หลุยเทียนเปายืนมองหน้ารักจังก่อนหันมองออกไปด้านนอกสังเกตการณ์เมื่อทุกอย่างสงบจึงขยับตัวออกไปยืนด้านนอก รักจังงับปากเดินตามเขาออกมาก่อนเอ่ยปากแต่เขากลับยกมือขึ้นห้ามทำเธอชะงักอ้าปากค้าง
“ขอบคุณนะครับวันนี้สนุกมาก” พูดจบหลุยเทียนเปาก็วิ่งข้ามฝั่งหนีไปทันที รักจังมองตามด้วยความงุนงง
“ไอ้รัก” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังทำรักจังสะดุ้งเฮือกรีบหมุนตัวกลับหลังมองเพื่อนสาวสองคนถือของกินเต็มไม้เต็มมือ
“พวกแกมาเดทกันหรือไง” รักจังชี้มาที่ตัวกันตากับเมเม่ที่มองหน้ากันเองก่อนหันไปตอบเพื่อนสาว
“ใช่เรามาเดทกัน” เมเม่ฉีกยิ้มยียวนก้าวเข้ามายืนข้างรักจังที่เลิกคิ้วแบะปากและยกมือดีดหน้าผากเมเม่ก่อนขยับตัวไปยืนข้างกันตา
“อารมณ์ดีหรือไงกวนอยู่ได้”
“แกกวนไหมล่ะ เพื่อนกันจะมาเดินเที่ยวไม่ได้หรือไง ของกินเยอะจะตายทำงานมันก็เหนื่อยพอแล้วพักผ่อนบ้างจะเป็ไรไป” เมเม่อ้าปากกินพุทราเชื่อมด้วยรอยยิ้มก่อนหรี่ตามองรักจัง “แล้วแกอะมาทำอะไรอย่าบอกนะว่านัดหนุ่มมาเดท”
“ใช่” รักจังตอบกลับทันควันอย่างไม่ต้องคิด
“ตลกไอ้รัก ลูกน้องคนไหนของแก” เมเม่เคี้ยวพุทราเชื่อมอย่างเอร็ดอร่อย
“แกจำวันนั้นไม่ได้หรือไงที่ทีมงานขอเบอร์ฉันไป”
“แล้วไง”
“นัดเดทกับริเวอร์” รักจังกอดอกมองหน้าเมเม่ที่เลิกคิ้วหรี่ตาจับผิด
“โกหกเพื่อนไม่ดีนะ”
“จริงๆ เื่จริง ฉันมาเดทกับอีตาซาลาเปา อืม เปาเปาของน้องแกนั่นแหละ”
“เดี๋ยวๆๆๆ พูดเื่อะไรกันเหมือนฉันจะตกข่าว” กันตายกมือแทรกมองหน้าเมเม่ทีรักจังทีสลับกันอย่างงงงวย
“อย่างที่มันบอก” เมเม่ขยิบตายิ้มกว้างกวนเพื่อนสาวอย่างอารมณ์ดี
“นี่ฉันไม่เจอเพื่อนไม่กี่วัน คืบหน้าไปเยอะเลย แบบนี้แผนที่วางไว้ของแกก็ง่ายนะสิเตรียมทำข่าวเลย” กันตายกมือปรบยินดีกับเพื่อน
“แกจะขายเพื่อนหรือไง เซนเซอร์หน่อยก็ดี” รักจังยิ้มกว้างบ่งบอกความเ้าเล่ห์ทำเมเม่หัวเราะในลำคอส่ายหน้าไปมาให้กับความร้ายของเพื่อน
“แบบนี้ต้องฉลอง” กันตากอดคอเพื่อนสองคนพร้อมมองซ้ายมองขวาด้วยรอยยิ้ม
“มันยังไม่สำเร็จดีรอให้สำเร็จก่อนไหมเล่า” รักจังเอียงหน้ามองกันตาที่ส่ายหน้าไปมา
“ไม่เอา ไปฉลองไว้ก่อนอย่างน้อยแกก็มาครึ่งทางแล้ว”
“ใช่แล้วอีกครึ่งทางถ้าก้าวผิดได้นอนในห้องขังแน่” เมเม่อ้าปากงับพุทราเชื่อมปลีกตัวแยกยียวนเพื่อนสองคนที่มองค้อน
