สวี่หยุนพยายามสงบจิตสงบใจก่อนจะมีสีปกติเช่นเดิมอีกครั้ง..สวี่หยุนหยิบเอาผลึกลมปราณธาตุทั้งสองก้อนที่ได้มาจากการสังหารนักฆ่าและเริ่มสำรวจภายในทันที..เมื่อสวี่หยุนสำรวจภายในเสร็จสิ้นเขาก็ตกตะลึงไปในทันที..นักฆ่าพวกนั้นมีหินลมปราณระดับตํ่าถึงหนึ่งหมื่นก้อนต่อคน..สวี่หยุนหยิบเอาหินลมปราณระดับตํ่าทั้งหมดออกมาจากผลึกลมปราณธาตุทั้งสอง..หลังจากสำรวจดูซักพักก็พบว่าหินลมปราณระดับตํ่าทั้งหมดไม่ได้แตกต่างจากที่เขามีอยู่เลยแม้แต่นิด..สวี่หยุนจึงเก็บหินลมปราณระดับตํ่าทั้งหมดกลับเข้าไปดังเดิม..
ภายในผลึกลมปราณธาตุทั้งสองก้อนยังมีของทั่วๆไปอยู่มากมายและยังมีอาวุธอยู่ด้วย..ประกอบไปด้วยมีดสั้นสองเล่มดาบหนึ่งเล่มและกระบี่แปลกๆหนึ่งเล่ม..แต่สวี่หยุนไม่ได้ตื่นเต้นกับอาวุธเหล่านี้มากนักเพราะอาวุธทั้งหมดต่างก็เป็นอาวุธระดับหนึ่งขั้นสูง..สวี่หยุนละสายตาออกจากอาวุธทั้งหมดก่อนจะไปตกลงที่โอสถ 3-4 เม็ดในนั้น..เมื่อสวี่หยุนหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าพวกมันเป็นโอสถระดับควบแน่นขั้นสูงทั้งหมดแต่กลับมีความสมบูรณ์อยู่เพียง 6 ส่วนจาก 10 ส่วนเพียงเท่านั้น..เมื่อตรวจสอบไปอีกเล็กน้อยสวี่หยุนก็ได้รู้ว่าพวกมันเป็นแค่โอสถรวบรวมลมปราณเพื่อช่วยในการฝึกตนทั่วๆไปที่ตอนนี้เขาสามารถหลอมมันขึ้นมาเองได้แล้ว..
สวี่หยุนถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังก่อนจะโยนโอสถทั้งหมดกลับเข้าไปในผลึกลมปราณธาตุ..หลังจากนั้นสวี่หยุนก็เก็บผลึกลมปราณธาตุทั้งสองกลับไปก่อนจะหยิบเอาดาบมังกรทมิฬที่ได้มาจากการสังหารนักฆ่าที่เป็นบุรุษ..สวี่หยุนใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการผสานธาตุวารีเข้าไปในดาบแต่ก็สำเร็จไปได้แค่เพียง 1 ใน 100 ส่วนเพียงเท่านั้น..
"..ทำไมข้าถึงผสานธาตุวารีลงไปในดาบมังกรทมิฬยากเย็นเพียงนี้..แม้ว่าระดับความเข้าใจธาตุวารีของข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากแล้วแต่ก็กลับใช้เวลาผสานธาตุวารีลงในดาบมังกรทมิฬนานกว่ามีดไม้เป็นอย่างยิ่ง.." สวี่หยุนขมวดคิ้วกล่าวออกมาด้วยความงุนงง..สวี่หยุนครุ่นคิดไปสักพักเขาก็คาดเดาบางอย่างได้ก่อนจะหยิบเอาถังไม้ออกมาจากผลึกลมปราณธาตุและลองผสานธาตุวารีลงไปดู..รอบนนี้สวี่หยุนใช้เวลาเพียงแค่ 1 เค่อก็ผสานธาตุวารีไปได้ 1 ใน 100 ส่วนแล้ว..
"ใช่จริงๆเสียด้วย..การใช้สิ่งของที่เป็นธาตุไม้มาผสานธาตุวารีจะง่ายกว่าการใช้วัตถุดิบอื่นเพราะธาตุไม้เกื้อหนุนกันกับธาตุวารี.." สวี่หยุนสรุปความคิดออกมาอย่างรวดเร็ว..
"แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเหตุใดข้าถึงผสานธาตุวารีลงไปในถังไม้ได้ช้ากว่าการผสานธาตุลงไปในมีดไม้ล่ะ..? หรือว่าธาตุไม้ในมีดไม้จะเข้มข้นกว่าถังไม้นี้หรือ?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยความงุนงงก่อนจะถอนหายใจออกมาหลังจากครุ่นคิดไปสักพัก..เขาในตอนนี้ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงธาตุไม้แม้แต่น้อยแล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าถังไม้และมีดไม้มีธาตุไม้ต่างกันเท่าใด?
