “พรรคพวกของคุณถูกพวกพี่ดิบจัดการไปไม่น้อยพวกเราควรหยุดสู้กันได้แล้ว ทำไมยังต้องทำเรื่องแบบนี้อีก มีความหมายด้วยหรือครับ!?”


              เรย์เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเจตนาทว่าอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเสียเฮือกใหญ่ ราวกับเขาเป็นเด็กไม่รู้ประสา


              “เฮ้อ... พรรคพวกงั้นรึจะเข้าใจผิดแบบนั้นคงไม่แปลกสินะ ...เพราะสำหรับฉันเจ้าพวกนั้นไม่ต่างอะไรกับเบี้ยเป็นเพียงแค่เครื่องเซ่นสังเวยให้กับแผนการอันยิ่งใหญ่หลังจากนี้เท่านั้น”


              “แผนการอันยิ่งใหญ่...?”


              “นั่นไม่ใช่เรื่องที่คนใกล้ตายจำเป็นต้องรู้ถ้าว่างมากขนาดไปคิดเรื่องของคนอื่นสู้คิดหาวิธีทำให้ตัวเองรอดไปจากสถานการณ์นี้จะดีกว่ามั้ง”


              อินูอิแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์


              ทันที่เห็นอีกฝ่ายขยับปืนเล็งมาทางพวกเขาเรย์รีบดึงเคนจิหลบเข้าด้านข้างของรถซีดานซึ่งจอดอยู่ด้านข้าง


              ปัง ปัง ปัง!


              อินูอิยิงใส่เข้ากำบังของพวกเขาเพียงไม่กี่นัดเท่านั้นก่อนชูปืนขึ้นเหนือศีรษะแล้วลั่นไกยิงขึ้นฟ้าจนหมดแม๊กกาซีน


              “เฮ้อน่าเสียดายที่ฉันไม่มีเวลาอยู่เล่นกับพวกเธอด้วยตัวเองเพราะยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ ...เคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าระวังจะเสียใจที่ปล่อยให้ฉันรอดน่ะ ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองที่ไม่เด็ดขาดซะเถอะ...เอาล่ะขอให้สนุกกับแขกพิเศษที่ฉันช่วยเชิญมาให้นะ”


              อีกฝ่ายพูดทิ้งท้าย และหายตัวไป


              เพื่อความแน่ใจเรย์ใช้เนตรมารส่องตรวจยืนยันว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วจริงหรือไม่ก่อนรีบหันมาสำรวจอาการบาดเจ็บของเคนจิ


              บาดแผลที่หัวไหล่ขวา ช่องท้องและต้นขาข้างซ้าย มีเลือดไหลออกมาอย่างหน้ากลัว เขาไม่สามารถดึงแท่งเหล็กสีดำที่เสียบลึกนั่นออกมาได้หากทำเช่นนั้นเคนจิจะต้องเสียเลือดเป็นอย่างมากแน่


              “เฮงซวยชะมัด แฮ่ก ๆ ...บาดแผลของฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไงกันทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น”


              เคนจิที่เริ่มมีใบหน้าสีเผือดยังคงกล่าวขึ้นเหมือนเป็นเรื่องขำขันเมื่อเห็นใบหน้าของทั้งสองคน


              “นายน่ะหุบปากไปเลย...พวกเราต้องรีบตามไปสมทบกับคุณหมอ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ต้องแย่แน่ ๆ”


              เขากัดฟันกล่าวกับเคนจิเสียงเข้ม


              สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลากฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ราวกับว่าพวกมันกำลังตอบรับคำเชื้อเชิญจากอินูอิ


              “แย่แล้วพวกมันตามเสียงปืนมา เราจะทำยังไงกันดี!”


              โยซึรุเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเครียดขมึง


              เรย์หิ้วปีกเคนจิขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังอาคารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล


              “พวกเราต้องหนีไปที่นั่น”

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139