“วันนี้แกกวนมากไปแล้วนะ ทำงานหนักหรือไง” รักจังเท้าเอวชี้หน้าว่าเมเม่ที่หันกลับมาแลบลิ้นเย้ย
“ตีกับน้องมันทั้งวันละไม่ว่า ไปเถอะ” กันตายิ้มกริ่มจับแขนรักจังเดินตามเมเม่ไปเรียกรถแท็กซี่แล้วพากันขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
หลุยเทียนเปาเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องเสียบการ์ดเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้าเดินเข้ามาแล้วปิดประตูเปิดตู้เย็นหยิบน้ำผลไม้ในขวดมาเปิดดื่มเดินมานั่งพักที่โซฟาว่างขวดลงข้างๆ ก่อนล้วงหยิบมือถือยกทัพออกมากดเปิดอ่านข้อความทั้งหมดแล้วล้วงหยิบมือถือตนเองที่อยู่อีกข้างในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดเบอร์บันทึกไว้
“นานแล้วที่ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาแบบนี้ รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย” เขาพูดกับตัวเองก่อนวางมือถือสองเครื่องไว้บนโต๊ะด้านหน้าแล้วเงยหน้าพิงโซฟาหลับตาภาพในหัวปรากฏหน้าหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันเสียงรับสายของเธอก้องอยู่ในหัวเขาจนต้องลืมตาหยิบมือถือของตนมากดดูเบอร์ที่บันทึกไปเมื่อครู่
“รักจัง ชื่อแปลกดี”
ครืดดดดดดด
มือถืออีกเครื่องที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้นเมื่อมีสายเรียกเข้าหลุยเทียนเปาวางมือถือตนเองหันไปหยิบมือถือของยกทัพมารับสายทันที
“ว่าไง หืม อ่อ ก็ดี อืม ไว้เจอกัน บาย” สิ้นคำเขาก็วางสายวางมือถือไว้บนโต๊ะลุกขึ้นถือขวดน้ำผลไม้เดินเข้าห้องนอน
เย้!!!
เสียงชนแก้วด้วยแก้วใส่นมสดสามแก้วชนกระแทกกันอย่างชอบอกชอบใจที่ร้านข้างทางในยามราตรี รักจังกระดกยกซดจนหมดแก้วยิ้มกริ่มตบหน้าท้องมองเพื่อนที่รินนมใส่แก้วรออาหารที่สั่งไป
“นี่ผิดสูตรหรือเปล่า” กันตาวางแก้วลงตรงหน้ามองหน้าเพื่อนสองคนที่แกล้งเมานมกอดคอกันซบศีรษะ
“ตอนเช้าต้องทำงานจะมานั่งดื่มมันก็ไม่ใช่” เมเม่ยิ้มกว้างยกแก้วชูขึ้นรอชน
“เอ้าเฮ” รักจังยกแก้วชนกับเมเม่ทำโต๊ะข้างๆ มองด้วยความแปลกใจ
“เออๆๆ เอาที่พวกแกถนัดเลยชนก็ชน” กันตายิ้มแห้งยกแก้วนมชูขึ้นชนสามแก้วแล้วดวลกันหมดแก้วอย่างสนุกสนานเมื่ออาหารมาเสิร์ฟถึงที่ก็ลงมือทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
“แล้วแกจะทำไงต่อไป” เมเม่หันมองหน้ารักจังที่อ้าปากกิน
