"ถ้าเช่นนั้นนั้นข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง เรื่องของข้ามังกรขาวบรรพกาลแห่งแสงและเจ้ามังกรทมิฬบรรพกาลแห่งความมืด อย่างน้อยเหล่ามนุษย์ในยุคสมัยแรกเริ่มนั้นก็เรียกพวกเราเช่นนี้
โลกใบนี้นั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกหลักแต่เพราะสงครามการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งทำให้โลกใบนี้ได้แตก และแยกออกมาจากโลกหลัก ทำให้พลังปราณบนโลกนี้เบาบางลงไปเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้คนที่อยู่บนโลกใบเล็กนี้ก็อ่อนแอลงเรื่อยๆจนกระทั้งโลกนี้ถูกลดขั้นเป็นเพียงโลกขั้นต่ำ
และเมื่อราวๆเมื่อ 50,000 ปีที่แล้วในปีนั้นพวกเราทั้งสองนั้นถูกท่านผู้นั้นส่งลงมาให้คอยเฝ้าดูแลอะไรบางสิ่งที่อยู่ในโลกเบื้องล่างแห่งนี้จากพวกปีศาจ และพวกข้าก็ได้แบ่งครึ่งพื้นที่โลกเป็นสองส่วนและแบ่งกันดูแลคนล่ะครึ่ง พวกเรานั้นต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นของตนอย่างสงบสุขอยู่หลายหมื่นปี
จนกระทั่งมนุษย์เริ่มที่จะมีมากขึ้นและเริ่มที่จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และเริ่มที่จะขยายพื้นที่ที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มที่จะบุกรุก เข้ามาภายในอาณาเขตของพวกข้า จนบางครั้งพวกข้าต้องออกมาขับไล่ พวกมนุษย์ให้ออกไปจากพื้นที่อาณาเขตของพวกข้าบ้าง
พวกเราเฝ้าดูโลกใบนี้มาตลอด เฝ้าดูการเติบโตของมนุษย์ บางครั้งก็ทำการชี้แนะแก่มนุษย์บ้างบางเป็นครั้ง คอยดูแลสมดุลของโลกและช่วยมนุษย์ต่อสู้กับมาร และปีศาจก็หลายหนบางยุคผู้คนกราบไหวเราเป็นทวยเทพ บางยุคเราก็ถูกตราหน้าว่าเป็นภัยพิบัติ
แต่ก็มีหลายครั้งเมื่อพวกเราปรากฏตัวออกมาพร้อมกัน ก็จะเข้าต่อสู้กันเพื่อเป็นการทดสอบฝีมืออยู่เสมอและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง บ้างครั้งก็หนักมือจนได้รับบาดเจ็บหนักกันทั้งคู่บ้าง พวกเราต่อสู้กันมาเช่นนี้หลายยุคหลายสมัยจนกระทั่งราวๆ 10,000 ปีที่แล้วพวกเราก็ได้ต่อสู้กันอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มีมนุษย์ผู้ชั่วร้ายที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งเมื่อเห็นว่าข้ากับมังกรทมิฬต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัส จึงฉวยโอกาสที่จะปลิดชีพข้าและมังกรทมิฬ มังกรทมิฬนั้นได้บินหนีไป พร้อมอาการบาดเจ็บสาหัสปางตาย
เจ้าพวกมนุษย์กลุ่มนั้นได้ไล้ล่ามังกรทมิฬไป เพื่อหวังที่จะได้ร่างกายอันมีค่าของมังกรทมิฬเพื่อนำมาตอบสนองกิเลสของตนเอง และก่อนจะสิ้นใจนั้นด้วยความเครียดแค้น และชิงชังของมังกรทมิฬมันได้ทำการระเบิดร่างของตัวเองไปพร้อมกับมนุษย์กลุ่มนั้น
