ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 ด้ายแดงของซูเหยียนกลับมาแล้ว

    บทที่45 ด้ายแดงของซูเหยียนกลับมาแล้ว

         "บอกข้อตกลงมาเลยครับ!"

          เย่จื่อเฉินโพล่งออกมาโดยที่ไม่แม้แต่จะคิด

          ชายชรายิ้ม และใช้นิ้วเกลี่ยมุมปากเล็กน้อย

          "เหล้านั่นเธอยังมีอีกไหม..."

         ตุบ

         ขวดน้ำเต้าสีเขียวโดนเย่จื่อเฉินโยนขึ้นไปบนโต๊ะทันทีชายชราอึ้งอยู่นาน ดวงตาเข้มชำเลืองมองเขาเล็กน้อย

         เลิกคิ้วขึ้นนิด ข่มความตกใจนั้นลงไปโดยไม่ส่งเสียง

         เหมือนที่เขาคิดไว้เลย เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา

         ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นคนจากที่นั่นจริงๆ

         ในนาทีที่เอาขวดน้ำเต้าสีเขียวออกมาเย่จื่อเฉินก็รู้สึกว่าค่อนข้างวู่วามไปหน่อยเพราะสุราวานรขวดนี้เขากดออกมาจากหีบสมบัติในวีแชท ไม่ใช่ว่าพกติดตัวมา

         จู่ๆ ก็เอาออกมาแบบนี้ ชายชราคงตกใจมากแน่นอน

         แอบเหลือบมองดูชายชราเล็กน้อย ชายชรากำลังลูบคลำขวดน้ำเต้าอยู่อย่างหวงแหน

          "คงไม่มีพิรุธหรอกมั้ง"

         เย่จื่อเฉินแอบนึกดีใจ ชายชราเองก็เป็นคนที่ถือสัจจะในคำพูดด้วยจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วก็กดเบอร์ของซูเหยียน

         ประมาณสิบนาที เงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟส่องสว่าง

         ตอนที่มา ซูเหยียนก็คอยมองหน้ามองหลังอยู่ตลอดเหมือนดูว่าจะมีใครตามมาหรือเปล่า

         แต่หลังจากที่เธอมาหยุดอยู่ข้างกายของชายชราแล้วเธอก็ยิ้มเจื่อนพร้อมกับพูดอย่างอ่อนใจ

          "ปู่คะ ทำไมแอบออกมากินอีกแล้วเนี่ย"

          "ก็ปู่ชอบแบบนี้นี่ ไม่ใช่ว่าหลานไม่รู้สักหน่อย" ชายชราลูบหนวดเคราและหัวเราะซูเหยียนถอนหายใจแล้วนั่งลงตรงข้ามกับชายชราก่อนจะพูด "ถ้าพ่อรู้พ่อตีหนูตายแน่"

          "เขากล้าเหรอ!"

          ชายชราถลึงตา อำนาจของผู้ที่อยู่เหนือกว่าเปิดเผยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

          "เขาเป็นพ่อหลาน แต่อยู่ต่อหน้าปู่เขาก็คือลูกชายถ้าเขากล้าตีหลานปู่ปู่จะถลกหนังเขาเอง"

         ซูเหยียนหัวเราะกับอาการโมโหของชายชรา และทันใดนั้นขวดน้ำเต้าริมโต๊ะก็ตกอยู่ในสายตาของเธอ

         คิ้วของซูเหยียนขมวดมุ่นเล็กน้อย

          "ปู่คะ..."

          "โดนหลานจับได้แล้วสิ" ชายชราหัวเราะแล้วหยิบขวดน้ำเต้าไปไว้ในมือเปิดฝาขวดแล้วก็กระดกเข้าปากไปหนึ่งอึก "เหล้านี่เยี่ยมมากเห็นขวดน้ำเต้านี้แล้วหลานก็น่าจะรู้แล้วนะว่าใครที่อยากเจอหลาน?"

         "ทำไมปู่ถึงได้มาเจอเขาอีกแล้วเนี่ย?"

          ซูเหยียนขมวดคิ้วมุ่น ขบกัดริมฝีปากแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้

         เมื่อชายชราเห็นจึงรีบตะโกนไปทางด้านหลัง

          "เสี่ยวเย่ รีบออกมาได้แล้ว หลานฉันจะหนีแล้ว"

         และทันใดนั้น เย่จื่อเฉินถึงได้เดินออกมาจากมุมมืดที่อยู่บริเวณร้าน

         บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มประหม่า ก่อนจะโบกมือให้ซูเหยียนแล้วพูด

          "ซูเหยียน"

         ซูเหยียนถลึงตาใส่เขา เหตุการณ์เมื่อตอนที่เซี่ยเขอเข่อจูบกับเขายังเป็นภาพติดอยู่ในตาเธอไม่สนใจแล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอก เย่จื่อเฉินรีบก้าวตามไปดึงแขนเธอไว้

          "..."