“อะไร”
“ก็เื่แผนแกไง”
“อ้อ ไม่รู้ดิ องศาบัญชาการ หัวเพื่อนฉันนะยิ่งกว่าอัจฉริยะ ฉันแค่มีหน้าที่เป็แฟนคลับสุดติ่งของริเวอร์เท่านั้น” รักจังยื่นหน้าบอกด้วยเสียงกระซิบที่เบาจนเพื่อนสองคนต้องเอียหูฟังก่อนยกมือตีไหล่รักจังที่หัวเราะชอบใจ
“แกว่ามันจะทำสำเร็จไหม” กันตาฉีกยิ้มหันไปถามเมเม่ที่เลิกคิ้วส่ายหน้าไปมา
“ไม่เหลือ ถ้าไม่เสร็จคนในวงซะก่อนนะ” เมเม่หันมายิ้มเ้าเล่ห์กับรักจังที่ยกแก้วนมชนกันอย่างเข้าขา กันตาส่ายหน้าไปมาก้มหน้าก้มตากินต่อก่อนเหลือบมองหญิงสาวที่สวมหมวกดำผมยาวนั่งคนเดียวกระดกเครื่องดื่มมึนเมาอย่างเอาเป็เอาตาย
“แก” กันตาส่งสายตาให้เพื่อนสาวมองตามตน “ไหวไหม”
“รอเพื่อนหรือเปล่า มาคนเดียวเมาขนาดนั้นแย่เลยนะ” เมเม่กระดกนมเข้าปากเหล่มอง
“แกสองคนนี้ชอบกินเผือกหรือไง” รักจังรินนมใส่แก้วนั่งกินอาหารตรงหน้าเย้าแหย่เพื่อนสาวสองคน
“จ้าแม่คนไม่กินเผือก” เมเม่หันมามองค้อนแล้วลุกขึ้นไปสั่งของกินเพิ่ม
ปึก!
เสียงตกเก้าอี้ทำคนละแวกนั้นมองเป็ตาเดียว รักจังหันขวับมองหญิงที่นั่งเมาหัวทิ่มอย่างใแต่กันตาเดินเข้าไปช่วยเธอประคองลุกขึ้น
“คุณ คุณ” กันตาพาเธอมานั่งที่โต๊ะมองเงินที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอ “แกดูเธอไปก่อนนะ”
“อือๆ ” รักจังพยักหน้ารับมองกันตาเดินไปหยิบเงินที่โต๊ะของหญิงที่ล้มไร้สติไปจ่ายเงินแทน เมเม่เดินกลับมาด้วยความงุนงงนั่งลงข้างรักจังที่มองตาปริบๆ
“เกิดอะไรขึ้น”
“น็อครอบ” รักจังยักไหล่ตอบกลับพร้อมกินต่อ
“คุณค่ะ ไหวไหม” เมเม่เอื้อมมือจับไหล่หญิงสาวแล้วเขย่าเบาๆก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแม้แต่นิดก่อนมองกันตาเดินเข้ามานั่งลงที่เดิม
“เอาไงดีดูท่าจะไม่ได้สติแล้ว” กันตามองหน้าเพื่อนสาวสองคน
“ไอ้รักแกเอากลับโฮมไปด้วยนะ” เมเม่ตอบเสียงเรียบโยนให้รักจังที่กำลังหยิบน้ำมาดื่มถึงกับสำลักตบอกตัวเองเบาๆ มองหน้าเพื่อน
“บ้าแล้วคุณนายภัคมา เตียงไม่พอหรอก”
ตืดดดดด ตืดดดดด
เสียงมือถือสั่นสายเรียกเข้าอย่างได้จังหวะกันตากับเมเม่เท้าคางมองรักจังล้วงหยิบมือถือขึ้นมารับสาย
“ฮาโหลว ห๊ะ ไปแช่น้ำพุร้อน ที่ไหน เออๆๆ ฝากดูแลคุณนายด้วยแล้วกัน” รักจังวางสายก่อนหันไปเจอสายตาของเพื่อนสองคนที่หรี่ตายิ้มเ้าเล่ห์ทำรักจังยิ้มเหงือกแห้งก้มมองหญิงที่นอนฟุบอยู่ที่โต๊ะ