ส่วนตัวข้าก็ถูกมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งไล่ล่าสังหารเช่นกัน แต่ด้วยที่ตัวข้านั้นมีพลังการฟื้นฟูที่เหนือกว่ามังกรทมิฬ จึงทำให้พวกมันไม่สามารถฆ่าข้าได้ และเมื่อมันรู้ว่าภารกิจไม่มีทางประสบความสำเร็จและเกรงว่าข้าจะขึ้นไป อาละวาดและทำลายสรรพชีวิตของมนุษย์รุ่นหลังของตน
พวกมันจึงไล่ต้อนข้าลงมาที่ถ้ำแห่งนี้ และใช้พิษที่รุนแรงในกักขังข้าไว้ในที่แห่งนี้ เพื่อจะให้พิษเหล่านี้ค่อยๆกัดกินข้าจนตาย แต่ในจังหวะสุดท้ายที่พวกมันจะผนึกพิษได้โดยสมบูรณ์นั้น ข้าได้ฉวยโอกาสสังหารพวกมันได้นับสิบคน
และจับเป็นมาหนึ่งคนเพื่อทรมานจนในภายหลังข้าจึงได้รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด คือพวกลัทธิมาร และปีศาจที่อยู่บนโลกหลักได้ทำการหลอกใช้ยอดฝีมือผู้ชั่วช้าที่อยู่ในขอบเขตเซียนของโลกเบื้องล่างไล่ล่าสังหารพวกข้า เพื่อดวงจิตและร่างกายของพวกข้าไปใช้ในการสร้างอาวุธวิเศษของพวกมัน
และเป็นการกำจัดพวกข้าทั้งสองที่คอยปกป้องโลกนี้ไว้ เพื่อที่พวกมันจะได้เข้ายึดครองโลกใบนี้ให้เป็นของมันเอง อาจจะเป็นเพราะโลกนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกหลัก โลกใบนี้นั้นมีความลับอีกมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบมันจึงจึงต้องการยึดครองไว้เพื่จะได้ครอบครองความลับเหล่านั้น
และที่พวกมันต้องใช้งานเหล่าเซียนที่อยู่ในโลกเบื้องล่าง เพราะพวกมันเองมีพลังสูงเกินไปจนไม่สามารถลงมายังโลกเบื้องล่างได้ เพราะกฎในการจำกัดพลังของโลกใบเล็กที่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีขอบเขตพลังสูงกว่าขอบเขตเซียนอาศัยอยู่บนโลกใบเล็กได้
มิเช่นนั้นร่างกายของพวกมันจะถูกทันสวรรค์ลงโทษจนร่างแตกเป็นเสี่ยงๆข้านั้นอยากจะไปแก้แค้นพวกที่อยู่เบื้องบนนั้นเป็นอย่างมากแต่เพราะอาการบาดเจ็บของข้า ข้าจึงไม่สามารถออกไปจากหุบเหวพิษนี้ได้
และทำได้เพียงสร้างกำแพงปราณแสงขึ้นมา เพื่อกั้นอาณาเขตระหว่างพื้นที่เต็มไปด้วยพิษ และภายในที่ปลอดภัยทำให้ข้ายังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้แต่หลายปีมานี้ด้วยสภาพร่างกายของข้า ที่ต้องทนอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บมาแล้วนับหมื่นปี จึงหมดหวังในการแก้แค้นไปแล้ว
แต่ไม่คิดว่าวันนี้โชคชะตาจะนำพาเจ้า ลงมาที่นี่เพื่อช่วยแก้แค้นให้กับข้าและมังกรทมิฬ ตัวตนของเจ้าที่ไม่สมควรมีอยู่บนโลกใบนี้ กลับมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ นี่คงเป็น โชคชะตาของเจ้าที่ถูกกำหนดมาเพื่อให้แก้แค้นแทนพวกข้าอย่างแน่นอน"
