หลังจากที่หลี่เล่อเยียนวิ่งกลับมาถึงบ้านเจอเข้ากับฟ่านเหมยเหมยที่กำลังจะใช้ครัวพอดีจึงเดินกลับไปยังห้องนอนแล้วน้ำซี่โครงเปรี้ยวหวานที่เหลือสำหรับตัวเองออกมา
" อ่ะเอาไป วันนี้ฉันขอใช้ครัวห้ามรบกวนเด็ดขาด " ฟ่านเหมยเหมยมองเนื้อในจานตาค้าง วันนี้ช่างเป็ลาภปากของเธอจริงๆ เชียว
" อะไรกัน ครัวนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียวนะ " ฟ่านเหมยเหมยยังคงเล่นลิ้นด้วย้าในปริมาณที่มากกว่านี้สักหน่อยเพราะเธอต้องนำไปแบ่งฮุ่ยหลินด้วย
" จะกินไม่กิน ไม่กินก็เอาคืนมา " หลี่เล่อเยียนไม่ต่อปากต่อคำ เธอรอให้ฟ่านเหมยเหมยใช้ครัวเสร็จก่อนก็ได้คงใช้เวลาทำไม่นานนักหรอกอย่างมากหล่อนก็คงจะทำแป้งจี่แล้วก็ผักต้มไม่ก็ผักย่างเพียงเท่านั้น
" ก็ได้ ก็ได้ งั้นเธอตามสบายเลยฉันไม่กวนเธอแล้วล่ะ" เดิมทีฟ่านเหมยเหมยกะจะไม่ยอมแต่เนื้ออยู่ตรงหน้ามีหรือจะปฏิเสธได้ ตลอดทางหลี่เล่อเยียนขบคิดกับตัวเองว่าจะทำขนมอะไรไปสู้กับขนมขึ้นชื่อของเว่ยอี้หยางแต่แล้วก็คิดออกของแปลกและหายาก
จะว่าไปสิ่งที่เธอทำไม่ได้แปลกใหม่หากแต่ว่าเวลานี้เกรงว่าทั้งเมืองในเวลานี้คงจะหายากสักหน่อยแล้วล่ะ
หลี่เล่อเยียนทำทีเป็เข้าไปเอาของออกมาจากห้องพักของตัวเอง แต่ที่จริงแล้วเธอหยิบของออกมาจากมิติ เธอหยิบมาในปริมาณที่จำกัดเพราะครั้งนี้จะทำเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็แค่สินค้าตัวอย่าง
" ขนมโก๋ดอกกุ้ยฮวา "
ดอกกุ้ยฮวาจริงๆ หาได้ทั่วไปตามพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากมีกลิ่นหอม แต่่นี้จะออกนั้นเป็่ของฤดูหนาวซึ่งหน้านี้เป็ฤดูฝนจึงหาได้ยาก จะมีก็เพียงแต่บ้านของคนที่ชอบชาดอกกุ้ยฮวาเพียงเท่านั้น โชคดีที่หลี่เล่อเยียนมีชานี้ติดห้องตลอดเธอจึงนำเอาใส่ในมิติเก็บไว้ด้วย
หลี่เล่อเยียนเริ่มจากการทำ น้ำกุ้ยฮวาก่อน เธอทำการต้มน้ำให้เดือดใส่ดอกกุ้ยฮวาแห้ง จากนั้นจึงกรองเอาเฉพาะน้ำส่วนดอกกุ้ยฮวาเธอยังคงเก็บไว้อยู่
แป้งขนมโก๋ ส่วนผสมก็จะมีแป้งข้าวเ้า แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำอุ่นของดอกกุ้ยฮวา หลี่เล่อเยียนทำการผสมแป้งทั้งสองเข้าด้วยกัน เธอค่อยๆ เทน้ำกุ้ยฮวาลงในแป้งสลับกับคลุกเคล้ากันจนน้ำในแป้งหมด เธอลงมือขยี้แป้งจนเป็ผงทำการกำแป้งเมื่อแป้งจับกันเป็ก้อนเธอจึงหยุด
เมื่อทำแป้งเสร็จจึงลงมือทำไส้งาขาวต่อ เธอนำงาขาวมาคั่วสุกแล้วนำไปบดละเอียดเติมน้ำตาลทรายลงไปเพื่อเพิ่มรสชาตินำแป้งขนมโก๋ลงไปผสมเล็กน้ำใส่เกลือแล้วขยี้จนเข้ากัน
เธอใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเตรียมส่วนผสมต่างๆ จากนั้นเล่อเยียนแบ่งแป้งเป็ 2 ชั้น เธอทำการเทแป้งลงในถาดที่เธอเตรียมไว้เกลี่ยแป้งให้เรียบเสมอกัน ชั้นที่ 2 จะเป็ส่วนผสมของงาขาวคั่วที่ทำไว้ก่อนหน้า จากนั้นลงแป้งขนมโก๋ชั้นบนสุดตามด้วยดอกกุ้ยฮวาที่นำไปต้มในขั้นตอนแรกโรยหน้าลงไป
ขั้นตอนนี้การนึ่งค่อนข้างสำคัญเพราะต้องคอยควบคุมไฟไม่ให้เบาหรือไฟแรงจนเกินไป หลี่เล่อเยียนใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าขนมป้องกันน้ำหยดใส่หน้าของขนม เธอนั่งคุมไฟในครัวเป็เวลา 45 นาที