หลังจากลองพยายามผสานธาตุวารีลงไปในมีดสั้นของนักฆ่าสตรีเองก็เป็นเช่นเดียวกันทำให้สวี่หยุนล้มเลิกความคิดที่จะผสานธาตุวารีลงไปในอาวุธ..ต่อมาสวี่หยุนเลยเลือกที่จะฝึกฝนดรรชนีวารีไร้เงาของตนเองให้เป็นระดับสองแต่เมื่อมีความคิดหนึ่งพุ่งผ่านสมองทำให้เขาเปลี่ยนใจในทันที..
"..ถึงแม้การฝึกฝนดรรชนีวารีไร้เงาให้ไปถึงระดับสองจะเพิ่มความแข็งแกร่งของข้าได้บ้าง..แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับลมปราณธาตุผสานวารีอัคคี! ภายในเวลาไม่กี่วันนี้ข้าจะใช้หินลมปราณระดับตํ่าทั้งหมดในการประมูลวรยุทธหมอกเร้นกายา..บางทีข้าอาจจะใช้มันลอบเข้าไปในคุกใต้ดินของสำนักกระบี่ล่องนภาและช่วยเหลือมารดาของเสี่ยวโหยวได้..แต่ก่อนที่จะทำเช่นนั้นได้ข้าจะต้องได้วรยุทธหมอกเร้นกายามาก่อน..แต่การได้มันมาก็จะทำให้เหล่านักฆ่าทมิฬหมายหัวข้าอีก..ข้าจะเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองให้เร็วที่สุด!" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยความมุ่งมั่นก่อนจะหลับตาลงและเริ่มต้นการผสานธาตุอัคคีและธาตุวารีให้กลายเป็นธาตุผสานในทันที..
ในตอนแรกสวี่หยุนสามารถผสานธาตุทั้งสองด้วยเวลาหนึ่งชั่วยามทำให้ลมปราณธาตุอัคคี 1 ใน 10 ส่วนของเขากลายเป็นลมปราณธาตุผสานไป..สวี่หยุนใช้เวลาอีก 4 ชั่วยามทำให้ลมปราณธาตุอัคคี 5 จาก 10 ส่วนทั้งหมดที่เขาได้มาจากการดูดซับผลึกลมปราณธาตุอัคคีเปลี่ยนเป็นลมปราณธาตุผสานวารีอัคคี..สำหรับลมปราณธาตุวารีที่หายไปสวี่หยุนไม่เกิดความกังวลขึ้นเลยแม้แต่น้อยเพราะเดิมทีเขาก็มีลมปราณธาตุวารีเป็นส่วนมากอยู่แล้ว..
สวี่หยุนเองก็อยากทำให้ลมปราณธาตุอัคคีทั้งหมดของเขาเป็นลมปราณธาตุผสานวารีอัคคีเช่นกัน..แต่เมื่อสวี่หยุนนึกขึ้นได้ว่าหากผสานพวกมันเป็นลมปราณธาตุผสานหมดแล้วบางทีเขาอาจจะใช้ลมปราณธาตุอัคคีอย่างเดียวในการควบแน่นธาตุไฟในอากาศเพื่อจุดเปลวไฟไม่ได้..ถึงแม้การจุดเปลวไฟในอากาศจะไม่ได้สำคัญสำหรับสวี่หยุนมากนักแต่มันกลับสำคัญในการควบคุมเปลวไฟของการหลอมโอสถของสวี่หยุนเป็นอย่างยิ่ง..
หากสวี่หยุนใช้ลมปราณธาตุผสานวารีอัคคีในการหลอมโอสถบางทีมันอาจจะดีกว่าการใช้ลมปราณธาตุอัคคีอย่างเดียวก็เป็นได้แต่สวี่หยุนก็ไม่เลือกที่จะเสี่ยงสิ่งที่เขายังไม่เคยทดลอง..หากลมปราณธาตุผสานวารีอัคคีใช้ในการหลอมโอสถไม่ได้สวี่หยุนก็จะไม่สามารถหลอมโอสถได้อีกเลยหากเขาไม่มีลมปราณธาตุอัคคีเพิ่มเติม..ที่เป็นเช่นนี้เพราะนักหลอมโอสถโดยทั่วไปจะส่งลมปราณปกติเข้าไปในผลึกลมปราณธาตุอัคคีเพื่อใช้มันควบคุมเปลวไฟของการหลอมโอสถ..แต่สวี่หยุนไม่มีลมปราณปกติเหมือนกับที่ผู้ฝึกตนโดยทั่วไปจะมีกัน..สวี่หยุนเคยลองส่งลมปราณธาตุวารีเข้าไปในผลึกลมปราณธาตุอัคคีแล้วแต่มันก็แตกกระจายออกไปในทันทีหลังจากที่สวี่หยุนส่งลมปราณธาตุวารีเข้าไป...
