บทที่ 15 เหยียนโย่วเว่ย
ใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินดูเคร่งเครียดทันที เธอจ้องมองไปที่เหยียนโย่วเว่ยอย่างเ็า “คุณจะทำอะไร?”
“ผมให้ทางเลือกกับคุณหนูซูสองทาง ทางแรกเลย คืนนี้อยู่กับผมอย่างเต็มใจ พูดตามตรง ถ้าคุณมาเป็ผู้หญิงของผม ผมจะทำให้คุณรุ่งโรจน์”
“ทางที่สองคุณซูปฏิเสธ แบบนั้นผมคงทำได้แต่บังคับคุณเท่านั้น แต่ต่อให้ผมจะบังคับคุณ คุณจะทำอะไรผมได้ล่ะ? ตระกูลซูไม่อาจทัดเทียมกับตระกูลเหยียนของผมได้อยู่แล้ว”
ใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินเดือดดาลและร่างกายของเธอก็สั่นเทา “คุณ! คุณมันไร้ยางอาย!”
เหยียนโย่วเว่ยเยาะเย้ย “คุณหนูซู ผู้ที่แข็งแกร่งย่อมกลืนกินผู้อ่อนแอหากตระกูลซูของคุณแข็งแกร่งกว่าตระกูลเหยียนของผม ผมก็คงต้องคุกเข่าและเลียรองเท้าของคุณเช่นกัน แต่เผอิญว่าตระกูลซูของคุณนั้นด้อยกว่าตระกูลเหยียนของผมมาก ดังนั้นเพียงแค่ยอมรับชะตากรรมของคุณซะ”
“หากคุณเชื่อฟัง ผมจะปฏิบัติต่อคุณอย่างดี แต่ถ้าหากคุณปฏิเสธ ผมคงต้องขออภัยที่จะไม่อ่อนโยนต่อคุณนัก และผมจะลบตระกูลซูออกจากวงการธุรกิจของเมืองเหยียนเฉิง คุณกล้าเดิมพันกับผมไหมล่ะ?”
ซูอี้จวินกำหมัดแน่นจนนิ้วของเธอเปลี่ยนเป็สีขาว เธอโกรธมากจริง ๆ
ลู่เฉิงเฟิงจับมือเธอเบา ๆ “คุณลืมไปแล้วหรือว่าคุณมีแฟน?”
ใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินเปลี่ยนไป เธอรู้ว่าเมื่อไรที่ลู่เฉิงเฟิงลงมือมันจะต้องมีคนตายไม่ก็เจ็บหนัก ตระกูลเหยียนค่อนข้างมีอำนาจในเมืองเหยียนเฉิงและเธอไม่้าให้ลู่เฉิงเฟิงเข้ามาเกี่ยวข้อง
“แกชื่อลู่เฉิงเฟิงใช่ไหม ฉันจะให้แกสองทางเลือก ทางแรกแกออกไปด้วยตัวเอง ทางที่สองฉันจะให้ใครสักคนหักขาแกแล้วค่อยโยนแกออกไป”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มแทนที่จะโกรธ “นายนี้ไม่ซ่อนความคิดตัวเองเอาไว้เลยจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็เ้าโลกเหรอ?”
“ซ่อน?” เหยียนโย่วเว่ยยิ้มเยาะ “ในเมืองเหยียนเฉิงนี้ฉันเหยียนโย่วเว่ยสามารถชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็ไม้ ทำไมฉันต้องซ่อนอะไรด้วย? ฉันควรจะซ่อนมันไว้เพื่อใคร?”
“นายไม่กลัวกฎหมายเหรอ?”
เหยียนโย่วเว่ยหัวเราะเสียงดังด้วยความดูถูก “ไอ้อ่อนหัดเอ้ย แกนี่มันไร้เดียงสาจริง ๆ หน้าไหนมันจะกล้าแตะต้องฉันในเมืองเหยียนเฉิงวะ?”
“นี่คือข้อดีของการเป็คนรวยและมีอำนาจ! เมื่อเงินยืนหยัด ความจริงทั้งหมดจะเงียบงัน เมื่ออำนาจแข็งกร้าว เงินคือสิ่งโน้มน้าว!”