ทางด้านของคนในบ้านนั้นได้กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาั้แ่หลี่เล่อเยียนต้มน้ำของดอกกุ้ยฮวาแล้วแต่กลิ่นมันหอมรุนแรงขึ้นก็เป็ตอนที่เธอนั้นนำขนมไปนึ่ง ดอกกุ้ยฮวาหรือชื่อเรียกของมันอีกอย่างหนึ่งคือหอมหมื่นลี้ซึ่งมันหอมจริงๆ
" หลี่เล่อเยียน เธอทำอะไรทำไมถึงได้หอมขนาดนี้ ฉันไม่สามารถที่จะข่มตาหลับลงได้แล้ว " ฟ่านเหมยเหมยโผล่มาจากห้องพักของตัวเอง
" ใช่ๆ หอมมากๆ เลย เธอต้องรับผิดชอบ " ฟู่หลินฮุ่ยพูดขึ้นบ้างเธออยากจะลิ้มรสชาติของขนมนั่นจะแย่แล้ว
คนเห็นตัวยังไงก็คือคนเห็นแก่ตัว เมื่อ่ค่ำเธอแบ่งซี่โครงให้เพื่อที่จะได้ใช้ครัวโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหากับใคร มาคราวนี้จะให้เธอรับผิดชอบเพราะกลิ่นหอมของขนมเนี่ยนะ
" ฉันคงต้องขอโทษด้วยที่กลิ่นหอมขนมไปทำให้พวกเธอนอนไม่หลับ แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเป็ปัญหาของฉันที่จะต้องรับผิดชอบ ถ้าอย่างนั้นกลิ่นปากที่ส่งกลิ่นเหม็นนี้ของพวกเธอจะรับผิดชอบยังไง ตอนนี้ฉันรู้สึกเวียนหัวกับกลิ่นของมันมาก " หลี่เล่อเยียนที่ร้อนกับการนั่งเฝ้าหน้าเตาเพื่อคุมอุณหภูมิของไฟเกิดมีอารมณ์ขึ้นมา เธอไม่ได้ใจดีตลอดหรอกนะ
" นี่ เธอ..... ว่าแรงเกินไปหรือเปล่า พวกเราก็แค่อยากจะขอชิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น " เป็ฟู่ฮุ่ยหลินที่รู้สึกอายและไม่มั่นใจในกลิ่นปากของตัวเองจึงได้แต่พูดเสียงอ่อยราวกระซิบ
" ไม่มีให้ใครทั้งนั้น ถ้าอยากกินก็จ่ายเงินชิ้นละ 1 หยวน "หลี่เล่อเยียนพูดเสียงแข็งขึ้น เธอไม่กะจะขายอยู่แล้วจึงโก่งราคาแสนแพงนี้ออกไป
" ไม่กินก็ได้ ขนมเธอวิเศษมาจากไหนถึงขายชิ้นละตั้ง 1 หยวน เฮอะ 1 หยวนซื้อบะหมี่ได้ตั้งกี่ชาม " ยังไม่ทันที่ฟ่านเหมยเหมยจะพูดจบหลี่เล่อเยียนก็เดินกลับห้องไปแล้ว
" นี่หลี่เล่อเยียน ฉันยังไม่ไม่กลับหล่อนกล้าเดินหนีหรือ กลับมาเดี๋ยวนี้นะยัย ยัย.... " ฟ่านเหมยเหมยคิดถึงแต่ขนมโก๋สีขาวนวลชิ้นนั้น หล่อนทำชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มถ้าหั่นแบ่งให้เธอชิมสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงได้แล้งน้ำใจขนาดนี้
" เล่อเยียนเธอไปส่งป้าเว่ยมาไม่ใช่หรือ แล้วนึกยังไงถึงลุกขึ้นมาทำขนมกลางดึกได้" กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว ปกติสองทุ่มทุกคนก็เข้านอนกันหมดแล้วเวลานี้จึงถือว่าดึกพอสมควร
" วันนี้ฉันบังเอิญไปเจอเข้าลูกชายของป้าเว่ยมาน่ะ ตัวเขาทำงานในโรงงานในเมืองฉันเลยกะจะทำขนมไปฝากขายบ้างเผื่อมีคนสนใจสั่งซื้อ" เล่อเยียนไม่ปิดบังเหอหมี่เมี่ยนและหม่ายวี่ไท่ที่เดินตามหลังเข้ามาในห้อง เพราะต่อไปหากมีคนสนใจจริงๆ เธอคงทำคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ
" ก็ดีน่ะสิ แต่เธอต้องระวังสองคนนั้นหน่อยนะถ้าเกิดรู้เื่เข้าเอาไปฟ้องคณะกรรมคงแย่แน่" หม่ายวี่ไท่เอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วง
" เื่นั้นช่างมันก่อนเอาไว้ทีหลังเถอะ มีคนสั่งค่อยมาคิดหาวิธีกันอีกที ตอนนี้แยกย้ายกันไปนอนก่อนเถอะเหนื่อยจะแย่" หลี่เล่อเยียนหมดแรงจะคิดอะไรแล้วล่ะ วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆ นั่นแหละวิ่งขายของไหนจะทำขนมนี่อีกพักเอาแรงพรุ่งนี้ขอให้ตื่นให้ทันเว่ยอี้หยางก็พอ