"..ลมปราณธาตุผสานวารีอัคคีของข้าเพิ่มมาถึงห้าเท่าตัว..หมายความว่าข้าสามารถใช้ลูกแก้ววารีอัคคีได้ถึง 5 ครั้ง..แล้วหากว่าข้าใช้ลมปราณธาตุผสานวารีอัคคีทั้งหมดควบแน่นเป็นลูกแก้วเพียงลูกเดียวล่ะ? มันจะรุนแรงถึงขนาดไหนกัน..?" สวี่หยุนกล่าวสิ่งที่กำลังครุ่นคิดออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึงเพราะพลังของตนเอง..เขายังคงมีพื้นฐานการฝึกตนอยู่ที่ขั้น 5 ของรวบรวมลมปราณเช่นเดิมแต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่แค่ลูกแก้ววารีอัคคีของสวี่หยุนก็ทำให้มีผู้ฝึกตนที่มีพื้นฐานการฝึกตนอยู่ที่ขั้น 8 ของรวบรวมลมปราณต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวได้..หากจะต้านรับลูกแก้ววารีอัคคีของสวี่หยุนสักหนึ่งลูกในห้าลูกก็ต้องเป็นผู้ฝึกตนขั้น 8 ของรวบรวมลมปราณระดับสูงแล้ว..แต่หากสวี่หยุนควบแน่นลูกแก้วทั้งห้าลูกให้เป็นหนึ่งเดียวแม้แต่สวี่หยุนก็ไม่สามารถจินตนาการความแข็งแกร่งของมันได้เช่นกัน..
ตอนนี้เป็นยามเย็นแล้วแต่สวี่หยุนก็ราวกับว่าหลงลืมวันเวลาเพราะความตื่นเต้นก่อนจะยกมือขวาขึ้นมา..ผ่านไปเพียงหนึ่งพริบตาลูกแก้ววารีอัคคีหนึ่งลูกก็มาอยู่บนมือของสวี่หยุน..ผ่านไปอีกสี่พริบตาก็มีลูกแก้ววารีอัคคีอีกสี่ลูกปรากฏขึ้นมาบนมือของสวี่หยุน..สวี่หยุนตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งก่อนจะหลับตาลงและใช้สมาธิทั้งหมดในการหลอมรวมลูกแก้ววารีอัคคีให้กลายเป็นหนึ่งเดียว..สามพริบตาผ่านไปลูกแก้ววารีอัคคีสองลูกที่อยู่ใกล้กันก็เริ่มขยับมาหลอมรวมด้วยกัน..เมื่อมันรวมตัวกันเสร็จก็กลายเป็นลูกแก้ววารีอัคคีเพียงหนึ่งลูกแต่กับมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเพียงเล็กน้อย..สวี่หยุนตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งและเริ่มหลอมรวมลูกแก้ววารีอัคคีอีกครั้ง..รอบนี้สวี่หยุนใช้เวลาถึงสิบห้าพริบตาถึงจะหลอมรวมลูกแก้ววารีอัคคีอีกหนึ่งลูกได้..
สวี่หยุนไม่ได้หยุดแค่ลูกแก้ววารีอัคคีทั้งสามลูกนั้น..สวี่หยุนหลับตาลงอีกครั้งและเริ่มหลอมรวมลูกแก้ววารีอัคคีลูกที่สี่ในทันที..รอบนี้สวี่หยุนต้องใช้เวลาถึงสามนาทีกว่าจะหลอมรวมลูกแก้วลูกที่สี่ได้..
"..ถึงแม้อนุภาพของลูกแก้ววารีอัคคีจะเพิ่มขึ้นมากอย่างยิ่งหากมีลมปราณธาตุผสานวารีอัคคีมากขึ้น..แต่ดูเหมือนว่าการเข้าใจธาตุอัคคีของข้าจะตํ่าเกินไปทำให้ไม่สามารถควบแน่นพวกมันได้อย่างรวดเร็ว..หากข้าคิดจะควบแน่นลูกแก้ววารีอัคคีทั้งห้าลูกนี้ก็ต้องใช้เวลาไม่ตํ่ากว่า 1 ชั่วยามเป็นแน่..ถึงแม้มันจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างยิ่งแต่ก็ไม่สามารถใช้ได้ในการต่อสู้จริง.." สวี่หยุนถอนหายใจออกมาเมื่อเขาได้ข้อสรุปทั้งหมด..ถึงแม้ความแข็งแกร่งของลูกแก้ววารีอัคคีจะเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าต่อลูกแต่แค่สิบห้าพริบตาในการควบแน่นก็นับว่าทำได้ยากอย่างยิ่งในการต่อสู้จริงแล้ว..ไม่จำเป็นต้องพูดถึงสามนาทีหรือหนึ่งชั่วยามเพื่อการควบแน่นลูกแก้ววารีอัคคีเลยแม้แต่น้อย..