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็เ็าและเขาก็กระตุกริมฝีปากของเขา “จริง ๆ แล้วฉันเข้าใจความจริงข้อนี้เช่นกัน ั้แ่เมื่อตอนที่ไฟไม่ได้เผาฉันจนตาย ตอนนั้นฉันอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น”
เหยียนโย่วเว่ยขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าลู่เฉิงเฟิงหมายถึงอะไร
“ในเมื่อแกเข้าใจแล้วดังนั้นแกก็น่าจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อใช่ไหม?”
ลู่เฉิงเฟิงมองดูเขา “คำถามสุดท้าย นายเป็ใครกับเหยียนเจี้ยนตง”
เหยียนโย่วเว่ยประหลาดใจ “แกรู้จักพ่อของฉัน?”
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเ็าลงจนน่าขนลุก “ใช่แล้ว แน่นอนฉันรู้จัก ฉันจดจำชื่อนี้มาสิบห้าปีแล้ว และมันได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงจิติญญาของฉันทีเดียว”
เหยียนโย่วเว่ยทำหน้าสงสัย “แกรู้จักพ่อของฉันได้อย่างไร”
“ไม่ต้องกังวล แกจะรู้หลังจากนี้แน่” ลู่เฉิงเฟิงจับมือซูอี้จวิน “ไปกันเถอะ”
“หยุด!” เหยียนโย่วเว่ยจ้องมองลู่เฉิงเฟิงด้วยสายตาที่น่ากลัว “แม้ว่าแกจะรู้จักพ่อของฉัน แต่วันนี้แกต้องทิ้งเธอไว้ที่นี่ แต่ในฐานะที่แกรู้จักพ่อของฉัน ฉันจะไม่ทำให้แกเจ็บตัว แค่ออกไปซะ!”
ซูอี้จวินสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติกับลู่เฉิงเฟิง กลิ่นอายที่แผ่ออกจากตัวเขารุนแรงมากราวกับว่าเขากำลังจะสูญเสียการควบคุมและดวงตาของเขาก็เ็าจนรู้สึกหนาวสั่น
เขาพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการหนีไฟ? จากนั้นก็ถามถึงเหยียนเจี้ยนตงอีกครั้ง แล้วก็มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับเขา
ซูอี้จวินรู้ทันทีว่าลู่เฉิงเฟิงต้องมีความแค้นกับเหยียนเจี้ยนตงแน่ ๆ
เธอรีบดึงลู่เฉิงเฟิงออกมา เพราะเมื่อไหร่ที่ลู่เฉิงเฟิงสูญเสียการควบคุมและลงมือสังหารเหยียนโย่วเว่ยที่นี่ ผลที่ตามมาคือหายนะ
เธอไม่ได้ช่วยเหยียนโย่วเว่ยแต่เธอกำลังช่วยลู่เฉิงเฟิง มันไม่คุ้มค่าที่จะเกิดปัญหาเพราะคนอย่างเหยียนโย่วเว่ย
“คุณหนูซูโปรดคิดให้รอบคอบ เมื่อคุณก้าวออกจากประตูนี้ผมจะถือว่าคุณปฏิเสธผม ในเมืองเหยียนเฉิงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธผมเลยสักคน!”
ซูอี้จวินหันกลับไปด้วยสีหน้ามืดมน “เหยียนโย่วเว่ย ฉันแนะนำให้คุณอย่าแสวงหาความตาย!”