          ดวงตาสวยกวาดมองไปยังตำแหน่งที่โดนจับไว้เย่จื่อเฉินจึงรีบชักมือกลับทันที ก่อนจะถูมือไปมาอย่างไม่สบายใจ

          "ซูเหยียน ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ"

          "อืม"

         ในดวงตาตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชา ความเย็นชาที่ทำให้คนหนาวเย็นจนถึงกระดูกทำเอาหัวใจของเย่จื่อเฉินหนักอึ้ง

          "ฉันว่าเราสองคนมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่"

         หลังจากที่ลังเลอยู่นาน สุดท้ายจึงตัดสินใจสารภาพกับซูเหยียน

         ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เจอกับคุณซูที่ได้เจอกันครั้งนี้ก็เพราะด้วยโชควาสนา ถ้าครั้งนี้ไม่อธิบายก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปจนถึงวันเดือนปีไหนทั้งสองคนจะเข้าใจกัน

         บางทีความขัดแย้งมันอาจจะลบล้างยากยิ่งขึ้นเมื่อวันเวลาล่วงเลยไปนานแล้วแบบนั้นเขากับเทพธิดาอาจจะต้องจากกันไปจริงๆ

          "แต่ฉันไม่คิดว่าเราสองคนจะมีอะไรที่เข้าใจผิดกัน"

         ซูเหยียนหน้าตาเย็นชาและไม่เหลือเยื่อใยให้เย่จื่อเฉินเลยสักนิดเดียวแต่การกระทำของเธอกลับทรยศความคิดของเธอ

         เธอไม่ได้เดินหนี

         ซึ่งก็แสดงว่าเธออยากที่จะฟังเย่จื่อเฉินอธิบายไม่อย่างนั้นเธอก็คงโบกรถหนีไปแล้ว แล้วทุกอย่างก็จะจบสิ้นลง

          "นี่แฟนนายเหรอ? สวยขนาดนี้นายไปทำให้เขาโกรธได้ยังไงนายแอบไปมีกิ๊กใช่ไหม"

         หลิวฉิงลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับหัวเราะเยาะเย่จื่อเฉินขมวดคิ้วแล้วตะคอก

          "หุบปาก!"

         "นายให้ฉันหุบปากเหรอ?! ได้ฉันจะหุบปาก"

          ซูเหยียนตกใจกับเสียงตวาดของเย่จื่อเฉิน จึงไม่พูดอะไรอีกพร้อมกับหันหลังเดินหนีไป

          "เดี๋ยว ซูเหยียน ฉันไม่ได้หมายถึงเธอ..."

         ชายชราที่นั่งอยู่ในร้านปิ้งย่างยิ้มอย่างละมุนมองเย่จื่อเฉินกับซูเหยียนที่เหมือนจะง้องอนกันอยู่

         ดื่มสุราวานรลงท้องไปหนึ่งอึก ชายชราก็พึมพำเสียงแผ่ว

          "วัยรุ่นนี่ร่าเริงกันจังเลย"

         เมื่อชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดในที่สุดเย่จื่อเฉินก็รั้งซูเหยียนเอาไว้ได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ยอมอ่อนข้อให้เขา

         ซูเหยียนเชิดคางเรียวสวยขึ้นพร้อมกับพูดโดยที่สองมือกอดอก

          "ให้เวลานายหนึ่งนาที..."

         หนึ่งนาที!

          เวลาหนึ่งนาทีมันไม่พอเลยนะ ถ้าจะให้เล่าตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีทางเล่าจบแน่นอน

          "เหลืออีกห้าสิบวิ"

          "ฉันยังไม่ได้เริ่มพูดเลย"

          "สี่สิบห้าวิ"

          "อย่าเร่งสิ ขอฉันเรียบเรียงก่อน"

         เมื่อความรู้สึกที่วุ่นวายสงบลงแล้วเย่จื่อเฉินจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

          "เรื่องที่โรงพักในตอนนั้นมันเป็นอย่างนี้ที่เธอเห็นเซี่ยเขอเข่อจูบฉันความจริงแล้วทั้งหมดนั่นมันไม่ใช่อย่างที่เห็นเลยเขาจะมาจูบฉันทำไม ประเด็นคือ..."

