หลังจากถูกพวกเหล่ยเฟิงทอดทิ้งไปพวกปิงเสวี่ยก็ถูกล้อมทันที นี่ทำให้พวกปิงเสวี่ยแสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมาพวกนางไม่คิดว่าสถานะการณ์จะเป็นแบบนี้ และนางยังรู้สึกเสียใจที่ไปร่วมมือกับพวกเหล่ยเฟิงเช่นกัน
“ปิงเสวี่ยพวกข้าจะเปิดทางเอาไว้ให้เองเจ้าเป็นความหวังของพวกเราเพราะงั้นเจ้าจะต้องหนีไปให้ได้” ปิงหยวนกล่าว
“ไม่ได้ต่อให้ข้าหนีไปได้พวกเราก็ไม่สามารถต่อสู้กับพวกครึ่งอสูรได้เช่นเดิม” ปิงเสวี่ยกล่าว
“ไม่มีทางเลือกแล้วขอแค่เจ้ากลายเป็นระดับขุนพลเจ้าจะต้องติดหนึ่งใน 10 แน่และเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะต้องพยายามในส่วนของพวกเราด้วย” หลัวเซียนคำราม
ไม่รอให้ปิงเสวี่ยกล่าวอันใดหลัวเซียนและปิงหยวนระเบิดพลังสูงสุดออกไปมาโจมตีออกไปยังหยางเซิ่นเต็มกำลังหยางเซินที่เห็นดังนั้นก็แตกตื่นและหลบหลบการโจมตีทันที
“ตูม!!!!!!!!!!” ระเบิดน้ำแข็งนี้ทำให้อัจฉริยะของพวกครึ่งอสูรได้รับบาดเจ็บทันทีถึง 3 คน
“ไป!!!!!!!!!” พวกปิงหยวนคำรามออกมา
ปิงเสวี่ยกัดฟันและเคลื่อนใหวหลบหนีไปในทันที พวกปิงหยวนที่ใช้พลังทั้งหมดแล้วก็กัดฟันและกล่าวยอมแพ้ทันที พริบตาร่างของพวกปิงหยวนก็หายไป
“ไป รีบตามไปด้วยพรสวรรค์ของปิงเสวี่ยถ้านางกลายเป็นระดับขุนพลสำเร็จต่อให้นางคนเดียวก็ทำให้พวกเราปวดหัวได้” กู่หลางคำราม
“บัดซบเอ้ยการโจมตีนั่นทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยความเย็นกระจายเข้าสู่ร่างกายจึงจำเป็นต้องพักฟื้น” หยางเซิ่นกล่าว
“ถ้างั้นพวกเจ้าพักฟื้นอยู่ที่นี่ไปก่อนพวกข้าจะออกไปล่าปิงเสวี่ยเอง” กู่หลางคำราม
เมื่อพวกกู่หลางออกไปที่แห่งนี้จึงเหลือแค่ หยางเซิ่นและครึ่งอสูรอีก 3 คนที่นั่งขับไล่ความเย็นออกจากร่าง แต่ในขณะนั้นเองมีศรวายุทั้งสามลูกพุ่งออกมาด้วยความเร็วอย่างมาก
“ปุ!!!!!!!!!!”
พริบตาเดียวร่างของอัจฉริยะทั้งสามของเผ่าครึ่งอสูรก็ถูกศรเวทย์ทะลวงอก ต้าหมิงจงใจไม่สังหารอีกฝ่ายแต่ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสแทน
“ใครกัน!!!!!!!!!!!” หยางเซิ่นคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ถ้าพวกเจ้าทั้งสามไม่ยอมแพ้ครั้งต่อไปข้าจะจบชีวิตของพวกเจ้าซะ” เสียงที่เย็นชาดังขึ้น
ต้าหมิงจงใจดัดเสียงของตัวเองให้เหมือนกับจั่วหยานมากที่สุด เมื่อได้ฟังเสียงบวกกับฝีมือการยิงธนู หยางเซิ่นก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือใคร
“ดี ดี ดีมากจั่วหยานเจ้ากล้าลอบกัดข้าแบบนี้ อย่าให้ข้าได้เจอพวกเจ้าอีกครั้งรับรองข้าจะทรมานเจ้าทั้งเป็น” หยางเซิ่นคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“พวกเจ้ายอมแพ้ไปซะบาดแผลของพวกเจ้าค่อนข้างร้ายแรงเพราะงั้นรีบออกไปรักษาตัวเสียเถอะ” หยางเซิ่นกล่าว
บนต้นไม้สูงใหญ่ร่างของต้าหมิงที่มีปีกทั้งสองงอกออกมายืนถือธนูอยู่ ขณะที่ออกตามหาพวกจ้าวหลานต้าหมิงก็พบกับการต่อสู้ของพวกปิงเสวี่ยและจงใจอยุดสังเกตุอีกฝ่ายจากใกลๆ และเมื่อเห็นพลังของพวกครึ่งอสูรต้าหมิงจึงจัดสินใจที่จะลอบโจมตีทันทีเพื่อลดพลังของอีกฝ่ายลง
“ต่อไปคงต้องช่วยเหลือปิงเสวี่ยก่อนถึงนางจะทำให้ข้าผิดหวังแต่พลังของนางก็ยังจำเป็นอยู่” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะเคลื่อนใหวด้วยความเร็ว
ในขณะที่ปิงเสวี่ยกลังหลบหนีก็ถูกพวกกู่หลางทำทัน ปิงเสวี่ยระเบิดพลังเวทย์สร้างพลังน้ำแข็งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“หยุดหนีได้แล้วและยอมแพ้ไปซะปิงเสวี่ย” มั่วซูกล่าวเย็นชา
“ข้าไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆแน่” ปิงเสวี่ยกล่าว