เหยียนโย่วเว่ยะเิเสียงหัวเราะและปรบมือทันที
ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออก
ชายร่างกำยำสามคนเดินเข้ามา ปิดประตูและกั้นทางออก
ฮั่นเหยียนก้าวออกไปยืนอยู่ข้างหน้าลู่เฉิงเฟิงและซูอี้จวิน
ซูอี้จวินจับมือลู่เฉิงเฟิงแน่นแล้วส่ายหัวเบา ๆ “อย่าแลกกับคนแบบนี้มันไม่คุ้มเลย”
แม้ว่าเธอจะเคยเห็นลู่เฉิงเฟิงลงมือเพียงครั้งเดียว แต่เธอก็รู้ดีว่าวิธีการของลู่เฉิงเฟิงนั้นโเี้เพียงใด เมื่อเขาลงมือ คนเหล่านี้จะต้องตายอย่างอนาถแน่นอน
“ซูอี้จวิน คุณนี่มันไม่ไว้หน้าผมเลยจริง ๆ ไม่มีผู้หญิงคนไหนในเมืองเหยียนเฉิงที่ผมเหยียนโย่วเว่ยไม่สามารถเป็เ้าของได้ คุณกำลังบังคับให้ผมต้องใช้กำลัง ซึ่งแบบนี้คุณจะต้องชดใช้ในภายหลังแน่”
เหยียนโย่วเว่ยโบกมือพร้อมกับรอยยิ้มอันน่ากลัวบนใบหน้าของเขา “แค่หักมือและเท้าของชายสองคนนี้แล้วหาที่ที่ไม่มีใครอยู่แถวนี้โยนพวกมันทิ้งไว้ อย่าทำร้ายคุณหนูซู ฉันไม่้ามี่เวลาที่เลวร้ายในตอนกลางคืน”
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเ็าลงเรื่อย ๆ
ซูอี้จวินปลอบใจเขาด้วยเสียงแ่เบา “อย่าหุนหันพลันแล่น ฮั่นเหยียนสามารถรับมือได้”
ชายร่างกำยำทั้งสามวิ่งเข้าใส่ฮั่นเหยียน
ฝีเท้าและการเคลื่อนไหวของพวกเขาทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาเป็นักมวย
การเดาของลู่เฉิงเฟิงนั้นถูกต้อง สามคนนี้เคยเป็นักมวยใต้ดินมาก่อนและต่อมาก็ถูกเหยียนโย่วเว่ยจ้างวานไว้ข้างกาย
ชายร่างกำยำในชุดดำการ์ดใบหน้าของตัวเองด้วยแขนข้างหนึ่งและส่วนแขนอีกข้างปล่อยหมัดอย่างรุนแรง หมัดของเขาใหญ่เท่ากับชามน้ำ ออกหมัดเล็งที่หัวของฮั่นเหยียนด้วยเสียงทะลุผ่านอากาศ
ฮั่นเหยียนแข็งแกร่งมากเช่นกัน การโจมตีของเขาเร็วดุจสายฟ้า เขาซัดฝ่ามือใส่หมัดของคู่ต่อสู้
“ปัง!!!”
หมัดและฝ่ามือปะทะกัน ฮั่นเหยียนคร่ำครวญอยู่ครู่หนึ่ง ใมากจนเขาเซถอยหลังกลับไปหลายก้าว
“ฮั่นเหยียน?”
ซูอี้จวินอุทาน
“ไม่ต้องห่วงครับคุณหนูใหญ่ ผมไม่เป็ไร”
ในเวลานี้ชายร่างกำยำยิ้มกว้าง และร่างอันใหญ่โตของเขาก็พุ่งเข้าหาฮั่นเหยียนราวกับวัวกระทิง
คราวนี้ฮั่นเหยียนไม่ได้เผชิญหน้าตรง ๆ อีกแล้วเขาหลบการชนของคู่ต่อสู้อย่างว่องไวและเตะขาของคู่ต่อสู้ ชายร่างกำยำเสียศูนย์และล้มลงทันที
ชายร่างกำยำอีกสองคนรีบเข้ามาช่วย
ลู่เฉิงเฟิงใช้โอกาสนี้ดึงซูอี้จวินวิ่งไปที่ประตู “ฮั่นเหยียนหาทางหนีจากที่นี่ด้วยตัวเองนะ ฉันเชื่อใจนาย!”
ฮั่นเหยียนไม่โกรธแต่มีความสุข ภารกิจของเขาคือปกป้องความปลอดภัยของซูอี้จวินแม้ว่าพฤติกรรมของลู่เฉิงเฟิงจะดูงี่เง่านิดหน่อย แต่ก็ดีที่ซูอี้จวินปลอดภัย
“เร็วเข้า! หยุดพวกมันไว้!”
เหยียนโย่วเว่ยะโ
ชายร่างกำยำสองคนหันกลับไปทันทีและไล่ตามลู่เฉิงเฟิงและซูอี้จวิน
ทันใดนั้นสีหน้าของฮั่นเหยียนก็เปลี่ยนไป เขาหลบหมัดที่เข้ามาและ้ารีบไปหยุดชายร่างกำยำทั้งสอง
แต่ในขณะเดียวกันนี้เขาเห็นลู่เฉิงเฟิงหันกลับมาอีกครั้งโดยถือถังดับเพลิงอยู่ในมือ
เมื่อชายร่างกำยำทั้งสองเห็นถังดับเพลิงในมือของลู่เฉิงเฟิงพวกเขาก็หยุดและก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังจะทำอะไร
“ฮั่นเหยียนมานี่เร็ว!”