"พี่ชาย!! นี่ก็เป็นยามเย็นแล้ว..พี่ชายไม่คิดที่จะมาเล่นกับข้าและลี่ผิงเลยหรือ!?" หลินเสี่ยวโหยวเปิดประตูของห้องดังปัง! ก่อนจะเดินมาหาสวี่หยุนและกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ..
"..แล้วข้าจะรู้ได้เช่นไร.." สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาก่อนจะบ่นอุบอิบด้วยนํ้าเสียงที่เบาเป็นอย่างยิ่ง..
"หืม? พี่ชายกล่าวว่าเช่นไรหรือ? เอาล่ะ..พี่ชายต้องไปเล่นกับข้าและลี่ผิงเป็นการขอโทษที่ไม่สนใจข้าเลย!" หลินเสี่ยวโหยวสงสัยเสียงบ่นของสวี่หยุนเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงจริงจัง..
"..สงสัยว่าน้องสาวของข้าเริ่มเป็นเด็กเอาแต่ใจจริงๆแล้วสิ..งั้นข้าขอโทษเสี่ยวโหยวผู้น่ารักน่าเอ็นดูได้หรือไม่?" สวี่หยุนหัวเราะออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของเด็กสาวพร้อมกับจะย่อตัวลงมาให้ระดับความสูงของเขาและหลินเสี่ยวโหยวใกล้เคียงกันก่อนจะกล่าวออกมา..
"..แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย..งั้นพี่ชายช่วยลูบหัวข้าหน่อยสิ.." หลินเสี่ยวโหยวที่กำลังแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาเมื่อได้ยินสวี่หยุนกล่าวด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวลเช่นนั้นก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกผิดออกมาในทันที..
"สุดท้ายแล้วเสี่ยวโหยวยังคงเป็นเด็กนิสัยดีนี่นะ" สวี่หยุนหัวเราะออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะยกมือไปลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอย่างนุ่มนวล..
"อื้ม..การเป็นเด็กนิสัยเสียนี่ยากจริงๆ.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นมากอดสวี่หยุนแน่นในทันทีราวกับว่าอารมณ์ไม่พอใจก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้วเพราะคำพูดและการกระทำของสวี่หยุน..
"อุหวา..กลายเป็นว่าเจ้าหนุ่มน้อยที่แสนจะน่ารักไร้เดียงสากับเก่งเรื่องการเอาใจเด็กสาวหรือนี่..? บางทีหากเจ้าใช้วิธีเหล่านี้กับสตรีที่เจ้าหมายตาอาจจะไม่มีใครเล็ดรอดจากเงื้อมือของเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้เลยก็เป็นได้.." เสียงของหลินชูหรงดังขึ้นมาจากทางที่ประตูเปิดออกมา..เมื่อสวี่หยุนหันไปทางประตูก็พบกับหลินชูหรงกำลังมองมาทางเขาและหลินชูหรงด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นทุกที..
"อืม..ข้าเองก็เห็นด้วยกับท่านแม่เช่นกัน..หากข้ามีพี่ชายเช่นนี้บ้างข้าคงจะชื่นชอบอย่างยิ่งแน่เลย.." หวงเหวินเดินออกมาจากข้างๆหลินชูหรงพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างสดใส..
"น้องเล็ก..เจ้ากล่าวเช่นนี้มันสะเทือนจิตใจของข้ามากเลยนะรู้ไหม..?" หวงเหวินเปิดประตูออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแห้งแล้ง..สวี่หยุนเองก็ยิ้มแห้งออกมาเช่นกันเมื่อพบว่าทุกคนต่างก็มาอยู่กันพร้อมหน้าโดยที่ไม่ได้นัดหมายไว้เลยแม้แต่น้อย..หลินเสี่ยวโหยวยังคงมีสีหน้าสดใสพร้อมกับกอดสวี่หยุนแน่นดังเดิมราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงของผู้อื่นแม้แต่น้อย..
"โอ้? ไหนๆก็มากันครบแล้วเรามาทานข้าวเย็นร่วมกันอีกดีหรือไม่?" หลินชูหรงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเดิมขณะมองมาทางสวี่หยุนและหลินชูหรง..
"ฮะฮะ..ข้าคงไม่มีทางเลือกมิใช่หรือ..? แต่ต้องใช้วัตถุของข้าเช่นเดิมนะ.." สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างจนปัญญา..
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------