เมื่อได้ฟังเรื่องที่มังกรขาวเล่าออกมาคล่าวๆแล้วเทียนอี้รู้ได้ทันทีเลยว่าความรู้สึกคุ้นเคยที่เขารู้สึกได้ในตอนแรกนั้น .เป็นเพราะดวงจิตของมังกรทมิฬบรรพกาลและมังกรขาวนั้นต่างก็มาจากที่เดียวกัน และต่างก็เป็นสหายของกันและกันจึงมีความผูกพันเช่นนี้
และยังคงมีปริศนาอีกหลายอย่างที่เทียนอี้ยังไม่เข้าใจ และมังกรขาวจงใจที่จะไม่พูดออกมาในตอนนี้แต่ที่เทียนอี้แน่ใจอยู่อย่างหนึ่งคือ มังกรทั้งสองตนนี้ต่างก็เป็นผู้ที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของโลกใบนี้ และยังเป็นผู้ที่มาจากโลกอื่นที่มีองค์ความรู้ที่สูงกว่าโลกนี้มาก
"ว่ายังไง เจ้าหนูฟังเรื่องที่ข้าเล่าไปแล้วเจ้ารู้อะไรบ้างหรือยัง" มังกรขาวถามเทียนอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง มันหวังให้ตัวของเด็กชายที่อยู่ตรงหน้าของมันตอนนี้ว่าจะยอมเป็นกำลังให้แก้แค้นแทนตนเองได้หรือไม่
มันรู้ดีที่สุดว่าเทียนอี้นั้นจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนในอนาคต เพียงแค่ต้องใช้เวลาอยู่บ้างเท่านั้นแต่ที่มันก็ไม่ทราบก็คือ เหตุไดตัวตนเช่นเทียนอี้ถึงได้ปรากฏตัวอยู่ในโลกชั้นล่างเช่นนี้ เกรงว่าเหตุผลของการมีอยู่ของเทียนอี้ในโลกเบื้องล่างจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นซ่ะแล้ว
"ถ้าเช่นที่ท่านกล่าวมานั้นทั้งเรื่องตัวตนของข้า และเรื่องอื่นๆข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นเลื่อยๆเท่านั้นถึงจะทราบคำตอบใช่หรือไม่" เทียนอี้ตอบคำถามของมังกรขาวเพื่อยืนยันความคิดของตนอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
"จะว่าเช่นนั้นก็ไม่ผิดมากนัก" มังกรขาวตอบคำถามของเทียนอี้ ก่อนที่จะหันมายื่นข้อเสนอของตนให้เทียนอี้อีกครั้งหนึ่ง
"ข้าคิดว่าที่เจ้าลงมาที่นี้ก็เพื่อเพิ่มความแกร่งใช้หรือไม่? เช่นนั้นข้าจะมอบความแข็งแกร่งให้กับเจ้าแต่มีข้อแม้ว่าในอนาคตถ้าเจ้าได้ขึ้นไปยังโลกที่สูงขึ้นไปเจ้าต้องช่วย หาทางแก้แค้ให้พวกข้าด้วยได้หรือไม่" มังกรขาวจ้องมองเทียนอี้ที่อยู่บนฝ่ามือด้วยสายตาคาดหวังอีกครั้ง
"ตัวข้านั้นนับถือคุณธรรมเสมอมา พวกท่านทั้งสองต่างมีพระคุณต่อข้าที่มอบพลังให้กับข้า แล้วตัวข้าจะไม่ตอบแทนบุญคุณของพวกท่านได้อย่างไร ข้าเทียนอี้ขอสาบานต่อสวรรค์ว่าข้าจะต้องล้างแค้ให้ผู้อาวุโสมังกรขาว และผู้อาวุโส มังกรทมิฬอย่างแน่นอน ถ้าข้าผิดคำสาบานขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ ร่างกายแหลกเหลววิญญาณแหลกสลายตายศพไม่ครบร่าง"
เทียนอี้กล่าวคำสาบานต่อสวรรค์ชั้นฟ้าเช่นนี้แล้ว นั้นทำให้มังกรขาวพึงพอใจอย่างมาก ก่อนจะวางเทียนอี้ลงบนพื้นอีกครั้งก่อนจะ