         เย่จื่อเฉินร่ายออกมายาวเหยียด โดยไม่ทิ้งช่วงให้ได้พักหายใจ

         เมื่อเล่าทุกอย่างจบเย่จื่อเฉินก็วางสองมือแนบต้นขาเหมือนกับเด็กนักเรียนที่รอฟังคุณครูอย่างซูเหยียน

          "ยังเหลืออีกเรื่อง...ที่นายไม่อธิบายให้ชัดเจน"

         ซูเหยียนเลิกคิ้วโก่งสวยขึ้นเย่จื่อเฉินเกาหัวและจมอยู่ในภวังค์ความคิด

         ไม่มีเรื่องอะไรต้องอธิบายแล้วนี่

          "เธอเกริ่นให้ฉันหน่อยสิ"

         "ก็เรื่องที่เพิ่งเกิดนั่นไง!" ซูเหยี่ยนพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เย่จื่อเฉินตบขาตัวเองทันที

          "เธอหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าหอชายเหรอเรื่องนี้ก็เข้าใจผิดเหมือนกัน..."

         บลาๆๆๆ

         แล้วเย่จื่อเฉินก็สารภาพออกมาจนหมดเปลือกจนเขาพูดจบซูเหยียนถึงได้กอดอกเหยียดยิ้ม

          "โรแมนติกจังเลยนะ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะผู้หญิงคนเดียว..."

          "ซูเหยียน เธอต้องเชื่อฉันนะที่ฉันช่วยเขอเข่อมีเหตุผลเดียวก็คือเห็นแก่หน้าเธอส่วนหลี่เจียอี๋มันคือความบังเอิญ แถมเขาก็เป็นเพื่อนเก่าฉันด้วยอีกอย่างฉันก็ไม่ได้แตะต้องเขาเลย"

          "ฉันไม่ได้หน้าใหญ่ขนาดนั้น"

         ซูเหยียนเบ้ปาก แต่ภายในใจกลับรู้สึกดีขึ้นมา

         เห็นแก่หน้าเธออย่างนั้นเหรอ!

          แต่พอคิดถึงการกระทำของหมอนี่ในช่วงนี้แล้วมันก็ไม่สามารถยอมอ่อนข้อให้เขาได้เลย

         ผ่านมาตั้งนานขนาดนั้นแล้วยังไม่ส่งข้อความมาหาเธอสักนิด

         ขนาดว่าเธอลบเขาแล้วนะ เขายังไม่บอกว่าตามหาเธอเลย

         แต่เรื่องของเขากับเซี่ยเขอเข่อก็เป็นเธอที่เข้าใจผิดไปเองจริงๆ

         ติ๊ง!

          ได้รับด้ายแดง

          ผู้ดึงเชือกเย่จื่อเฉิน ผู้ถูกดึงซูเหยียน

          ระดับความรู้สึกดีปัจจุบันของทั้งสองฝ่าย 50

          เยอะกว่าอันเก่าแล้ว

         เย่จื่อเฉินหนังตากระตุก

          "ซูเหยียน เธอหายโกรธฉันแล้วใช่ไหม?"

         เมื่อเห็นว่าสีหน้าของซูเหยี่ยนเริ่มดีขึ้นบ้างแล้วบวกกับการปรากฏตัวออกมาของด้ายแดง เย่จื่อเฉินจึงเอ่ยถามลองเชิงดู

         ซูเหยี่ยนหรี่ตาลง ใช้สายตาสำรวจกวาดมองเขา

          "นายแน่ใจนะว่าวันนั้นไม่ได้แตะต้องหลี่เจียอี๋ แล้วนายแก้ปัญหายังไง..."

          "มันไม่ค่อยดีที่จะเปิดเผย"

          "ฉันบอกให้นายพูด!"

          คิ้วโก่งสวยของซูเหยียนกระตุก กล้าปิดบังเธออย่างนั้นเหรอ มันจะมากไปแล้วนะ!

         "งั้นเธอขยับมานี่ ฉันจะบอกเธอ"

         เย่จื่อเฉินกวักมือเรียกซูเหยียน ซูเหยียนจึงเอียงหูเข้าไปใกล้

         ครู่เดียว ซูเหยียนก็หน้าแดงลามไปจนถึงหูก่อนจะยกมือขึ้นแล้วฟาดลงไปที่ตัวของเย่จื่อเฉิน

         "ลามก..."