ฮั่นเหยียนมีความคล่องตัวมากและวิ่งมาถึงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ก้าว
ลู่เฉิงเฟิงถือถังดับเพลิงและฉีดสารดับเพลิงสีขาวออกไป เพียงไม่กี่วินาทีทั้งห้องก็เต็มไปด้วยละอองสารดับเพลิง จากนั้นก็ได้ยินเสียงไออย่างรุนแรงจากข้างใน
“ไปเร็ว...”
ลู่เฉิงเฟิงทิ้งถังดับเพลิงและหายตัวไปพร้อมกับฮั่นเหยียน
ซูอี้จวินยืนอยู่ในลิฟต์ ขวางประตูลิฟต์เพื่อรอพวกเขา
ทั้งสองรีบเข้าไปในลิฟต์ ปิดประตูลิฟต์ แล้วลงไปที่ชั้นหนึ่ง ทั้งสามคนวิ่งออกจากอาคารและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ฮั่นเหยียนคุณโอเคไหม?”
ใบหน้าของซูอี้จวินเต็มไปด้วยความกังวล
“คุณหนูใหญ่ ผมสบายดี” หลังจากพูดจบเขาก็มองไปที่ลู่เฉิงเฟิงอย่างลังเล “ขอบคุณ วันนี้คุณทำได้ดีมาก”
เอิ่ม? ลู่เฉิงเฟิงเหลือบมองอีกฝ่าย ปากของเขาก็กระตุก อันที่จริง ประโยคสุดท้ายนั้นไม่จำเป็
ฮั่นเหยียนพูดต่อ “ครั้งต่อไปที่คุณตกอยู่ในอันตราย ปล่อยผมไว้คนเดียว ความปลอดภัยของคุณหนูใหญ่เป็สิ่งสำคัญที่สุด คุณไม่ควรกลับไปช่วยผม”
ปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุก “นี่นายพูดไม่เก่งหรือไง? นายเพิ่งขอบคุณฉันแท้ ๆ แต่ประโยคต่อมากลับสั่งสอนฉันเนี่ยนะ?”
ฮั่นเหยียนหยุดพูด เขาเป็คนพูดไม่เก่งมาโดยตลอดและเป็คนหัวทึบมาั้แ่เด็ก
เมื่อรถขับไปได้ครึ่งทาง ลู่เฉิงเฟิงก็หยุดรถข้างถนนทันที “ผมจำได้ว่ามีธุระอย่างอื่นอีกที่ต้องไปทำ ฮั่นเหยียน นายส่งคุณหนูใหญ่ของนายกลับบ้านอย่างปลอดภัยทีนะ”
ใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินเปลี่ยนไป เธอเดาได้เลยว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังจะกลับไปหาเหยียนโย่วเว่ย
“เฉิงเฟิง คุณ…”
“ไม่ต้องกังวล มันจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแน่” ลู่เฉิงเฟิงขัดจังหวะเธอด้วยรอยยิ้ม จากนั้นลงรถแล้วเดินไปที่ประตูหลังรถ เคาะกระจกรอให้กระจกรถลดต่ำลงแล้วพูดว่า “ซูกรุ๊ปขาดเงินทุนทำไมไม่บอกกันเล่า หรือว่าคุณไม่อยากจะร่วมงานกับแฟนของคุณเอง?”
ซูอี้จวินใ “คุณ... คุณอยากลงทุนในซูกรุ๊ปเหรอ?”
“อะไร กลัวว่าผมจะไม่มีเงินเหรอ? ไม่ต้องห่วง ผมมีเงินเก็บไว้ให้ภรรยาอยู่บ้าง เราจะคุยเื่นี้โดยละเอียดทีหลัง ถ้าได้กำไรเยอะก็แบ่งให้ผมด้วยก็แล้วกัน แต่ถ้าเจ๊งหมดผมจะถือว่ามันเป็สินสอดล่วงหน้า!”
ใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินกลายเป็สีแดง
“ลู่เฉิงเฟิงคุณต้องระวังตัวนะ”
ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ และพยักหน้า
จากนั้นเขาก็ตบกระจกรถแล้วพูดว่า “ฮั่นเหยียนนายพาคุณหนูใหญ่ของนายกลับไปได้แล้ว”