“เหอะ ด้วยสภาพปัจจุปันของเจ้าคิดจะหนีจากพวกเราคงเป็นไปไม่ได้” เหม่ยเหลียนกล่าวด้วยใบหน้างดงามและมีเสน่ห์
“ข้าจะต้องมาแพ้ที่นี่จริงๆ” ปิงเสวี่ยรู้สึกท้อแท้ในใจ
แต่ในพริบตานั้นเองศรเวทย์อัคคีก็ปรากฎและยิงปะทะกับกำแพงน้ำแข็งของปิงเสวี่ยทำให้เกิดการระเบิดขึ้นทันที เมื่อเปลวเพลิงและน้ำแข็งปะทะกันทำให้เกิดหมอกสีขาวที่เป็นไอน้ำระเบิดขึ้นและเข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด
ปิงเสวี่ยตื่นตระหนกเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พริบตานั้นเองร่างหนึ่งก็ปรากฎข้างๆปิงเสวี่ยและโอบร่างของนางพุ่งออกไปด้วยความเร็ว
“บัดซบ ใครกันที่มันมาช่วยปิงเสวี่ย” กู่หลางคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ข้าเองก็ไม่รู้ตอนนี้ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย” มั่วซูคำราม
หลังจากที่หมอกไอน้ำหายไปพวกของกู่หลางก็ไม่พบร่างของปิงเสวี่ยเสียแล้วและยังไม่พบร่องรอยของปิงเสวี่ยอีกด้วย
“บัดซบเอ้ย!!!! ปล่อยให้หนีไปจนได้” กู่หลางคำรามด้วยความโกรธ
ทางด้านปิงเสวี่ยรู้สึกตกตะลึงนางไม่คิดว่าคนที่มาช่วยนางจะเป็นต้าหมิง ในตอนแรกนางคิดว่าพวกต้าหมิงจะต้องโกรธพวกนางมากแน่ที่ทำลายความไว้ใจและความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายและหันไปร่วมมือกับพวกเหล่ยเฟิง
“เจ้ามาช่วยข้างั้นเหรอ” ปิงเสวี่ยกล่าว
“เพราะเจ้ายังมีประโยชน์ต่อพวกเราอยู่ข้าจึงช่วยเจ้า” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
อย่าคิดว่าต้าหมิงจะหลงใหลในความงามเหมือนกับคนโง่ ถึงแม้ต้าหมิงจะชอบหญิงงามแต่ต้าหมิงก็เลือกคน ต่อให้อีกฝ่ายภายนอดงดงามมากยังไงถ้าข้างในเน่าเฟะต้าหมิงก็ไม่คิดเข้าใกล้อยู่ดี แต่ต้าหมิงหารู้ไม่ว่าปิงเสวี่ยเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นกันเพราะจักรพรรดิเหมันต์เป็นผู้สั่งการทั้งหมด
“งั้นเหรอ” ปิงเสวี่ยกล่าวพร้อมกับสีหน้าของนางปรากฏน้ำตาออกมา
สหายของนางยอมที่จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าพื้นที่ลับเพื่อให้นางอยู่ต่อ แต่เมื่อนางหลบหนีมาได้นางก็ต้องพบกับความจริงที่ว่าในตอนนี้นางไม่ต่างจากตัวคนเดียวเสีบแล้ว
“…..” ต้าหมิงไม่ได้หันไปสนใจปิงเสวี่ยเลยเพราะต้าหมิงยังไม่ได้รู้ความจริงทั้งหมดและคิดว่าปิงเสวี่ยเพียงแค่เรียกความสนใจ
“ต่อจากนี้เจ้าจะเอายังไงต่อ” ต้าหมิงกล่าว
“ข้าไม่เหลือสหายแล้ว” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“แล้วเจ้าไม่คิดจะกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่ยเฟิงงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“รวมกลุ่มงั้นเหรอ พวกนั้นทิ้งพวกข้าเอาไว้ทำให้พวกหลัวเซียนและพี่ปิงหยวนต้องยอมแพ้แล้วข้าจะไปร่วมมือกับพวกมันได้อย่างไร” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น
“ถ้าเจ้าไม่เลือกที่จะร่วมมือกับพวกมันตั้งแต่แรกเจ้าคงไม่พบจุดจบแบบนี้” ต้าหมิงกล่าว
“เพราะข้าไม่มีทางเลือดทั้งหมดเป็นท่านจักรพรรดิสั่งพวกเราให้ร่วมมือกับพวกเหล่ยเฟิง” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“จักรพรรดิเหมันต์งั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนึกไปถึงสีหน้าอันเย็นชาและจิตสังหารของจักรพรรดิเหมันต์ที่มองมายังตน
“เจ้าจักรพรรดิคนนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้องจริงๆแต่ทำไมถึงเป็นข้ากันหรือว่าเจ้านั่นยังคงไม่ตัดใจจากน้องหญิงของข้า” ต้าหมิงกล่าวขบคิดด้วยสีหน้าเย็นชา
แต่ต้าหมิงหารู้ไม่ว่ามันไม่เกี่ยวกับจักรพรรดิหญิงเลยทั้งหมดเกี่ยวข้องกับราชินีเหมันต์ที่เกิดสนใจในตัวของต้าหมิงต่างหาก